Teradyne ($TER) เครื่องตรวจชิป งบดี ราคาพุ่ง

Image
สรุปข้อมูลของ Teradyne ($TER) บริษัทที่เป็น "ผู้คุมสอบ" แห่งโลกเทคโนโลยีได้อย่างเห็นภาพชัดเจนครับ โดยเฉพาะหลังจากประกาศผลประกอบการล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หุ้นพุ่งแรงกว่า 19% ในช่วง After-hours จากความต้องการทดสอบชิป AI ที่ซับซ้อนขึ้น จาก https://x.com/i/status/2018668897403129906 นี่คือบทสรุปประเด็นสำคัญที่ทำให้ Teradyne กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในยุค AI: 1. ธุรกิจหลัก: "เครื่องตรวจชิป" (Semiconductor Test) — 75% ของรายได้ Teradyne ไม่ได้สร้างชิป แต่เขาเป็นคนบอกว่าชิปตัวไหน "สอบผ่าน" หรือ "สอบตก" ความซับซ้อนคือโอกาส: ชิป AI รุ่นใหม่ (เช่น Nvidia Blackwell หรือชิปขนาด 2nm/3nm) มีทรานซิสเตอร์หลายพันล้านตัว การทดสอบจึงทำได้ยากขึ้นและใช้เวลานานขึ้น รายได้พุ่งจาก AI: ในไตรมาส 4 ปี 2025 (รายงานเมื่อ ก.พ. 2026) รายได้จากกลุ่ม Semiconductor Test อยู่ที่ประมาณ 883 ล้านดอลลาร์ ซึ่งโตขึ้นอย่างมากเพราะชิป AI ต้องการการทดสอบที่ "เข้มข้น" กว่าชิปทั่วไป Yield คือหัวใจ: สำหรับ TSMC หรือ Intel การที่ Teradyne ช่วยหาจุดเสีย...

Easy money vs Hard money ต่างกันตรงไหน?

 


คุณเคยประสบกับช่วงเวลาที่คุณทำเงินง่ายๆ
และตามมาด้วยช่วงที่ทุกอย่างหยุดทำงานและคุณค่อย ๆ คืนให้ทั้งหมดหรือไม่?
ถ้าใช่ คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไม?


เราทุกคนเรียนรู้จุดซื้อจากหนังสือและเอกสารฟรี
จุดซื้อ = Setup = Price pattern, price action, Buy signal จากอินดิเคเตอร์
แต่ไม่มีใครสอนถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมซึ่งจำเป็นสำหรับความเวิร์คของจุดซื้อเหล่านั้น การไม่เรียนรู้เรื่องนี้ทำให้เราเทรดแบบเดิมวันแล้ววันเล่า ส่งผลให้คืนกำไรในอดีตทั้งหมดกลับไป


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม + จุดซื้อ = Breakout ได้กำไรดี = เงินง่าย ๆ Easy money

สภาพแวดล้อมที่ไม่ดี + จุดซื้อ = Breakout ไม่ได้กำไร = เงินที่ยาก Hard money


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา