ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

คำแนะนำมูลค่าล้านเหรียญจากพี่มาร์ค อย่าหา Odds แต่จงสร้าง Risk Rewards

"คำแนะนำมูลค่าล้านเหรียญ

คุณไม่จำเป็นต้องหา "ค้นหา" Odds ในตลาด... 

คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้

โดยการควบคุม Risk ที่เกี่ยวข้องกับ Reward ที่อาจเกิดขึ้น"

- Mark Minervini


Odds ในเกมเก็งกำไรคืออะไร?

ในโลกของการเก็งกำไร (หรือการลงทุนและการซื้อขาย) คำว่า "odds" สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว "odds" ในที่นี้มักจะหมายถึง:


### ความหมายของ "Odds" ในเกมเก็งกำไร

1. **ความน่าจะเป็น (Probability):**

   - หมายถึงโอกาสที่เหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น เปรียบเสมือนการทำนายหรือการคาดเดาโอกาสของการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ เช่น โอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง

.

2. **อัตราส่วนของความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-Reward Ratio):**

   - หมายถึงการเปรียบเทียบระหว่างความเสี่ยงที่คุณต้องรับกับผลตอบแทนที่คุณคาดหวังจะได้รับ การใช้ "odds" ในบริบทนี้เป็นการวิเคราะห์ว่าการลงทุนมีความคุ้มค่าแค่ไหน ตัวอย่างเช่น หากคุณเสี่ยง 100 ดอลลาร์ เพื่อทำกำไร 300 ดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจะเป็น 1:3

.

3. **โอกาสที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น (Likelihood):**

   - หมายถึงการคาดการณ์โอกาสที่ผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้นในตลาด เช่น โอกาสที่ราคาหุ้นจะถึงระดับราคาที่คุณคาดหวัง

.

### การประยุกต์ใช้ "Odds" ในการเก็งกำไร

- **การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis):** นักลงทุนอาจใช้เครื่องมือและกราฟเพื่อวิเคราะห์และคำนวณโอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่งๆ

- **การจัดการความเสี่ยง (Risk Management):** นักลงทุนจะพิจารณาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเพื่อกำหนดจุดเข้าและจุดออกจากการลงทุน

- **การตั้งค่ากลยุทธ์ (Strategy Setting):** นักลงทุนจะสร้างกลยุทธ์ที่เพิ่มโอกาสในการทำกำไรโดยการควบคุมความเสี่ยงให้ต่ำสุดและเพิ่มผลตอบแทนให้มากที่สุด

.

### ตัวอย่างเชิงปฏิบัติ

สมมติว่าคุณมีการวิเคราะห์ที่แสดงว่า:

- มีโอกาส 70% ที่ราคาหุ้นจะขึ้น (ความน่าจะเป็น)

- คุณกำหนดจุดขาดทุนที่ยอมรับได้ที่ 50 ดอลลาร์ และคาดหวังผลตอบแทนที่ 150 ดอลลาร์ (อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1:3)

.

ในกรณีนี้ "odds" ที่คุณกำลังคำนวณคือโอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นและอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่คุณยอมรับได้

.

### สรุป

ในโลกการเก็งกำไร "odds" มักจะหมายถึงโอกาสและความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์อัตราส่วนของความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเพื่อให้การลงทุนหรือการซื้อขายของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

.

.

.

*** ทำไมพี่มาร์คจึงบอกว่าการลงทุนหรือการเทรดในตลาดการเงินไม่ใช่เรื่องของการหา Odds แต่เป็นเรื่องของการสร้างความน่าจะเป็นโดยการควบคุมความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่คุณคาดหวัง?

.

ขอตีความว่า

"อย่าพึ่งพา/คาดหวังให้ตลาดมอบแต้มต่อให้คุณเพียงฝั่งเดียว

แต่ให้ใช้ความสามารถในการบริหาร Risk Reward ของตนเองไปใช้ร่วมด้วย

เพราะเราไม่สามารถควบคุมตลาดได้ มันจะทำในสิ่งที่มันอยากจะทำ

สิ่งที่เราทำได้แน่นอนคือ บริหารการเทรดของเราให้ดีที่สุด

โดยขนาดของก้อน Risk ต้องเล็กกว่าก้อน Reward เสมอ"

.

.

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ

1. **ความเสี่ยงและผลตอบแทน:**

   - **ความเสี่ยง(Risk):** จำนวนเงินที่คุณสามารถสูญเสียได้ในการลงทุนหนึ่งๆ

   - **ผลตอบแทน(Reward):** จำนวนเงินที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากการลงทุนนี้

.

2. **การควบคุมความเสี่ยง:**

   - ตั้งเป้าหมายและข้อจำกัดในการขาดทุนที่ยอมรับได้

   - ใช้เครื่องมือเช่น Stop Loss (การกำหนดจุดขายเมื่อราคาลดลงถึงระดับหนึ่ง) เพื่อลดความเสี่ยง

.

3. **การประเมินผลตอบแทน:**

   - ประเมินความเป็นไปได้ของผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนหรือการซื้อขายนั้นๆ

   - วิเคราะห์ตลาดและทำการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของการเคลื่อนไหวของราคา

.

4. **การสร้าง Odds:**

   - ใช้กลยุทธ์การลงทุนหรือการซื้อขายที่มีการควบคุมความเสี่ยงที่ชัดเจน

   - ปรับแผนการลงทุนหรือการซื้อขายตามการวิเคราะห์และข้อมูลที่มีอยู่

   - ติดตามและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในตลาด

.

### ตัวอย่างที่ง่ายๆ

สมมติคุณมีเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และคุณต้องการลงทุนในหุ้น คุณต้องกำหนดว่า:

- คุณยอมรับการขาดทุนได้ไม่เกิน 100 ดอลลาร์ (ความเสี่ยง)

- คุณคาดหวังผลตอบแทนอย่างน้อย 300 ดอลลาร์ (ผลตอบแทน)

.

ถ้าหากหุ้นนี้มีความเป็นไปได้ที่จะให้ผลตอบแทนที่ดี คุณอาจจะตัดสินใจลงทุน แต่คุณต้องใช้เครื่องมือเช่น Stop Loss เพื่อป้องกันการขาดทุนมากเกินไป

.

ด้วยเหตุนี้...

การลงทุนหรือการเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของการหาความน่าจะเป็นที่ดีในตลาด แต่เป็นเรื่องของการควบคุมความเสี่ยงของคุณให้สัมพันธ์กับผลตอบแทนที่คาดหวังอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจและใช้กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นในระยะยาว



*** คลังความรู้การเทรดออนไลน์ ชมฟรี 1000++ คลิป เหมาะสำหรับนักเล่นหุ้นมือใหม่มากที่สุดครับ

https://www.zyo71.com/p/index-of-zyo.html


*** (อ่านฟรี!) คลังความรู้เรียนเทรดหุ้น 600 ++ บทความ

https://www.zyo71.com/p/index.html

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker