Posts

Showing posts from January, 2022

เกณฑ์ในการเข้าซื้อ-ขายออก ของปู่โอนีล

Image
นั่งแกะกราฟในหนังสือ "CANSLIM คัดหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม" ทำให้เห็นเกณฑ์ในการเข้าซื้อของปู่โอนีล ที่ช่างเลือกเอามากๆ 0) ใช้กราฟวีค + เส้นค่าเฉลี่ย 10 วีค(ma10) + วอลุ่ม 1) ชอบซื้อในช่วงหลังที่ตลาดฟื้นจากการปรับฐาน 2) ฐานราคาที่ชอบคือ cup with handle ที่ใช้เวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ 3) ไม่ซื้อที่ก้นถ้วย แต่จะเข้าตอนที่ breakout นิวไฮ 4) นอกจากนั้น เขายังชอบดูการบีบอัดของราคาที่มีการแกว่งแคบให้ราคาปิดไกล้เคียงกัน ติดต่อ 3-4 สัปดาห์ และวอลุ่มแห้ง จากนั้นถ้าดีดขึ้นไปทำนิวไฮก็ซื้อได้ 5) การที่ราคาเด้งขึ้นหลังจากย่อไปชน ma10 แล้วขึ้นไปทำนิวไฮ ด้วยวอลุ่มสูง ก็เป็นจุดซื้อเช่นกัน 6) head and shoulder pattern ก็ใช้นะ ดูการกลับตัวจากยอดลงมา เพื่อหาจังหวะชอร์ท 7) จังหวะที่ขายมักจะใช้การลาก channel line ถ้าราคาวิ่งแรงทะลุกรอบด้านบน วอลุ่มพีค พี่แกขายก่อนเลย 8) ถ้าราคาหลุด ma10 พร้อม วอลุ่มสูงปรี๊ด ก็ขายเช่นกัน แต่ถ้าหากเด้งกลับมาสร้างฐานที่สมบูรณ์ ก็ซื้อใหม่ 9) แกไม่ชอบ triple bottom (น่าจะมองว่ามันยังปรับฐานไม่เสร็จ) จึงไม่แนะนะให้ซื้อ แม้จะทำนิวไฮได้ก็ตาม 10) มีหุ้นบาง

คุณมีแผนการเทรดจริงหรือเปล่า? (Trading plan?)

Image
คุณมีแผนธุรกิจจริงหรือเปล่า? หรือแค่ซื้อๆ ขาย ๆ ไปเรื่อย ๆ แบบนี้เป็นแค่ การเทรดแบบงานอดิเรก นะครับ คนที่เขาประสบความสำเร็จ จริงจังกวาาเราเยอะ แต่ไม่เป็นไรครับ รู้ตัวในตอนนี้ก็ยังไม่สาย คุณโชคดีแล้วที่มาเจอผม แลพผมโชคดีมาก ที่ได้เขียนหนังสือ มันได้นำพาให้ผมมีความจริงจังกับการเทรดที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น ครับ ผมขอยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยว่า ผมเริ่มต้นด้วยการเทรดแบบงานอดิเรกจริง ๆ  ผมเทรดแบบเอ้อระเหยลอยชายมาก่อน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผลการเทรดของผมเองถึงได้เละเทะ เทรดมาเกือบ 10 ปีแล้วก็ยังจมปลักอยู่ในวังวนขาดทุนซ้ำซาก ถึงกระนั้น .. ไม่ใข่ผมคนเดียวแน่ ที่เป็นแบบนี้ นักเทรดอีก 80% ที่เหลือ ก็น่าจะคิดแบะทำแบบนี้กัน เมื่อเราคิดและเทรดแบบงานอดิเรก ผลงานที่ได้จึงเป็นการเอาเงินเก็บที่อุตส่าห์ลงแรง สละเวลา อย่างยากลำบาก มาเผาเล่นในตลาดหุ้นแบบคนโง่ยังไงล่ะ ท่านเคยอ่านข่าว ประเภทที่ว่า "เด็กทารก นั่งเล่นไม้ขีดไฟในบ้าน แล้วทำให้ไฟไหม้บ้านทั้งหลัง" บ้างมั้ยครับ อารมณ์ของนักเทรดที่เข้ามาซื้อขายหุ้นแบบงานอดิเรกก็ไม่ต่างกันเลยครับ เราเห็นคนอื่นไม่กี่คน ทำเงินได้จากการเทรด หลงคิดว่ามันง่าย จึงเลีย

นักเทรดหมูผู้แพ้ มองและปฏิบัติต่อการเทรดแบบนักพนันมือสมัครเล่น - Gambling trader

Image
“พนัน” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง เล่นเอาเงินหรือสิ่งอื่นใดโดยอาศัยความฉลาด ความชำนาญ เล่ห์เหลี่ยม ไหวพริบ และฝีมือ รวมทั้งโชคด้วย การเล่นเช่นนั้นเรียกว่า การพนัน ดูความหมายแล้ว การพนัน ไม่ได้มีอะไรที่เลวร้ายมากนัก ถ้าเรามีความชำนาญ มีไหวพริบ รวมถึง ฝีมือ แต่โดยธรรมชาติของทุกวงการแข่งขัน ต้องมี “เซียน” และ “หมู” อยู่ในสิ่งแวดล้อม/ในเกมนั้น แน่นอนว่า “เซียน” ที่มีจำนวนน้อย จะเป็นฝ่ายกินเงิน “หมู” ที่มีประชากรจำนวนมาก เป็นประจำ เป็นล่ำเป็นสัน เซียนรวยขึ้น เพราะ หมูเสียเงินให้เซียน ทั้งเซียน และ หมู ต่างเป็นนักพนัน นะครับ แตกต่างกันตรงที่ว่า “เซียน” มีความเข้าใจเกม มีความเชี่ยวชาญ มีไหวพริบ มีฝีมือ รวมถึงบริหารจัดการโชค ได้ด้วย ส่วนกลุ่มของ “หมู” นั้น ขาดความเข้าใจเกม ขาดความเชี่ยวชาญ ขาดไหวพริบ ไร้ฝีมือ หวังพึ่งโชคอย่างเดียว หมูสามารถกินเงินเซียนได้ ถ้าโชคเข้าข้าง แต่จะไม่ได้แบบสม่ำเสมอ แบบที่เซียนทำได้ ทักษะ/ความสามารถ/ความเชี่ยวชาญ กับ ความสม่ำเสมอ คือ ตัวแยกแยะระหว่าง เซียน กับ หมู หมู เข้าพนันเพราะไม่รู้อะไรเลย มีแต่ความอยากรวยไว ๆ เซียน เข้าพนันเพราะรู้ว่าเกมนี

วิธีสร้างแรงจูงใจให้ดีขึ้นแค่ 1%

Image
หนังสือ เปลี่ยนแค่ 1% ชีวิตดีขึ้น 100% หรือ The 1% Solution เป็นอีกเล่มที่ผมซื้อมา เพราะเมื่อได้ลองเปิดอ่านดูข้างในแล้วพบว่าผู้เขียนเขามีการนำเสนอแนวทางการสร้างแรงจูงใจเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ให้เก่งขึ้น แค่ 1% ก็พอ ซึ่งมีมุมมองที่น่าสนใจเลยทีเดียว ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีผลงานในการเทรดที่ดีพอใช้ ไม่ดีมากไม่แย่มาก แค่ดีพอใช้ อารมณ์เหมือนอยู่ในช่วง sideway  แต่ว่าพวกคุณก็ไม่นิ่งนอนใจ มีความรู้สึกกวนใจไม่เลิกว่าตัวเองน่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยมองว่าถ้าหากเราสามารถหาแรงจูงใจให้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแค่ 1% ดูมันจะเป็นยังไง เดี๋ยวผมจะสรุปให้ท่านได้อ่านกันนะครับ อันดับแรกที่เขาให้ความสำคัญกับ 1% นั้น ก็บอกว่าจากการที่เขาไปศึกษาผลต่างระหว่างการได้เหรียญทองกับการไม่ได้เหรียญ(ในการแข่งขันโอลิมปิก) พบว่าความต่างของการได้เหรียญกับการไม่ได้เหรียญนั้น(คือที่ 1 กับที่ 4)  มีความต่างแค่ 1% เท่านั้นเอง หมายความว่าบางทีคุณอาจจะไม่ต้องพยายามอะไรที่มันหนักหนาถึงขั้น 100% รวดเดียวหรอก เอาแค่นิดๆหน่อยๆ ทีละแค่ 1 % ก็น่าจะทำให้ชีว

สรุปหนังสือหุ้น Richard D. Wyckoff's Trading Methods

Image
บทความนี้แปลจากบล็อก  https://whatheheckaboom.wordpress.com/2013/01/21/book-review-of-stock-market-technique-number-one-by-richard-d-wyckoff/ ๑) เน้นดูที่ Supply กับ Demand - การเคลื่อนไหวของตลาด ขึ้นอยู่กับ อุปสงค์และ อุปทาน - ไม่จำเป็นว่าการซื้อหรือขายนั้นมันเป็นไปตามกลไกหรือปลอมๆ - พวกนี้มันเป็นเกมที่ถูกออกแบบให้รับใช้เป้าหมาย(ของคนทำราคา) ๒) วิธีการทำงานของ Market Maker ๒.๑) เลือกเป้าหมาย - ทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าตอบสนองต่อความกลัวหรือความกล้า - ถ้าต้องการทำให้ตลาดวิ่งขึ้น, เขาจะทดสอบหุ้นนำตลาดที่มีความต้านทานน้อยสุด - ที่ต้องเลือกตัวที่มีความต้านทานน้อยสุด เพราะไม่อยากเจอหุ้นจำนวนมากขวางทาง - จึงต้องเลือกหุ้นที่สามารถไล่ราคาขึ้นไปด้วยการใช้เงินจำนวนน้อยๆ ๒.๒) ตามติด - หลังจากลองซื้อด้วยเงินน้อยๆแล้วราคาวิ่ง, เขาก็จะเริ่มทดสอบด้วยการเสนอราคาที่แพงขึ้นด้วยจำนวนเงินที่มากขึ้น ทำให้ราคาวิ่งแรง (หรือที่เราเรียกกันว่า "จุดพลุ") เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเทรดเดอร์ทั่วไปให้เข้ามาร่วมวงช่วยซื้อ - ราคาวิ่งขึ้นบวกแรงพร้อมกับวอลุ่มที่สูงขึ้น และมีการแกว

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แชร์ขั้นตอนการเทรด Breakout แบบ Step by step

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล