ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ - ให้ออกไปก่อน

“Get out if you become unsure about a position.” - Michael Marcus คำกล่าวนี้หมายถึง ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ ควรจะขายหุ้นหรือปิดตำแหน่งนั้นๆ ทันที การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการไม่มั่นใจในข้อมูลหรือการวิเคราะห์ของตัวเอง อธิบายเพิ่มเติม - ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะ: หมายถึงคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหุ้นนั้นจะขึ้นหรือลง หรือข้อมูลที่คุณมีอาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างมั่นใจ - การขายหรือปิดตำแหน่ง: การออกจากตำแหน่งนั้นเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง เมื่อคุณไม่แน่ใจในการตัดสินใจ การอยู่ในสถานะที่ไม่แน่ใจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงิน ข้อคิดสำหรับนักเทรดมือใหม่ 1. ป้องกันความเสี่ยง: การออกจากตำแหน่งเมื่อไม่แน่ใจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี เพราะจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอน 2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเกณฑ์ในการตัดสินใจที่แน่นอนและมั่นคง 3. การควบคุมอารมณ์: การไม่แน่ใจอาจเกิดจากอารมณ์และความกังวล การออกจากตำแหน่งที่ไม่แน่ใจช่

วิธีการที่ช่วยนักเทรดที่ขาดทุนซ้ำซาก หมดตัว พอร์ตไม่โต ตลอด 15 ปี พลิกไปได้กำไรสม่ำเสมอหลังจากนั้น

วิธีการที่ช่วยนักเทรดที่ขาดทุนซ้ำซาก หมดตัว พอร์ตไม่โต ตลอด 15 ปี

พลิกไปได้กำไรสม่ำเสมอหลังจากนั้น คือ...

คิดและเทรดแบบรถถัง + ฟังตลาด + โฟกัสกระบวนการ และเลือกสัญญาณซื้อแค่ 1-2 ตัว

.

1. คิดและเทรดแบบรถถัง:

ตั้งรับให้ดี เสียให้น้อยก่อน รอจนโอกาสดี ๆ เข้ามาจึงจัดหนัก

รีบตัดขาดทุนตั้งแต่เสียหายเล็ก ๆ น้อย

เพื่อเก็บเงินสดก้อนโต รอโอกาสดี ๆ 

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวของเขาคือ การปรับความเสี่ยงต่อการเทรดของลงเป็น 0.25-0.5% ของเงินทั้งพอร์ตเท่านั้น

การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณเสียหายจากหุ้นผู้แพ้น้อยลง

.

2. ฟังตลาด:

เทรดตามอารมณ์ตลาด ตามความแข็งแรงของหุ้น ไม่ใช่ตามใจตนเอง

อย่าดื้อ เถียงตลาด อย่าแก้แค้นหลังจากขาดทุน เพราะมันจะทำให้คุณขาดทุนหนักกว่าเดิม เพราะเทรดตามอารมณ์

ฟัง feedback จากตลาดให้ดี เช่น ถ้าคุณขาดทุนแสดงว่าตลาดแย่(หุ้นตัวนั้นแย่) ก็ให้ถอนตัวออกมา อย่าไปยุ่งกับมันในตอนนั้น

แต่ถ้าหากคุณได้กำไร แสดงว่าหุ้นตัวนั้น มันเป็นของดี ควรทนรวยกับมันให้นาน จนกว่ามันจะจบแนวโน้ม

คุณควรบุกหนักในตอนที่ตลาดเงินง่าย

และเทรดให้น้อยหรือถือเงินสดอยู่เฉยๆ เมื่อตลาดได้เงินยาก 

.

3. โฟกัสกระบวนการ และเลือกสัญญาณซื้อแค่ 1-2 ตัว:

ยิ่งโฟกัสที่ผลลัพธ์ ก็ยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเทรดตามอารมณ์เท่านั้น และที่ร้ายแรงจากนั้นก็คือ มันจะทำให้คุณเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเรื่อย เพราะอยากได้กลยุทธ์ที่จะทำให้คุณ "พอใจทันที พอใจทุกครั้ง" ซึ่งมันไม่มีอยู่จริง

.

แต่ถ้าโฟกัสที่กระบวนการ มันจะช่วยให้คุณใจเย็น และบริหารจัดการการเทรดของคุณได้ดีขึ้น

วิธีการง่าย ๆ คือ เลือกหน้าเทรด หรือ สัญญาณซื้อแค่ 1-2 แบบพอ

ทุกสัญญาณซื้อมันทำเงินให้คุณได้แน่ เพียงแต่มันไม่ได้กำไรทุกครั้ง

ทุกสัญญาณซื้อ มีจุดอ่อน จุดแข็ง อยู่ในนั้น

เมื่อคุณเข้าใจสัญญาณซื้อได้ดีมากพอ คุณจะเริ่มหใ้ความสำคัญกับกระบวนการมากขึ้นตาม เพราะการเทรดที่ได้กำไรสม่ำเสมอนั้น มันขึ้นอยู่กับ  "การบริหารการเทรด+Position Sizing" ไม่ใช่แค่สัญญาณซื้อ

ถ้าคุณใช้สัญญาณซื้อเยอะ ๆ คุณจะต้องเจอปัญหา Overtrading แน่นอน

.

อ่านเนื้อหาเต็ม ๆ ได้ที่ https://x.com/AsymTrading/status/1793003052770734246

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า