ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

ถ้าคุณเล่นหุ้นเหมือนการทำธุรกิจ-ก็จะได้เงินเหมือนทำธุรกิจ ถ้าคุณเล่นหุ้นเหมือนงานอดิเรก-ก็มีโอกาสขาดทุนซ้ำซาก

นี่คือซีรี่ส์ "Minervini Wisdom" ที่เป็นการเอาคำพูดของพี่มาร์คมาขยายความให้นักเทรดมือใหม่ได้เข้าใจไอเดียได้มากขึ้นนะครับ ซึ่งมีถึง 50++ บทความ ถ้าคุณสนใจอยากอ่านทั้งหมด เข้าไปดูตามลิงค์นี้นะครับ https://www.zyo71.com/search/label/Minervini%20Wisdom

คำพูด "ถ้าคุณเทรดเหมือนการทำธุรกิจ คุณก็จะได้เงินเหมือนทำธุรกิจ ถ้าคุณเทรดเหมือนงานอดิเรก คุณก็ได้เงินเหมือนงานอดิเรก แต่งานอดิเรกไม่ได้เงินหรอก เพราะคุณจ่ายออกมากกว่า" เป็นคำพูดของพี่มาร์ค มิเนอร์วินี ที่อยู่ในหนังสือ "เทรดอย่างพ่อมดตลาดหุ้น" ครับ

แนะนำเลยครับเล่มนี้ เหมาะมากสำหรับนักเล่นหุ้นมือใหม่ ที่ขาดทุนซ้ำซาก แล้วรู้สึกว่า "ฉันไม่ไหวแล้ว...ฉันอยากดีกว่านี้" 

เล่มนี้เหมาะมาก เพราะเขียนโดยนักเทรดที่เริ่มต้น 6 ปีแรกนั้นหมดตัวไป 2 ครั้ง แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขาเรียนรู้วิธีที่จะกลับไปเป็นผู้ชนะ และก็พบวิธีนั้น ซึ่งทำให้เขาร่ำรวยมหาศาลจากการเทรด (ในเล่มบอกหมดครับว่าเขาทำยังไง) ถ้าคุณได้อ่านเล่มนี้ คุณจะได้ทั้งแรงบันดาลใจ กำลังใจ และวิธีการ ซึ่งมีเนื้อหาสาระครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับมือใหม่ผู้ตั้งใจจะเอาดี+จะร่ำรวยจากการเทรด(เล่นหุ้น)ให้ได้ครับ แนวทางที่เขาใช้มันเวิร์คสำหรับตลาดหุ้นบ้านเรา - ถ้าเข้าใจและใช้เป็น (ถ้าไม่เข้าใจ ก็ติดตามงานผมได้ ที่เพจ Zyo Books นะครับ)

กลับมาเข้าประเด็นครับ

"ถ้าคุณเทรดเหมือนการทำธุรกิจ คุณก็จะได้เงินเหมือนทำธุรกิจ ถ้าคุณเทรดเหมือนงานอดิเรก คุณก็ได้เงินเหมือนงานอดิเรก แต่งานอดิเรกไม่ได้เงินหรอก เพราะคุณจ่ายออกมากกว่า" เป็นการเปรียบเทียบระหว่างการเทรด (หรือลงทุนในตลาดทุน) กับการทำธุรกิจและงานอดิเรก ครับ

มันมีความต่างดังนี้ครับ:

**** ต้องออกตัวก่อนนะครับ  ว่าไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ ที่คุณจะเข้ามาเล่นหุ้นแบบงานอดิเรก

เพราะมันเป็นเงินของคุณเอง มันเป็นความสะดวกสบายใจของคุณเอง

ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะอยากจะให้แนวทางสำหรับคนที่ "ทนไม่ไหวจากการขาดทุนซ้ำซาก + อยากจะเทรดได้กำไรสม่ำเสมอ + อยากมีความสุขจากการเล่นหุ้นกว่านี้ + อยากมีกลยุทธ์การเทรดที่ได้กำไรสม่ำเสมอ + อยากได้แนวคิดผู้ชนะว่าเขาทำยังไง + อยากจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ให้ได้ ฯลฯ" ได้ไอเดียไปทำความเข้าใจและหาข้อมูลต่อนะครับ

การเทรด(เล่นหุ้น)เหมือนการธุรกิจ:

- **การมองเทรดเป็นธุรกิจ**: เทรดหุ้นถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเงินที่มีวัตถุประสงค์หลักในการทำกำไร

- **การวางแผนและการดำเนินงาน**: เหมือนกับการทำธุรกิจที่ต้องมีการวางแผน การวิเคราะห์ และการดำเนินงานเพื่อให้ได้กำไร

- **การคาดการณ์และการควบคุมความเสี่ยง**: คล้ายกับการทำธุรกิจที่ต้องมีการประเมินและการควบคุมความเสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

**10 ลักษณะของการเล่นหุ้นแบบทำธุรกิจ

การเล่นหุ้นแบบทำธุรกิจมีลักษณะที่เน้นการดำเนินกิจกรรมในตลาดทุนเพื่อทำกำไรอย่างมีเหตุผลและยั่งยืน 

นี่คือ 10 ลักษณะของการเล่นหุ้นแบบทำธุรกิจ:

1. **การวางแผนและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ**: นักลงทุนทำการวิเคราะห์หุ้นอย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ซึ่งรวมถึงการศึกษาข้อมูลทางการเงินและประวัติศาสตร์ของบริษัท

2. **การเลือกหุ้นที่มีความน่าสนใจ**: การเล่นหุ้นแบบทำธุรกิจมักจะเน้นการเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตและมีความน่าสนใจตามโอกาสธุรกิจ

3. **การรับผลตอบแทนในระยะยาว**: นักลงทุนมุ่งหวังในการรับผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้น

4. **การควบคุมความเสี่ยง**: การคำนึงถึงความเสี่ยงและการใช้เครื่องมือการบริหารจัดการความเสี่ยง เช่น การตั้ง Stop Loss เพื่อป้องกันการขาดทุน

5. **การรับรู้และการใช้ข้อมูลตลาด**: การรับรู้ข้อมูลตลาดและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในการตัดสินใจการลงทุน

6. **การทำการศึกษาเพื่อเรียนรู้**: การเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นและการทำธุรกิจในตลาดทุนเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ

7. **การสร้างพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย**: การกระจายการลงทุนในหลายบริษัทและสายงานเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

8. **การมองเห็นโอกาสในตลาด**: การระบุและนำเสนอโอกาสในตลาดทุน รวมถึงการตระหนักถึงโอกาสที่มาพร้อมกับความเสี่ยง

9. **การมีแผนธุรกิจยาวระยะ**: การสร้างแผนการลงทุนที่เน้นความยาวระยะ และการปรับแผนตามเปลี่ยนแปลงของตลาดและสภาพเศรษฐกิจ

10. **การมีความต่อเนื่องและมุ่งมั่น**: การมีความมุ่งมั่นและมุ่งหวังที่จะพัฒนาพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในระยะยาวโดยการทำธุรกิจในตลาดทุน

การเทรด(เล่นหุ้น)เหมือนงานอดิเรก:

- **การมองเทรดเป็นงานอดิเรก**: บางครั้งนักลงทุนทำเทรดหุ้นเป็นงานอดิเรก หรือกิจกรรมที่ทำเพื่อความสนุกสนานหรือใช้เวลาว่าง

- **ขาดการวางแผนและวิเคราะห์**: คนบางคนอาจจะไม่ทำการวางแผนหรือวิเคราะห์อย่างรอบคอบก่อนที่จะเริ่มเทรด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงขาดทุนมากขึ้น

- **การมีการตัดสินใจแบบจิตใจหรืออารมณ์**: บางครั้งนักลงทุนอาจตัดสินใจซื้อหรือขายโดยใช้อารมณ์หรืออิทธิพลจากสถานการณ์ ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ

10 ลักษณะของการเล่นหุ้นแบบงานอดิเรก

แนวคิดในการเล่นหุ้นแบบงานอดิเรกมีลักษณะที่แตกต่างจากการเทรดหุ้นเป็นธุรกิจ 

โดยมักจะเน้นความสนุกสนานและความตื่นเต้นมากกว่าการทำกำไรเป็นหลัก 

นี่คือ 10 ลักษณะของการเล่นหุ้นแบบงานอดิเรก:

1. **ขาดการวางแผน**: นักลงทุนอาจไม่จำเป็นต้องทำการวิเคราะห์หุ้นหรือวางแผนการเทรดล่วงหน้าอย่างรอบคอบ มักจะซื้อหุ้นโดยใช้อารมณ์หรือสมมติฐาน

2. **พูดถึงหุ้นอย่างไม่เป็นระเบียบ**: การสนทนาเกี่ยวกับหุ้นอาจเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ทางการเงินหรือข้อมูลข่าวสาร

3. **เล่นด้วยเงินที่สามารถขาดเสียได้**: การลงทุนเพื่อความสนุกสนานและความตื่นเต้นอาจทำให้นักลงทุนใช้เงินที่ไม่สำคัญมากกว่า

4. **ไม่ใช้กฎเกณฑ์หรือกลยุทธ์ที่ชัดเจน**: การเล่นหุ้นอาจไม่มีกฎเกณฑ์หรือกลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจน เป็นไปตามอารมณ์หรือสมมติฐาน

5. **มีการลงทุนในหุ้นที่เป็นที่รู้จักเท่านั้น**: การเล่นหุ้นอาจจำกัดอยู่เฉพาะการลงทุนในหุ้นที่เคยได้ยินชื่อเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงการวิเคราะห์หรือการศึกษาเพิ่มเติม

6. **มีการรับผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน**: การเล่นหุ้นแบบงานอดิเรกมักมีการรับผลตอบแทนที่ไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงสูง

7. **การตัดสินใจโดยใช้อารมณ์**: การตัดสินใจในการเลือกซื้อหุ้นอาจส่งผลมาจากอารมณ์หรือความตื่นเต้นต่อสถานการณ์

8. **ไม่มีการตั้ง Stop Loss**: นักลงทุนอาจไม่ใช้การตั้ง Stop Loss เพื่อป้องกันการขาดทุน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการจัดการความเสี่ยง

9. **ความเชื่อในโชคชะตา**: การเล่นหุ้นแบบงานอดิเรกอาจมีความเชื่อในโชคชะตาหรือการสวมโชคชะตามากขึ้น

10. **ไม่มีการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ**: นักลงทุนอาจไม่มีการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรดหุ้นหรือการวิเคราะห์ทางการเงิน เน้นการสนุกสนานมากกว่าการพัฒนาทักษะการเทรด

การเล่นหุ้นแบบงานอดิเรกมักจะเน้นความสนุกสนานและความตื่นเต้น แต่มักมีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสขาดทุนมากขึ้น การเล่นหุ้นแบบนี้ไม่เหมาะสมสำหรับการลงทุนที่มุ่งหวังในผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาว

แตกต่างระหว่างการทำธุรกิจและงานอดิเรก:

- **การทำธุรกิจ** มักจะมีเป้าหมายในการทำกำไรและเติบโตในระยะยาว และมักจะมีการวางแผนและการจัดการอย่างรอบคอบ

- **งานอดิเรก** อาจไม่มีเป้าหมายทางการเงินหรือเป้าหมายในการเติบโต และมักจะเน้นความสนุกสนานและความพอเพียงในเวลาว่าง

### สรุป:

การเทรดหุ้นเป็นกิจกรรมทางการเงินที่มีลักษณะเฉพาะตน เราสามารถมองได้เหมือนการทำธุรกิจหรืองานอดิเรก การมีการวางแผน การคาดการณ์และการควบคุมความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามีโอกาสในการทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพครับ

***แนะนำแหล่งความรู้ฟรี ๆ สำหรับมือใหม่

*** คลังความรู้การเทรดออนไลน์ ชมฟรี 1000++ คลิป เหมาะสำหรับนักเล่นหุ้นมือใหม่มากที่สุดครับ

https://www.zyo71.com/p/index-of-zyo.html

*** (อ่านฟรี!) คลังความรู้เรียนเทรดหุ้น 600 ++ บทความ

https://www.zyo71.com/p/index.html

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน