ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

 

ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่:

1. กลัวการสูญเสีย

2. ต้องถูกเสมอ

3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป

- Peter Brandt

.

การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้

.

1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:

    - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน

    - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

.

2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:

    - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์

    - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่จะถูกเสมอทำให้นักเทรดไม่สามารถปรับตัวตามตลาดได้ ซึ่งเป็นการขัดขวางความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ซึ่งจำเป็นในการรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาด การยึดติดกับมุมมองที่ผิดพลาดสามารถนำไปสู่การขาดทุนมากขึ้น

.

3. **การใช้เลเวอเรจมากเกินไป (Becoming Over-Leveraged)**:

    - **สาเหตุ**: เลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุน การใช้เลเวอเรจมากเกินไปเป็นการเพิ่มขนาดของการลงทุนโดยใช้เงินที่ยืมมา ซึ่งทำให้นักเทรดมีความเสี่ยงสูงขึ้น

    - **ผลกระทบ**: การใช้เลเวอเรจมากเกินไปทำให้นักเทรดสามารถขาดทุนมากกว่าที่ลงทุนจริง ๆ ได้ ถ้าตลาดเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ การขาดทุนจากการใช้เลเวอเรจอาจส่งผลกระทบต่อการเงินอย่างรุนแรงและทำให้นักเทรดต้องออกจากตลาด

.

**สรุป**: ความกลัวการขาดทุน ความต้องการที่จะถูกเสมอ และการใช้เลเวอเรจมากเกินไป เป็นศัตรูหลักของนักเทรดเพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบและขาดการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี การเข้าใจและการบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่นักเทรดต้องทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการซื้อขาย





7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

VCP หรือ Volatility Contraction Pattern

สรุปหนังสือ The Perfect Speculator