Posts

Sadhguru : คุณไม่จำเป็นต้องเลี่ยงความโกรธ

คุณไม่จำเป็นต้องเลี่ยงความโกรธ เพราะความโกรธ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน คุณกลายเป็นคนโกรธ แค่คุณคิดว่าความโกรธนั้น มันไม่มีตัวตน เพราะความโกรธ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจริง ๆ  คุณสร้างมันขึ้นมาจากมโน ดราม่า จากสมอง  เวลาที่คุณโกรธ คุณพอใจตัวเองมั้ย ไม่พอใจแน่ คนอื่นก็ไม่พอใจด้วย วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เมื่อคุณโมโห คุณได้กระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารพิษให้แก่ตนเอง ด้วยความโกรธ เมื่อรู้แบบนี้ ทำไมคุณยังคงวางยาพิษให้ตนเอง? มันไม่ใช่การมีสติสัมปชัญญะเลย คุณกำลังทำให้ตัวเองไม่สบายใจ เพราะว่าจิตใจของคุณไม่รับคำสั่งจากคุณ ใช่มั้ย เพราะถ้ามันรับฟัง ท่านก็ต้องมีความสุข แต่ในเมื่อคุณอยากสงบ ร่างกายก็ดันโกรธ ไม่รับคำสั่ง ถ้าใจไม่ยอมรับคำสั่งอีกต่อไป คุณต้องให้ความใส่ใจ ให้มากขึ้น ทำความเข้าใจว่าทำไมมันดื้อ เพราะความโกรธไม่ได้นั่งอยู่ที่นั่น และเข้ามาหาคุณ คุณเริ่มโกรธ คุณก็เริ่มไม่มีความสุข กลายเป็นทุกข์ ปกติมนุษย์ คือ ถ้าฉันดี ทุกสิ่งรอบตัวก็จะดี มนุษย์ผิดปกติคือ ถ้าสิ่งรอบตัวแย่ ฉันก็แย่ด้วย เราไม่ควรปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมีอิทธิพลขนาดนั้น จิตสำนึกของมนุษย์ควรสร้างสถานการณ์  อย่าปล่อยให้สถานการณ์สร้างจิตสำ

ทุกข์ ของนักเทรด เหตุการณ์ - ตีความ/ปรุงแต่ง - อารมณ์สุข/ทุกข์ - การกระทำ(มือลั่น)

Image
ทุกข์ ของนักเทรด เหตุการณ์ - ตีความ/ปรุงแต่ง - อารมณ์สุข/ทุกข์ - การกระทำ(มือลั่น) เราทุกข์เพราะความคิด มากกว่าความจริง หลงตามความคิด ขาดสติ มือลั่น เสียใจทีหลัง พื้นฐานตัวรอด 3 อย่างของสมองก็ทำให้คุณต้องมีความทุกข์ด้วย - แยกสิ่งที่ในความเป็นจริงเชื่อมโยงกันอยู่ออก (แต่มันไม่มีทางแยกกันได้ขาด) - พยายามทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอคงที่ (แต่ปัญหาคือทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปลงตลอด) - ยึดติดอยู่กับความเพลิดเพลินที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว(แต่สุข/พอใจก็จะไม่ยืนยาว) และพยายามหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด (แต่มันก็จะมาอยู่เรื่อย ๆ หนีไม่พ้น) นักเทรด มีทุกข์เดียว คือ ทุกข์ทางใจ ทุกข์ที่เกิดจากการปรุงแต่งของใจ ทุกข์ทางใจทั้งหมดล้วนมีต้นเหตุมาจาก ความโลภ อยากได้อีก ความโกรธ ไม่ถูกใจ คิดว่าไม่แฟร์ และความยึดมั่นถือมั่น กำไรเท่านั้นเป็นของฉัน ความทุกข์จากการประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักที่พอใจ ขาดทุน ความทุกข์จากการพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจ ขายหมู ทุกข์จากการไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนา ขาดทุน ซื้อไม่ทัน ทุกข์จากความกลัว กลัวไม่ได้ขาย/ไม่ได้ซื้อ ทุกข์จากความกังวลใจ กลัวเกิดเรื่องร้าย ในอนาคต ความคับแค้น

การพิจารณาไตร่ตรองความทุกข์ มีอะไรบ้าง ลักษณะเป็นอย่างไร

การไตร่ตรองความทุกข์  แปลจากหนังสือ Your mind is your teacher) ความทุกข์มีสองประเภทหลัก ๆ คือ ทางกายและทางใจ แม้ว่าเรามักจะประสบกับความทุกข์ทั้งสองแบบผสมกัน โดยกลุ่มหนึ่งจะเข้มแข็งกว่า   พื้นฐานของปัญหาทางจิตส่วนใหญ่คือ six root kleshas (ที่กล่าวถึงในบทที่ 8) ได้แก่ ความเขลา (ความไม่รู้ถึงความเป็นจริง) ความปรารถนา (การยึดติด) ความโกรธ ความจองหอง ความสงสัย และความเห็นผิด นอกจากนี้ยังมี kleshas ย่อยอีก 20 แห่ง ขั้นแรกในการดับทุกข์คือการรู้ว่าเราทุกข์อย่างไรและทำไม การไตร่ตรองสามารถช่วยเราระบุและเข้าใจสาเหตุของความทุกข์ หากเราไม่ทราบสาเหตุ การกระทำเพื่อความสุขอาจนำไปสู่ความทุกข์มากขึ้น ความทุกข์เป็นคำทั่วไปสำหรับสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายและสูญเสียความสงบสุข   ทุกข์มีหลายรูปแบบ—ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ไม่มีใครมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรือง่ายเสมอไป และสิ่งนี้จำเป็นต้องได้รับการยอมรับ แต่ความทุกข์หลายด้านสามารถเปลี่ยนแปลงหรือขจัดออกไปได้ผ่านการไตร่ตรอง   ในระหว่างการสำรวจความทุกข์นี้ พยายามแสดงบทบาทแปลก ๆ ที่ใจดีและอยากรู้อยากเห็นซึ่งสนใจอยากรู้จักคุณอย่างแท้จริง การจัดระเบียบ

ตัวอย่างการพิจารณา ขันธ์ทั้ง 5 เพื่อหา ตัวตน/ตัวฉัน ว่ามีอยู่จริงหรือไม่

Image
ตัวอย่าง “การพิจารณากาย” ให้ใช้ขันธ์ทั้งห้าเพื่อพิจารณา “ตัวเอง”:  (แปลจากหนังสือ Your mind is your teacher) รูปร่าง form :  สัมผัสร่างกายของคุณเช่นเดียวกับที่คุณทำในการไตร่ตรองร่างกาย ให้ถามตัวเองว่า ร่างกายนี้เป็น "ตัวฉันเอง" หรือเปล่า? จะหา "ตัวเอง" ได้ที่ไหนบ้าง? ฉันอยู่ในอ้อมแขนหรือขาของฉัน? ใบหน้าหรือหัวของฉัน? หน้าอกของฉัน? ถ้าฉันสูญเสียแขนหรือขา จะมี "ฉัน" อยู่ในแขนขาที่แยกออกมาหรือไม่? ร่างกายนี้เป็นของ "ฉัน" หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันเป็นใคร นอกจากร่างกาย "ของฉัน" สรุป: ร่างกายของฉันคือกลุ่มของส่วนต่างๆ ไม่มีส่วนใดที่เป็น "ตัวฉันเอง" การรับรู้ perception: “ฉัน” อยู่ในแนวคิดของฉันหรือในสิ่งที่ฉันเชื่อ? ถ้าฉันเปลี่ยนความเชื่อล่ะ? ถ้าอย่างนั้น "ฉัน" จะกลายเป็นฉันคนอื่นหรือไม่? ความคิดเห็นของคนอื่นเกี่ยวกับฉันเป็นส่วนหนึ่งของ "ฉัน" หรือไม่? สรุป: ไม่พบ "ฉัน" ในความเชื่อ แนวคิด และความคิดเห็น การก่อตัวของจิต Mental formations : ชื่อของฉันเป็นส่วนหนึ่งของ "ฉัน" จริง ๆ

5 Koshas พื้นฐาน พิจารณาว่า ร่างกาย จิตใจ ไม่ใช่ตัวคุณ ของคุณ

Image
ถ้าใครให้ความสนใจในเรื่องวิปัสสนา คงเคยได้ยินพระอาจารย์บอกว่า เป้าหมายของการวิปัสสนาก็เพื่อให้รู้ความจริงว่า "ร่างกาย ไม่ใช่ของเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา" เพื่อที่จะได้สลัดการยึดมั่นถือมั่นในร่างกายและจิตใจออกไปให้ได้หมดสิ้น พูดง่าย แต่ทำได้ยาก เพราะว่าความจริงนั้น เราทำใจให้เชื่อยากจริง ๆ ถ้าไม่ได้ปฏิบัติ พิจารณา ติดตามดู จนพบว่า มันไม่ใช่ของเรา/ตัวเราจริง ๆ ดังที่ท่านว่า ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าพระอาจารย์พูดจริงนะ แต่ยังไม่สามารถเชื่อได้ 100% เพราะยังมีอัตตาฝังอยู่ลึก จนยากที่จะลอกออกไปได้หมดสิ้น จึงต้อง หาความรู้เพิ่มเติม มาช่วยขจัดความเข้าใจผิด ที่อัตตาได้ฝังลึกนั้นออกไป ก็ไปเจอ แนวคิดเรื่อง 5 Koshas ที่สอดคล้องกันมาก (จากบทความที่ชื่อ  5 Koshas and 3 Body’s h ttps://vedantaandscience.com/?p=639 ) แนวความคิดของ 5 Koshas (kosha แปลว่า เปลือก หรือ ฝัก) โคชาทั้ง 5 ถูกเปิดเผยครั้งแรกในคัมภีร์ Taittiriya Upanishad ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล คัมภีร์นี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์โดยละเอียดของโคชาทั้ง 5 ที่ได้จากปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลับตาและทำสมาธิมองหาแกนในสุ

ชีวิต คือ ความไม่มั่นคง

Image
Sadhguru : ชีวิต คือ ความไม่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องตายในวันข้างหน้า คุณจะเลือกตายอย่างมีความสุข หรือ ด้วยน้ำตา? คุณเท่านั้นที่สามารถเลือกได้ คุณเกิดมาตัวเปล่า จึงไม่มีอะไรที่คุณขาดทุนเลยแม้แต่น้อย คุณมีแต่ได้กับได้ คุณมา แล้วก็จะไปในไม่ช้า สิ่งอื่นก็เหมือนกัน จงมีความสุขกับชีวิตให้มากที่สุด อย่ามีชีวิตอยู่เพื่อเลี่ยงชีวิต แต่จึงมีชีวิตอยู่เพื่อใช้ชีวิต รับประสบการณ์ที่ชีวิตมอบให้ ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นคง แสดงว่าคุณปฏิเสธชีวิต คุณไม่ต้องคาดหวังความมั่นคง เพราะมีความมั่นคง รออยู่แล้ว คือ ความตาย ความมั่นคงเดียวของชีวิตคุณ คือ ความตาย ระหว่างการมีชีวิตอยู่ของคุณ ล้วนไม่มั่นคงทั้งสิ้น

จิต คือความคิด ไม่ใช่วิญญาณ

Image
จิต คือความคิด ไม่ใช่วิญญาณ จิตสับสนได้ แต่วิญญาณไม่เคยสับสน จิตที่สับสน เป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติของจิต มันเป็นความฉลาดของจิต เพราะมีชีวิต คุณจึงคิด แต่คนส่วนใหญ่ ปล่อยให้ความฟุ้งซ่านครอบงำ นำชีวิต ใครที่โฟกัสความคิดได้ เขาจะมีความสุข จิตชอบนินทา ชอบดูชีวิตคนอื่น อย่าต่อต้าน อย่าขัดขวาง อย่าเป็นทุกข์ แต่จงใช้ประโยชน์ ด้วยการบริหารจัดการมันให้ดี แล้วจิตจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ติดตาม อย่าต่อต้าน ถ้าเกิดความกังวล แสดงว่าจิตต้องการปกป้องตนเอง ต้องกลั่นกรองอย่างระมัดระวัง อย่าได้ทำร้ายตนเอง

วิธีควบคุม ความคิดและอารมณ์หงุดหงิด เคียดแค้น

Image
อย่าพยายามต่อต้านความคิดและอารมณ์ที่บีบบังคับ แต่จงทำเพียงแค่สังเกต . สิ่งที่คุณคิด จะเป็นสิ่งที่คุณรู้สึก ถ้าอารมณ์ยังไม่จบ ความคิดจะวนเวียนอยู่ที่นั่น ความคิด นั้น คล่องตัว วันนี้ชอบ วันพรุ่งอาจเกลียดได้ แต่อารมณ์ ไม่ว่องไวเท่าความคิด ต้องใช้เวลา . อย่าพยายามต่อต้านความคิด เช่น ฉันไม่อยากนึกถึงคน ๆ นี้เลย มันจะแปลความหมายว่า เขาจะเป็นคน ๆ เดียวที่ฉันจะนึกถึงตลอดไป ดังนั้น เมื่อเกิดความคิดและอารมณ์กระตุ้น สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือ แค่เฝ้ามอง มองในแบบที่มันเป็น อย่าพยายามต่อต้าน ยิ่งต้านมันยิ่งโตทวีคูณ ความคิด ไม่มีลบและหาร มันมีแค่บวกและคูณ! ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องการทำก็คือ ทำความเข้าใจว่า ความคิดและอารมณ์ เป็นเพียงการรีไซเคิลข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจำได้ แค่ความทรงจำสังเกตได้เล็กน้อย จากนั้นความคิดก็จะทะลักเข้ามาเรื่อย ๆ คุณควรมองมันห่าง ๆ เท่านั้นพอ รักษาระยะห่างเอาไว้ มันเหมือนกับตอนที่คุณ กำลังเดินทางไปสนามบิน ตอนอยู่บนถนน รถติด คุณรู้สึกอึดอัด แต่พอขึ้นอยู่บนเครื่องบิน มองลงไปยังท้องถนนที่รถติด มุมมองของคุณเปลี่ยนไปเป็นเห็นว่า ภาพรถติดก็สวยดีนะ หัวใจคือ ระยะห่าง รถติด

Sadhguru : วิธีเอาชนะการตัดสินคนอื่น และการวิจารณ์ของคนอื่น

Image
วิธีเอาชนะการตัดสินของคนอื่น การตัดสินคนอื่น เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เป็นธรรมชาติของความคิด อีโก้ มันเป็นอัตโนมัติ ที่มนุษย์ไม่รู้ตัว มันมักจะมาจาก การเปรียบเทียบกับตนเองเสมอ เขามีปม จึงเลือกโฟกัส และตัดสินไป คุณต้องรู้ว่า ความคิด ไม่ใช่ของคุณ ความคิดคุณ ได้แรงบันดาลใจ มาจาก ของคนอื่น แน่นอนว่า มันไม่ใช่ของคุณ อย่ายอม อย่าปล่อยให้มันเป็นของคุณเด็ดขาด ที่ความคิด ชอบฟัง ความเห็น สังเกตปฏิกิริยาของคนอื่น เพื่อค้นหาว่า เรากำลังทำอะไรที่ผิดพลาดไปหรือเปล่า เพื่อจะหาทางแก้ไขเท่านั้น ถ้าคุณมีสติ มีความสามารถในการแยกแยะ ว่าสิ่งนั้นมันไม่ใช่ของคุณ (อดีต) และอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด การตัดสินต่าง ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้อีกต่อไป

เป้าหมายของการภาวนา วิปัสนา เพื่อบรรลุและเข้าใจธรรมชาติชีวิต

เป้าหมายของการภาวนา วิปัสนา เพื่อบรรลุและเข้าใจธรรมชาติชีวิต รู้ให้แจ้งว่า ร่างกาย ไม่ใช่ตัวเราของเรา ร่างกาย เป็นแค่เรือ ที่พาเราไปสู่ฝั่งบรรลุ ความคิด ไม่ใช่ตัวเราของเรา ความคิด เป็นแค่การนำเสนอข้อมูลจากสมอง อารมณ์ ไม่ใช่ตัวเราของเรา อารมณ์ เป็นแค่การนำเสนอข้อมูลจากสมอง ความรู้สึกต่าง ๆ ไม่ใช่ตัวเราของเรา ความรู้สึก เป็นแค่การนำเสนอข้อมูลจากสมอง ความเจ็บ ไม่ใช่ตัวเราของเรา ความเจ็บ เป็นแค่การนำเสนอข้อมูลจากสมอง คนส่วนใหญ่ ไม่เชื่อ 95% น้อยคนที่เชื่อ 5% ถ้าไม่ปฏิบัติ จะเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ต้องปฏิบัติ และสังเกตตนเอง ให้นานพอ จนเห็นความจริง ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถึงจะเชื่อ 100% เมื่อเชื่อ 100% = บรรลุ รู้แจ้ง ตัดทุกอย่าง ให้เหลือเพียง ลมหายใจ นั่นคือ ตายเป็น ก่อน ตายจริง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

13 เทคนิคปั้นพอร์ตเล็ก ให้โตไว