Posts

ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

เคล็ดลับของการเป็นนักเทรดที่ยอดเยี่ยม คือการย้ายโฟกัสจาก “ผลลัพธ์” ไปเป็น “กระบวนการ”

Image
เคล็ดลับของการเป็นนักเทรดที่ยอดเยี่ยม คือการย้ายโฟกัสจาก “ผลลัพธ์” ไปเป็น “กระบวนการ” หากคุณโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ (เงิน)...กระบวนการของคุณจะได้รับผลกระทบ(แทรกแซง)  แล้วผลลัพธ์ก็จะได้รับผลกระทบ(แย่)ตามด้วย คุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับสนามได้….หากเอาแต่จ้องสกอร์บอร์ด  จงตั้งใจทำกระบวนการให้ดีที่สุดและผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจะตามมาเอง - Mark Minervini . ถือเป็นแนวคิดที่เน้นให้ความสำคัญกับกระบวนการในการทำงานมากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย มันสะท้อนถึงปรัชญาที่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำงานให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาเองหากคุณมีการทำงานที่มีคุณภาพและเป็นระบบ . ขยายความแนวคิดนี้ 1. **กระบวนการ (Process)**:     - กระบวนการคือขั้นตอนและวิธีการที่คุณใช้ในการทำงานหรือการตัดสินใจ     - ตัวอย่างเช่น ในการซื้อขายหุ้น กระบวนการรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การเลือกหุ้นที่มีศักยภาพ การระบุราคาที่จะขายตัดขาดทุนและเก็บกำไรล่วงหน้า และการจัดการความเสี่ยง     - หากคุณมุ่งมั่นทำตามกระบวนการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การตัดสินใจในการซื้อขายของคุณจะมีพื้นฐานที่มั่นคงและมีโอกาสที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี . 2. **ผลลัพธ

ชวนดูกราฟหุ้น 52 Week High ไทย ครึ่งปี SET ลบร้อยจุด เม่านักพนันวอดวาย เจียนตาย หุ้น 52 Week high สบายดีมั้ย

Image
  52 Week High Breakout Trading Strategy (อ่านได้จากหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" , "หุ้นวิ่งสวิงเทรด", "ศาสตร์และศิลปะการปั้นพอร์ต") ๑) ไม่ได้เชียร์ ชวนทำการบ้านหาหุ้นเท่านั้น ๒) อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้น  False breakout ได้เสมอ มองในมุมความน่าจะเป็นเสมอ ๓) ไม่มีอะไรที่ตรงตามทฤษฏี 100% ขาดทุนได้เสมอ ๔) แม่นยำ 50-50 ก็เพียงพอแล้ว ๕) Exit + Position sizing + Trading Management สำคัญกว่า Entry ๖) ต้องรอด+รักษาเงินต้น คือเป้าหมายแรกของการเทรด ๗) Holy Grail = Positive Expectancy = (avg gain * win %) - (avg loss * loss %) ไม่สำคัญว่าจะถูกกี่ครั้งผิดกี่ครั้ง แต่สำคัญที่ว่าเมื่อคิดถูกคุณได้มากแค่ไหน และเมื่อคิดผิด คุณเสียน้อยแค่ไหนต่างหาก หุ้นที่คุณคิดถูก(กำไร)ต้องมีเงินเดิมพันเยอะ ๆ หุ้นคิดผิดมีเงินในนั้นน้อยที่สุด การบริหารเงินทุน คือ กุญแจสำคัญ!! ** เคล็ดลับคือ ซื้อไม้แรกน้อย ถ้ามันไม่ขึ้น ก็ไม่ต้องซื้อเพิ่ม รอตัดขาดทุน ไม่กำไรไม่ซื้อเพิ่ม ถ้ามันวิ่งขึ้น จึงซื้อเพิ่มตามความเหมาะสม ให้มีเงินลงทุนสูงกว่าไม้แรกหลายสิบเท่า ๘) กฎทองคำของการเทรดคือ “Cut your loss sh

"เสียงโหยหวนจากห้องสินธร" บทแรกของ eBook: Edge ความได้เปรียบทางการเทรดสำหรับมือใหม่

Image
บทความนี้ มาจากบทแรกของ eBook:  Edge ความได้เปรียบทางการเทรดสำหรับมือใหม่ เล่มนี้เผยแพร่ไปเมื่อ 11 ตุลาคม 2566 แต่ช่างบังเอิญ ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันมากครับ เพราะดัชนีลงต่อเนื่องทั้งเดือน เม่าที่ห้องสินธรร้องระงม เรียกร้องให้ทางการเข้ามาอุ้มตลาดหุ้น บ้างก็โทษ กลต ที่ไม่ยอมทำอะไร บ้างก็โทษมาตรการ Short sell บ้างก็โทษฝรั่งที่ขายไม่หยุด บ้างก็โทษรัฐบาล ฯลฯ ทุกคนโทษใครทุกคนที่ไม่ใช่ตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "ไม่มีแผนการเทรดเอง" ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "เล่นหุ้นแบบตามมีตามเกิด" ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "เล่นหุ้นโดยไม่มีความได้เปรียบ" แต่เม่ามือสมัครเล่น ไม่เคยนึกโทษตัวเองเลย ซึ่ง ถ้าเม่าผู้แพ้ไม่กลับมาปรับปรุงตนเอง อีกไม่นานก็ต้องหมดตัวหมดใจออกไปจากตลาดแน่นอน ถ้าท่านไม่อยากเป็นคนส่วนใหญ่ที่โหยหวนตามการลงต่อเนื่องของดัชนี แนะนำให้อ่านอีบุ๊คเล่มนี้ครับ รับรองกระจ่าง และเห็นแนวทางปรับปรุงตนเองแน่นอน "ถ้าคุณเคยผ่านหรือเป็นสมาชิกประจำของห้องสินธร ต้องเคยผ่านตากับกระทู้ใจความประมาณนี้

Stop Loss ไม่ใช่แค่เรื่องของ กี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ตัดยังไง ตัดแบบไหน แต่ควรเป็นเรื่องของ "ทำไมต้องตัดขาดทุน"

Image
ตัดขาดทุน ไม่ใช่แค่เรื่องของ กี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ตัดยังไง ตัดแบบไหน แต่ควรเป็นเรื่องของ "ทำไมต้องตัดขาดทุน"  เพราะ  ๑) เราเทรดตามความเชื่อส่วนตัว/อคติเฉพาะตัว ถ้าคุณเทรดด้วยความเชื่อว่า การเทรดช่วยให้คุณรวยไว มีสูตรสำเร็จ คุณจะตัดขาดทุนได้ยาก เพราะเจตนาสวนทางกัน ๒) ถ้าอยากตัดขาดทุนได้ง่าย ต้องเปลี่ยนความเชื่อใหม่ ว่า - คุณคิดผิดได้ตลอด และ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้น - รู้ไวและยอมรับได้ไว ว่าเมื่อไหร่ที่คิดผิด - หุ้นทุกตัวน่าระแวงหมด - หุ้นที่วิ่งขึ้น = หุ้นดี - หุ้นที่วิ่งลง = หุ้นแย่ (ไม่เกี่ยวกับพื้นฐาน) ๓) Position Sizing คือเคล็ดลับ - มีเงินเดิมพันเยอะในผู้ชนะ น้อยมากในผู้แพ้ - ตัวอย่างง่าย ๆ คุณมีหุ้น A เป็นผู้แพ้ ติดลบ7%  กับหุ้น B เป็นผู้ชนะ บวก 5%  ถ้าดูแค่เปอร์เซ็นต์ จะเป็นว่าแทบไม่ต่างกัน แต่ถ้าคุณ position sizing เป็น โดยให้หุ้นผู้แพ้ยังคงมีเงินเดิมพันแค่ 1,000 บาท แต่ผู้ชนะมีเงินเดิมพัน 50,000 บาท  ความต่างชัดเลย เพราะหุ้น A คุณเสียแค่ 70 บาท หุ้น B คุณได้กำไรแล้ว 500 บาท ตัดขาดทุนเสียเงิน 70 บาท ง่ายกว่า 7,000 บาทแน่นอน การรู้จักบริหารเงินทุน คือ ตัวเปลี่ยนเกม ๔

การจะทำกำไรจากหุ้นได้นั้น คุณต้องตัดสินใจให้ถูก 3 ข้อ

Image
การจะทำกำไรจากหุ้นได้นั้น คุณต้องตัดสินใจให้ถูก 3 ข้อ นั่นคือ ซื้ออะไร , ซื้อเมื่อไหร่ และ ขายเมื่อไหร่ แม้การตัดสินใจของคุณไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แต่ก็จะทำให้คุณเฉลียวฉลาดขึ้น ประโยคที่กล่าวว่า "การจะทำกำไรจากหุ้นได้นั้น คุณต้องตัดสินใจให้ถูก 3 ข้อ นั่นคือ ซื้ออะไร , ซื้อเมื่อไหร่ และ ขายเมื่อไหร่ แม้การตัดสินใจของคุณไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แต่ก็จะทำให้คุณเฉลียวฉลาดขึ้น" สามารถขยายความและเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ดังนี้: ### ขยายความ 1. **ซื้ออะไร**:    - **การเลือกสินทรัพย์ (What to buy)**: หมายถึง การตัดสินใจเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์ที่ต้องการลงทุน สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และวิจัยเพื่อหาหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตหรือมีมูลค่าที่ดี    - การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เช่น กำไรสุทธิ, ยอดขาย, การบริหารงาน, ภาวะเศรษฐกิจ, และแนวโน้มอุตสาหกรรม 2. **ซื้อเมื่อไหร่**:    - **การเลือกเวลาซื้อ (When to buy)**: หมายถึง การตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสมในการซื้อหุ้น การจับจังหวะที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหรือมีโอกาสที่จะขึ้นในอนาคต    - การวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น แนวรับแนวต้าน, ดัชนีชี้นำ, และกราฟราคาหุ้

จงสนุกกับการลงทุนและศิลปะการเก็งกำไร มุ่งความสนใจไปที่จะเป็นนักเทรดหุ้นที่เก่งสุด แล้วเงินจะตามมาเอง

Image
คนที่สนุกกับการลงทุนและศิลปะการเก็งกำไร  สามารถจะเรียนรู้เทคนิคและวินัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในตลาดหุ้นได้ ขอให้มุ่งความสนใจไปที่จะเป็นนักเทรดหุ้นที่เก่งสุด แล้วเงินจะตามมาเอง สิ่งสำคัญคือ ให้ความหลงไหลขับเคลื่อนนำคุณไป ผมลองให้ AI ที่ suno ทำเพลงให้ เนื้อเพลงเป็นคำพูดของพี่ Mark Minervini The greatest success came when I finally decided to forget about the  money and concentrate on being the best trader I could be. Then the  money followed. ลองฟังดูครับ ประโยคที่ว่า "คนที่สนุกกับการลงทุนและศิลปะการเก็งกำไร สามารถจะเรียนรู้เทคนิคและวินัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในตลาดหุ้นได้ ขอให้มุ่งความสนใจไปที่จะเป็นนักเทรดหุ้นที่เก่งสุด แล้วเงินจะตามมาเอง สิ่งสำคัญคือ ให้ความหลงไหลขับเคลื่อนนำคุณไป" มีความหมายและสามารถขยายความและเปรียบเทียบได้ดังนี้: ### ขยายความ 1. **คนที่สนุกกับการลงทุนและศิลปะการเก็งกำไร**:    - คนที่มีความสนใจและความหลงไหลในด้านการลงทุนและการเก็งกำไรจะมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของตนเอง    - ความสนุกและความหลงไหลทำให้กระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนเป็นเรื่องที่น่า

กฎสองต่อหนึ่ง ของพี่มาร์ค สะท้อนสุดยอด Poition Sizing Mindset

Image
กฎสองต่อหนึ่ง หากจากหุ้นหกตัวที่คุณถืออยู่  - มีหุ้น 4 ตัวที่คุณได้กำไรและกำลังไปได้ดี แต่มี 2 ตัวที่กำไรน้อยหรือขาดทุนและทำตัวแย่ . นี่อาจถึงเวลาที่ต้องจัดสรรเงินทุนใหม่ วิธีการก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องขายสองตัวที่แย่ออกไปทั้งหมด  คุณสามารถลดขนาดมันแทนได้ . เช่น คุณสามารถแบ่งขายออกไปครึ่งหนึ่งสำหรับตัวที่แย่ เอาเงินที่แบ่งขายออกจากตัวที่แย่นั้นแหละ ไปซื้อหุ้นผู้ชนะสี่ตัวนั้นเพิ่ม - Mark Minervini . . วิธีนี้ เป็น Mindset ของนักลงทุนที่รู้จักบริหารจัดการ นั่นคือ เขามองหุ้นว่าเป็น "เครื่องมือทำเงิน" ให้เขา หุ้นเป็นแค่ "ส่วนหนึ่ง" ของ "เกมการทำเงิน" เท่านั้น . ผู้ชนะจะมีมาตรฐานและเงื่อนไขในการให้คุณค่ากับหุ้นทุกตัว เขาคือ "นายเหนือ-ผู้ควบคุมและบริหารจัดการหุ้น" ไม่ใช่ "ทาสหุ้น" . ถ้าหุ้นตัวไหนทำตัวดี ช่วยให้เขาได้กำไร เขาจะให้คุณค่า แต่ถ้าหุ้นตัวไหนที่ทำตัวแย่ เขาจะลดค่าและหาทางกำจัด . หุ้น คือสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ ยอดนักเทรดจึงไม่เคยไว้ใจหุ้น ไม่ฝากชีวิตให้กับหุ้น สำหรับเขา-หุ้นดีคือหุ้นที่วิ่งขึ้น ถ้าไม่วิ่งขึ้น มันก็เป็นหุ้นแย่ . Positio

Champion Wisdom ข้อคิดแรงบันดาลใจที่อาจช่วยให้คุณเทรดได้ผลงานดีขึ้น จาก Tennis Lessons ของเฟเดอเรอร์

Image
ข้อคิดแรงบันดาลใจที่อาจช่วยให้คุณเทรดได้ผลงานดีขึ้น จาก Tennis Lessons ของเฟเดอเรอร์ Lesson One : Effortless is a myth คำว่า "Effortless is a myth" จาก tennis lessons ของเฟเดอเรอร์ เป็นคำกล่าวที่สะท้อนถึงความจริงในการพัฒนาทักษะในที่สุด ทั้งในการเล่นเทนนิสและในการเทรดก็ตาม นี่คือข้อคิดแรงบันดาลใจที่อาจช่วยเสริมแรงบันดาลใจในการเทรดได้ผลงานดีขึ้น: 1. **ความพยายามและการทำงานหนัก**: การเทรดไม่มีทางจะง่ายๆ ความพยายามและการทำงานหนักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะและปรับปรุงผลงาน 2. **การมองเห็นความสำคัญของการลงมือทำ**: การรู้ว่าการเทรดต้องการการลงมือทำและการทำงานอย่างมีวิจารณญาณ ไม่มีวิธีที่สั้นลงในการสร้างความสำเร็จ 3. **การยอมรับความท้าทาย**: ในการเล่นเทนนิสและการเทรด จะมีความท้าทายและอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องเผชิญอย่างสม่ำเสมอ การยอมรับความท้าทายและเรียนรู้จากประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ 4. **การรักษาความมุ่งมั่น**: ความมุ่งมั่นในการต่อสู้และการทำงานอย่างต่อเนื่องจำเป็นสำหรับความสำเร็จในการเทรด เช่นเดียวกับการเล่นเทนนิสที่ต้องการการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง 5. **การพัฒนาทักษะและการเรียน

มีแต่คนที่มุ่งมั่นเท่านั้น ที่กล้าลงทุนในตัวเองอย่างจริงจัง

Image
ความแตกต่างระหว่างความสนใจและความมุ่งมั่น คือความตั้งใจนั้นเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ เมื่อคุณมุ่งมั่นกับบางสิ่งบางอย่างอย่างแท้จริง  คุณจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากความสำเร็จ ความสนใจจะทำให้คุณเริ่มต้นได้ แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้คุณไปถึงเส้นชัย - Mark Minervini . #มีแต่คนที่มุ่งมั่นเท่านั้น ที่กล้าลงทุนในตัวเอง มือใหม่ส่วนใหญ่ มีแค่ "ความสนใจ" แต่ "ขาดความมุ่งมั่น"  ทุกคนถูกดึงดูดเข้าตลาดหุ้นด้วย "ความสนใจ" กันทั้งนั้น ความเชื่อว่าเล่นหุ้นรวยง่าย แต่สิ่งที่จะทำให้ใครสักคนประสบความสำเร็จ คือ "ความมุ่งมั่น" . ** ความสนใจ = คาดหวังผลระยะสั้น ความสนใจ = ต้องการรวยง่าย รวยไว ไม่ต้องพยายาม ความสนใจ = คิดว่าสามารถรวยด้วยการถามและขอ เมื่อไม่สมหวัง พบว่าตนเองเสียเปรียบ พบว่ามันยาก ก็หมดใจ หมดไฟ เลิกล้ม ถอนตัวไป (ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด ที่จะเลิกไป เพราะเมื่อมันไม่ตรงความต้องการของคุณ ก็แยกย้าย) . *** ความมุ่งมั่น  = มีความรับผิดชอบต่อเงินและความร่ำรวยของตนเอง อยากรวยด้วยความสามารถของตนเอง ความมุ่งมั่น  = คาดหวังผลระยะยาว จะเอาดีให้ได้ แม้จะเจออุปสรรคหนักแค่ไหนก็ตาม ความ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน