Posts

7 มนต์วิเศษ ที่ผู้ประสบความสำเร็จ บอกตัวเองเป็นประจำทุกวัน

Image
1.  "ฉันจะคิดออก ฉันจะพบทางออกแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้วางแผนที่จะล้มเหลว พวกเขาวางแผนสำหรับอุปสรรคแทน พวกเขารู้ว่าจะมีความท้าทาย พวกเขารู้ว่าพวกเขาจะต้องหาทางออกด้วยตนเอง ดังนั้น แทนที่จะวางแผนรับมือกับความพ่ายแพ้ พวกเขาใช้ชุดทักษะที่เตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า "ฉันจะคิดออก ฉันจะพบทางออกแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" และพวกเขาก็พบมันจริง ๆ 2. "ทุกสิ่งในโลก ถูกสร้างขึ้นจากคนที่ไม่ฉลาดกว่าเราหรอก" คำพูดของ Steve Jobs นี้ได้กลายเป็นมนต์สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ช่วงเวลาที่คุณตระหนักว่าโลกรอบตัวคุณถูกสร้างขึ้นโดยคนอื่นๆ เช่นเดียวกับคุณ คนที่ตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งและตัดสินใจที่จะเริ่มทำงานอย่างไม่ลดละเพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของพวกเขา นั่นคือช่วงเวลาที่คุณสามารถควบคุมชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ 3. "ไม่มีหรอกความผิดพลาด มีแต่บทเรียน" คนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเขาทำงานภายใต้สมมติฐานว่าในทุกความผิดพลาดคือบทเรียน พวกเขาจะไม่จมอยู่กับการทำให้ตัวเองรู้สึกแย่สำ

ทำไมเซียนวีไอถึงมั่นใจในตลาดหุ้นเวียดนาม? หรือหุ้น 10 เด้ง 100 เด้ง อยู่ที่เวียดนาม?

Image
ผมได้อ่านบทความของ ดร. นิเวศน์ ที่แสดงออกถึงความมั่นใจใน ตลาดหุ้นเวียดนาม ว่ามีอนาคตมาก ก็มีความคล้อยตามนะครับ เพราะด้วยความที่เขามีพื้นฐานแทบทุกอย่างที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเหลือเกิน จึงรู้สึกมั่นใจและอยากชี้ชวนให้แฟนคลับให้ลองเข้าไปเรียนรู้ หุ้นเวียดนาม ดูครับ รู้สึกทะแม่ง ๆ ว่า หุ้นสิบเด้ง ร้อยเด้ง อาจจะรอเราอยู่ในตลาดหุ้นเวียดนาม ก็เป็นได้ครับ

(อ่านตรงนี้) นิสัยยังไงเหมาะกับการเล่นหุ้นแบบเดย์เทรด ที่สุด?

Image
ถ้า Day trade แล้วสนุก, มันส์ - คุณเป็นนักเก็งกำไรได้ แต่ถ้าเล่นแล้วขาดทุนตลอด ท้อแท้ - ต้องเปลี่ยนไปเล่นให้ยาวขึ้น(ลงทุน)  จากหนังสือบทเรียนจากไต้หวัน โดยทั่วไปจะไม่มีการจำกัดสิทธิการเข้าไปซื้อหุ้นในตลาด ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ตราบใดที่คุณมีเงินในกระเป๋า แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าทุกคนเหมาะที่จะเข้าเล่นไปหุ้น นอกจากนั้น วิธีการเล่นว่าควรจะเล่นกันแบบไหน ก็มักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เล่นเอง ทั้งในด้านกำลังเงิน สภาพแวดล้อมของการดำเนินชีวิตและการทำงาน รวมไปถึงอุปนิสัยใจคอที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆด้วย ผู้ที่มีความแตกต่างกันในปัจจัยเหล่านี้ เวลาเล่นหุ้นก็ควรเล่นกันคนละแบบ ไม่ควรเอาอย่างกัน แต่น่าเสียดายที่นักลงทุนหน้าใหม่ ส่วนใหญ่เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นแล้ว จะพากันเล่นแบบเก็งกำไรระยะสั้นกันทันที การเข้าตลาดหุ้นแบบนี้นับว่าเสี่ยงมาก ทำให้หลายคนพากันมองดูด้วยสายตาวิตก อดที่จะร้อนใจแทนพวกเขาไม่ได้ จริงอยู่ สมมุติว่าคุณลงทุนไปกับหุ้นตัวหนึ่ง ในราคาหุ้นละ 15 บาท อีก 2-3 วันต่อมา สามารถขายออกในราคา 16 บาท ได้กำไร 1 บาท อาจรู้สึกว่าไม่เลวเล

ตามติดหุ้นไอพีโอ : POLY ยังไปต่อ KJL ยังเขียว แต่ AAI ยับ + AWC CRC หุ้นทำ 52 week high น่าสนมั้ย?

Image
เปิดกราฟหุ้น ตามติดหุ้นไอพีโอ IPO เข้าใหม่ล่าสุด  POLY ยังไปต่อ KJL ยังเขียว แต่ AAI ยับ + AWC CRC หุ้นทำ 52 week high น่าสนมั้ย? ตามติดหุ้นไอพีโอ IPO :  POLY ยังไปต่อ  KJL ยังเขียว จุดซื้อที่น่าสนใจอยู่ตรงไหน?  แต่ AAI ยับ  หุ้นทำ 52 week high น่าสนมั้ย? AWC CRC

อิสรภาพทางการเงิน คุณก็บรรลุได้ ถ้ากำจัดจุดอ่อน 7 เรื่องนี้ ออกไปได้หมดสิ้น

Image
ใคร ๆ ก็อยากมีอิสรภาพทางการเงิน แต่น้อยคนนักที่จะบรรลุได้ ทำไมยาก? แก่นของอิสรภาพทางการเงิน คือ การที่คุณไม่มีหนี้สิน มีเงินออมเพียงพอ และมีอิสระในการตัดสินใจว่าเงินของคุณจะไปที่ไหน แทนที่จะปล่อยให้ลูกหนี้เป็นผู้กำหนดการตัดสินใจครับ ทำไมอิสรภาพทางการเงิน จึงบรรลุได้ยาก สำหรับผู้คนส่วนใหญ่? เพราะพวกเขามีตัวฉุดรั้งความเจริญอยู่ไงครับ นั่นคือ… 1) ขาดความรู้ - เช่น ขาดความรู้เรื่องการหาเงินก้อนใหม่ ๆ ความรู้เรื่องการบริหารจัดการเงิน เป็นต้น หากปราศจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลและวิธีการทำงานของเงิน การหาอิสรภาพทางการเงินก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เงินไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ความเข้าใจพื้นฐานสามารถทำให้คุณประหลาดใจได้  2) กลัวผิดหวังจากความมุ่งมั่นทุ่มเท - ไม่กล้าพยายาม ไม่กล้าคิดใหญ่ เพราะกลัวผิดหวังจากความล้มเหลวและผิดพลาด แบบนี้ก็ยากที่จะไปต่อแน่นอนครับ คนเหล่านี้มักใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันและให้ความสำคัญกับการซื้อของที่ต้องการมากกว่าการออมเพื่ออนาคตหรือการชำระหนี้ 3) จัดลำดับความสำคัญไม่ดี - หากคุณต้องการพบกับอิสรภาพทางการเงิน คุณจะต้องจัดลำดับความสำคัญของการชำระหนี้ก

หมกมุ่น 10 เรื่องนี้ มีโอกาสเป็นเศรษฐีสูงมาก

Image
ความหมกมุ่น 10 ประการที่คุณต้องมีเพื่อเป็นเศรษฐี(เศรษฐี/ผู้ประสบความสำเร็จ มีเหมือน ๆ กัน) ทุกคนล้วนมีความหมกมุ่นอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง ซึ่งความหมกมุ่นนี่แหละคือ "ความหลงใหล" ที่ถ้าหากเราเลือกสิ่งที่หมกมุ่นให้ดี ก็มีโอกาสต่อยอดให้กลายเป็นเครื่องมือหรือตัวช่วยเอาไปสร้างรายได้ ต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเองได้ครับ ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิดหรอก เราสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ทั้งหมดเลย ลองดูครับ ว่าเราสามารถเริ่มสร้างเรื่องไหนขึ้นมาให้หมกมุ่นบ้าง ส่วนใครที่มีความหมกมุ่นหรือโฟกัสในเรื่องเหล่านี้อยุ่แล้ว ก็ขอแสดงความยินดีด้วยเลย ว่าคุณคือ "ว่าที่เศรษฐีคนใหม่" ในอนาคตแน่นอน นี่คือความหมกมุ่น 10 ประการที่เศรษฐีที่สร้างตัวเองทุกคนมี ซึ่งทำให้พวกเขาได้เปรียบในการสร้างความสำเร็จและความมั่งคั่งในระยะยาว 1. พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการไล่ตามความฝันและเป้าหมาย 2. พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการอ่านและปรับปรุงฐานความรู้ของพวกเขา 3. พวกเขาทำงานอย่างหมกมุ่นเพื่อเพิ่มจุดแข็งของตน 4. พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการก้าวไปข้างหน้าและทำลาย comfort zone - เมื่อเกิดความล้มเหลว เศรษฐีที่

หนทางสู่ความสำเร็จที่เร็วที่สุด คือ การมีทัศนคติต่อความล้มเหลวว่า 'กูไม่กลัวมึง' เพราะความล้มเหลวคือของดี

Image
หนทางสู่ความสำเร็จที่เร็วที่สุด คือ การมีทัศนคติต่อความล้มเหลวว่า 'กูไม่กลัวมึง' ผู้ประกอบการ USA กว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องล้มเหลวโดยเฉลี่ย 3.8 ครั้ง แล้วคุณเป็นยอดมนุษย์หรือไงไม่ทราบ ถึงจะทำอะไรไม่พลาดเลย 4 เหตุผลว่าทำไมความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของหนทางสู่ความสำเร็จ และคุณควรยอมรับมัน #1 – ความล้มเหลวคือครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต - ความล้มเหลวย่อมมีค่า สอนให้คุณรู้จักตัวเองดีขึ้นและเรียนรู้จากความผิดพลาด ความล้มเหลวทำให้เราคิดใหม่ พิจารณาใหม่ และค้นหาวิธีการและกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเรา #2 – ความล้มเหลวจะทำให้คุณบรรลุศักยภาพของคุณ #3 – ความล้มเหลวนำมาซึ่งลักษณะนิสัยและทำให้คุณอ่อนน้อมถ่อมตน #4 – ความล้มเหลวเป็นตัวกำหนดว่าคุณเป็นคนแบบไหน #1 – ความล้มเหลวคือครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต “หนทางสู่ความสำเร็จที่เร็วที่สุดคือการมีทัศนคติต่อความล้มเหลวว่า 'ไม่กลัว'” - ราล์ฟ ฮีธ ผู้เขียนหนังสือ Celebrating Failure: The Power of Take Risks, Making Mistakes and Thinking Big เพื่อที่จะเติบโต คุณต้องมีความล้มเหลว มันคือบทเรียนสุดท้ายของชีวิต ความล้มเหลวจะเกิดขึ้น ไ

ความมั่นใจในตนเองคือพลังวิเศษ เมื่อคุณเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง เวทมนตร์ก็เริ่มเกิดขึ้น

Image
Self confidence is a super power. Once you start to believe in yourself, magic starts happening “I learned this, at least, by my experiment; that if one advances confidently in the direction of his dreams, and endeavors to live the life which he has imagined, he will meet with a success unexpected in common hours.” —Henry David Thoreau “ฉันได้เรียนรู้สิ่งนี้ อย่างน้อยจากการทดลองของฉัน ว่าถ้าใครก้าวไปสู่ทิศทางแห่งความฝันอย่างมั่นใจและพยายามใช้ชีวิตตามที่จินตนาการไว้ เขาจะพบความสำเร็จที่คาดไม่ถึงก่อนเวลาที่กำหนดไว้” —เฮนรี เดวิด ธอโร ความมั่นใจเป็นพลังวิเศษเพราะมันทำให้คุณมีเสน่ห์มากขึ้นสำหรับคนอื่นๆ คิดว่าตัวเองเป็นแม่เหล็กพลังงาน คุณกำลังดึงดูดเป้าหมายมาหาคุณหรือผลักไสพวกเขาออกไป ความมั่นใจทำให้คุณเปล่งประกาย เมื่อคุณรักตัวเอง คนอื่นๆ จะเข้าใจและทำให้พวกเขาชอบคุณเช่นกัน ความมั่นใจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่มนุษย์มี เป็นมหาอำนาจที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาได้ มีสองปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาที่นี่  ประการแรก หากไม่มีความมั่นใจในตนเอง คุณจะไม่สามารถเติบโตหรือบรรลุเป้าหมายใหม่ได้ 

อย่าล้มเลิกความฝันเพียง เพราะมันต้องใช้เวลากว่าจะสำเร็จ

Image
  “อย่าล้มเลิกความฝันเพียงเพราะต้องใช้เวลาในการทำมันให้สำเร็จ เวลาจะผ่านไปอย่างไรก็ตาม” —เอิร์ล ไนติงเกล (เมื่อสำเร็จแล้วมันคุ้มค่าหรือเปล่า? เมื่อสำเร็จแล้ว เรามีอิสรภาพหรือเปล่า? เมื่อสำเร็จแล้วได้ทำในสิ่งที่เรารักหรือเปล่า? เมื่อสำเร็จแล้ว ชีวิตของเราดีขึ้นกว่านี้?) I hated every minute of training, but I said, 'Don't quit. Suffer now and live the rest of your life as a champion - Muhamad Ali หลายคนไม่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีแรงจูงใจหรือขาดทรัพยากรที่สำคัญ พวกเขาไม่เข้าใจว่าความสำเร็จต้องใช้เวลาและความสำเร็จชั่วข้ามคืนคือการพนัน ผู้คนเริ่มทำบางสิ่งและบ่นว่าพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จใน 3 หรือ 6 เดือนต่อมา ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่คนอื่นทำคือการเปรียบเทียบงาน 3 เดือนของพวกเขากับการทำงานหนัก 10 ปีของคนอื่น ในสามหรือหกเดือน คุณไม่สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่มีความหมายได้ (ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่) คุณเพิ่งเริ่มต้นและกำลังพยายามค้นหาว่าสิ่งต่างๆ ทำงานอย่างไร ความแตกต่างระหว่างคุณกับคนที่ทำงานหนักมา 10 ปีคือพวกเขามีทักษะที่ยอดเยี่ยม ชนะตลาด มีความได้เปรียบในการแข่งขัน แ

ทุน 1 ล้านบาท เล่นหุ้นเอากำไรเดือนละ 5% ไหวมั้ย?

Image
ถามว่า มีเงินเก็บที่ตั้งใจจะเอามาเป็นต้นทุนเล่นหุ้น 1 ล้านบาท ต้องการเล่นหุ้นเอากำไรเดือนละ 5% (แค่นี้เอง)ไหวมั้ย? คำตอบก็คือ ยากมากสำหรับมือใหม่ ยกเว้นว่าฟลุกจริง ๆ เพราะอะไรถึงบอกแบบนี้... การเทรด/เล่นหุ้นนั้น ผลลัพธ์ไม่แน่นอน เหมือนเกมฟุตบอล มีปัจจัยทำให้ผิดพลาดได้ตลอดเวลา ความแน่นอนกว่าคือ ปันผล(แต่ก็อาจจะไม่แน่นอนได้ ถ้าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทนั้นลดลง) การเทรดนั้น ลงแรง 100 อาจเสีย 100 หรือไม่ได้อะไรเลย หรือ ได้ 1-1000 ได้หลายหน้า มันคือความน่าจะเป็น เป็นคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน แต่เป็นความจริง ตลาดหุ้น ไม่เหมือนทำธุรกิจอื่น ที่คาดเดาหรือควบคุมผลลัพธ์ได้ว่าลงเงินเท่านี้ แล้วได้ผลตอบแทนที่ fix ตามคำมั่นสัญญา เปิดร้าน ซื้อของทุน 100 ขายได้ 150 แต่ตลาดหุ้น ไม่ใช่แบบนั้นเลย มันออกได้ทั้งขาดทุน เท่าทุน หรือกำไร การทำธุรกิจ ธุรกิจอะไรที่ทำกำไรสม่ำเสมอ ปีละ 60%? ไม่ง่ายเหมือนกันนะ ต้องเป็น blue ocean จริง ๆ ตลาดหุ้นเป็น red ocean ปีละ 5% ได้อยู่ จากปันผล เป็นไปได้ ถ้าจะเทรดเอากำไรเดือนละ 5% = ปีละ 5*12=60% งานหินเลย ต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือ ดวงดี ซื้อหุ้นปั่น(เติบโตเป็นเด้ง)ถูกตัว al

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมสูตรเจ๊งหุ้น (How to lose money in the stock market)

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

หุ้น Turnaround : คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks