Posts

Showing posts from November, 2018

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

Image
จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน ๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที) ๒) เกณฑ์การซื้อคืน หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ ๓) ขายเมื

ทำกำไร 1000% ด้วยหุ้นเทิร์นอะราวด์

Image
หุ้น turnaround  หรือ หุ้นเทิร์นอะราวด์ หรือ หุ้นพลิกฟื้น มีหลายชื่อเรียกมาก นักลงทุนจะทำกำไรได้มากหากซื้อหุ้นช่วงบริษัทกำลังฟื้นตัว หลักการพิจารณาหุ้นประเภทนี้จึงอยู่ที่การวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ และแนวโน้มพื้นฐานโดยรวม ซึ่งแนวคิดการพลิกฟื้นกิจการมักต้องอาศัยการพยุงระบบภายในให้เกิดความสมดุลเพียงพอที่กิจการจะดำเนินไปได้ พร้อมกันนั้นผู้บริหารต้องสามารถแก้ปัญหาของสิ่งรบกวนจากภายนอก หรือปรับตัวกิจการให้เข้ากับสิ่งรบกวนภายนอกนั้นให้ได้ สาเหตุที่บริษัทล้มเหลว มาจาก สาเหตุภายนอก ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน ภัยพิบัติ การเมือง สาเหตุภายใน หลงทางออกนอกธุรกิจหลัก ขาดกลยุทธที่ชัดเจนและผิดพลาด ขยายธุรกิจใหม่มากเกินไป ระบบควบคุมคุณภาพล้มเหลว การบริหารงานไร้ประสิทธิภาพและการไร้ภาวะความเป็นผู้นำ ลักษณะ หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง  10  ประการ - มีความเสี่ยงที่จะล้มละลาย ดูจาก ยอดขาดทุนสะสมมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น - ผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมซื้อหุ้นเพิ่มทุนฃ - ไม่มีสินค้าหรือบริการที่เด่นเหนือคู่แข่ง - ขาดทรัพยากรที่ช่วยให้พลิกฟื้น - มีประวัติที่เต็มไปด้วยเหตุร้ายที่คาดไม่ถึง - เทคโนโลยีล้าสมัยหรือไ

Cup with handle กับ Inverse head and shoulders

Image
ผมคิดว่าบางครั้งสองรูปแบบนี้มันก็มีจังหวะมามีความคล้ายกันอยู่ ถ้าเราเข้าใจจุดซื้อของทั้งคู่ก็จะช่วยให้ได้จุดซื้อที่มีเปรียบมากขึ้น Cup with handle จุดซื้อที่แนะนำคือตอนที่ราคา breakout จุดสูงสุดของ handle ในแนวระนาบ Inverse head and shoulders จุดซื้อที่ใช่คือตอนที่ราคาทะลุเส้น neckline ขึ้นไป อย่างกับเคสที่เกิดกับ TMB เราสามารถเห็นมันเป็นรูปทรง inverse head and shoulders หรือ cup with handle ก็ได้ ซึ่งถ้ามองผ่านบริบทของแต่ละทรงก็จะได้จุดซื้อที่ต่างกัน - ถ้าใช้ cup with handle จุดซื้อคือตอนที่ราคาทะลุข้ามเส้นสีชมพูบานเย็น ซึ่งปัญหาก็คือต่อมามันเขย่าแรงจนหลุดจุดซื้อของเราให้ตกใจ จนทำให้บางคนเกิดความไม่เชื่อมั่น รีบขายออก - แต่หากมองว่ามันเป็น inverse head and shoulders คุณจะได้จุดซื้อเมื่อราคาทะลุข้ามเส้นกดเฉียงขึ้นไปได้ ซึ่งต่ำกว่าจุดซื้อของ cup with handle พอราคาเขย่าตัวมันก็ไม่หลุดระดับ neckline ลงไปให้ตกใจอย่างแบบแรก ดังนั้น ต่อไปถ้าเห็นทรงแบบนี้ ให้ลองมองหาเส้นกดเฉียงดูก่อนครับ ถ้าเจอก็สามารถเข้าก่อนได้ แต่ก่อนเข้า ท่านต้องมั่นใจนะว่าตัวนั้นพื้นฐานดี มีความน่า

หุ้นน่าเอาไปทำการบ้านต่อ 28/11/2018

Image
เป็นกราฟที่ผมคิดวว่าน่าสนใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวไหนจะไปต่อ หรือวิ่งทำกำไรให้ทันทีนะครับ อนาคตเท่านั้นที่รู้  กราฟเฟล่านี้เป็นเพียงแค่ข้อมูลดิบเท่านั้น ท่านต้องเอาไปทำการบ้านต่อวางแผน - จุดซื้อที่เสี่ยงต่ำ - ระดับ stop loss ถ้าราคากลับตัวแรง - จำนวนเงินเข้าซื้อที่เสี่ยงน้อย หากมีการผิดพลาด ผมไม่เกี่ยวนะ ท่านตัดสินใจเอง ต้องรับผิดชอบเอง

หุ้นน่าเอาไปทำการบ้านต่อ 26/11/2018

Image
ไหนๆก็ทำการบ้านแล้ว ขอเอามาแปะไว้หน่อยก็แล้วกัน เสียดายกราฟ เป็นข้อมูลดิบเท่านั้น ไม่มีเจตนาเชียร์หุ้นแต่อย่างใด

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

วิธีหา Trend Reversal (จุดกลับตัวของแนวโน้มราคาหุ้น) ด้วย EMA (เส้นค่าเฉลี่ย)

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

บทสัมภาษณ์ David Ryan & Mark Minervini