Posts

Showing posts from April, 2021

Market Wizards ไม่ได้มีความรู้ที่ลี้ลับ หรือข้อมูลที่ได้เปรียบกว่าคนอื่นหรอก

Image
It is not that we had any unfair knowledge that other people didn’t have, it is just that we did our homework. People just don’t want to believe that anyone can break away from the crowd and rise above mediocrity.  – Paul Tudor Jones Market Wizards ไม่ไม่มีความรู้ที่ลี้ลับ หรือข้อมูลที่ได้เปรียบกว่าคนอื่นหรอก พวกเราก็แค่ "ทำการบ้านมากกว่าคนอื่น" เท่านั้นเอง เห็นด้วยกับคำพูดของ Paul Tudor Jones ครับ จากการสังเกตตนเอง พบว่า ที่พลาดหุ้นผู้ชนะส่วนใหญ่นั้น มาจากการทำการบ้านน้อยไป สแกนหุ้นไม่ทั่วถึงเอง มาเห็นอีกทีราคาก็วิ่งทะลุฐานขึ้นไปแล้ว  ซึ่งมันเป็นฐานราคาที่เข้าสูตรของเราแท้ ๆ เลยเชียว ผมต้องบอกตัวเองทุกครั้งว่า "นี่ไงผลของการไม่ยอมทำการบ้าน" ดังนั้น อย่ามัวเปรียบเทีบ ลดค่าตนเอง หรือคิดไปเองว่า  "คนเก่งต้องรู้อะไรมากกว่าเรา เข้าถึงข้อมูลวงในมากกว่าเรา" เสียเวลาเปล่าครับ ไม่ได้ประโยชน์ . เอาเวลาคิดแบบนี้ไปไล่เปิดกราฟดูดีกว่าครับ ยิ่งขยันทำการบ้าน ยิ่งเห็นหุ้นดาวรุ่ง  ยิ่งเห็นโอกาส เพื่อเข้าจับจองของดีได้ก่อนใครครับ ถ้า Market Wizard ขยันแล้วได้เงิน หากเราขยั

ภาวะตลาด Easy Money เหมาะสำหรับ swing trade เก็งกำไรปั้นพอร์ตหุ้น

Image
ช่วงนี้ตลาดเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า easy money   อันเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการเก็งกำไรสไตล์โมเมนตัมอย่างยิ่ง ใครที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง และได้อ่านหนังสือเล่มเขียวกับเล่มดำ น่าจะทำเงินกันได้ไม่มากก็น้อย แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้บุกเพลินนะครับ ใส่ใจเรื่องของการบริหารความเสี่ยง และการบริหารเงินทุนอยู่ตลอดเวลา ให้มองในมุมของให้ความเสี่ยงมาก่อนเสมอ คือ ถ้าเจอหุ้นตัวซวยตัวหนึ่ง หรือชุดใหญ่  จะทำอย่างไรเพื่อให้รอด ไม่หมดตัว มุ่งมั่นในเกมบุก  แต่ก็มีวินัย ใส่ใจในเกมรับให้แน่นด้วยครับ ที่สำคัญ อย่าคิดว่าตลาดกระทิง มันจะมีชั่วนิรันดร์  มันมักจะมาสั้นมาก  จงเทรดด้วยการใช้ความสัมพันธ์ของ risk reward ที่สมจริงเสมอ  (คือ 1:3 เป็นพื้นฐาน) ขายหมูไม่เป็นไร เน้นทบต้น จะปลอดภัยกว่าครับ

อยากเทรด เล่นหุ้นให้มีความสุข ให้โฟกัสในสิ่งที่ควบคุมได้เท่านั้น

Image
โฟกัสสิ่งที่เราควบคุมได้เท่านั้น ในโลกของการเล่นหุ้น อะไรบ้างที่เราสามารถควบคุมได้ - ทัศนคติของเรา - การเลือกหุ้นของเรา - การเลือกว่าจะซื้อหรือขายเมื่อไหร่ - การวางเงินเข้าเทรด/money management - การวางแผนเทรด - การเสพข้อมูล/เลือกรับและปฏิเสธ - การยอมรับผลการกระทำของตัวเอง และตลาด - อารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ - การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น - สภาพเศรษฐกิจ - ความเห็นของคนอื่นที่เล่นหุ้นตัวเดียวกัน - ประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท - นโยบายรัฐบาล และต่างประเทศ - ค่าเงิน - ความต้องการซื้อ ความต้องการขาย - ข่าวลือ/ข่าวจริงต่าง - ผลการเลือกตั้ง/มติที่ประชุม . หากเราสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควบคุมได้ ก็จะไม่ต้องไปมีปัญหากับการโฟกัสผิดเรื่อง ผิดจุด เพราะเสียเวลาชีวิต แถมบางครั้งก็ทำให้สู้กับมวยผิดรุ่น ต่อยคนละน้ำหนัก มีแต่แพ้และเปล่าประโยชน์

บันได 12 ขั้นสู่ความสำเร็จในการเทรด เล่นหุ้น

Image
บันได 12 ขั้นสู่ความสำเร็จ วิธีประสบความสําเร็จ 1. มีเป้าหมาย 2. ค้นคว้า 3. วางแผน 4. ทำงานหนัก 5. ทำงานฉลาด 6. ทำไม่หยุด 7. ปรับปรุงให้ดีขึ้น 8. เพียรพยายามทำต่อไป 9. หลงใหลในสิ่งที่ทำ 10. ก้าวต่อ แม้ยังไม่เห็นทางสว่าง 11. ศรัทธาในเป้าหมาย ในสิ่งที่ทำ 12. ประสบความสำเร็จ (แนะนำเพิ่มเติม ความรู้การเทรดหุ้นของฟรี) หากต้องการศึกษาวิธีเล่นหุ้น แนะนำให้ไปอ่านบทความฟรี คลิปฟรีที่นี่ก่อนก็ได้ คลิกลิ้งนี้ครับ  https://www.zyo71.com/p/index.html  เป็นสารบัญเว็บ zyo71.com นี้แหละครับ ส่วนนี่เป็น ช่องยูทูป ของผมเอง ดูฟรีเช่นกันครับ เข้าไปชม คลิกที่ลิ้งนี้  www.youtube.com/channel/UCTDoP5zRI4hRETT_2SSlPag/videos และนี่เป็นหนังสือเล่มของผมเองครับ www.facebook.com/zyobooks และ eBook มีขายที่เว็บ  https://www.mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=author_name&search=เซียว%20จับอิดนึ้ง&exact_keyword=1&page_no=1 แยกส่วนกันนะครับ ขายคนละเจ้า

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ฉันใด เทรดยังคงขาดทุนอยู่ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าล้มเหลว

Image
 สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ฉันใด เทรดยังคงขาดทุนอยู่ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าล้มเหลว ว่ากันว่า นักเทรดกว่า 80% ของตลาดหุ้น เป็นผู้แพ้ เชื่อมั้ยว่า นักเทรดชั้นเซียน(โดยเฉพาะ Market wizards) ต่างเคยเป็น ผู้แพ้ (อันเป็นหนึ่งใน 80% นั้นมาก่อน) เขาเคยแพ้ยับเยิน ถึงขั้นหมดตัวมาก่อน . แต่พวกเขาไม่เคย มองว่าตัวเองเป็น "ศพ" เขาแค่ "สะดุดล้มชั่วคราว" เท่านั้น หลายคน พยายาม ล้มลุกคลุกคลาน ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเวลานับ 10 ปี กว่าจะทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ . ดังนั้น การที่คุณเจ้ามาเทรด 1-2 ปี แล้วยังขาดทุน ถือเป็น "เรื่องปกติ"  เพราะความสำเร็จในอาชีพเทรดนั้น  มันมี learning curve ของมันอยู่ มีช่วงเวลาที่คุณต้อง ๑. เรียนรู้ ว่าตลาดทำงานอย่างไร ๒. เรียนรู้ว่าคุณเป็นคนยังไง จุดอ่อน จุดแข็ง ๓. เรียนรู้ว่าคุณจะทำเงินจากตลาด อย่างไร ๔. เรียนรู้ที่จะ ฯลฯ... การเรียนรู้เหล่านี้ ไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1-2 ปี แน่นอน เพราะฉะนั้น หากคุณยังคงแพ้ ยังคงขาดทุน อย่าเพิ่งถอดใจ คุณยังดีไม่พอสำหรับการทำเงิน คุณยังไม่ได้รู้จักตนเอง ฯลฯ .. ผมเอง แม้จะใช้เวลาเทรดมาแล้ว 7 ปี แต่ก็ยังไม่รวย ทว่า

ความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาก่อน(ที่มันจะสำเร็จ)แล้ว

Image
  ความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาก่อน(ที่มันจะสำเร็จ)แล้ว ถ้าท่านอยากประสบความสำเร็จเรื่องใด ต้องการบรรลุเป้าหมายใด อย่าได้แค่ฝัน แต่จงวางแผน ว่าจะไปที่ไหน จากนั้นวาง roadmap ว่าจะไปด้วยวิธีใด แล้ว "เริ่มก้าวเดินทาง" เพื่อไปสู่จุดหมายนั้น . ผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะไม่รอให้เป้าหมายเดินมาหา แต่เขาจะเดินไปหามัน แค่คุณมีเป้าหมาย แค่คุณวางแผน แค่คุณเริ่มต้นก้าว ไปทีละก้าว ไม่ว่าเป้าหมายจะไกลเพียงใด หากคุณไม่ถอดใจ คุณไปถึงหลักชัยนั้นแน่นอน

วิธีแก้อาการเสพติดหุ้นต่ำบาท

Image
ออกจาก comfort zone ให้รู้ว่ามันมีมากกว่า ได้อ่านเมนท์เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องติดหล่มหุ้นต่ำบาท ก็เลยได้เรื่องความอคติของตัวเองมาแฉให้ท่านได้อ่านเป็นอุทาหรณ์อีกโพสต์ . คำว่า comfort zone ในการตีความของผมก็คือ "นิสัยที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของชีวิต" คล้ายๆ NPL "หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้" ซึ่งจะว่าไป, เรื่องนี้ไม่ใช่อยู่แค่นิสัยในประจำวันหรอกนะ ในหุ้นก็มี บางคนอาจจะเรียกมันว่า bias หรืออคติ, ความเชื่อฝังใจจากสิ่งที่อ่านหรือรับรู้มา . ยกตัวอย่างผมเองนี่, แต่ก่อนเป็นโรคเสพติดหุ้นต่ำห้าบาท ยิ่งต่ำบาทยิ่งซื้อ เพราะมองว่าถูกมาก เพราะจากสลึงไปสิบบาทนั้นมันไม่แพง ลากพรวดเดียวก็ถึงสบายๆ ซื้อแล้วฝันกลางวันทันที อีกไม่นานเราจะรวยสิบเด้ง อย่างที่เคยบอกไปในโพสต์ที่แล้ว ก็ใช้แนวทางนี้คัดหุ้นเล่นมานานหลายปี พอมีเวลาเช็ค performance ตัวเอง ก็พบว่า พอร์ตไม่โตเลย แถมเงินหายไปนับสิบเปอร์เซ็นต์ . พอได้ทำบล็อก ติดตามหุ้นวิ่งดีๆ หลายๆเด้งพบว่า ไอ้ที่วิ่งสวยๆนั้น มันไม่จำเป็นจะต้องต่ำห้าเลยนี่นา TASCO ก็ออกสตาร์ทที่ 80 บาทโน่น(ราคาก่อนแตกพาร์) MALEE เริ่มต

ยิ่งกลัวขาดทุน ยิ่งทำให้ผลการเทรดเลวร้าย

Image
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ๑. มันส่งผลกระทบถึงความมั่นคงในจิตใจคุณ ความกลัวทำให้เกิดความสั่นคลอนทางใจ จจิตสั่นคลอน ๒. ความกลัวทำให้ขาดความมั่นใจ เมื่อขาดความมั่นใจ มันจะไปลดทอนความสามารถในการตัดสินใจ คุณจะเกิดความลังเลมากกว่าเดิม ไม่รีบเข้าไปเกินไป ก็เข้าช้า หรือไม่กล้าลงมือทั้ง ๆ ที่จังหวะแบบนี้ถ้าตอนปกติคุณเข้าแน่ ๓. ความกลัวจะไปลดทอนความมั่นใจในตนเอง เกิดคำถามกับตนเองว่า - ฉันยังเหมาะกับการเทรดอยู่หรือเปล่า? - กำไรที่หายไป ทำให้ท้อใจ กลัวไม่ได้รับโอกาสใหม่ที่ดีเหมือนเดิม ๔. ความกลัวทำให้คุณตอบโต้แบบแก้แค้น เมื่อกลัวมากเกินไป หาทางออกไม่เจอ กดดันมาก ๆ มนุษย์จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความแค้น (ความจริงมันคือความปรารถนาที่จะชนะนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราจนตรอกไง)  เมื่อคุณแค้น (แต่ตอนนั้นสภาพตลาดไม่อำนวย ไม่ตรงกับ setup ของคุณเลย แต่คุณมีความแค้น จนตรอก จึงสู้แม้จจะไม่เห็นทางชนะ บ่อยครั้ง คุณจะลงเงินก้อนโตกว่าเดิม เพื่อที่จะพบว่า ยิ่งขาดทุนหนัก ยิ่งวิกฤติ  เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนตอนที่คุณเมาแล้วซ่ากับนักมวย คุณมีแต่ใจที่สู้ แต่ทักษะไม่มี ไม่ได้เปรีบยอะไรเลย ผลลัพธ์ที่ได้น่ะเหรอ หมอไม่รับเย็บเลยน่ะ

สัญชาติญาณเซียนหุ้น

Image
ทำไมนักเทรดที่ประสบความสำเร็จถึงมีความต่างจากคนส่วนใหญ่ มันไม่ใช่ความรู้ เพราะว่าทุกคนเรียนรู้เท่ากันได้ แ ต่ว่ามันคือสัญชาตญาณที่ตัดสินใจเข้าซื้ออย่างถูกต้อง และก็เห็นสัญญาณการปรับตัวที่ไวกว่าคนทั่วไป เหล่านี้มันไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้การอ่านหนังสือ แต่มันเกิดจากการกระทำซ้ำๆ เกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างยาวนาน การสะสมความรู้การสะสมความผิดพลาด เรียนรู้จากความผิดพลาด และจดจำความผิดพลาดนั้น มันทำให้สมองเกิดความจดจำในการเคลื่อนไหวของราคานั้น และส่งผลให้มีการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด และตรงจังหวะพอดี ซึ่งสิ่งนี้มันต้องอาศัยประสบการณ์ และการคร่ำหวอดเท่านั้น มันจึงทำให้เซียนแตกต่างจากคนทั่วไปที่สำคัญก็คือว่า สัญชาตญาณนั้นไม่ใช่เป็นแค่สัญชาตญาณ เพื่อการเอาชนะเท่านั้นนะครับ แต่มันรวมไปถึงสัญชาตญาณของการจับสัญญาณอันตรายด้วย คือรู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันส่งสัญญาณไม่ดีอันตรายจะต้องหนีให้ทันด้วย อย่างที่จอร์จ โซรอสบอกว่า สิ่งที่ทำให้เขารวยมันไม่ใช่ความรู้หรอก แต่มันเป็นสัญชาตญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ที่ตัวเองผิด ตรงนี้แหละครับที่สำคัญ ที่มันเป็นสิ่งที่นักเทรดตัวประกอบไม่สามารถเป็นได้เหมือนกับนักเทรดฮีโร่ได้

ทำไมเทรดแบบ breakout ตั้ง 7 ปี แต่ยังไม่รวย?

Image
ทำไมเทรดแบบ breakout 7 ปี แต่ยังไม่สำเร็จ? อันดับแรกเลย การซื้อแบบ breakout นั้นเป็นเพียงแค่ข้อนตอนหนึ่งในกระบวนการทั้งหมด 1. ทำการบ้าน คัดหุ้นดาวรุ่ง 2. ระบุจุดเข้าซื้อ ตั้ง price alert 3. แบ่งเงินซื้อ 4. เข้าซื้อ 5. ตัดขาดทุน หุ้นผู้แพ้ 6. Let's profit run หุ้นผู้ชนะ 7. Take profit ผมมีรู้เรื่อง price pattern พอใช้งานได้ tecnical มีอยู่ แต่ปัญหาก็คือ จิตใจ psychology ที่ยังไม่ดีพอครับ ๑. น่าจะคิดเยอะเกินไป เรียนเยอะ จึงมั่ว ไร้หลักการ (ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด) ๒. ยังคงเทรดตามอารมณ์ บ่อยครั้งที่ฐานราคา ไม่สมบูรณ์ ก็ด่วนเข้า บางครั้งก็ไล่ราคา จับจังหวะ ยังไม่ดีพอ ๓. ไม่ได้ใช้การเบรค เพียงอย่างเดียว ใช้หลายวิธี จนไม่สามารถวัดค่าความแม่นยำได้ ๔. ไม่สนใจ ความสัมพันธ์ของ risk reward ที่ดี ๖. Let's profit run ไม่มากพอ ได้หุ้นผู้ชนะน้อยเกิน กำไรน้อยกว่าขาดทุน expectancy ติดลบ หมุนรอบเร็วเกินความสามารถ ๗. เลือกหุ้นไม่เก่ง / ทนรวยไม่เก่ง ๘. ไม่ทำการบ้าน จึงตกรถบ่อย สรุป : ยังไม่ตกผลึก ที่ยังไม่รวย ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก คือในช่วง 4-5 ปีแรกของผม พอร์ตเสียหายเยอะมาก คือ 70% ก

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ