Posts

Showing posts with the label Risk Management

แนะนำหนังสือ Stoic Kickoff ฮาวทูดูบอลไม่ให้หัวร้อนแม้ทีมรักจะเล่นโคตรกาก

Image
STOIC KICK-OFF ฮาวทูดูบอลไม่ให้หัวร้อน แม้ทีมรักจะเล่นโคตรกาก สิ้นสุดกันทีกับการดูบอลแล้วหัวร้อน เลิกสติแตกกับฟอร์มการเล่น อันน่าละเหี่ยใจของทีมที่คุณเชียร์ เพราะเมื่อนำ "หลักสโตอิก" มาใช้กับการดูบอล ทุกอย่างก็จะอยู่ในการควบคุมของคุณทันที! Stoic Kickoff  — สโตอิกสำหรับแฟนบอล ⚽ ไม่ใช่การเล่าเรื่องบอล แต่เป็นการนำปรัชญาสโตอิก มาประยุกต์ใช้กับการเป็นแฟนบอลและกับชีวิต สำหรับผู้ที่ต้องการความเข้มแข็งภายใน แม้ในยามที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ Stoic Kickoff มีวางจำหน่ายแล้วครับ ▪️สั่งซื้อพร้อมรับส่วนลดได้ที่ 🛒 Welearnbook : https://m.me/288870284534992 📱Meb : https://shorturl.asia/EatKO 🎉🎊🎁 หนังสือ Stoic Kickoff  มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือ อยู่ในโซน พัฒนาตนเอง นะครับ เมื่อเราเอาความสุข ไปผูกไว้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็น หรือความสำเร็จของคนอื่น แทนที่จะจดจ่อกับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้เต็มร้อย นั่นเท่ากับเรากำลังหาความทุกข์ใส่ตัว #StoicKickoff #สโตอิก #ฟุตบอล #stoic 15 วินาที คือเวลาเฉลี่ย ที่คนเราจะหัวเราะเยาะ หรือล้อเลียนความผิดพลาดของคนอื่น 8...

มีระบบเทรดดีแค่ไหนก็ไม่ช่วย ถ้าพอร์ตพังเพราะคุณไม่รู้จัก Stop Loss

Image
eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340 ในโลกของการเทรด “ระบบเทรดดี” ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะแม้คุณจะวิเคราะห์แม่นขนาดไหน ใช้สูตรระดับแชมป์โลก ถ้าคุณ ไม่รู้จัก Stop Loss หรือ “ไม่ใช้มัน” อย่างจริงจัง พอร์ตของคุณก็พังได้ง่ายๆ เหมือนคนไม่มีระบบอะไรเลย ระบบแม่น แต่ “ใจ” พัง = พอร์ตวาย ขอยกตัวอย่าง “คุณโอม” (นามสมมติ) เทรดเดอร์สายเทคนิคอลที่พัฒนาระบบเทรดของตัวเองนานกว่า 1 ปี Backtest แล้วกำไรเฉลี่ยเดือนละ 12% มีอัตราชนะ 65% ดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย แต่คุณโอมมีปัญหาเดียวที่ใหญ่หลวงมาก คือ... เขา “ไม่ตั้ง Stop Loss” เพราะมั่นใจว่าระบบตัวเองแม่นพอที่จะเด้งกลับมา และวันหนึ่งมันไม่กลับมา... กราฟดิ่งต่อเนื่องหลายวัน เขา “ถือทน” จนจากกำไรกลายเป็นขาดทุน จากขาดทุนกลายเป็น “พอร์ตติดลบ 50%” ภายใน 3 วัน เขาไม่ได้พังเพราะระบบไม่ดี เขาพังเพราะ “ไม่มีแผนตัดขาดทุน” ที่ช่วยหยุดเลือดทันเวลา Stop Loss = เครื่องมือ "เอาตัวรอด" Stop Loss ไม่ใช่ของต้องห้าม ไม่ใช่...

เทรดดีแค่ไหนก็พังได้ ถ้าไม่เข้าใจ Risk Management

Image
eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340 หลายคนที่เข้ามาในโลกของการเทรด เริ่มต้นด้วยความหวังจะทำกำไรให้ได้มากที่สุด บางคนทุ่มเทเวลาเรียนรู้กลยุทธ์เทคนิคมากมาย ตั้งแต่กราฟแท่งเทียน อินดิเคเตอร์ ไปจนถึงสูตรลับจากเทรดเดอร์ระดับโลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้าม และมันคือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่ตัดสินว่า คุณจะอยู่รอดในตลาดได้ไหม นั่นคือ Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง เทรดเก่งไม่พอ ถ้า “พัง” ทีเดียวหมดพอร์ต คุณอาจจะวิเคราะห์แม่น เทรดชนะ 7 ใน 10 ครั้ง แต่ถ้าครั้งที่แพ้คุณ “ไม่รู้วิธีจำกัดความเสียหาย” การเทรดทั้งหมดที่ผ่านมาก็ไร้ความหมาย ลองนึกภาพดูว่า… คุณมีเงินทุน 100,000 บาท เทรดชนะต่อเนื่อง 5 ไม้ ได้กำไรมารวม 25,000 บาท แล้วเจอไม้เดียวที่ขาดทุน -30% เพราะไม่ได้ตั้ง Stop Loss และ Overtrade กำไรหายหมด แถมทุนก็หดอีกต่างหาก Risk Management คืออะไร? Risk Management ในการเทรด หมายถึงการวางแผนและควบคุมความเสี่ยงในแต่ละการลงทุน เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายจนเก...

เขาเทรดผลงานดีขึ้นผิดหูผิดตาเพราะ เปลี่ยนจาก “โฟกัสตลาด” เป็น "โฟกัส คณิตศาสตร์ และสถิติของการเทรด"

Image
Peter Brandt เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมาก และในปี 2014 เขาเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการเทรดไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เน้นไปที่ "ตลาด" (Market) เป็นหลัก เขาหันมาโฟกัสที่ "คณิตศาสตร์และสถิติของการเทรด" (Math/Stats of Trading) ซึ่งเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่แท้จริง 1. เปลี่ยนโฟกัสจาก "ตลาด" ไปสู่ "สถิติ" ของการเทรด เทรดเดอร์มือใหม่มักจะพยายามทำนายตลาดว่ามันจะขึ้นหรือลง แต่ Peter Brandt บอกว่า  จริง ๆ แล้วการพยายามทำนายตลาดเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราควบคุมได้คือ "ตัวเลขและสถิติ" ที่อยู่เบื้องหลังระบบเทรดของเรา 2. กฎของ Peter Brandt สำหรับการบริหารความเสี่ยง Brandt ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ซับซ้อน แต่เขาให้ความสำคัญกับ "การควบคุมตัวเลขทางสถิติของการเทรด" โดยเขามีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้: ✅ (1) หลีกเลี่ยงช่วงที่มีอัตราชนะมากเกินไป (>50%) - ฟังดูขัดแย้ง แต่ Brandt หมายถึงว่าถ้าเราเข้าใจสถิติของระบบการเทรดของตัวเองดีพอ จะรู้ว่าช่วงที่เราชนะติดกันมากเกินไปอาจทำให้เราประมาท และเพิ่มขนาดการเทรดมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนหนักในภายหลัง ✅ (...

ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตลอดเวลา คือคุณลักษณะของยอดนักเทรด

Image
Mark Minervini เป็นนักลงทุนและเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเน้นแนวทางการเทรดที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตลอดเวลา คำพูดของเขาที่ว่า: "การเป็นนักเทรดหุ้น หมายถึงการเปลี่ยนความเห็น การตัดสินใจ และตำแหน่งการลงทุนของคุณได้อย่างอิสระ เมื่อเงื่อนไขของตลาดเปลี่ยนแปลงไป บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าการกลับกลอกและมองว่าเป็นความอ่อนแอ ขณะที่บางคนใช้มันสร้างกำไรหลักล้านและลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไร การที่คุณไม่ใช้ข้อได้เปรียบของสภาพคล่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที นอกจากจะเป็นเรื่องที่โง่เขลาแล้ว ยังทำให้คุณกลายเป็นนักพนัน ไม่ใช่นักลงทุน" eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340 1. การเปลี่ยนแปลงความเห็นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นกลยุทธ์ของผู้ชนะ หลายคนเชื่อว่าการยืนหยัดในมุมมองของตัวเองเป็นเรื่องดี แต่ในตลาดหุ้น นั่นอาจเป็นหายนะได้ ถ้าคุณปักใจเชื่อว่า “หุ้นตัวนี้ต้องขึ้นแน่” แล้วตลาดกลับตัวลง คุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณไม่ยอมรับความจริงและยังคงถือหุ้นไว้โดยหวังว่ามันจ...

กฎข้อที่ 1 ของการเทรดคือ "อยู่รอด"

Image
กฎข้อที่ 1 ของการเทรดคือ "อยู่รอด" เพราะฉะนั้น การบริหารความเสี่ยง จึงเป็นทักษะที่สำคัญ แต่น่าเศร้าที่หลายคนมองข้ามไปก ว่าจะรู้ว่าการบริหารความเสี่ยงนั้นสำคัญ ก็สายเกินไปแล้ว 1. "อยู่รอด" คืออะไร? ในการเทรด คุณจะเจอกับการขาดทุนเป็นเรื่องปกติ หากคุณบริหารจัดการเงินทุนและความเสี่ยงไม่ดี คุณอาจหมดตัวก่อนที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้และเติบโต 2. ทำไมการบริหารความเสี่ยงสำคัญ? - ป้องกันการขาดทุนรุนแรง: อย่าลงเงินทั้งหมดในดีลเดียว เพราะแม้จะมั่นใจแค่ไหน ตลาดก็มีโอกาสพลิก - รักษาเงินทุนให้อยู่ได้นาน: การมีเงินในพอร์ตคือ "กระสุน" สำหรับเทรดครั้งต่อไป ถ้าหมดแล้วก็จบเกม - ลดความเครียด: เมื่อคุณคุมความเสี่ยงได้ คุณจะตัดสินใจได้อย่างมีสติและไม่ใช้อารมณ์ 3. เริ่มต้นบริหารความเสี่ยงอย่างไร? - อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตในแต่ละการเทรด: ตัวเลขนี้ช่วยให้คุณอยู่ในเกมได้นาน - ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss): เพื่อจำกัดการขาดทุนหากตลาดไม่เป็นไปตามแผน - อย่ามองแค่กำไร ให้นึกถึงความเสี่ยงก่อน: ทุกครั้งที่เปิดดีล ให้ถามตัวเองว่า "ถ้าเสียเงินจำนวนนี้ เรารับได้ไหม?" จำไว้ว่า การเ...

5 วิธีในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อจัดการความเสี่ยง

Image
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)  เป็นเครื่องมือที่ใช้บ่งชี้แนวโน้มและกรองแนวโน้มในตลาด นอกจากนี้ยังถือเป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่สามารถใช้ทดสอบย้อนหลัง (backtesting) และสร้างสัญญาณเทรดได้ การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อจับแนวโน้มที่ทำกำไรได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยชน์ที่มี   eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332340 สิ่งที่ทำให้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเทรดคือความสามารถในการ บริหารความเสี่ยง   นี่คือ 5 วิธีในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อจัดการความเสี่ยง    1. กำหนดระดับความเสี่ยงในจุดเข้าเทรด      ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นจุดหยุดขาดทุน (stop loss) เพื่อช่วยสร้างอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward Ratio) ที่ดี   2. ใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเป็นจุดหยุดขาดทุนเลื่อนตามกำไร (Trailing Stop Loss)     หลังจากเข้าเทรดโดยอิงเส้นค่า...

คุณต้องเรียนรู้วิธีการเป็นผู้จัดการความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม

Image
พี่มาร์ค มิเนอร์วินี กล่าวว่า “หากคุณต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ คุณต้องเรียนรู้วิธีการเป็นผู้จัดการความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม” การเป็นนักเทรดที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีอย่างสม่ำเสมอไม่ได้หมายถึงการชนะทุกครั้งที่คุณเข้าเทรด แต่หมายถึงการมีวิธีการจัดการความเสี่ยงอย่างชาญฉลาดเพื่อให้คุณสามารถปกป้องทุนของคุณและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว  นี่คือการขยายความแนวคิดที่ว่า "การเป็นผู้จัดการความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม" สำคัญอย่างไร: eBook "Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด" มีจำหน่ายที่แอพ Meb เท่านั้น  https://t.co/YaO0CIQq8J 1. ความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ในตลาดการเงิน ไม่มีใครสามารถควบคุมผลลัพธ์ของแต่ละการเทรดได้ การเคลื่อนไหวของตลาดขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ข่าวเศรษฐกิจ หรือพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาด ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ความสำเร็จจึงไม่ได้มาจากการ "เดาถูก" แต่เป็นการรู้วิธีจัดการความเสี่ยงเมื่อคุณ "เดาผิด" ตัวอย่าง:   สมมติว่าคุณมีเงินทุน 100,000 บาท หากคุณใช้เงินทั้งหมดในการเ...

"การจัดการความเสี่ยง(Risk Management)" ช่วยให้ "เวลาอยู่ข้างเรา"

Image
"การจัดการความเสี่ยง" ช่วยให้ "เวลาอยู่ข้างเรา" (แนะนำ อีบุ๊กใหม่ + ลดราคา 20%) 15-17 พย. นี้เท่านั้น Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzMjM0MDt9 พี่มาร์ค มิเนอร์วินี กล่าวว่า “ในตลาดหุ้น หากไม่มีการจัดการความเสี่ยง ความมั่งคั่งที่ได้มาก็จะเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อเราจัดการความเสี่ยงควบคู่ไปกับผลตอบแทน เวลาอยู่ข้างเรา แต่หากขาดการจัดการความเสี่ยง ความสำเร็จชั่วคราวก็จะกลายเป็นการขาดทุนในที่สุด เหมือนกับทุกสิ่งที่อาศัยโชคเป็นหลัก เวลาเป็นศัตรูของเรา เพราะโชคดีนั้นไม่ยั่งยืน ในที่สุดแล้วโชคดีจะหมดลงเสมอ ถ้าไม่หมดลง มันก็จะไม่เรียกว่าโชค” . การจัดการความเสี่ยงในตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้ามเมื่อได้กำไรดี ๆ ทำให้คิดว่าโชคอยู่ข้างเราเสมอ แต่ความจริงแล้ว การพึ่งพาโชคอย่างเดียวจะนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด พี่มาร์คเตือนว่า หากเราไม่จัดการความเสี่ยง แม้เราจะเคยประสบความสำเร็จ มันก็เป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น แ...

(แนะนำ อีบุ๊กใหม่) Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด

Image
Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับนักเทรด https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzMjM0MDt9 อีบุ๊กเล่มนี้จะพาคุณไปรู้จักกับหลักการพื้นฐานของการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ในการเทรดของตัวเองได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดมือใหม่ที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนเล็ก ๆ หรือนักเทรดที่ต้องการพัฒนากลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีบุ๊กนี้จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การควบคุมความเสี่ยงแบบง่าย ๆ แต่ทรงพลัง ที่จะช่วยให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน หัวข้อสำคัญที่เราจะพูดถึงในอีบุ๊กนี้รวมถึง: - วิธีที่นักเทรดที่ประสบความสำเร็จใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน - การให้ความสำคัญกับการปกป้องเงินทุนก่อนการทำกำไร - ตัวอย่างของนักเทรดที่สามารถสร้างพอร์ตมหาศาลจากเงินทุนเริ่มต้นที่น้อย ด้วยการจัดการความเสี่ยงอย่างมีวินัย - กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงแบบง่าย ๆ สำหรับนักเทรดมือใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เราหวังว่าอีบุ๊กเล่มนี้จะช่วยเสริมศักยภ...

Drawdown กับ จุดประสงค์ของการลงทุนและการเทรด

Image
จุดประสงค์ของการลงทุนและการเทรด ในมุมมองของปู่ปีเตอร์ แบรนดท์ "จุดประสงค์ของการลงทุนคือการสร้างความมั่งคั่ง แต่จุดประสงค์ของการเทรดแบบแอคทีฟขึ้นไปอีกคือ (a) เพื่อสร้างความมั่งคั่ง และ (b) เพื่อสร้างรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง การขาดทุนหนัก (Drawdowns) บังคับให้นักเทรดต้องทำเงินก้อนเดิมซ้ำไปซ้ำมา - ซึ่งเป็นเรื่องไม่ฉลาดเลย   ดังนั้นการจำกัดการขาดทุนหนักเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเทรด" การลงทุนและการเทรดอาจดูคล้ายกัน เพราะมีเป้าหมายหลักที่เหมือนกันคือ การสร้างความมั่งคั่ง  แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละวิธีมีวัตถุประสงค์และวิธีการที่แตกต่างกันไป: 1. การลงทุน: การลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น, กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เป็นการถือครองสินทรัพย์ไว้เพื่อให้มูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยที่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อขายบ่อย ๆ 2. การเทรด: การเทรดเป็นการทำกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายหลักสองอย่างคือ     - สร้างความมั่งคั่ง  ผ่านการทำกำไรในแต่ละการเทรด    - สร้างกระแสรายได้ต่อเนื่อง  จากก...

3 ประสานเพื่อความสำเร็จในการเทรด

Image
3 ประสานเพื่อความสำเร็จในการเทรด: The Trading Success Trifecta Combo มีจำหน่ายที่แอพ Mebmarket :  https://t.co/6hfYXffLeK การเทรดเป็นศิลปะที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในตนเอง การมีความพร้อมทั้งสามประการนี้จะช่วยให้คุณก้าวไปสู่ความสำเร็จในการเทรดได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง  e-book : วินัย:ผลพลอยได้ของ Edge... ในรูปแบบ ebook   https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=327917 1. ความได้เปรียบในการเทรด (Trading Edge)    - ความได้เปรียบในการเทรดคือเครื่องมือที่ทำให้คุณมีโอกาสทำกำไรสูงกว่าการขาดทุนในระยะยาว เช่น ระบบเทรดที่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้ว หรือความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดที่เฉพาะเจาะจง    - ความได้เปรียบนี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งคุณพัฒนาความเข้าใจและฝึกฝนเทคนิคเฉพาะทางของคุณมากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะทำกำไรก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น การมีเครื่องมือและกลยุทธ์ที่ให้ความได้เปรียบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่นักเทรดทุกคนต้องมี วินัยนักเทรด e-book : วินัยนักเทรด... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง https://ww...

ลำดับความสำคัญในการทำกำไรระยะยาว ของคุณปู่ยอดนักเทรดปีเตอร์ แบรนดท์ ประสบการณ์การเทรดฟิวเจอร์สกว่า 50 ปี

Image
ลำดับความสำคัญในการทำกำไรระยะยาว ของคุณปู่ยอดนักเทรดปีเตอร์ แบรนดท์  ประสบการณ์การเทรดฟิวเจอร์สกว่า 50 ปี  1. การบริหารความเสี่ยง (การตัดขาดทุน)      การจัดการความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญของการเทรด ต้องรู้จักตั้งจุดตัดขาดทุน (cut losses) เพื่อปกป้องเงินทุนในพอร์ต เพราะแม้การขาดทุนเล็กน้อยจะเป็นเรื่องปกติของการเทรด แต่หากปล่อยให้ขาดทุนใหญ่เกินไป ก็อาจทำให้พอร์ตของคุณได้รับผลกระทบอย่างหนัก การตัดขาดทุนอย่างมีวินัยช่วยลดความเสี่ยงและรักษาพอร์ตการลงทุนในระยะยาว . 2. การจัดการอารมณ์      การเทรดต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ เพราะเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่เป็นไปตามแผน อารมณ์ของเราจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราตัดสินใจผิดพลาด การควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงช่วยให้คุณยึดมั่นในแผนการเทรดและลดการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าข้อมูล . 3. การจัดการกระบวนการ      มีกระบวนการเทรดที่ชัดเจนและมีขั้นตอนที่สามารถทำซ้ำได้ เช่น มีแผนก่อนเข้าเทรด การตรวจสอบตลาด และการติดตามแผน นี่จะช่วยให้คุณมีแนวทางที่มั่นคง ไม่เทรดตามอารมณ์หรือความรู้สึกชั่วคราว . 4. ไม่ต้อ...

3 ทักษะ การเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ ที่มือใหม่ต้องพัฒนา

Image
มีจำหน่ายที่แอพ Meb :  https://t.co/6hfYXffLeK การเทรดที่มีกำไร (Profitable trading) สำหรับมือใหม่  สามารถสรุปได้เป็น 3 ข้อหลักที่เป็นรากฐานสำคัญ ได้แก่: 1. การเทรดด้วยกลยุทธ์ที่มี "ความได้เปรียบ" (Trading a strategy that has an edge)    กลยุทธ์ที่มี "ความได้เปรียบ" หมายถึงการมีระบบการเทรดที่มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าความเสี่ยงที่รับได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่พึ่งโชคในการเทรดแต่ละครั้ง กลยุทธ์ที่ดีจะมาพร้อมการวิเคราะห์ตลาดอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้ข้อมูลทางสถิติ การวิเคราะห์กราฟราคา การติดตามปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมี "ข้อได้เปรียบ" ในการตัดสินใจที่จะทำให้ผลลัพธ์เป็นบวกในระยะยาว    ตัวอย่าง: หากคุณมีระบบที่ทำให้คุณชนะ 6 ใน 10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งที่ชนะจะได้กำไรสูงกว่าการขาดทุน การเทรดด้วยกลยุทธ์นี้จะมี "ความได้เปรียบ" หรือ "edge" เพราะถึงแม้คุณจะขาดทุนบ้าง แต่กำไรที่ได้มักจะชดเชยและทำให้โดยรวมคุณมีกำไร 2. การจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม (Proper risk management)    การจัดการความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด เพราะไม่มีใครสามารถชนะได้ท...

Gain-to-Pain Ratio คือสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องรู้ มันคืออะไร? คำนวณยังไง มาดูกัน

Image
Gain-to-Pain Ratio (GPR) คืออัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุน โดยการเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่ได้รับกับความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุน GPR เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในวงการการเงินเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนที่มีความผันผวนสูง แนวทางการคำนวณ สมมุติว่าเรามีผลตอบแทนรายเดือนสำหรับกองทุนหนึ่งในช่วง 12 เดือนดังนี้: - มกราคม: 2% - กุมภาพันธ์: -1% - มีนาคม: 3% - เมษายน: -2% - พฤษภาคม: 4% - มิถุนายน: -1% - กรกฎาคม: 2% - สิงหาคม: -3% - กันยายน: 1% - ตุลาคม: -1% - พฤศจิกายน: 2% - ธันวาคม: -1% 1. ผลรวมของผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นบวก: [ 2% + 3% + 4% + 2% + 1% + 2% = 14% ] 2. ผลรวมของค่าผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นลบ: [  -1%  -2% -1% -3%  -1% -1% = 9%] 3. คำนวณ Gain-to-Pain Ratio: ค่า GPR ที่สูงกว่า 1 บ่งบอกว่าผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีในการลงทุน โดยสรุป Gain-to-Pain Ratio เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ช...

เบสิค ของ Risk management

Image
เบสิค ของ Risk management "นักเทรดที่เก่ง คือ นักบริหารความเสี่ยงที่เก่ง" ๑. วัตถุประสงค์ คือ ปกป้อง-เลี่ยง/ลดอันตราย หรือความเจ็บปวดไม่ให้เกิดต่อตัวเรา/ทรัพย์สินของเรา ๒. ธรรมเนียมของ risk management คือ การตั้งกฎ/ข้อกำหนด เพื่อควบคุมการดำเนินการให้ถูกต้อง ๓. กฎมีไว้เพื่อพาเราให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๔. Risk management ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เราไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงได้ แต่จะบริหารให้ดีที่สุด ๕. ใครบริหารความเสี่ยงได้ดี จะมี performance ที่ดี ๖. การบริหารความเสี่ยง เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ที่ได้ข้อมูลจาก การวิเคราะห์ ประเมิน อันตรายและภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ๗. การผลัก(ถ่ายโอน)ความเสี่ยง - การประกันภัย มีลิมิตที่ยอมรับได้ หากมากกว่านั้น ทิ้ง/ผลักไปให้คนอื่น ๘. การบริหารความเสี่ยงที่ดี คือ การจัดสมดุลระหว่าง risk(ลด) กับ reward(เพิ่ม) ที่เหมาะสม ๙. องค์กรที่ดี คือ องค์กรที่จัดสมดุล risk reward ได้ดี  โดย risk management จะไม่มีวันจบสิ้น เป็นกระบวนวนซ้ำไปตามระบบ ขั้นตอน ซึ่งมันจะช่วยให้เราสามารถปรับปรุงการตัดสินใจได้ดีขึ้น (ลดความเสี่ยงลงได้อีก) เพิ่ม performance ได้อีกเช...

คู่มือเอาตัวรอด สำหรับนักเทรดผู้ยังขาดทุนซ้ำซาก

Image
นี่คือ 5 เทคนิคเพื่อความอยู่รอดไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม ๑) รอจนการเคลื่อนไหวสุดพิเศษมันออกมาแสดงต่อหน้าคุณ ทุกคนรอแต่จังหวะซื้อหรือขายสวยๆอยู่ตลอดเวลาแม้ตลาดจะเป็นยังไงก็ตาม พวกเขาอยากจะทำเงินให้ได้ตลอดเวลา จึงละเลยความสำคัญของการถือเงินสด การถือเงินสดก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง นี่คือการทดสอบแบบง่ายๆคือให้กลับไปนับเงินที่คุณสามารถสะสมได้ถ้าหากคุณแค่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่เทรดแบบมั่วซั่วดูว่าจะเหลือมากมายแค่ไหน ๒) จำไว้ว่ากราฟหุ้น(ชาร์ท)มันยังคงใช้งานได้เสมอ ให้เวลาเปิดกราฟย้อนหลังหรือดูภาพใหญ่ในกราฟรายสัปดาห์หรือรายเดือนดู โดยเฉพาะในตอนที่ตลาดมันแกว่งตัวรุนแรง การมองภาพใหญ่จะช่วยให้ท่านมีโฟกัสและก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ของตัวเอง บางทีท่านอาจจะเห็นรูปแบบราคาขนาดใหญ่ที่สร้างแนวรับแนวต้านสมบูรณ์แบบ แต่ถ้ายังมองไม่เห็นคุณก็จะได้ข้อมูลอีกแบบหนึ่งว่าควรที่จะรอคอยจนกว่ามันจะสร้างรูปแบบที่คุณชื่นชอบ ๓) เลือกที่จะเป็นนักล่ากินกำไรคำใหญ่ จงหารูปแบบราคาในกราฟรายวันหรือรายสัปดาห์ อย่าได้พยายามที่จะไล่ล่าทำเงินตลอดเวลาแต่จงรอให้เป็นถ้าหากราคามันวิ่งเลยจุดซื้อที่ดีไปแล้วก็อย่าได้ไปไล่ตามมันเอาไปทำอย่าง...

12 ข้อคิดเกี่ยวกับ Risk Management & Position Sizing จาก Mark Ritchie ที่อยากให้ FC ชมมาก ๆ

Image
 สรุปบทสัมภาษณ์ Mark Ritchie : Market Wizards ๑. ถ้าคุณเปิดกราฟราคาถั่วเหลืองย้อนหลัง 30 ปี  คุณจะเห็นโอกาสในการซื้อในราคา $5  ไปขายที่ $12  มากมาย แน่นอนว่า ถ้าซื้อ $7 ไปขายที่ $8 มีมากกว่า และถ้าซื้อที่ $7 ขายที่ $7.0025 มีนับพันครั้ง ๒. คุณต้องหาท่าไม้ตายทำเงิน(edge)ของคุณให้เจอ ผมไม่สนว่าคุณจะใช้วิธีไหน แต่คุณต้องหามันให้เจอ คุณต้องไม่ขาย หรือ ซื้อหุ้น แบบไร้เหตุผลเด็ดขาด คุณต้องมีเหตุผลในการทำมัน นี่แหละคือ edge ๓. การบริหารความเสี่ยงคือส่วนประกอบสำคัญ ผมรู้ว่าคนอื่นจะต้องไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ แต่ผมบอกเลยว่า นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาต้องขาดทุนจนหมดตัว นักเทรดส่วนใหญ่หมดตัวเพราะ พวกเขาแบ่งเงินเทรด(position sizing)ไม่เป็น ๔. บางครั้งนักเทรดมักรีบร้อนเข้าเทรดเกินไป(กลัวไม่ได้หุ้น) จึงมักจะทำให้พวกเขามีปัญหา(ไม่รอบคอบ) ในเรื่อง position sizing  ถ้าโชคดี ราคาหุ้นทำกำไรให้ คุณก็รอด แต่ถ้าคุณพลาดในจังหวะที่ลงเงินเดิมพันก้อนใหญ่เกินไป คุณจะเครียดและกดดันมาเกี่ยวกับเงินที่ลง ๕.  ผมบอกคุณเลยว่า จำนวนเงินที่คุณลงเดิมพัน สำคัญกว่า จุดเข้าซื้อ และจุดขายออก ๖. นัก...

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo