SpyGlass Pharma, Inc. (NASDAQ: $SGP) หุ้นอเมริกาเพิ่งเข้าใหม่ ผลิตยารักษาผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก

Image
เรื่องราวของหุ้น SGP — จากห้องแล็บสู่ตลาดหุ้น SpyGlass Pharma เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่ เพิ่งเข้าตลาดหุ้น Nasdaq ในปี 2026 (หุ้น SGP) โดยราคาจำหน่าย IPO อยู่ที่ 16 เหรียญต่อหุ้น และสามารถระดมทุนได้มากกว่า 172.5 ล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นให้สาธารณะและการใช้สิทธิตัวเลือกของผู้จัดการการจัดจำหน่ายอย่างครบถ้วน เมื่อหุ้นเริ่มเทรดจริง ราคาขึ้นแรงถึง ประมาณ 50% ในวันแรกของการซื้อขาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่า นักลงทุนให้ความสนใจในศักยภาพของบริษัทอย่างชัดเจน 🧬 จุดแข็งของบริษัท — ทำไมตลาดสนใจ? 1. เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์จริง SpyGlass พัฒนาระบบการปล่อยยาแบบคงที่หลายปี โดยฝังเข้าไปพร้อมกับเลนส์แก้วตาในการผ่าตัดต้อกระจก เพื่อลดความดันลูกตา ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วย ไม่ต้องใช้ยาหยอดตาแบบรายวัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก นี่คือเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักเทรด — เพราะการแก้ ปัญหาที่ยังไม่มีใครทำได้ดี มักดึงดูดมูลค่าทางการตลาดและความสนใจจากนักลงทุน 🔬 ความคืบหน้าทางคลินิก — แรงผลักดันสำคัญ SpyGlass ผ่านการทดลองตั้งแต่ Phase I/II และตอนนี้อยู่ใน Phase III ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนขออนุมัติจาก FDA หากสำเร็จ → ...

Stop Loss ไม่ใช่แค่เรื่องของ กี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ตัดยังไง ตัดแบบไหน แต่ควรเป็นเรื่องของ "ทำไมต้องตัดขาดทุน"


ตัดขาดทุน ไม่ใช่แค่เรื่องของ กี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ตัดยังไง ตัดแบบไหน

แต่ควรเป็นเรื่องของ "ทำไมต้องตัดขาดทุน" 

เพราะ 

๑) เราเทรดตามความเชื่อส่วนตัว/อคติเฉพาะตัว

ถ้าคุณเทรดด้วยความเชื่อว่า การเทรดช่วยให้คุณรวยไว มีสูตรสำเร็จ คุณจะตัดขาดทุนได้ยาก เพราะเจตนาสวนทางกัน


๒) ถ้าอยากตัดขาดทุนได้ง่าย ต้องเปลี่ยนความเชื่อใหม่ ว่า

- คุณคิดผิดได้ตลอด และ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้น

- รู้ไวและยอมรับได้ไว ว่าเมื่อไหร่ที่คิดผิด

- หุ้นทุกตัวน่าระแวงหมด

- หุ้นที่วิ่งขึ้น = หุ้นดี

- หุ้นที่วิ่งลง = หุ้นแย่ (ไม่เกี่ยวกับพื้นฐาน)


๓) Position Sizing คือเคล็ดลับ

- มีเงินเดิมพันเยอะในผู้ชนะ น้อยมากในผู้แพ้

- ตัวอย่างง่าย ๆ คุณมีหุ้น A เป็นผู้แพ้ ติดลบ7% 

กับหุ้น B เป็นผู้ชนะ บวก 5% 

ถ้าดูแค่เปอร์เซ็นต์ จะเป็นว่าแทบไม่ต่างกัน

แต่ถ้าคุณ position sizing เป็น โดยให้หุ้นผู้แพ้ยังคงมีเงินเดิมพันแค่ 1,000 บาท แต่ผู้ชนะมีเงินเดิมพัน 50,000 บาท 

ความต่างชัดเลย เพราะหุ้น A คุณเสียแค่ 70 บาท

หุ้น B คุณได้กำไรแล้ว 500 บาท

ตัดขาดทุนเสียเงิน 70 บาท ง่ายกว่า 7,000 บาทแน่นอน

การรู้จักบริหารเงินทุน คือ ตัวเปลี่ยนเกม


๔) แต่ทั้งนี้ กว่าที่คุณจะบริหารเงินทุนได้แบบนี้ คุณต้อง

- แยกแยะผู้แพ้กับผู้ชนะได้ดี

- รอคอยเก่ง อดทนได้นาน โดยเฉพาะกับหุ้นผู้ชนะ

- กล้ากำจัดหุ้นอ่อนแอ อ่อนแอก็แพ้ไป ถ้าดีพอก็พร้อมให้รางวัล

- ถ้าคุณมี "ฝูงหุ้นผู้ชนะ" ที่ค้ำพอร์ตอยู่มากพอ คุณจะตัดขาดทุนผู้แพ้ได้ง่ายมาก และมีแต้มต่อในการให้รางวัลและตัดขาดทุน

- ผู้ชนะคือหุ้นนำตลาด ไม่ใช่ laggard

- คุณไม่ควรเชื่อใจหุ้นตัวใดตัวหนึ่งตั้งแต่แรก ด้วยการทุ่มเงินก้อนโตเต็มโควตาตั้งแต่ไม้แรก = ประมาทมาก

- คุณคือนักบริหาร ไม่ใช่ นักพนัน

- คุณต้องบริหารหุ้น ไม่ใช่เป็นทาสของหุ้น

- Copy trade ไม่มีทางยั่งยืนเท่า Copy Why


๕) ผู้ชนะสนใจวิธีคิด ส่วนผู้แพ้สนใจวิธีทำ

Forex with Why

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ