Posts

Showing posts from 2018

สาเหตุที่ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่ ต้องขาดทุนซ้ำซาก หรือ ไม่สามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอ

Image
สาเหตุที่ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่ ต้องขาดทุนซ้ำซาก หรือ ไม่สามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอ ๑) เทรดแบบงานอดิเรก - มาทรงนี้ จะไปไวมาก เพราะงานอดิเรกมีแต่จ่าย และจ่าย // อีกกลุ่มใหญ่ไม่แพ้กันคือ เทรดแบบการพนัน เล่นหุ้นเสี่ยงสูงทั้งๆ ที่ตนเองความรู้แทบไม่มี จำคำพูดเซียนมาใช้เป็นกลยุทธ์ ๒) ถึงแม้จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หาความรู้และฝึกฝนอย่างหนัก ก็ยังคงมีโอกาสขาดทุนหนักอยู่ เพราะ - ไปได้ข้อมูล แนวทางที่ผิด โดยเฉพาะการโฟกัสที่ผลลัพธ์ที่แม่นยำสูง + เทรดโดยไม่มีการบริหารความเสี่ยง - แต่แม้จะได้ข้อมูลที่ดี ก็ยังมีโอกาสขาดทุนยับอยู่ ถ้าคุณมีความเชื่อที่ตรงข้ามกับกลยุทธ์/กระบวนการและกฎการเทรดที่ทำเงิน -- แบบนี้เรียกว่าความขัดแย้งจากภายใน ตัวอย่างที่ชัดมากคือ กลยุทธ์ให้คุณตัดขาดทุน แต่ถ้าภายในใจของคุณไม่เชื่อ คุณก็ทำตามไม่ได้ // กลยุทธ์ให้คุณบริหารความเสี่ยง แต่ถ้าคุณอยากรวยเร็ว คุณก็ไม่ยอมทำตาม ๓) ประสบการณ์ คือ ตัวแปรสำคัญ ของการเทรดที่ได้กำไรสม่ำเสมอ ถ้าคุณมีประสบการณ์มากพอ คุณผ่านเกมมากพอ คุณจะเข้าใจหลายเรื่อง ที่มันขัดกับความเชื่อทั่วไปของมนุษย์ได้ เพราะหลายเรื่องของเกมการเทรดนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะ -

อาร์แซน เวนเกอร์ (พื้นฐาน) VS อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (เทคนิคอล)

Image
ความต่างระหว่างการลงทุนแนว "พื้นฐาน" กับ "เทคนิคอล" จากวิธีคิดของอาร์แซน เวนเกอร์ กับ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วิธีคิดในการทำทีมของสองกุนซือดังแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ สามารถเอามาเป็นตัวอย่างระหว่างสายเทคพื้นฐานกับเทคนิคิลได้อย่างดี จึงขอแชร์เผื่อจะทำให้มือใหม่สายฟุตบอลเข้าใจมากขึ้น เริ่มที่ "อาร์แซน เวนเกอร์" ผู้จัดการทีมของอาร์เซน่อล แฟนบอลทั่วโลกรู้กันว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ "ขี้เหนียว" ที่สุด ทุกปีในช่วงตลาดนักเตะเปิด แฟนปืนใหญ่มักต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะแกพิถีพิถันในการซื้อตัวผู้เล่นมาก คือต้องได้ "คนที่ใช่ ในราคาที่เหมาะสม" ยิ่งฝีเท้าดี ราคาถูก ยิ่งชอบ วิธีคิดแบบนี้มันช่างตรงกับแนวทางการลงทุนของวีไอ อย่างมาก คือ เน้น - ของดีราคาถูก - ตลาดไม่สนใจ หรือเรียกว่า โนเนม - มีสตอรี่ในอนาคตอันไกล้ หน้าที่ของนักลงทุนสายพื้นฐานคือ "พลิกหินทีละก้อน" เพื่อหาของดี หรือเพชรในตม ให้เจอ และซื้อก่อนที่ตลาดจะเห็นคุณค่า สอดคล้องกับสูตรสำเร็จในการหาผู้เล่นของทีมอาร์เซน่อล เพราะ นักเตะที่ "ใช่" สำหรับนายใหญ่แห่งซุ้มปืนโ

หุ้นที่ให้บทเรียนผมมากที่สุดในปี 2017

Image
หุ้นที่ให้บทเรียนเรามากที่สุดในปี 2559 เป็นเคสของสองปัที่แล้วนะครับ บังเอิญผมทำเก็บไว้ดูคนเดียว เห็น facebook โผล่มาให้ดูก็เลยเอามาลงบล็อก zyo71 เผื่อจะได้เป็นไอเดียสำหรับคนที่สนใจ SIMAT ในมุมลบเลย ได้แง่คิดในเรื่องของการถัวเฉลี่ยหุ้นขาลง โดยการลงเพราะพื้นฐานห่วย ถูกยกเลิกสัญญาจากลูกค้ารายใหญ่ ทำบรอดแบนด์ก็โดนรายใหญ่เล่นสงครามราคา ก็สู้ไม่ได้ เมื่อลงทุนไปยังไม่ถึงจุดคุ้ม ก็ส่งผลให้ขาดทุนสิ เมื่อขาดทุน+ไม่มีจุดแข็งพอที่จะสู้ใครได้ ราคาก็อ่อนแอสิ ต่อไป ต้องไม่เล่นหุ้นขาลง โดยเฉพาะตอนที่มันหลุดแนวรับลงไปข้างล่าง เพราะมันจะมีโมเมนตัมแรงมาก ต้องไม่ถัวเฉลี่ยขาลงเด็ดขาด ต้องเล่นหุ้นขาขึ้นเท่านั้น MALEE เราไม่เคยให้ความสำคัญเลย กระทั่งมันวิ่งมาถึง 80 กว่าบาท อันเป็นเวลาที่สายไปแล้ว เสียดายมากๆ ที่เราได้เรียนรู้ ถ้าเห็นหุ้นราคาเบรค 200 วัน ต้องไปดูพื้นฐาน - ว่ามันมีแบรนด์มั้ย - งบกำไรขาดทุนเป็นยังไง - มันมีโครงการในอนาคตยังไงบ้าง - ผู้บริหารมีความ aggressive สำหรับเป้าหมายในอนาคตยังไง - ที่ตั้งเป้าไว้ ตอนนี้ทำได้บ้างแล้วมั้ย - มีการทำตลาดใหม่มั้ย - ตอนราคาเบรค 200 วัน วอ

รีวิวการเก็งกำไร ปี 2018 ของ Zyo

Image
ปีนี้ผลประกอบการของผมย่ำแย่มาก ต้นปีทำเงินได้เยอะมาก แต่พอตลาด choppy ก็คืนกำไรให้หมดเกลี้ยง แถมทบดอกอีกต่างหาก เมื่อเทียบกับเงินที่ทำได้ในช่วงต้นปี กับวันสุดท้ายของปี 2018 ผมขาดทุนไปกลับร่วมๆ 30% เลยทีเดียว เดี๋ยวจะลองไล่ให้ดูเป็นรายเดือนไปเลย ผมเอามาจาก iTracker ที่โบรคบัวหลวงเขาทำประวัติให้ และก็เอามาจากบันทึก + ความจำของตัวเอง จะได้เป็นเคสให้ท่านเห็นจุดซื้อ ขาย และจุดผิดพลาดของผมไปทั่วกัน นี่คือเมนู iTracker ที่ผมเอ่ยถึง เผื่อใครไม่รู้ เดือน 1 มกราคม JAN Take profit หุ้น M ไป ได้กำไรประมาณ 16% จำได้ว่าภาพใหญ่มันเป็น cup with handle จึงตามเมื่อมันทะลุ 69 บาท ขายออกที่ 80 บาท JKN กำไร 19% พอราคาเบรคสามเหลี่ยมก็ซัดเลยตัวนี้ HUMAN กำไร 21% ได้ตอนขาขึ้นช่วงแรก EA ก็ได้ตังค์มาแบบฟลุคๆ เพราะซื้อก่อนเปิด gap เห็นมันเด้งที่ EMA10  วันต่อมาโบรคเชียร์ เปิดกระโดดเลย ฟลุคมาก  กำไรแค่ 14% เพราะรีบขายตั้งแต่แท่งเปิดกระโดดแท่งแรกเลย 61 บาท BGRIM  กำไร 24% ซื้อตอนเปิด gap 23 ขาย 28 อู้ฟู่เลยตอนนั้น พอร์ตโตขึ้น 30% แต่จากนั้นก็ข

หุ้นจ่อเบรค & แข็งกว่าตลาด ส่งท้ายปี 2018

Image
วันหยุดเอาการบ้านมาฝากกันอีกครับ ที่มาของกราฟพวกนี้ผมใช้การสแกน  ๑) RSI>=60 ๒) MACD > Signal & MACD > 0 แล้วก็คัดเอาทรงที่ยังไม่เบรคนะ ท่านเอาไปใช้เองก็ได้ แต่ต้องบอกกันก่อนนะ อย่าลอกหุ้น ท่านต้องเอาไปวางแผนต่อว่าจะเข้าหรือหนีตรงไหนเอง เพราะราคาหุ้นมันไม่วิ่งทุกตัวหรอก  ถ้าซื้อไม่คิด พอร์ตพังเอาง่ายๆนะ ไม่มีใครช่วยท่านได้นอกจากตัวท่านเอง เพราะผมไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น มาดูสภาพ SET กันก่อนนะ ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน ดีที่ยังไม่ลงต่อ ยังคงย่ำระหว่าง 1550 - 1560 เพื่อรอเลือกทาง ถ้าทะลุลงต่อก็เละเทะแน่ เพราะมีข่าวร้ายมารอสนับสนุนอีกบานเบอะ ภาพรวมยังคงเป็นขาลงที่น่ากลัวอยู่ครับ แต่ในความอับเฉาของสภาพตลาด ก็ยังมีหุ้นที่วิ่งดีสวนตลาดได้อย่างน่าเชียร์หลายตัว ผมไม่ขอยกตัวที่วิ่งไปแล้วนะ เอาเฉพาะทรงที่จ่อเบรคจริงๆก็แล้วกัน ดังนี้ หุ้นจ่อเบรค  คือ หุ้นที่ราคาทำฐานราคาที่น่าเชื่อถือ โดยราคาวิ่งขึ้นไปถึงแนวต้านของฐานราคา ทำให้มันมีโอกาส breakout, เบรคเอ้าท์ หรือทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ แนวทางการเทรดคือ ๑) ซื้อเมื่อราคาเบรค

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks