Posts

Showing posts from October, 2017

ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ - ให้ออกไปก่อน

“Get out if you become unsure about a position.” - Michael Marcus คำกล่าวนี้หมายถึง ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ ควรจะขายหุ้นหรือปิดตำแหน่งนั้นๆ ทันที การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการไม่มั่นใจในข้อมูลหรือการวิเคราะห์ของตัวเอง อธิบายเพิ่มเติม - ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะ: หมายถึงคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหุ้นนั้นจะขึ้นหรือลง หรือข้อมูลที่คุณมีอาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างมั่นใจ - การขายหรือปิดตำแหน่ง: การออกจากตำแหน่งนั้นเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง เมื่อคุณไม่แน่ใจในการตัดสินใจ การอยู่ในสถานะที่ไม่แน่ใจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงิน ข้อคิดสำหรับนักเทรดมือใหม่ 1. ป้องกันความเสี่ยง: การออกจากตำแหน่งเมื่อไม่แน่ใจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี เพราะจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอน 2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเกณฑ์ในการตัดสินใจที่แน่นอนและมั่นคง 3. การควบคุมอารมณ์: การไม่แน่ใจอาจเกิดจากอารมณ์และความกังวล การออกจากตำแหน่งที่ไม่แน่ใจช่

จิตวิทยาเบื้องหลังการ False Break

Image
เรื่อง false break นี่ผมชอบมาก ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นจุดสังเกตสำคัญว่าหุ้นตัวนั้นมีความตั้งใจจะขึ้นต่อจริงหรือเปล่า หน้าที่เราก็แค่รอดูแล้วตามเมื่อมันพิสูจน์ตัวเองว่าเอาจริงครับ ก็เคยเขียนไว้ในหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" หลายหน้าเหมือนกัน ไม่รู้ว่าผู้อ่านจะพอจำกันได้หรือเปล่า สำหรับสาย long แล้ว การ follow buy แล้วเกิด false breakout มักจะสร้างความหงุดหงิดให้เสมอ เสียเงินก็เจ็บใจพอแล้ว แต่โดนหลอกให้ตาม มันปวดใจเพิ่มเป็นสองเท่า นี่แหละครับสเน่ห์ของตลาด ที่ "คาดเดาอะไรไม่ได้" พลาดแล้วก็ยอมรับมัน เงยหน้ามาสู้กับตัวใหม่ ความจริงแล้ว จากประสบการณ์ของผมนะ การเกิด failed breakout ก็ไม่ได้มีความเลวร้ายเสียทีเดียว อย่างน้อยมันก็แสดงออกว่าหุ้นตัวนี้นได้แสดงความพยายามว่า "พยายามจะวิ่งขึ้น" อยู่นะ ไม่ได้ขี้เกียจนอนก้นหรือแม้ซึมลงเหมือนหุ้นส่วนมากในตลาด คือถ้าเทียบกันกับหุ้นขาลงแล้ว หุ้น failed breakout มีอนาคตมากกว่า โอกาสที่จะวิ่งขึ้นก่อน โอกาสที่คุณจะได้เกาะกระแสขาขึ้นได้ในไม่่่่ช้านี้ อะไรทำให้ราคาเกิด "เบรคหลอก"? ผมคิดว่ามีจิตวิทย

ซื้อที่ EMA200 ขายที่ EMA10

Image
โดย เซียว จับอิดนึ้ง :  facebook.com/zyoit หนังสือ " หุ้นซิ่ง สวิงเทรด " และ " หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ " ติดต่อสั่งซื้อหนังสือทั้งสองเล่ม ได้ที่เพจ zyobooks :  facebook.com/zyobooks  ครับ ++++++++++++++++++++++++++++++++ ++++++++++++++ ปล. บทความนี้ ถูกรวมไว้ในเล่ม "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" ครับ --------- มีไอเดียหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย คือ ซื้อที่ EMA200 ขายที่ EMA10 เพราะหุ้นบางตัวก็ย่อแรงเกินไป แต่ก็ด้วยความที่ยังมีแรงสนับสนุนจากใครสักกลุ่ม ซึ่งอาจจะเป็นนักลงทุนวงใน หรือรายใหญ่ก็ตามที ได้เข้ามารับหุ้นบริเวณโซนของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน แล้วเด้งแรง ซึ่งเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันนี้น่ะ ถือเป็นเส้นที่นักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนระยะยาวใช้เป็นจุดซื้อหุ้นเพิ่มกัน จึงไม่แปลก ถ้าเป็นหุ้นพื้นฐานดีๆ มักจะหยุดลงบนเส้นนี้กัน จากนั้นก็ดีดกลับขึ้นไปทำนิวไฮได้อีก อารมณ์คล้ายๆกับการ "พักเหนีื่อยในขาขึ้น" น่ะครับ พักเพื่อสะสมกำลังเพื่อที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีก ซึ่งการดีดกลับในครั้งใหม่นั้น ราคาวิ่งแรงมาก จนสามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันช่วยเป็นฐานรองรับการขึ้นได้

หลักและกฎ 11 ข้อสำหรับการเทรดแบบ Marty Schwartz

Image
หลักและกฎ 11 ข้อสำหรับการเทรดแบบ Marty Schwartz บทความนี้แปลจาก http://www.tradeciety.com/the-11-trading-rules-and-principles-of-a-market-wizard-marty-schwartz/ คิดว่าเทรดเดอร์ผู้ไฝ่รู้ส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับชื่อ Marty Schwartz กันดีอยู่แล้ว เขาเป็หนึ่งใน Market Wizard ผู้โด่งดังไปทั่วโลก สไตล์การทำเงินของเขาคือ การเล่นสั้น เข้าไวออกไว ตัดขาดทุนเร็ว หนังสือที่สร้างชื่อให้เขาคือ Pit Bull : Lessons from Wall Street's Champion Day Trader แต่กว่าจะได้มีชื่อเสียงกระเดื่องเรืองไกลแบบนี้นะ เขาใช้เวลาเรียนรู้และจ่ายค่าเทอมไปให้ Wall street ไปมากมาย เรียกได้ว่าเกือบล้มละลาย ใน 10 ปีแรก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ยอมแพ้ ก็มุมานะศึกษาพัฒนา จนได้ค้นพบหนทางของตัวเอง คือหนทางในการเก็งกำไรโดยใช้เทคนิคคอล ที่เหมาะสมกับตัวของเขาเอง พอได้ท่าไม้ตายที่ใช่แล้ว ก็กลายเสือติดปีก เขาสามารถทำเงินได้ถึง $600,000 และเบิ้ลเป็นเท่าตัวในปีถัดมา เขาโม้ด้วยว่าเคยทำเงินได้ถึง $70,000 ในการเทรดเพียงหนึ่งวัน นอกจากนี้ Marty Schwartz ยังได้ตำแหน่งแชมป์การเทรดในรายการ U.S. Investing Championship ใ

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

Image
โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit และ เพจ facebook.com/zyobooks บังเอิญผมไปเจอบทความที่สรุปแนวคิดของทวด Richard D. Wyckoff ,ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของตัวผมเอง, ก็เลยอดตื่นใจไม่ได้กับข้อมูลที่เขาเขียนถึง " How Manipulators Operate " ซึีงผมตีความว่ามันน่าเป็น " ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker " พอได้สแกนคร่าวๆแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจ เลยพยายามแปลให้ตัวเองรู้เรื่อง แม้ว่าภาษาของแกจะอยู่ในระดับที่ตัวผมเองเข้าถึงยากมาก แต่ก็ด้วยความอยากรู้จึงพยายามคั้นเอาเฉพาะเนื้อๆ ที่แม้อาจจะไม่เป๊ะตามใจความที่เขาพยายามสื่อ แต่ก็น่าจะพอเห็นภาพได้ในระดับหนึ่งครับ ใครที่ภาษาอังกฤษคล่องๆ ก็ไปอ่านต้นฉบับได้ที่ลิ้งค์นี้นะ   https://whatheheckaboom.wordpress.com/2013/01/21/book-review-of-stock-market-technique-number-one-by-richard-d-wyckoff/ ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker 1) เลือกเป้าหมาย - ทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าตอบสนองต่อความกลัวหรือความกล้า - ถ้าต้องการทำให้ตลาดวิ่งขึ้น, เขาจะทดสอบหุ้นนำตลาดที่มีความต้านทานน้อยสุด - ที่ต้องเลือกตัวที่มีความต้าน

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า