Posts

Showing posts from 2024

ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ - ให้ออกไปก่อน

“Get out if you become unsure about a position.” - Michael Marcus คำกล่าวนี้หมายถึง ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ ควรจะขายหุ้นหรือปิดตำแหน่งนั้นๆ ทันที การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการไม่มั่นใจในข้อมูลหรือการวิเคราะห์ของตัวเอง อธิบายเพิ่มเติม - ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะ: หมายถึงคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหุ้นนั้นจะขึ้นหรือลง หรือข้อมูลที่คุณมีอาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างมั่นใจ - การขายหรือปิดตำแหน่ง: การออกจากตำแหน่งนั้นเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง เมื่อคุณไม่แน่ใจในการตัดสินใจ การอยู่ในสถานะที่ไม่แน่ใจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงิน ข้อคิดสำหรับนักเทรดมือใหม่ 1. ป้องกันความเสี่ยง: การออกจากตำแหน่งเมื่อไม่แน่ใจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี เพราะจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอน 2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเกณฑ์ในการตัดสินใจที่แน่นอนและมั่นคง 3. การควบคุมอารมณ์: การไม่แน่ใจอาจเกิดจากอารมณ์และความกังวล การออกจากตำแหน่งที่ไม่แน่ใจช่

ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ - ให้ออกไปก่อน

“Get out if you become unsure about a position.” - Michael Marcus คำกล่าวนี้หมายถึง ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ ควรจะขายหุ้นหรือปิดตำแหน่งนั้นๆ ทันที การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการไม่มั่นใจในข้อมูลหรือการวิเคราะห์ของตัวเอง อธิบายเพิ่มเติม - ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะ: หมายถึงคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหุ้นนั้นจะขึ้นหรือลง หรือข้อมูลที่คุณมีอาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างมั่นใจ - การขายหรือปิดตำแหน่ง: การออกจากตำแหน่งนั้นเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง เมื่อคุณไม่แน่ใจในการตัดสินใจ การอยู่ในสถานะที่ไม่แน่ใจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงิน ข้อคิดสำหรับนักเทรดมือใหม่ 1. ป้องกันความเสี่ยง: การออกจากตำแหน่งเมื่อไม่แน่ใจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี เพราะจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอน 2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเกณฑ์ในการตัดสินใจที่แน่นอนและมั่นคง 3. การควบคุมอารมณ์: การไม่แน่ใจอาจเกิดจากอารมณ์และความกังวล การออกจากตำแหน่งที่ไม่แน่ใจช่

มีการเทรดแค่ 10%-20% ของทั้งหมด ที่ทำกำไรให้ 80%-90% ของทั้งหมด

Image
ตลอด 48 ปีของผมในฐานะนักเก็งกำไร  นักเทรดมืออาชีพทุกคนที่ผมรู้จัก ปั้นพอร์ตภายใต้หลักการ Pareto นั่นคือมีการเทรดแค่ 10%-20% ของทั้งหมด ที่ทำกำไรให้ 80%-90% ของทั้งหมด -- ปีแล้วปีเล่า มีน้อยนักที่เข้าใจสิ่งนี้ (ไม่ว่าพวกเขาจะอ้างถึง Pareto หรือไม่ก็ตาม) และเขาก็จะประสบความสำเร็จได้ในท้ายที่สุด . ทำไมเป็นเช่นนั้น? เนื่องจาก ๑) ความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวในการเก็งกำไรในตลาดนั้นเกี่ยวข้องกับวิธีจัดการกับความสูญเสีย(ตัดขาดทุน)มากกว่าการค้นหาหุ้นผู้ชนะที่วิเศษ(หุ้นกำไรก้อนโต) ๒) ผู้ชนะ(หุ้นกำไรก้อนโต)จะมาหาเฉพาะนักเทรดที่จำกัด Drawdown ได้ดีที่สุดให้ทุนเหลือมากที่สุด (พอร์ตไม่เสียหายหนักเมื่อต้องเจอตลาดที่เลี่ยงการขาดทุนต่อเนื่องไม่ได้) . เป็นเรื่องง่ายที่จะทำเงินจากการเทรด ความท้าทายคือการรักษามันไว้ และต้องรักษาไว้ให้นานพอ จนกว่าจะได้พบโอกาสดี ๆ และต้องรอให้กำไรก้อนงามออกดอกผล . ผมพบว่าโซเชียลมีเดียนั้น มีวัยรุ่นที่เสพฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเกินขนาดชอบคุยโวเกี่ยวกับการเทรดได้กำไร 5 เท่า, 10 เท่า, 30 เท่า ของพวกเขา - มันน่าขัน เกินกว่าที่จะเป็นไปได้จริง . การอวดรูปถ่ายกับ Lambo โชว์จอคอมพิวเ

Being Right or Making Money ความต่างที่มือใหม่ ไม่เข้าใจ

Image
ทัศนคติการเทรด "Being Right" กับ "Making Money" มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ของการเทรดได้อย่างชัดเจน ดังนี้: 1. ทัศนคติ "Being Right" (การต้องถูกต้อง) - ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มักจะมุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้องเสมอ พยายามที่จะทำให้การคาดการณ์และการตัดสินใจในการเทรดถูกต้อง - ผลลัพธ์:   - อารมณ์และจิตใจ: นักเทรดอาจรู้สึกเสียใจหรือโกรธเมื่อการเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้เกิดความเครียดและความกดดัน   - การจัดการการขาดทุน: การไม่ยอมรับความผิดพลาดอาจทำให้นักเทรดไม่ยอมปิดตำแหน่งที่ขาดทุน และถือครองตำแหน่งนานเกินไป จนกระทั่งขาดทุนหนักขึ้น   - การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบ: การพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้องอาจทำให้นักเทรดเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นระบบและไม่สอดคล้องกับแผนการเทรด 2. ทัศนคติ "Making Money" (การทำกำไร) - ลักษณะของทัศนคติ: นักเทรดที่มีทัศนคตินี้มุ่งเน้นไปที่การทำกำไรในระยะยาวมากกว่าการพิสูจน์ว่าตนเองถูกต้อง พวกเขายอมรับความเสี่ยงและเข้าใจว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่

ทำไมการซื้อหุ้น 52 week low จึงอันตรายมากสำหรับนักเล่นหุ้นมือใหม่

Image
  การซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ (52 week low) อาจดูน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะพวกเขาอาจมองว่าราคาหุ้นอยู่ในจุดต่ำสุดและมีโอกาสในการทำกำไรจากการฟื้นตัวของราคา แต่การซื้อหุ้นในจุดนี้อาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้: 1. ปัญหาพื้นฐานของบริษัท: หุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทนั้นมีปัญหาทางการเงินหรือปัญหาอื่น ๆ ที่สำคัญ การที่ราคาหุ้นลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดไม่ได้แปลว่าหุ้นนั้นจะมีการฟื้นตัวในอนาคตเสมอไป 2. แนวโน้มขาลง: หุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์อาจอยู่ในแนวโน้มขาลง ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นอาจยังคงลดลงต่อไป การซื้อในจุดนี้อาจทำให้นักลงทุนประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง 3. การจับมีดที่ตกลงมา: การซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์เป็นการเสี่ยงที่คล้ายกับการพยายามจับมีดที่ตกลงมา ซึ่งมีโอกาสที่นักลงทุนจะเจ็บตัวจากการซื้อหุ้นในจุดที่ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดจริง ๆ 4. อารมณ์และจิตวิทยาตลาด: นักลงทุนมือใหม่อาจมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และจิตวิทยาเมื่อเห็นราคาหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด เช่น การขายหุ้นในจุดที่ต่ำเ

"ไม่คัทเพราะกลัวขาดทุนหนัก สุดท้ายขาดทุนหนักกว่าเดิม" เกิดจากอะไร? มาดูกันครับ

Image
ทักไปเลยที่  https://www.facebook.com/zyoit/   อาการ "ไม่คัทเพราะกลัวขาดทุนหนัก สุดท้ายหนักกว่าเดิม" เป็นพฤติกรรมที่พบนักเล่นหุ้นมือใหม่หลายๆ คน และสามารถอธิบายได้ผ่านหลายเหตุผลทางจิตวิทยา ประสบการณ์ และธรรมชาติของมนุษย์ ดังนี้: 1. Loss Aversion (ความกลัวการสูญเสีย) มนุษย์มักจะกลัวการสูญเสียมากกว่าที่จะได้รับกำไรในจำนวนเดียวกัน ความกลัวการสูญเสียทำให้ผู้คนยอมเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นเพื่อไม่ให้เห็นการขาดทุนจริง ๆ ในปัจจุบัน 2. Confirmation Bias (อคติต่อการยืนยัน) นักลงทุนมักจะมองหาข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อหรือการตัดสินใจของตนเอง และมองข้ามหรือไม่ยอมรับข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อเหล่านั้น การไม่ยอมคัทขาดทุนอาจเกิดจากการเชื่อว่าหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว 3. Overconfidence (ความมั่นใจเกินไป) นักลงทุนมือใหม่อาจมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองมากเกินไป ทำให้เชื่อว่าตนเองจะสามารถทนรอจนกว่าหุ้นจะฟื้นตัวกลับมาได้ 4. Sunk Cost Fallacy (ความผิดพลาดในการคิดคำนวณต้นทุนที่จม) มนุษย์มักจะยึดติดกับการลงทุนที่เคยทำมาแล้ว แม้ว่าจะรู้ว่ามันไม่คุ้มค่าอีกต่อไป การไม่คัทขาดทุนเป็นการยึดติดกับต้นทุนที่จ

นักเทรดที่โฟกัสสิ่งที่ควบคุมไม่ได้จะแพ้ซ้ำซาก ถ้าโฟกัสสิ่งที่คุมได้จะกำไรสม่ำเสมอ

Image
 สิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้: - เลือกหุ้น หรือ สินทรัพย์ - เงินลงทุน จำนวนขาดทุนต่อการเทรด (การควบคุมความเสี่ยง) - เข้า, ออก และ ไม่เทรด (กระบวนการเทรด) . สิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้: - การเคลื่อนไหวของตลาด(ราคาหุ้น) - กำไร . มือใหม่โฟกัสไปที่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ จึงประสบกับความขึ้นๆ ลงๆ ของผลการเทรด และมักจะขาดทุนซ้ำซาก เนื่องจากเทรดตามอารมณ์ (ทำเยอะ ได้น้อย) . ขณะที่ นักเทรดได้กำไรสม่ำเสมอจะโฟกัสไปที่สิ่งที่พวกเขาสามารถควบคุมได้เท่านั้น และ ทำแค่สิ่งนี้ให้ดีที่สุดก็พอ (ทำน้อย ได้เยอะ) . . โฟกัสสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ทำเยอะ ได้น้อย ในการเทรด มีหลายปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น: - การเคลื่อนไหวของตลาด: ราคาหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, หรือสกุลเงินสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า โดยปัจจัยที่มีผลอาจมาจากเศรษฐกิจโลก, ข่าวสาร, หรือปัจจัยอื่นๆ - ข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญ: ข่าวการเมือง, เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ, หรือภัยพิบัติธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อราคาตลาด - พฤติกรรมของเทรดเดอร์คนอื่น: การตัดสินใจและการกระทำของนักลงทุนคนอื่นที่มีผลต่อราคาตลาด เมื่อเราโฟกัสและพยายามคาดการณ์หรือ

เป้าหมาย กับ ระบบ ต้องมาคู่กัน

Image
  เป้าหมายเป็นงานของนักพนัน แต่การมีระบบเพื่อพาไปสู่เป้าหมาย คืองานของนักธุรกิจ ภาพนี้แสดงถึงความสำคัญของการมีทั้ง "เป้าหมาย" และ "ระบบ" ในการบรรลุผลสำเร็จ ในภาพจะมีการเปรียบเทียบสามสถานการณ์ ได้แก่: 1. มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว (Goal Only):     - ในภาพนี้ แสดงให้เห็นคนที่มีเป้าหมายแต่ไม่มีวิธีการหรือระบบที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งทำให้เป้าหมายนั้นยากที่จะบรรลุผล 2. มีระบบเพียงอย่างเดียว (System Only):     - ในภาพนี้ แสดงให้เห็นคนที่มีระบบหรือขั้นตอนการทำงานที่ดี แต่ไม่มีเป้าหมายที่จะไปถึง จึงทำให้การทำงานนั้นไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน 3. มีทั้งเป้าหมายและระบบ (Goal + System):     - ในภาพนี้ แสดงให้เห็นคนที่มีทั้งเป้าหมายและระบบที่ดี ซึ่งจะช่วยให้การบรรลุเป้าหมายเป็นไปได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในบริบทของการเทรด: 1. การมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว (Goal Only):     - นักเทรดที่มีเป้าหมายในการทำกำไร แต่ไม่มีระบบการเทรดที่ชัดเจน อาจจะทำให้การเทรดไม่มีกลยุทธ์ที่ดี ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียเงิน 2. การมีระบบเพียงอย่างเดียว (System Only):     - นักเทรดที่มีระบบการเท

Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail

Image
 Asymmetric leverage + always getting odds on your money = Holy grail "ผมสร้างอาชีพและโชคลาภจากการเทรดที่ผิดพลาดบ่อย(False breakout)พอๆ กับการเทรดหุ้นที่ถูกต้อง(Breakout แล้วไปต่อ)  สิ่งสำคัญคือ Asymmetric leverage (นั่นคือ)เก็บกำไรจากผู้ชนะของคุณให้ได้เงินก้อนโตมากกว่าที่คุณตัดขาดทุนให้กับหุ้นผู้แพ้ และทำให้เงินของคุณเติบโตอยู่เสมอ นี่คือ Holy grail!" - Mark Minervini . พี่มาร์คบอกว่าแกได้สร้างอาชีพและความมั่งคั่งจากการเทรดหุ้นโดยการยอมรับว่าตนเองทำผิดพลาดบ่อยครั้งเท่าๆ กับที่ทำถูกต้อง  สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จคือการใช้ "asymmetric leverage" หมายถึง การทำให้กำไรจากการเทรดที่ประสบความสำเร็จก้อนโตกว่าการตัดขาดทุนจากการเทรดที่ล้มเหลว"  . นี่คือแนวทางที่มือใหม่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้: 1. ยอมรับว่าคุณจะผิดพลาด: ในการเทรด คุณจะไม่สามารถทำกำไรได้ทุกครั้ง คุณต้องยอมรับความผิดพลาดและไม่ท้อแท้เมื่อขาดทุน . 2. ใช้กลยุทธ์ที่มี Risk:Reward 1:2 ขึ้นไป: พยายามหากลยุทธ์ที่ทำให้เมื่อคุณชนะ คุณจะได้กำไรมากกว่าตอนที่คุณแพ้ ตัวอย่างเช่น การใช้ stop loss เพื่อลดการขาดท

52 Week Low ท่ายากที่มือใหม่ชอบทำ(ลายตนเอง)

Image
52 Week Low ท่ายากที่มือใหม่ชอบทำ(ลายตนเอง) (หลงผิด ๑) น่าจะไปฟัง เซียนวีไอ ที่ใช้หลักการนี้แล้วได้กำไรมหาศาล แต่ไม่รู้ว่าเซียนเหล่านั้นเขาทำวิจัยหุ้นละเอียดมาก ๆ ก่อนเลือกซื้อแต่ละตัว - ไม่ใช่สักแต่ซื้อไปเรื่อยแบบมือใหม่ . (หลงผิด ๒) จึงมโนไปเองว่า ถ้าซื้อหุ้นขาลงแล้วจะได้กำไร เพราะมีส่วนต่างเยอะ มองโลกในแง่ดีแบบไร้เดียงสา - อยากรวยไว ได้หุ้นพลิกชีวิต . (ไม่รู้เรื่อง) เขาไม่รู้ว่ากำลังเทรดสวนแนวโน้มอยู่ - ซื้อหุ้นหวังให้ขึ้น แต่ดันไปซื้อหุ้นที่กำลังร่วงลงด้วยความรุนแรง อุปมาเหมือน คุณ(ที่อยู่กรุงเทพ)อยากจะไปเชียงใหม่ แต่ดันขับรถออกเส้นพระรามสองไปหัวหิน โดยหวังว่ามันจะพาคุณไปเชียงใหม่ - เสียเวลา เสียพลังงาน . (ท่ายาก ๑) คุณกำลังเล่นเกมสู้กับตลาด - เกมพิสูจน์ว่าตลาดคิดผิด แต่คุณคิดถูก ถ้าคุณเล่นเกมสู้กับตลาด รับประกันแพ้ยับเยินแน่นอน เพราะเมื่อดัชนีบวกต่อเนื่อง แต่หุ้นตัวนั้นยังเป็นขาลงอยู่ คนที่ฉลาดกว่าจะขายออกเพื่อไปซื้อตัวที่ดีกว่าที่วิ่งขึ้น แล้วราคาหุ้ที่คุณถือจะลงแรงต่อได้อีก . (ท่ายาก ๒) ถ้าคุณไม่เก่งจริง ๆ ถ้าไม่เชี่ยวชาญการคำนวนมูลค่าจริง ๆ อย่าซื้อหุ้นขาลง มันเสี่ยงถูกทำลาย มา

โฟกัสกระบวนการจริงจัง - ปล่อยวางผลลัพธ์ : Mindset การเทดรแบบมืออาชีพของพี่ Mark Minervini

Image
"เมื่อคุณกำลังจะทำการซื้อขายและแม้แต่ในระหว่างการซื้อขาย ให้ตัดสินใจราวกับว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลก  แต่เมื่อมันจบไปแล้ว - ชนะหรือแพ้ - คุณทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว  ไม่มีคำว่ารู้งี้; "ฉันควรจะ" "ฉันสามารถมีได้" อีกต่อไป Move on เดินหน้า...ต่อไป! The show must go on! . Mindset นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้คุณมีอิสระในความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการเทรดครั้งถัดไป ด้วยความจริงจัง ความรอบคอบ และความหลงใหลเช่นเดียวกับครั้งก่อนๆ  และนั่นคือสิ่งที่ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ... ความสม่ำเสมอ" - มาร์ค มิเนอร์วินี ขยายความประโยคทองนี้ ส่วนที่ 1: การตัดสินใจในการเทรด - เมื่อคุณกำลังจะทำการเทรด หรือแม้แต่ขณะที่กำลังทำการเทรด:  คุณควรทำการตัดสินใจอย่างจริงจัง เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลก - ทำการตัดสินใจด้วยความตั้งใจเต็มที่: ให้ความสำคัญและความรอบคอบในการตัดสินใจแต่ละครั้ง . ส่วนที่ 2: ปล่อยวางและความต่อเนื่อง - แต่เมื่อการเทรดนั้นผ่านไปแล้ว ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้: มันก็ผ่านไปแล้ว - No Monday Morning Quarterbacking: หมายถึงไม่ควรย้อนกลับไปคิ

แนวทางดึงดูดโชค ให้มาหาคุณบ่อยกว่าคนทั่วไปร้อยเท่าพันเท่า สูตร พี่มาร์ค มิเนอร์วินี (และคนที่ประสบความสำเร็จขั้นสูงทำกัน)

Image
แนวทางดึงดูดโชค ให้มาหาคุณบ่อยกว่าคนทั่วไปร้อยเท่าพันเท่า สูตร พี่มาร์ค มิเนอร์วินี (และคนที่ประสบความสำเร็จขั้นสูงทำกัน) "สิ่งที่ยิ่งใหญ่และคงทน ไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ  โชคชะตาคาดเดาไม่ได้ ที่อเมริกามีคนถูกล็อตเตอรี่ทุกสัปดาห์ แต่คนถูกไม่เคยซ้ำหน้า  แต่ถ้าคุณทำงานให้หนักขึ้น ฝึกให้ดีขึ้น คุณยิ่งได้รับโชคบ่อยขึ้น" - มาร์ค มิเนอร์วินี . การสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และคงทนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โชคชะตาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพึ่งพาได้เสมอไป    - ในการทำสิ่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจ การทำงาน การเรียน หรือการพัฒนาตัวเอง เราไม่ควรพึ่งพาโชคเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ความพยายามและการวางแผนที่ดี . 2. มีคนถูกรางวัลลอตเตอรี่ทุกสัปดาห์ แต่ชื่อของผู้ชนะจะเปลี่ยนไปทุกครั้ง    - การที่มีคนโชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นการพึ่งพาโชคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการประสบความสำเร็จในชีวิต . 3. ยิ่งคุณทำงานหนักและฝึกฝนได้ดีเท่าไหร่ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากขึ้น และได้รับโชคมากขึ้นตาม    - การทำงานหนักและการฝึกฝนจะเพิ่มโอกาสในการปร

สาเหตุของการเทรดแก้แค้น ที่มือใหม่ควรรู้

Image
สาเหตุของการเทรดแก้แค้น ที่มือใหม่ควรรู้ • การให้คุณค่ากับการชนะและการแพ้ที่ผิด • เชื่อการขาดทุน = ความเลวร้าย • ไม่เข้าใจว่าการตัดขาดทุนก็มีข้อได้เปรียบเช่นกัน • ความนับถือตนเองขึ้นอยู่กับผลการเทรด • ความรู้สึกว่าตนเองพ่ายแพ้ • ความเข้าใจผิดว่าตลาดสามารถควบคุมได้ • มุมมองระยะสั้นและความปรารถนาที่จะรู้สึกดีขึ้นทันที • ขาดวินัยในตนเอง • ความเย่อหยิ่ง เชื่อวิจารณญาณส่วนตัว > กฎการเทรดที่กำหนดไว้ • ขาดความเข้าใจในงานของนักเทรด • ขาดความไว้วางใจหรือความเข้าใจในระบบ • ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการสุ่มของตลาด • ขาดความเข้าใจถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง • ขาดหรือไม่ปฏิบัติตามแผนการซื้อขาย . คุณอาจคิดว่าปัญหาของการเทรดแก้แค้นคือการไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แต่สาเหตุของอารมณ์เหล่านี้เกิดจากการคิดที่ไม่ถูกต้องและขาดความเข้าใจ . ก่อนที่จะถือว่าทุกอย่างเป็นปัญหาในการควบคุมอารมณ์ คุณจำเป็นต้องเข้าใจ-ความเข้าใจที่จำเป็นเกี่ยวกับงานและกระบวนการคิดของนักเทรดอย่างถี่ถ้วน . หากคุณเข้าใจอย่างแท้จริงว่าการเทรดแบบแก้แค้นเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของคุณมากเพียงใด และโดยพื้นฐานแล้วมันเป็นการทำลายอาชีพตัวเอ

24 มุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิต ความสำเร็จ และจักรวาล ของพี่มาร์ค มิเนอร์วินี

24 มุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิต ความสำเร็จ และจักรวาล ของพี่มาร์ค มิเนอร์วินี  https://x.com/markminervini/status/1808598102888362309 1. ชีวิตไม่แฟร์หรอก จงชินกับมันซะ!  แต่อย่าปล่อยให้มันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณต้องเล่นอย่างไม่แฟร์ด้วย  คุณไม่จำเป็นต้องทำ 2. การผิดสัญญาและทำร้ายคนอื่น  ในที่สุดจะย้อนกลับมาเล่นงานคุณคืน 3. ยาเสพติดทำลายความฝันและแอลกอฮอล์จะทำให้ชีวิตคุณยาก  การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามธรรมชาตินั้นดีที่สุด 4. ไม่มีใครสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนโดยบังเอิญ  โชคมาแล้วก็ไป(ควบคุมไม่ได้)  ทุกสัปดาห์จะมีคนถูกลอตเตอรี่ แต่ชื่อจะแตกต่างออกไปทุกสัปดาห์  แต่ยิ่งคุณทำงานหนักและฝึกฝนได้ดีเท่าไร คุณก็จะยิ่งโชคดีมากขึ้นเท่านั้น 5. ความรักคือสภาวะธรรมชาติของคุณ  หากคุณต้องการเปลี่ยนโลก  จงเรียนรู้ที่จะรัก(ตัวเองให้มากขึ้นและ)ศัตรูของคุณ 6. อย่าบอกคนอื่นว่าต้องทำอะไร  ให้แรงบันดาลใจเขาด้วยการลงมือทำให้เขาเห็น 7. ก้าวแรกสู่ความร่ำรวยคือไปที่ที่มีเงินอยู่  ขั้นตอนที่สองคือการลืมเรื่องเงิน และโฟกัสไปที่การเป็น the best ในสิ่งที่คุณทำ  ขั้นตอนที่สามคือการสร้างคุณค่าให้กับคนอื่น 8. เมื่อตั้งเ

ทำไม ทัศนคติเหยื่อ ทำง่ายกว่า ทัศนคติผู้ชนะ

เพิ่มเติมจากบทความ  นักเล่นหุ้นที่มีทัศนคติ "เหยื่อ" กับ "ผู้ชนะ" แตกต่างกันยังไง? ทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้ชนะ? ที่เขียนไว้ที่พันทิพครับ ทัศนคติเหยื่อมักจะดูทำง่ายกว่าเพราะมันเป็นการตอบสนองทางธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้ความพยายามหรือการเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ตรงข้ามกับทัศนคติผู้ชนะที่ต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ และการเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ทัศนคติเหยื่อดูง่ายกว่ามีดังนี้: 1. การหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ: การมีทัศนคติเหยื่อหมายถึงการไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งทำให้ง่ายกว่าเพราะไม่ต้องพยายามหาทางแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไร 2. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง: การเผชิญหน้ากับปัญหาและการพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หมายถึงการต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงและความล้มเหลว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวและไม่สบายใจสำหรับหลาย ๆ คน 3. การได้รับความสนใจและความเห็นใจ: คนที่มีทัศนคติเหยื่อมักจะได้รับความสนใจและความเห็นใจจากผู้อื่น ซึ่งสามารถให้ความรู้สึกที่ดีในระยะสั้น ทำให้รู้สึกดีใจที่มีคนเข้าใจและสนับสนุน 4. การเลียนแบบพฤติกรรม: ถ้าคนรอบข้างมีทัศนค

ขยายความประเด็นทบต้น ไม่ทบต้น จากหนังสือคิดและเทรดอย่างแชมป์ หน้า 120

Image
 มีนักเรียนที่ลงคอร์ส Swing trade ถามประเด็นนี้ครับ ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมาก ผมเลยเขียนบทความตอบไปดังนี้ คำถามคือเขาลงสัย "นัย" ของตารางนี้ครับ หน้า 120 ของหนังสือ คิดและเทรดอย่างแชมป์ มันหมายความแบบนี้ครับ : (ผมตีเป็นเงินบาทก็แล้วกันนะ) ๑) ช่องแรกที่ไม่ทบต้นนั้น เขาจะ fix position size ที่ 100,000 ทุกครั้ง หมายความว่า ครั้งที่เขาได้กำไร 50,000 แม้จะได้เงินรวมเป็น 150,000 แต่เขาจะกันเอากำไร 50,000 เก็บเข้ากระเป๋าไว้ไม่เอาไปลงเทรดด้วย เขาจะเทรดแค่ 100,000 เดียวเท่านั้น(เสมอ) วิธีนี้ทำให้เขามีกำไรติดกระเป๋าไว้เสมอ และ ควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าครับ ๒) ข้อดีของแนวทางนี้คือ เมื่อเขาขาดทุน จะเสียเท่าที่ size ที่ลงไป เท่านั้น ครั้งที่สอง position size ที่ 100,000 เขาขาดทุนเสียไป 40,000 ก็จริง แต่เขาก็เหลือเงินสดออกมา 60,000 บาท เมื่อเอาไปรวมกับที่ติดกระเป๋าไว้ก่อนหน้านี้ 50,000 ก็จะมีเงินรวม 110,000 ซึ่งครั้งต่อไปเขาก็จะ ดึงเอาไปเทรดแค่ 100,000 เหมือนเดิม (มีเงินสดติดกระเป๋าไว้ 10,000) ๓) พอครั้งต่อไป ลงเงินเทรดแค่ 100,000 เขาได้ชนะกำไร 50% ก็จะได้เงินสดเข้ามาเพิ่มอีก 50,000 บาท เมื่อร

Mindset ของ นักเทรดตามเทรนด์ Trend following

ความกลัวสองเรื่อง ที่นักลงทุนและนักเทรดจำเป็นต้องเอาชนะ: 1.กลัวเสียเงิน 2.กลัวพลาด . 1. ไม่ใช่ทุกการเทรด/ลงทุนที่จะได้กำไร  - ทุกคนต้องเจอการขาดทุน ไม่เว้นแต่ ดรักเคนมิลเลอร์ บัฟเฟตต์ ทุกคนต้องเจอการขาดทุน ไม่มีใครได้กำไรทุกครั้ง  - เมื่อคุณเลี่ยงการขาดทุนไม่ได้ ก็ต้องกำหนดการยอมรับความเสี่ยงของคุณตั้งแต่แรก ผ่านการ Entry, Stop loss และ Position size  - หากคุณยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากการ Entry ด้วยใจ มันจะทำให้ง่ายต่อการถือผ่านความผันผวนปกติ การพักตัวของราคา ฯลฯ แม้แต่การเคลื่อนไหวของเทรนด์ใหญ่ก็ยังมีความผันผวนในระยะสั้นอยู่มาก . 2. คุณจะไม่สามารถมีหุ้นผู้ชนะทุกตัวได้แน่นอน  คุณจะไม่สามารถเข้าซื้อทุกตัวที่ Breakout ได้แน่นอน  เพื่อความร่ำรวย...คุณไม่จำเป็นต้องทำเงินให้ได้ตลอดเวลา  ขอแค่อยู่ข้างเดียวกับแนวโน้มหลักก็พอ  อย่าซื้อขายมากเกินไป และอย่าพยายามจับทุก ๆ การเคลื่อนไหวทุกวัน กรอบเวลาที่ใหญ่กว่ามักจะนำไปสู่ผู้ชนะที่กำไรก้อนโตกว่า  ** และบางครั้งเพื่อที่จะรักษาผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ คุณจะต้องยอมพลาดการเคลื่อนไหวของตัวอื่นๆ ไป

มีแต่ “ผู้แพ้” เท่านั้น ที่เข้าใจความหมายของคำว่า “ล้มเหลว” แต่ผู้ชนะมองต่าง!? แล้วผู้ชนะมองแบบไหน?

Image
  ภาพนี้คือทวีตของ Mark Minervini ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมองเห็นความล้มเหลวเป็นบทเรียน ในภาพมีคำว่า "FAIL" ที่ถูกขยายความเป็น "FIRST ATTEMPT IN LEARNING" หรือแปลเป็นไทยว่า "ความพยายามครั้งแรกในกระบวนการเรียนรู้" ความหมายของภาพนี้คือ 1. FAIL = FIRST ATTEMPT IN LEARNING:    - คำว่า "FAIL" มักจะถูกมองในทางลบ แต่ในภาพนี้ถูกขยายความว่าเป็นเพียง "ความพยายามครั้งแรกในกระบวนการเรียนรู้" ซึ่งทำให้มองเห็นความล้มเหลวในแง่บวกและเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และพัฒนา 2. ไม่มีความล้มเหลวที่แท้จริง:    - คำพูดในทวีตของ Minervini ระบุว่าไม่มีความล้มเหลวที่แท้จริง มีเพียงคนที่ไม่สามารถมองเห็นบทเรียนจากประสบการณ์และเลิกไป กับคนที่เรียนรู้จากบทเรียนและก้าวต่อไปจนกระทั่งประสบความสำเร็จ การตัดสินใจและการกระทำต่อไป 1. ยอมรับความล้มเหลว:    - มองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้และยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา 2. เรียนรู้จากประสบการณ์:    - วิเคราะห์และทำความเข้าใจว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร และนำบทเรียนที่ได้ไปปรับปรุงวิธีการทำงาน 3. มุ่

"เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อย ให้พัก แต่อย่ารีบเลิก"

"เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อย ให้พัก แต่อย่ารีบเลิก" . **การพัก** เมื่อรู้สึกเหนื่อยนั้นสำคัญมาก เพราะว่าร่างกายและใจของเราต้องการเวลาในการฟื้นฟู  การฝืนต่อเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ   . **การไม่เลิก** หมายถึงการที่เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย  แม้จะเจออุปสรรคหรือความท้อแท้  การพักไม่ใช่การยอมแพ้  แต่เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ต่อไป . **วิธีการพัก** เมื่อรู้สึกเหนื่อยนั้น มีหลายวิธี  ขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของแต่ละคน   - การพักกาย** เช่น การนอนหลับ การงีบหลับ การออกกำลังกาย การยืดเส้นยืดสาย การนวดผ่อนคลาย การแช่น้ำอุ่น - การพักใจ** เช่น การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การทำสมาธิ การใช้เวลากับธรรมชาติ การพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว - สิ่งสำคัญคือ** เราต้องเลือกวิธีการพักที่เหมาะกับตัวเอง  และพักให้เพียงพอ  เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้ว  ก็พร้อมที่จะกลับมาลุยต่อได้อีกครั้ง . **นอกจากนี้**  ยังมีวิธีอื่นๆ  ที่ช่วยให้เรามีพลังใจในการต่อสู้  เช่น - การตั้งเป้าหมาย**  เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามีแรงจูงใจในการทำงาน - การแบ่งเป้าหมายใหญ่ๆ  ออ

วิธีการที่ช่วยนักเทรดที่ขาดทุนซ้ำซาก หมดตัว พอร์ตไม่โต ตลอด 15 ปี พลิกไปได้กำไรสม่ำเสมอหลังจากนั้น

วิธีการที่ช่วยนักเทรดที่ขาดทุนซ้ำซาก หมดตัว พอร์ตไม่โต ตลอด 15 ปี พลิกไปได้กำไรสม่ำเสมอหลังจากนั้น คือ... คิดและเทรดแบบรถถัง + ฟังตลาด + โฟกัสกระบวนการ และเลือกสัญญาณซื้อแค่ 1-2 ตัว . 1. คิดและเทรดแบบรถถัง: ตั้งรับให้ดี เสียให้น้อยก่อน รอจนโอกาสดี ๆ เข้ามาจึงจัดหนัก รีบตัดขาดทุนตั้งแต่เสียหายเล็ก ๆ น้อย เพื่อเก็บเงินสดก้อนโต รอโอกาสดี ๆ  การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวของเขาคือ การปรับความเสี่ยงต่อการเทรดของลงเป็น 0.25-0.5% ของเงินทั้งพอร์ตเท่านั้น การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณเสียหายจากหุ้นผู้แพ้น้อยลง . 2. ฟังตลาด: เทรดตามอารมณ์ตลาด ตามความแข็งแรงของหุ้น ไม่ใช่ตามใจตนเอง อย่าดื้อ เถียงตลาด อย่าแก้แค้นหลังจากขาดทุน เพราะมันจะทำให้คุณขาดทุนหนักกว่าเดิม เพราะเทรดตามอารมณ์ ฟัง feedback จากตลาดให้ดี เช่น ถ้าคุณขาดทุนแสดงว่าตลาดแย่(หุ้นตัวนั้นแย่) ก็ให้ถอนตัวออกมา อย่าไปยุ่งกับมันในตอนนั้น แต่ถ้าหากคุณได้กำไร แสดงว่าหุ้นตัวนั้น มันเป็นของดี ควรทนรวยกับมันให้นาน จนกว่ามันจะจบแนวโน้ม คุณควรบุกหนักในตอนที่ตลาดเงินง่าย และเทรดให้น้อยหรือถือเงินสดอยู่เฉยๆ เมื่อตลาดได้เงินยาก  . 3. โฟกัสกระบวน

"ความมั่นใจไม่ได้รับประกันความสำเร็จ แต่เป็นแบบแผนการคิดที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ (ช่วยให้คุณมี)ความมุ่งมั่นเพื่อหาวิธีทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จ" - John Eliot

"ความมั่นใจไม่ได้รับประกันความสำเร็จ แต่เป็นแบบแผนการคิดที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ (ช่วยให้คุณมี)ความมุ่งมั่นเพื่อหาวิธีทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จ" - John Eliot . แค่มั่นใจ ไม่ได้การันตีว่าต้องสำเร็จ 100% แต่คุณก็มาได้ 50% แล้ว แค่คุณเชื่อว่าสำเร็จได้แน่ คุณก็มาได้ครึ่งทางแล้ว . ความมั่นใจ จึงเป็นรากฐานสำคัญ ความมั่นใจ คือกระดูกสันหลังที่เชื่อมโยงคุณไปสู่ความสำเร็จได้ . ความมั่นใจ คือขุมพลังที่สำคัญ ความมั่นใจ ให้คุณเชื่อว่า คุณสามารถสำเร็จได้แน่ . ความมั่นใจช่วยให้คุณคิดบวก ความมั่นใจ ช่วยให้คุณมีความหวัง ความมั่นใจ ช่วยให้คุณพยายามมองหาวิธีการที่จะช่วยให้คุณชนะได้ ความมั่นใจ ช่วยให้คุณกล้าเผชิญอุปสรรค เพื่อหาเบาะแสช่วยให้คุณชนะ . ความมั่นใจช่วยให้คุณไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ความมั่นใจช่วยให้คุณโฟกัสที่การพัฒนาตนเองเพื่อมห้ชนะให้ได้ ความมั่นใจจะพยายามค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาอยู่เสมอจนกว่าจะสำเร็จ  คุณจะมีความมุ่งมั่นและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย . ความมั่นใจ จึงมีแนวโน้มที่จะช่วยให้คุณดีขึ้น เก่งขึ้น พัฒนาขึ้น เมื่อคุณดีขึ้น พัฒนาขึ้น คุณก็เข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นทุกวันแ

worst case ของคนที่มีเงินเก็บ 2 ล้าน แล้วถามความเห็นคนอื่นว่าครรลงทุนหุ้นอะไรดี ผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง

Image
Worst case scenario สำหรับคนที่มีเงินเก็บ 2 ล้านแล้วขอความเห็นคนอื่นในการลงทุนหุ้นมีดังนี้: 1. เลือกหุ้นผิดพลาด: ถ้าคนอื่นแนะนำหุ้นที่ไม่ดี หรือมีความเสี่ยงสูง อาจทำให้คุณสูญเสียเงินทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของเงินลงทุน 2. ไม่มีการกระจายความเสี่ยง: ถ้าลงทุนทั้งหมดในหุ้นเดียวหรือในกลุ่มเดียวของหุ้น ความเสี่ยงจะสูงมากเพราะหากเกิดปัญหากับหุ้นนั้นหรืออุตสาหกรรมนั้น คุณอาจสูญเสียเงินเกือบทั้งหมด 3. ความผันผวนของตลาด: ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง มูลค่าของหุ้นสามารถลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดการสูญเสียมูลค่าของการลงทุน 4. การไม่ทำการศึกษาเอง: การพึ่งพาความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่มีการศึกษาหรือวิเคราะห์ด้วยตนเองอาจทำให้คุณตกลงใจในทางที่ผิดพลาด 5. ปัญหาจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน: ความเห็นของคนอื่นอาจจะไม่สมบูรณ์หรือไม่ทันสมัย อาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาด 6. อิทธิพลของอารมณ์: การตัดสินใจจากความคิดเห็นของคนอื่นอาจทำให้คุณไม่ได้ใช้การวิเคราะห์เหตุผล อาจทำให้เกิดการลงทุนที่ไม่รอบคอบ ผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น 1. สูญเสียเงินทั้งหมดหรือบางส่วน: การลงทุนที่ผิดพลาดอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดหรือบางส่วนของเงินเ

สละเวลาทำงานหนักเพื่อลงทุนในตัวเอง vs อยู่ไปวัน ๆ คุณเลือกได้

Image
คุณสามารถทำงานอย่างหนัก มีวิสัยทัศน์ และเสียสละในตอนนี้เพื่อทำสิ่งที่ถูกต้องและสร้างอนาคต  หรือคุณจะเลือกทางลัดที่ดูเหมือนง่ายและรวดเร็ว แต่ไม่เคยสร้างชีวิตที่คุณต้องการ ชีวิตของคุณ การตัดสินใจของคุณ  เริ่มต้นวันนี้! ทุกคนมีทางเลือกในชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือกำลังทำอะไร การเลือกเส้นทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ แม้ว่ามันจะต้องใช้ความพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักจะคุ้มค่า การทำงานหนักเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้าม  แต่จริงๆ แล้วมันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการสร้างอนาคตที่มั่นคง การมีวิสัยทัศน์หรือการมองเห็นภาพใหญ่ของสิ่งที่เราต้องการทำหรือสิ่งที่เราต้องการเป็น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเสียสละในตอนนี้เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต เป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้ความกล้าหาญ การตัดสินใจที่ถูกต้องในวันนี้จะส่งผลดีต่ออนาคตของเรา ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการทำสิ่งที่ถูกต้องในตอนนี้ เพื่อที่จะได้มีอนาคตที่สดใสและมั่นคง แต่ในทางตรงกันข้าม การเลือกทางลัดที่ดูเหมือนง่ายและรวดเร็ว อาจจะทำให้เราเสียเวลาและทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ และสุดท้ายอา

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ดูยังไง

Image
การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value) เป็นการพิจารณามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นโดยใช้ข้อมูลทางการเงินและปัจจัยอื่น ๆ เพื่อหามูลค่าที่เหมาะสมที่สุด วิธีการที่นิยมใช้มีหลายวิธี ได้แก่: 1. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะใช้ข้อมูลทางการเงิน เช่น งบการเงิน รายได้ กำไร และการเติบโตของบริษัท รวมถึงการวิเคราะห์อุตสาหกรรมและภาวะเศรษฐกิจ มักใช้เครื่องมือดังนี้: - กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share - EPS): คำนวณจากกำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย - อัตราส่วนราคาต่อกำไร (Price-to-Earnings Ratio - P/E Ratio): คำนวณจากราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น - อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price-to-Book Ratio - P/B Ratio): คำนวณจากราคาหุ้นหารด้วยมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น - กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow - FCF): กระแสเงินสดสุทธิที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและการลงทุน 2. การวิเคราะห์ส่วนลดเงินสด (Discounted Cash Flow - DCF) เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้กระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับ แล้วลดมูลค่ากลับมาที่ปัจจุบันด้วยอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ข

scenario อันเลวร้ายหลังจากที่เธอตั้งคำถาม "ซื้อหุ้นตัวไหนดีคะถือใว้ยาวๆ" ในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง

Image
Scenario: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดหลังตั้งกระทู้ "ซื้อหุ้นตัวไหนดีคะ ถือใว้ยาวๆ" 1. คำแนะนำจากผู้ใช้หลายคน:    - กระทู้ได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้ใช้หลายคนเข้ามาตอบคำถาม โดยให้คำแนะนำหุ้นที่พวกเขาคิดว่าดีและเหมาะสมสำหรับการถือยาวๆ    - บางคนแนะนำหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี บางคนแนะนำหุ้นกลุ่มพลังงาน หรือกลุ่มการเงิน ทำให้เธอสับสนและไม่แน่ใจว่าจะเลือกหุ้นตัวไหน 2. การตัดสินใจลงทุน:    - เธอตัดสินใจเลือกหุ้นจากคำแนะนำของผู้ใช้หลายคน โดยใช้เงินเก็บทั้งชีวิตของเธอในการลงทุน หวังว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว    - เธอลงทุนในหุ้นหลายตัวเพื่อลดความเสี่ยง แต่เน้นไปที่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่ผู้ใช้หลายคนบอกว่าเป็นแนวโน้มที่ดีในอนาคต 3. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด:    - หลังจากนั้นไม่นาน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นตกอย่างรวดเร็ว หุ้นที่เธอซื้อราคาตกลงอย่างมาก    - หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เธอลงทุนส่วนใหญ่สูญเสียมูลค่าไปกว่าครึ่งในเวลาเพียงไม่กี่เดือน 4. ผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว:    - เธอรู้สึกเครียดและผิดหวังกับการตัดสินใจของตัวเอง การสูญเสียเงินเก็บทำให้เธอประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุ

จะรู้ได้ไงว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง?

Image
  การทำนายการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและไม่มีวิธีใดที่สามารถรับประกันได้ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีที่นักลงทุนใช้ในการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของราคาหุ้น: 1. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นการศึกษาข้อมูลราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายในอดีตเพื่อตัดสินใจว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวอย่างไรในอนาคต โดยใช้เครื่องมือและชาร์ตต่าง ๆ เช่น: - เส้นแนวโน้ม (Trend Lines): การวาดเส้นแนวโน้มขึ้นและลงเพื่อหาทิศทางของตลาด - เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages): การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อหาทิศทางและแนวโน้ม - รูปแบบชาร์ต (Chart Patterns): การวิเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ บนชาร์ต เช่น หัวและไหล่ (Head and Shoulders), ถ้วยและหู (Cup and Handle) - ตัวบ่งชี้ (Indicators): การใช้ตัวบ่งชี้ต่าง ๆ เช่น RSI (Relative Strength Index), MACD (Moving Average Convergence Divergence) 2. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานใช้ข้อมูลทางการเงินและปัจจัยอื่น ๆ เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นและคาดการณ์การเคลื่อน

ทำยังไงให้รวยด้วยหุ้น

Image
  การลงทุนในหุ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ต้องการความรู้ การวางแผน และความอดทน นี่คือขั้นตอนและคำแนะนำที่สามารถช่วยคุณในการลงทุนหุ้น: 1. ศึกษาหาความรู้ การลงทุนในหุ้นต้องการความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตลาดหุ้นและวิธีการวิเคราะห์หุ้น ศึกษาหนังสือ, เข้าร่วมการสัมมนา หรือเข้าคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น 2. วางแผนการลงทุน การวางแผนการลงทุนที่ดีต้องมีการกำหนดเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาที่ต้องการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ 3. กระจายความเสี่ยง (Diversification) การกระจายการลงทุนในหุ้นหลาย ๆ ตัวหรือหลายอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ไม่ควรลงทุนในหุ้นของบริษัทเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียว 4. ลงทุนในหุ้นคุณภาพดี มองหาหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เช่น บริษัทที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างสม่ำเสมอ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต 5. ลงทุนในระยะยาว การลงทุนในระยะยาวสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น และเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดี การลงทุนในหุ้นควรใช้วิธี "ซื้อและถือ" (Buy and Hold) 6. ติดตามข่าวสารแล

กราฟหุ้นขึ้นลงเพราะอะไร?

Image
กราฟหุ้นขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น โดยทั่วไป ปัจจัยเหล่านี้สามารถแบ่งเป็นสองกลุ่มหลักคือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก: 1. ปัจจัยภายใน (Internal Factors)    - ผลประกอบการของบริษัท: กำไรหรือขาดทุนของบริษัทสามารถมีผลต่อราคาหุ้น ถ้าบริษัทมีผลประกอบการดี ราคาหุ้นอาจจะขึ้น    - การบริหารจัดการ: ความสามารถของทีมบริหารในการดำเนินธุรกิจ และการตัดสินใจที่ถูกต้องสามารถมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน    - ข่าวสารเกี่ยวกับบริษัท: การประกาศข่าวสารสำคัญ เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การควบรวมกิจการ หรือการเปลี่ยนแปลงในคณะผู้บริหาร 2. ปัจจัยภายนอก (External Factors)    - เศรษฐกิจ: สภาพเศรษฐกิจทั่วไปมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจทำให้ราคาหุ้นขึ้น    - การเมือง: เหตุการณ์ทางการเมือง เช่น การเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือสถานการณ์ทางการเมืองอื่น ๆ    - ตลาดโลก: ราคาหุ้นในตลาดโลกหรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมัน หรือทองคำ    - อัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นหรือลงของอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางสามารถมีผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น

Easy money vs Hard money ต่างกันตรงไหน?

Image
  คุณเคยประสบกับช่วงเวลาที่คุณทำเงินง่ายๆ และตามมาด้วยช่วงที่ทุกอย่างหยุดทำงานและคุณค่อย ๆ คืนให้ทั้งหมดหรือไม่? ถ้าใช่ คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไม? เราทุกคนเรียนรู้จุดซื้อจากหนังสือและเอกสารฟรี จุดซื้อ = Setup = Price pattern, price action, Buy signal จากอินดิเคเตอร์ แต่ไม่มีใครสอนถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมซึ่งจำเป็นสำหรับความเวิร์คของจุดซื้อเหล่านั้น การไม่เรียนรู้เรื่องนี้ทำให้เราเทรดแบบเดิมวันแล้ววันเล่า ส่งผลให้คืนกำไรในอดีตทั้งหมดกลับไป สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม + จุดซื้อ = Breakout ได้กำไรดี = เงินง่าย ๆ Easy money สภาพแวดล้อมที่ไม่ดี + จุดซื้อ = Breakout ไม่ได้กำไร = เงินที่ยาก Hard money

กลยุทธ์การเทรดที่ดีที่สุด คืออะไร? มันคือ กลยุทธ์ที่มันเวิร์คกับคุณ

Image
กลยุทธ์การเทรดที่ดีที่สุด คืออะไร? มันคือ กลยุทธ์ที่มันเวิร์คกับคุณ แต่จงจำไว้ว่า ไม่ว่ากลยุทธ์นั้นจะยอดเยี่ยมแค่ไหน  มันก็ไม่ได้เวิร์คตลอดเวลา มันไม่มีทางทำกำไรได้ตลอดเวลา . แต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่คุณได้กำไร(กลยุทธ์เวิร์ค) คุณขาดทุน(ไม่เวิร์ค) มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางของ Performance การเทรดคุณ . ด้วยเหตุนี้ แค่กลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม จึงยังไม่เพียงพอ แต่มันเป็นเรื่องของการบริหาร บริหารการเทรดของคุณและบริหารวินัยของคุณเอง บริหารเพื่อ รักษาพอร์ตของคุณ บริหารเพื่อ การอยู่รอดให้นานขึ้น บริหารเพื่อ ให้รอด ให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากให้ได้ บริหารเพื่อให้คุณได้กำไรมากที่สุดในช่วงที่กลยุทธ์คุณเวิร์ค(easy dollar) . ความศรัทธา เชื่อมั่น ในกลยุทธ์ คือหัวใจของการอยู่รอด ให้ผ่านช่วงเวลายากลำบาก คุณต้องใช้ความศรัทธาเช่นเดียวกับในความสัมพันธ์  นึกภาพว่า "ถ้าแต่งงานแล้วไม่ซื่อสัตย์และถูกนอกใจ มันจะเป็นยังไง???" กลยุทธ์การเทรดก็ไม่แตกต่างกัน คุณต้องซื่อสัตย์ต่อมันและไม่หลงทางเพื่อให้มันตอบแทนคุณในระยะยาว - Mark Minervini . . กลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม คืออะไร วัดได้มั้ย? วัดง่าย ๆ ครับ คือได้ Positive E

วิธีสร้างโชคขึ้นมาด้วยตนเอง สำหรับนักเทรด Luck is predictable. In trading, here's how you create it

Image
วิธีสร้างโชคขึ้นมาด้วยตนเอง สำหรับนักเทรด "โชค(Luck)" ในที่นี้ผมตีความว่า "โอกาสได้กำไรก้อนงาม" เมื่อ โชค = "โอกาสได้กำไรก้อนงาม" เราก็สามารถทำนาย(คาดหวังได้)  ด้วยการ "เตรียมตัว" เพื่อ "รอโอกาส" . นี่คือวิธีการ 1) Have a proven system: มีระบบเทรดที่มีความได้เปรียบ ระบบ/กลยุทธ์คุณพิสูจน์มาแล้วนับไม่ถ้วนว่าทำเงินได้ ทำซ้ำได้ และได้ Positive expectancy มาโดยตลอด . 2) Maintain confidence in that system: คุณต้องเชื่อมั่นในระบบที่คุณใช้อยู่  แม้ว่าหลายครั้งมันทำให้คุณขาดทุนติดต่อกัน(Losing streak) จนดูเหมือนว่ามันไม่เวิร์คเลยก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นในวิธีการของคุณเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจตามอารมณ์ที่เบี่ยงเบนไปจากแผนของคุณ (วิธีการคือ กลับไปดูข้อ 1) . 3) Show up for the opportunities it identifies: เข้าตามสัญญาณ โดยไม่ตั้งคำถาม (ถ้าคุณศรัทธาในระบบ ข้อ 1 คุณจะทำตามได้ทันที) . 4) Master your mind—discipline, patience, diligence: การเทรกต้องการกรอบความคิดที่แข็งแกร่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีวินัยในการปฏิบัติตามกลยุทธ์ของคุณ อดทนในการร

รวม 35 บทความ "เล่นหุ้นขาดทุน" - Losing Trade ที่อาจช่วยให้มือใหม่เข้าใจและเพิ่มโอกาสรอดและรวยได้มากขึ้น

Image
  มีจำหน่ายที่  https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=240758 เท่านั้นครับ รวมบทความ "เล่นหุ้นขาดทุน" 1)   วิธีแก้แค้นจากการขาดทุนหนัก คือ ต้องเป็นนักเทรดที่ดีกว่าเดิม 2)  10 วิธีป้องกันใม่ให้เจ๊งหุ้น สำหรับมือใหม่ 3)   18 เหตุผลที่ทำให้นักลงทุน นักเล่นหุ้น 80% (ส่วนใหญ่) ยังไม่รวยเสียที 4)   7 เหตุผลที่การเทรด การเล่นหุ้น ประสบความสำเร็จยาก 5)   แฟนเทรดขาดทุนหนัก เตือนกันไม่ฟัง  ทำไงดี? 6)   เล่นหุ้นอย่างไร ไม่ขาดทุน 7)   เมื่อไหร่ที่ควรเลิกเล่นหุ้น 8)   เล่นหุ้นขาดทุนอย่าเพิ่งขาดใจ อ่านบทความนี้ก่อน! 9)   มือใหม่ เทรด FOREX ด้วยระบบที่ Backtest มาดี แต่ขาดทุนติดต่อกัน ท้อแท้มาก ทำไงดี 10)   เล่นหุ้นเจ๊ง ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นโง่ 11)   การเล่นหุ้นขาดทุน แสดงว่าคุณยังรู้ไม่จริง 12)   สรุปหนังสือ Market Wizards - พ่อมดก็เคยเจ๊งหุ้นมาก่อน 13)   วิธีใช้ประโยชน์จากการขาดทุน 14)   สรุปหนังสือ ล้มไปข้างหน้า - Failing Forward 15)   เล่นหุ้นขาดทุน เจ็บปวดมาก ทำไงดี? 16)   คำสารภาพของ เซียนหุ้น ประสบการณ์ 20 ปี จงหมั่นตรวจสอบตนเอง ระวัง Overconfidence 17)   ก่อนเ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com