Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง

Image
  สรุปจาก https://x.com/i/status/2008338834828784071 “Breakout ไม่ได้มีพลังเพราะมันทะลุ แต่มีพลังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ‘ก่อน’ มันทะลุ” นักเทรดจำนวนมากแพ้ตลาด ไม่ใช่เพราะดูกราฟไม่เป็น แต่เพราะเข้าใจผิดว่า แค่เห็น Breakout = มี Edge ความจริงคือ… Breakout ที่ออกมาจาก ‘การสะสมพลัง (Contraction)’ ต่างหาก ที่เป็น Breakout คุณภาพสูง เรื่องราวเบื้องหลังแนวคิดนี้ แนวคิดนี้ไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่มาจาก “ข้อมูลจริง” Toby Crabel ผู้เขียนหนังสือระดับตำนาน Day Trading with Short-Term Price Patterns ศึกษา Opening Range Breakout (ORB) ด้วยสถิติจริง ผลลัพธ์ชัดเจนมาก: ORB ที่เกิด หลังช่วง Contraction 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 710,000 ดอลลาร์ ORB ที่เกิด หลังช่วง Expansion 👉 ทำกำไรรวมประมาณ 102,000 ดอลลาร์ จำนวนเทรดใกล้เคียงกัน 👉 กลยุทธ์เดียวกัน สัญญาณเดียวกัน แต่ Context ต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 7 เท่า นี่คือบทเรียนที่นักเทรดส่วนใหญ่ไม่เคยถูกสอน Contraction คืออะไร (ในภาษานักเทรดจริง ๆ) Contraction ไม่ได้แปลว่า “ตลาดเงียบ” อย่างเดียว แต่มันคือ พลังที่ถูกเก็บไว้ ตลาดมีวัฏจักรธรรมชาติ: ขยายตัว → หด...

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ดูยังไง

การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value) เป็นการพิจารณามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นโดยใช้ข้อมูลทางการเงินและปัจจัยอื่น ๆ เพื่อหามูลค่าที่เหมาะสมที่สุด วิธีการที่นิยมใช้มีหลายวิธี ได้แก่:


1. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะใช้ข้อมูลทางการเงิน เช่น งบการเงิน รายได้ กำไร และการเติบโตของบริษัท รวมถึงการวิเคราะห์อุตสาหกรรมและภาวะเศรษฐกิจ มักใช้เครื่องมือดังนี้:


- กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share - EPS): คำนวณจากกำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย

- อัตราส่วนราคาต่อกำไร (Price-to-Earnings Ratio - P/E Ratio): คำนวณจากราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น

- อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price-to-Book Ratio - P/B Ratio): คำนวณจากราคาหุ้นหารด้วยมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น

- กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow - FCF): กระแสเงินสดสุทธิที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและการลงทุน


2. การวิเคราะห์ส่วนลดเงินสด (Discounted Cash Flow - DCF)

เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้กระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับ แล้วลดมูลค่ากลับมาที่ปัจจุบันด้วยอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง


ขั้นตอนการคำนวณ DCF:

  1. ประมาณการกระแสเงินสดในอนาคต

  2. กำหนดอัตราส่วนลด (Discount Rate) หรืออัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง

  3. คำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตโดยใช้สูตร: 

3. การวิเคราะห์เปรียบเทียบตลาด (Comparative Market Analysis)

การวิเคราะห์เปรียบเทียบมูลค่าหุ้นกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือมีลักษณะคล้ายกัน โดยใช้อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ เช่น P/E, P/B, P/Sales


4. การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis)

การพิจารณาปัจจัยที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ เช่น ความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการนวัตกรรม และสถานะทางการตลาด


ตัวอย่างการประเมินมูลค่าหุ้น

สมมติว่าต้องการประเมินมูลค่าหุ้นบริษัท ABC โดยใช้วิธี DCF:

1. ประมาณการกระแสเงินสดในอนาคต:

   - ปีที่ 1: 100 ล้านบาท

   - ปีที่ 2: 110 ล้านบาท

   - ปีที่ 3: 120 ล้านบาท

2. กำหนดอัตราส่วนลด: 10%

3. คำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคต:



อัตราส่วนพื้นฐานในการวิเคราะห์หุ้น

นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้น ได้แก่:

- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt-to-Equity Ratio - D/E Ratio)

- อัตราส่วนผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Assets - ROA)

- อัตราส่วนผลตอบแทนจากทุน (Return on Equity - ROE)


การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นจึงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์หลากหลายด้านเพื่อให้ได้มูลค่าที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)