Posts

Showing posts from May, 2021

แนวทางสวิงเทรดหุ้นต่างประเทศ Risk : Reward 1:3, SL 2-3% & TP 5 -10% กำไร 2-10% ใน 1-2 สัปดาห์

Image
ต้องการเคสเพิ่มเติม ค้น google ด้วยคำว่า ibd swing trade ครับ กลยุทธ์เทรด คือ Risk : Reward คือ 1 : 2 - 3 ตัดขาดทุน 2-3% Take Profit กำไรถึง 5% ขาย ครึ่งหนึ่ง และ ยกระดับตัดขาดทุนไปวาง 1% เหนือต้นทุน ขายที่เหลือ ออกทั้งหมด เมื่อ กรณีที่ 1 ราคาลง ไปหลุด stop loss ใหม่นั้น กรณีที่ 2 ราคาหลุดทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันลงไปได้ ปล. ในที่นี้ เขาไม่ได้ระบุชนิดของเส้นค่าเฉลี่ย ให้ท่านใช้เส้นที่ท่านสะดวก

พูดตรง ๆ นะ ผมไม่สนใจเจ้ามือ ผมสนใจแค่ Risk, Reward และ เงินง่าย เท่านั้น Larry Hite

Image
  “Frankly, I don't see markets; I see risks, rewards, and money.” นักเทรดมืออาชีพ ที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ต้องการรู้ทุกอย่าง ว่าใครทำราคา เจ้ามือซื้อ หรือขาย หรือยัง เขาสนใจแค่เกมของเขาเท่านั้น เกมที่ว่านั้นคือ โอกาส(เงินง่าย)อยู่ที่ไหน เขาจะหาโอกาส และ เอาตัวรอดจากตลาดได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เขาโฟกัส จะมีแค่  ๑. มีกระแสเงินเข้าไปอยู่ที่ไหน  ๒. การเข้าเทรดครั้งนี้ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ๓. โอกาส เมื่อเทียบกับความเสี่ยง คุ้มค่าหรือเปล่า รู้แค่ ๓ ข้อนี้ ก็ทำเงินได้ครับ 

ทำไมคุณต้องอ่าน Think and Trade Like Champion สิบรอบ ขึ้นไป

Image
  ทำไม? ๑. ผู้เขียน เขียนจากยอดเขา เห็นป่าทั้งป่า เห็นเส้นทางแผนที่ทั้งหมด ลง detail ละเอียดยิบ ๒. แต่ผู้อ่าน ประสบการณ์ยังไม่ถึง เดินขึ้นไปบนยอดเขา ขึ้นไปได้ทีละก้าว เดินเข้าป่าครั้งแรก  สามารถโฟกัสได้ทีละอย่าง (ธรรมมชาติมนุษย์)  เรียนรู้ได้ดีที่สุดแค่อย่างเดียว ได้หน้าลืมหลัง การโฟกัสเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ ๓. มันรวมประสบการณ์ เป็น 30 ปี อัดลงไปในเล่มเดียว คุณไม่มีทางเข้าใจได้จากการอ่านแค่ครั้งเดียว ครั้งนี้ไม่ใช่การอ่านไปสอบแลกคะแนน แต่เป็นการอ่านเพื่อเอาเงินไปเดิมพัน กับ อนาคต ๔. เรียนรู้แบบการทดลองวิทยาศาสตร์ 1. อธิบายให้ตัวเองเข้าใจ 2. นำไปใช้ 3. วิเคราะห์ผลลัพธ์ 4. เปรียบเทียบและเทียบเคียง 5. ทำซ้ำ ๕. การอ่านครั้งนี้ เป็นการอ่านเพื่อสร้างอนาคต สร้างทักษะทำเงินที่เมื่อติดตั้งในตัวคุณได้แล้ว มันจะไม่หมดอายุ ไม่มีเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้าง ทำเงินได้มหาศาล มันคุ้มมากกับต้นทุน ห้าร้อยกว่าบาท ๖. Risk Reward  Reward มหาศาล คุณต้องมี Risk ที่คู่ควรมาแลก คือ เวลา

เบสิค ของ Risk management

Image
เบสิค ของ Risk management "นักเทรดที่เก่ง คือ นักบริหารความเสี่ยงที่เก่ง" ๑. วัตถุประสงค์ คือ ปกป้อง-เลี่ยง/ลดอันตราย หรือความเจ็บปวดไม่ให้เกิดต่อตัวเรา/ทรัพย์สินของเรา ๒. ธรรมเนียมของ risk management คือ การตั้งกฎ/ข้อกำหนด เพื่อควบคุมการดำเนินการให้ถูกต้อง ๓. กฎมีไว้เพื่อพาเราให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๔. Risk management ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เราไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงได้ แต่จะบริหารให้ดีที่สุด ๕. ใครบริหารความเสี่ยงได้ดี จะมี performance ที่ดี ๖. การบริหารความเสี่ยง เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ที่ได้ข้อมูลจาก การวิเคราะห์ ประเมิน อันตรายและภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ๗. การผลัก(ถ่ายโอน)ความเสี่ยง - การประกันภัย มีลิมิตที่ยอมรับได้ หากมากกว่านั้น ทิ้ง/ผลักไปให้คนอื่น ๘. การบริหารความเสี่ยงที่ดี คือ การจัดสมดุลระหว่าง risk(ลด) กับ reward(เพิ่ม) ที่เหมาะสม ๙. องค์กรที่ดี คือ องค์กรที่จัดสมดุล risk reward ได้ดี  โดย risk management จะไม่มีวันจบสิ้น เป็นกระบวนวนซ้ำไปตามระบบ ขั้นตอน ซึ่งมันจะช่วยให้เราสามารถปรับปรุงการตัดสินใจได้ดีขึ้น (ลดความเสี่ยงลงได้อีก) เพิ่ม performance ได้อีกเช

อยากตีพิมพ์หนังสือบ้าง ทำยังไง? - ZyoWriting

Image
คำตอบแบบรวบรัด คือ ๑. ติดต่อโรงพิมพ์หนังสือ สิครับ เปิดหนังสือที่คุณอ่าน หน้าแรก ๆ จะมีรายละเอียด พิมพ์ที่ไหน ลองค้นกูเกิล คุณจะได้เบอร์โทร ติดต่อไป ให้รายละเอียด จะพิมพ์กี่เล่ม ขอราคาเสนอให้ ๒. ถ้าคุณพอใจ เตรียมไฟล์ให้พร้อม เหมาะสมกับการพิมพ์ ๓. ถ้าคุณตกลงใจจะพิมพ์ ก็โอนเงิน 50% มัดจำให้เขา ส่งไฟล์ให้เขาไป ๔. โรงพิมพ์จะทำ digital proof ให้คุณตรวจ ๕. ถ้าตรวจแล้ว โอเค ก็สั่งให้ดำเนินการต่อได้ ๖. ประมาณ 2 สัปดาห์จากนั้น พิมพ์เสร็จ โอน 50% ที่เหลือ แล้วโรงพิมพ์ จัดส่งหนังสือให้คุณ (กทม. ปริมณฑล ส่งฟรี ตจว. คุณต้องหาขนส่งเอง) . ชวนให้เขียนหนังสือขายเอง ๑. พิมพ์ ขาย ไม่ยากอีกต่อไป ช่องทางเยอะ  ไม่ต้องพึ่งพา สำนักพิมพ์ ไม่ต้องพึ่งพาร้านหนังสือ สร้างฐาน fc ได้ยาวนาน ๒. ช่วยเพิ่มมูลค่าของคุณ เรียกค่าตัวได้แพงขึ้น สอนพิเศษ เป็นกูรู ๓. มีรายได้ประจำ/เสริม ๔. ช่วยให้คุณลึกซึ้งกับความรู้มากขึ้น . อยากเขียน ทำไง? ๑. เขียน เขียนทุกวัน ๒. อ่าน อ่าน ทุกวัน ๓. สรุป สิ่งที่อ่าน เป็นคำพูดตนเองออกมา ห้ามลอก เหมือนอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ ๔. ทำลง Facebook อัดเสียงได้ รวบรวมเอาไว้ใน words, Google docs ได้ ๕. ฝ

รีวิว หนังสือ เทรดอย่างพ่อมดตลาดหุ้น

Image
ขอบคุณ คุณต้น ที่ให้หนังสือมานะครับ ประทับใจมาก ๆ หนังสือมีขายที่ www.investing.in.th , Shoppe, Lazada และตามร้านหนังสือทั่วไปครับ ราคาปก 346 บาท (แต่ซื้อออนไลน์ ลดราคา 15% จากปกครับ) . ใครที่ยังไม่มีเล่มนี้ อยากบอกท่านว่า If you want to drive a Rolls Royce...  Stop taking financial advice from those who can ONLY AFFORD a Hyundai. ถ้าคุณอยากเทรดให้รวย จนมีเงินซื้อโรลสรอยส์ (ได้หลาย ๆคัน) (ปล. ผมไม่รู้ราคาของมันหรอกนะ แต่คิดว่าน่าจะแพงมาก ๆ) คุณควรอ่านหนังสือของผู้เขียนที่ทำแบบนั้นได้แล้ว . เซียนหุ้นที่ประสบความสำเร็จนั้น มีทั้งเป็นปัจเจก(รวยแล้วสอนใครไม่ได้ หรือ ไม่อยากบอกใคร)  กับเซียนที่เป็นผู้ให้ (รวยแล้วไม่กั๊กความรู้) . พี่มาร์ค เป็นแบบหลังครับ ซึ่งมีน้อยเหลือเกิน องค์ความรู้ที่แกเขียนเป็นหนังสือ  ทั้ง "เทรดอย่างพ่อมดตลาดหุ้น" และ "คิดและเทรดอย่างแชมป์เปี้ยน" คือองค์ความรู้แทบทั้งหมดที่แกใช้ในการเทรด จนสามารถทำเงินได้มหาศาล ซื้อโรลสรอยซ์ ได้หลาย ๆ คัน . หามาอ่านครับ อ่านซ้ำ ๆ อ่าน - จำ - นำไปใช้ - กลับมาอ่านซ้ำ - จำ - นำไปใช้ - อ่านซ้ำ ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ครั

หลักการใช้ R multiples ให้คุ้มค่าที่สุด + ข้อดี / ข้อเสีย

Image
ข้อดี 1- Thinking in Reward-to-Risk จำเป็นมาก คุณต้องให้ reward มากกว่า risk Cut your losses shot and let your profit run นี่คือตัวแปรสำคัญต่อความสำเร็จในการปั้นพอร์ต Reward 3 : risk 1 เมื่อคุณมองการเทรดผ่าน R multiples มันจะทำให้คุณสามารถ ตัดขาดทุนตามระบบได้โดยไม่เจบปวด 2- Protecting the downside & knowing how much to bet จำกัดการขาดทุนได้ดี (ผ่านการ stop loss) รุ้จุดออกก่อนที่จะเข้า แถมยังเอาไปใช้คำนวณ position sizing ได้ 3- Less money pressure, more process-focus ย้ายจุดสนใจจากเงิน เป็นกระบวนการ ทำให้ลดการใช้อารมณ์ได้เยอะมาก เช่น แทนที่จะมองว่าคุณ เสี่ยง 1000 ก็คิดเป็น 1R แทนที่จะมองว่าคุณ ขาดทุน 500 ก็คิดเป็น -0.5R แทนที่จะมองว่าคุณ ได้กำไร 500 ก็คิดเป็น +0.5R 4- Easier to grow your account ปั้นพอร์ตได้ง่ายขึ้น เพราะสนใจแต่ค่า R 5- Expectancy and Expectations R multiples ช่วยให้คำนวณ expectancy ง่ายขึ้น ช่วยให้คุณรู้ว่าคุณสามารถคาดหวังกำไร/ขาดทุน/เท่าทุน ได้มากน้อยแค่ไหนด้วย ผ่านค่า R 6- Position Sizing ช่วยให้คุณปรับแต่ง position sizing ให้เหมาะสมมากขึ้น . ข้อเสีย 1- Approxima

Position Sizing ตามสไตล์ พี่ Mark Minervini

Image
 Position sizing แบบพี่มาร์ค Position sizing ควรเป็นสิ่งที่คุณโฟกัส หลังจากมีระบบเทรดที่ให้ positive expectancy แล้ว (คุณจำเป็นต้องรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ performance - win rate, %win, %risk & expectancy ของคุณให้ชัดเจนก่อน)  Position sizing ควรถือหุ้นกี่ตัว ถึงจะดีที่สุด การเทรดที่ทำเงินของคุณ ควรเป็นสมการคณิตศาสตร์ ที่มีตัวแปร ค่าคงที่ มาจากตัวตน ความสามารถของคุณเอง . ๑. กฎข้อแรก อย่าเอาเงินทั้งก้อนไปทุ่มซื้อหุ้นเพียงตัวเดียว มันอาจจะช่วยให้คุณรวยเร็วจริง แต่ก็เสี่ยงที่จะหมดตัวทันทีได้เช่นกัน (เพราะคุณจะเทรดเป็นพันครั้ง) ๒. อย่ากระจายซื้อเยอะเกินไป อาจดูปลอดภัย ลดความเครียด/กดดัน แต่ก็ทำให้พอร์ตโตช้า ๓. ซื้อแค่ 2 ตัว ก็ไม่เหมาะเช่นกัน เพราะแม้ว่าคุณจะตัดขาดทุน 10% ตามสูตร แต่ความสูญเสียแต่ละครั้งที่ตัดขาดทุน คือ 5% ของพอร์ต ถือว่าเยอะเกินไป และถ้าหากคุณแพ้ติดต่อกัน ก็เสี่ยงที่จะหมดพอร์ต หมดตัวได้ ๔. อย่าจำกัดความเสี่ยงตามใจชอบ แต่จง fix ที่ 1.25% - 2.5% (ของเงินทั้งพอร์ต)ต่อครั้ง เท่านั้นพอ เช่น ถ้าพอร์ตของคุณคือ 100,000 บาท แบ่งซื้อหุ้นตัวหนึ่ง ได้สูงสุด 25,000 บาท ตัดขาดทุนที่

นักเทรดที่รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตัว กลยุทธ์ตนเอง จะสามารถ ปั้นพอร์ตให้โตได้ดี

Image
นักเทรดที่รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง และกลยุทธ์ของตนเอง  เขาจะสามารถ ปั้นพอร์ตให้โตได้ดีกว่าคนที่ไม่มี หรือ ไม่รู้อะไรเลย "A trader who really knows the strengths and weaknesses of his or her own strategy can do significantly better than someone who knows only a little about a superior strategy." https://twitter.com/MinerviniQuote/status/1393975102321176577?s=19 รู้ว่ามีจุดอ่อน แต่สามารถลดได้ ใช้จุดแข็งได้ดี จะรอดและรวย ไม่รู้จุดอ่อน ไม่ต้องการระบบที่มีจุดอ่อน จะแพ้และซวย ๑. กลยุทธ์การเทรด ควรสร้างจากราก ที่เป็นบุคลิก ความชอบ ความอดทน ความเชื่อ จุดแข็ง จุดอ่อน ของตัวนักเทรดเอง ๒. ถ้ากลยุทธ์เริ่มต้นจากตัวตนของคุณ  คุณจะให้ค่ากับกลยุทธ์นั้น คุณจะเคารพมัน คุณจะเคารพกฎการเทรด คุณจะมีวินัยทำตามแผน โดยไม่มีข้อบิดพลิ้ว ข้ออ้างใดๆ  ๓. แต่กว่าที่คุณจะสร้างกลยุทธ์นั้นได้ ต้อง - ลงสนามมากพอ จนรู้อะไรเป็นอะไร - บันทึกการเทรด วิเคราะห์ความผิดพลาดของตนเองอย่างจริงจัง  - เปิดใจ เรียนรู้เพื่อสร้างกลยุทธ์ ให้ยอดเยี่ยม ก่อนทำเงิน

5 คำถามตนเอง ก่อนลาออกจากงานประจำ full time trader

Image
5 คำถามตนเอง ก่อนลาออกจากงานประจำ full time ๑. คุณกล้าเสี่ยงหรือไม่? กล้าตัดสินใจ  กล้ารับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง พร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว คือ นิสัยพื้นฐานของนักเทรด . ๒. เงินทุนมากพอหรือไม่ ทุนเยอะสายป่านยาว ยืนระยะได้นานกว่า ทุนเยอะ สร้างรายได้ มากพอเลี้ยงชีพได้ . ๓. คุณต้องการถอนเงินใช้ทุกเดือนหรือไม่ ถ้าถอน พอร์ตโตยาก ไม่ถอน ทบต้นโตไว . ๔. แรงจูงใจของคุณคืออะไร? Passion คือน้ำมันนำพาให้คุณฟันฝ่า ยืนหยัดในช่วงเวลาที่โดนตลาดเล่นได้ คุณจะไม่ถอดใจง่าย ๆ และเปิดใจพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ . ๕. เคยเทรดมานานกี่ปีแล้ว? ชั่วโมงบิน การผ่านวัฏจักรขาขึ้นขาลงของตลาด การเข้าใจธรรมชาติตลาด และ ตนเอง มีความคาดหวังที่สมจริง มี Edge .. ทำอย่างไรเพื่อให้อยู่รอด ไม่กดดันตนเองมากไป ไม่ทำให้ต้องเทรดแบบแก้แค้น ไม่ loss aversion ๑. ต้องหารายได้เข้ามาเสริม ๒. ลดรายจ่าย ๓. ให้การเทรดเป็นรายได้ช่องที่สอง แถม คลิปเกี่ยวกับการเป็น Full Time Trader

การเทรดปั้นพอร์ตที่ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นแม่นทุกตัว หรือ Win Rate สูง ๆ - Van Tharp

Image
R กับ R Multiples คืออะไร? ทำไม Van Tharp บอกว่าเป็นของดีมากๆ? "Let me be clear about what my research has proven to me: Picking the right stocks has nothing to do with trading success and neither do amazing trading systems with high percentage wins."  — Van Tharp การเทรดที่สำเร็จ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกหุ้นให้แม่ยำทุกตัว และ win rate สูง ๆ แต่อย่างใด . To complete this game, you must master four key principles: (1) understanding the importance of R-multiples; (2) understanding the difference between expectancy and probability; (3) learning how to let profits run without letting them escape; and (4) using position sizing to make sure you have a low-risk trade. ถ้าอยากชนะเกมการเทรด ต้องเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้ดี (1) เข้าใจความสำคัญของ R-multiples; (ก็คือ Risk Reward นั่นเองครับ) (2) เข้าใจความแตกต่างระหว่าง expectancy และ probability; (3) เรียนรู้วิธี let profits run โดย ไม่ปล่อยให้มันหลุดมือ (4) ใช้ position sizing เพื่อให้มั่นใจว่าเป็น low-risk trade. (1) เข้าใจความสำคัญข

Dairy of a Professional Commodity Trader Lesson from 21 Weeks

Image
  ระบบเทรดที่มี win rate 70% กับ 30% คุณจะเลือกอันไหน? จากหนังสือ Dairy of a Professional Commodity Trader Lesson from 21 Weeks คุณขาดทุนยับไปกับการซื้อระบบเทรด, คอร์สเทรดราคาแสนแพงที่อ้างว่าเป็นความลับสุดยอด มีแล้วรวย คุณอาจเทรดชนะได้บางครั้งแต่จะไม่มีทางได้กำไรสม่ำเสมอและยั่งยืนปีแล้วปีเล่าเป็นอันขาด . นั่นเป็นเพราะว่าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่เงินจำนวนมากและก็พลังงานไปเพื่อหาหนทางที่จะได้กำไรแต่ในวิธีการที่ผิดพลาด นั่นคือการระบุจุดซื้อขายที่ดี อันเป็นส่วนประกอบที่แทบจะไม่สำคัญเลยสำหรับการเทรดที่จะสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน ความจริงแล้วส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดที่คุณควรเรียนรู้ก็คือการบริหารการเทรดที่ขาดทุนให้ดีที่สุดต่างหาก . ถ้าคุณมี โอกาสเลือก ระบบเทรด ได้ 2 แบบ แบบแรก มีเปอร์เซ็นต์ชัยชนะที่ 30%  แบบที่ 2 มีเปอร์เซ็นต์ชัยชนะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ คุณจะเลือกระบบไหน? . ผมบอกคุณเลยว่านักเทรดมืออาชีพจะเลือก 30%  แต่นักเทรดมือสมัครเล่นจะเลือกระบบ 70 เปอร์เซ็นต์ ทำไมถึงแตกต่าง? . มืออาชีพ เลือก 30% เพราะ margin of error เขาให้ความเสี่ยงมาก่อน ใครบริหารดีกว่า จะรวยกว่า มือสมัครเล่นเลือก 70%

วิธีหาหุ้น - เล่นหุ้นสไตล์ Buy on dip ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย บน streaming

Image
วิธีหาหุ้น - เล่นหุ้นสไตล์ Buy on dip ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย บน streaming ซื้อในโซนเส้นค่าเฉลี่ย เน้นหุ้น SET50& SET100 ที่มีสภาพคล่องดีมาก ไม่ฟันหลอ มี bid offer ปกติ ซื้อเมื่อราคาย่อลงไปเด้งที่เส้นค่าเฉลี่ย 10, 20, 50, 100, 200 วัน ตามแต่นิสัยของหุ้นตัวนั้นๆ (ท่านต้องเฝ้าดู หรือตรวจนิสัยของมันมาก่อนด้วยการดูย้อนหลังกลับไป) โอกาส เด้งกำไร ทันที แนะนำให้สวิงเทรด กำไร 5-20% ต่อรอบ ความเสี่ยง รับมีด มือขาด โอกาสขาดทุน - กำไร 50-50 ไม่เป๊ะ 100% อาจจะจบรอบไปเลย อาจจะมีรายใหญ่ขายหุ้นทิ้ง หุ้นร่วงจาก rsi 70 อาจจะลงแรง มีคนขายเยอะ ขาดทุน หลุดแนวรับ ขายทิ้ง อย่ามี hope ท่านจึงต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีที่สุด แบ่งเงินเป็น เมื่อเสียหาย คุณจะไม่หมดตัว อย่าให้การขาดทุนจากหุ้นตัวเดียว ทำลายชีวิตคุณ หุ้นเป็นเพียงแค่เบี้ยตัวหนึ่งของคุณ แบ่งเงินซื้อ 10% ของพอร์ตก็พอ อย่าถัวเพื่อเอาชนะเด็ดขาด(ปัญหาใหญ่ของสไตล์นี้เลย การถัวเฉลี่ย จนเงินก้อนใหญ่เกินลิมิต แล้วหุ่นตัวนั้นเป็นขาลง จบรอบ ซวยแน่นอน) ตัดขาดทุน 1-5%

นักเทรดที่สำเร็จ เป็นทั้งนักฝัน และ นักปฏิบัติ พากเพียรพยายาม กัดไม่ปล่อย ไม่ชนะไม่เลิก

Image
ชัยชนะ เป็นเพียง เส้นชัย (ผลลัพธ์) ที่ใครๆ ก็คิดได้ ฝันได้ เพราะมันไม่ยาก ผู้ชนะ เขาไม่ได้แค่คิดอยากได้ชัยอย่างเดียว เส้นชัย เป็นเพียงแค่ คำตอบของสมการเท่านั้น เขาต้อง ลงรายละเอียดกับตัวแปร เหล่านี้ด้วย คือ ๑. มีความปรารถนาที่จะชนะ ๒. มีการฝึกฝน(อย่างฉลาดและหนัก) เพื่อให้ได้รับชัยชนะ และ ๓. คาดหวังว่าตัวเองต้องได้ชัย (เมื่อฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ) แค่อยากชนะไม่เพียงพอแน่นอน (ใครๆ ก็ทำได้) แต่เขาต้อง ย้ำคิด ย้ำกับตัวเอง ว่าเขาต้องชนะให้ได้ ต้องกลับมาชนะให้ได้ ต้องเป็นผู้ชนะให้ได้  ไม่ใช่เพียงแค่ อยากเฉยๆ เขาจำเป็นต้องชนะ  เพราะเขาได้ให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง สัญญาว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะกลับมาเป็นผู้ชนะให้ได้ เมื่อยังไม่ได้ชัย เขาจะฝึกฝน + ลงมือทำ + เช็ก feedback + ปรับปรุง + ฝึกฝน + ลงมือทำ + เช็ก feedback จนกว่า ผลลัพธ์จะพิสูจน์ชัด ว่าเขาได้บรรลุถึงเส้นชัยนั้นแล้ว

พัฒนาการ 10 ขั้น จากเม่า สู่ เซียนหุ้น ของพี่ Mark Minervini

Image
1. passion ๑. มีแต่ใจอยากรวย  ๒. ศึกษาเรื่องการลงทุนพื้นฐาน ๓. ไม่มีความมั่นใจในระบบ ตัดสินใจตามคำแนะนำของโบรกเกอร์ ขาดทุนหนักจนหมดตัว (นักเทรดส่วนใหญ่ เลิกล้ม พับเสื่อกลับบ้าน ตรงนี้) Perseverance พากเพียร ไม่ย่อท้อ ๓.๑ ใจยังอยู่ ไม่ยอมแพ้ ยังเชื่อมั่นในตนเอง ว่าทำได้ เรายังเรียนรู้ไม่พอ ๔. ศึกษาเพิ่ม แต่ยังคงตัดสินใจไม่เด็ดขาด ยังไม่ชอบขาดทุน จึงไม่ยอมขายตัดขาดทุน หมดตัวอีกรอบ ๔.๑ ใจยังอยู่ ไม่ยอมแพ้ ยังเชื่อมั่นในตนเอง เรายังเรียนรู้ไม่พอ 2. Adaptation ปรับปรุง เลือกสไตล์ที่เหมาะกับตนเอง ๕. เปลี่ยนสไตล์ จากพื้นฐาน เป็นเทคนิค แทนที่จะซื้อหุ้นที่ราคาต่ำ ๆ (bottom fishing) เปลี่ยนเป็นซื้อหุ้นที่ราคาสูง(breakout) ให้ความสำคัญกับการตัดขาดทุน มีวินัย Trial and error ๖. ยังคงล้มลุกคลุกคลาน เพราะใช้หลายสไตล์ เพื่อเลือกเอาสไตล์และแนวทางที่ดีที่สุด และยังไม่ตกผลึก  เข้าโหมดทดลอง ลงทุนในตนเอง 3. ตกผลึก ๗. เลือกสไตล์ที่ใช่ได้แล้ว แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องการ take profit อยากได้กำไรเป็นเด้ง มักจะปล่อยกำไรเป็นขาดทุน ๘. ปรับมุมมองให้หมุนรอบ positive expectancy  คือ reward : risk ที่เป็นการทำธุรกิจ Re

เป้าหมายสำคัญ 3 ขั้น เพื่อปั้นพอร์ต สูตร Market Wizards Victor Sperandeo & Mark Minervini

Image
  เป้าหมายสำคัญ 3 ขั้น ของการเทรด วิคเตอร์สเปอร์แรนดิโอ (จากหนังสือ เทรดแบบเซียนหุ้นให้ได้กำไรขั้นเทพ) ขั้นที่ ๑. รักษาเงินต้น แทนที่จะถามตนเองว่า มีโอกาสได้กำไรเท่าไหร่ ก็บอกว่า จะมีโอกาสขาดทุนเท่าไหร่แทน ขั้นที่ ๒. แสวงหาหนทางสร้างกำไรให้ได้สม่ำเสมอ รักษาสมดุลของ risk reward ทำให้เป็นระบบ เพื่อทำเงินให้ได้สม่ำเสมอ สม่ำเสมอ สำคัญกว่าได้แจคพอ ขั้นที่ ๓. เพิ่มวงเงินเดิมพัน ต้องรู้จักรอจังหวะที่ทำเงินง่าย แล้วจัดหนัก หัวใจสำคัญของความมั่งคั่งอยู่ที่การรักษาเงินต้น และ การอดทนรอคอย

ทำพื้นฐานการเทรดให้แน่นให้ถูกต้องก่อน ค่อยคิดถึงการปั้นพอร์ต

Image
เป้าหมายของคุณ คือ การเข้าเทรดเมื่อเห็นจังหวะที่ดีที่สุดที่จะได้กำไร และเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าคุณมีการใช้กฎที่ดี มีการเตรียมพร้อม และหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจ(ที่ดี) มันก็จะช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นต่อการประสบความสำเร็จ  แต่ถ้าหากมันยังไม่ได้ผล ก็ให้นึกไว้เสมอว่า สิ่งที่ดีกว่าคือ การแพ้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่การเป็น ผู้ชนะอย่างผิดวิธี การแพ้อย่างถูกต้อง สามารถพาคุณไปสู่การเป็นผู้ชนะที่สุดยอดในอนาคตได้ –Mark Minervini ทำพื้นฐานการเทรดให้แน่นให้ถูกต้องก่อน ค่อยคิดถึงการปั้นพอร์ต ในช่วงแรกให้เปิดใจเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อสร้างกระบวนการเทรด และ mindset ที่ถูกต้อง จากนั้นเมื่อพื้นฐานแน่น การทำเงินให้ทบต้นก็จะทำได้ไวกว่า ใช้กำลังน้อยกว่าครับ พื้นฐานการเทรด มีอะไรบ้าง ๑. การแบ่งเงินซื้อให้เหมาะสม Position Sizing ๒. การบริหารความเสี่ยง (Risk) ที่เหมาะสม คือ การตัดขาดทุนที่เหมาะสม ๓. การตั้งกำไรที่คาดหวัง (Reward) ให้เหมาะสมกับศักยภาพและสไตล์ของตนเอง ๔. การมองเกมการเทรดเป็นเกมระยะยาว ให้ความสำคัญกับการทบต้นมากกว่ารวยด่วน ๕. มีความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติมนุษย์ในตนเอง (Trad

เล่นหุ้นปั่น กำไรไม่ถึงเป้า ก็กลับตัวให้ขายตัดขาดทุน หวั่นไหวมาก ทำไงดีครับ? Risk Reward

Image
(ตอบคำถาม FC และให้ข้อสังเกตจากประสบการณ์ส่วนตัว) เป็นเรื่องปกติของหุ้นปั่น ถ้าคิดว่าทรงไม่สวย การขายออกกำไรน้อย ก็ยังดีกว่ารอให้เท่าทุนค่อยขาย เป้าหมายการเทรด ที่ต้องจำให้แม่นมั่น กำไรมาก Reward 3 เท่าของ Risk กำไรน้อย Reward 1-2 เท่าของ Risk เท่าทุน ขาดทุนน้อย Risk 3-8% (swing trade) ยึดหลักการนี้เอาไว้ นี่คือสิ่งที่คุณพอควบคุมได้ ๑. ย้อนกลับไปดูประวัติการเทรดของตนเอง ว่ามีค่าเฉลี่ยกำไรกี่เปอร์เซ็นต์? เอามาเป็นตัวตั้ง สำหรับ take profit โดยเฉลี่ย หุ้นจะวิ่งได้ 10-20% หลังจากทะลุฐาน จากนั้นจะเกิดการพักตัว เพราะต้องเจอการขาย (ปฏิกิริยาตอบโต้การขึ้น) ซึ่งอาจจะจบรอบเลย หรือไปต่อก็ได้ (อนาคตเราไมาอาจทราบได้ มันคือความน่าจะเป็น) คุณมีความคาดหวังที่ไม่สมจริงอยู่ หรือเปล่า? คาดหวังกำไรที่ตนเองไม่เคยทำได้ ลดมันลงมา แล้วปรับ risk ลงตาม ทดลองเอง ปรับเอาเอง ผมช่วยคุณไม่ได้ คุณต้องหาจุดลงตัวของตนเองให้ได้ ให้เวลากับ learning curve ๒. โดยปกติการสวิงเทรด หากราคาหุ้นซิ่งพรวด กำไร 10% ในวันเดียว ควรขายเพื่อ take profit แบบ selling into strength เพราะ มันมีโอกาสโดนขายสวน สูงมาก ๓. อย่ากลัวขายหมู มันเป

Stop loss แบบ Mark minervini + กระบวนการ + ระบบเทรด & ควรเลี่ยง Swing Trade หุ้น ก่อนขึ้น XD

Image
ปัญหาของนักเทรดที่ไม่เข้าใจการตัดขาดทุน ๑. ไม่อยากคิดผิด คัทแล้วเด้ง ๒. Loss aversion ๓. Perfectionist  บอกเลยว่า  ยังไงเสีย คุณก็คิดผิด คัทแล้วเด้ง เพราะตลาดหุ้นมันไม่ใช่เส้นตรง/คาดเดาไม่ได้ มัน random อะไรก็เกิดขึ้นได้  ถ้าคุณมองเกมแบบความน่าจะเป็น, positive expectancy  ที่สำคัญคือ มีระบบเทรดของตนเอง คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องการตัดขาดทุน Trading Process : ๑. เลือกหุ้น ๒. ตัดขาดทุน เสียหายน้อย ๓. ปกป้องเงินต้น เท่าทุน ๔. ล็อกกำไร กำไรน้อย/มาก Trading System ระบบเทรด Risk 2 : reward 1 Win rate 50% ตัดขาดทุน 5-8% take profit 15-25% ตลาดดี ตัดขาดทุน 7-8% , take profit 15-20% ตลาดยาก ตัดขาดทุน 5-6% , take profit 10-12% ผลการเทรด  หุ้นที่ซื้อไปแล้ว มีการเคลื่อนไหว 3 แบบ 1. ร่วงให้ตัดขาดทุน 2. แช่ออกข้าง ไม่ไปไหน 3. ผู้ชนะ 1. หุ้นผู้แพ้ ร่วงให้ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนแบบ bracket 1/3 @ 4% 1/3 @ 6% 1/3 @ 8% เฉลี่ย ประมาณ 6% 2. หากราคาแช่ออกข้างไม่ยอมไปไหน ให้ใช้ time stop (อ่านได้จากหนังสือพี่มาร์ค) . 3. หุ้นผู้ชนะ กำไรได้ 2-3 เท่า ของ ความเสี่ยง  หรือได้กำไรมากกว่า % ค่าเฉลี่ยที่เคยทำได้ ให้ยกจุดตัดข

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ