ผลงาน

ตอนนี้ผมมีผลงานที่เป็นทั้งของฟรี และต้องซื้อครับ
๑) ของฟรี

๑.๑) ฟรีคลิปวิดีโอ ผมทำช่อง Zyo / เซียว จับอิดนี้ง เอาไว้ครับ
www.youtube.com/channel/UCTDoP5zRI4hRETT_2SSlPag
มีทั้งเรื่องของเทคนิคการสวิงเทรด และจิตวิทยาการเทรด จัดเต็ม มีให้ชมทุกวัน

๑.๒) ฟรีอีบุ๊คการเทรดหุ้น

- อีบุคเก่า ทำไว้ที่นี่ครับ มีพอสมควร
https://issuu.com/259229

- eBook ใหม่ ๆ
https://www.zyo71.com/2019/10/free-ebook-zyo.html


๑.๓ ฟรีบทความหุ้น
อ่านได้แบบจุใจครับ มีมากกว่า 200 บทความ ฟรี
https://www.zyo71.com/p/index.html



๒) หนังสือเล่ม
ถ้าท่านมีน้ำใจเหลือ ดูคลิปแล้วชอบ ประทับใจในการทำงาน ในความบ้าพลังของผม
อ่านอีบุ๊คแล้วใช้งานได้จริง อยากแสดงน้ำใจสนับสนุนผลงาน

ผมมีหนังสือที่พิมพ์ขายเอง อยู่ 3 เล่มด้วยกันครับ
มีขายที่เพจ Zyo Books ที่เดียวครับ รายละเอียดราคาตามลิ้งค์นี้ครับ
https://www.facebook.com/zyobooks/shop?rid=1427944937266189&rt=6


ทั้ง ๓ เล่ม มันเป็นเหมือนวิทยานิพนธ์ของผม ที่ตั้งใจจะเอาดีจากการเทรดให้ได้ ผมจะเป็นคนรวยจากการเทรดให้ได้ จึงพยายามทุ่มเทเวลาเพื่อการเรียนรู้การเทรดอย่างหนัก ค้นคว้า ทำความเข้าใจ และสรุปสิ่งที่ตัวเองได้ จนกลายมาเป็นหนังสือ 3 เล่มนี้ครับ

1. หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ 
เป็นความชอบที่ผมรู้ตัวเองว่าประทับใจแนวทาง techno fundamental ที่มีต้นทางมาจาก ปู่ โอนีล ย้อนลงไปถึงต้นตออย่างทวดลิเวอร์มอร์, ทวดวายคอฟ และทวดดาวาส รวมถึงพี่มาร์ค

เล่มนี้ทำให้ผมรู้ต้นตอของการเกิดแนวโน้ม ใครทำให้เกิด วิธีระบุจุดเริ่มต้นแนวโน้มและจุดสิ้นสุดแนวโน้มเป็นยังไง ด้วยการใช้เส้นค่าเฉลี่ย

2. หุ้นซิ่ง สวิงเทรด 
เกิดจากความสงสัยว่า ทำไมหุ้นเด้ง วิ่งรอบใหญ่ หายากจัง จึงค้นเพิ่ม พบว่าเหล่านักเทรดสาย techno fundamental รุ่นใหม่ เขาไม่ได้กะเก็งเอากำไรคำโตอย่างเดียว แต่มีพื้นฐานทางด้านสวิงเทรด 

ผมจึงค้นเพิ่มอีกว่า ถ้าจะสวิงเทรดด้วยการใช้เส้นค่าเฉลี่ย มันจะออกมาเป็นยังไง จึงรวบรวมเคสหุ้นไทยที่เป็นผู้ชนะ มากกว่าร้อยเคสมาเรียบเรียง และแกะจุดเข้าจุดออก เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการสวิงเทรดด้วยเส้น EMA ก็พบว่ามันใช้ได้ครับ ความรู้ที่ได้จากการเขียนเล่มนี้ทำให้การเทรดผมดีขึ้น

3. ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท 
สารภาพว่าระหว่างการเดินทางของผมมันไม้ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 
ผมเคยเจ๊งหุ้น ขาดทุนเป็นล้าน 

แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เพราะผมเชื่อว่าผมยังไม่หลุดเส้นทางถ้าผมสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ จึงเขียนวิทยานิพนธ์ชีวิตการเทรดในมุมของความเจ็บปวด ความผิดหวัง ความพ่ายแพ้ 

ใช่ครับผมแพ้ในสมรภูมินี้ แต่ผมยังไม่แพ้สงคราม 

ผมจะสู้ต่อ โดยการกลับไปศึกษาเรื่องการบริหารความเสี่ยง ที่เริ่มจากการยอมรับความโง่ของตัวเอง เพราะเชื่อว่าถ้าเรารู้จุดต่ำสุดได้แล้ว ต่อไปหากตั้งใจก็สามารถกระโดดขึ้นไปยังที่เดิมได้แน่ และจะบินสูงไปจากจุดเริ่มได้ไม่ยากจากนั้น


นี่คือสตอรี่ การต่อสู้ของผมครับ ถูกถ่ายทอดลงในหนังสือสามเล่มนี้แล้ว
ใครที่เพิ่มเริ่มเทรด แนะนำให้หามาอ่านครับ
คนที่เทรดแล้ว แต่ยังอยู่ในวังวนของการขาดทุนซ้ำซาก แนะนำให้อ่าน
คนที่อยากเทรดยิ่งแนะนำครับ เพราะนี่คือบันทึกชีวิตนักเทรดที่เกิดจากการเทรดจริงเจ็บจริง เป็นสตอรี่ที่ไม่ค่อยมีใครเขียนให้ท่านได้อ่านแน่

สนใจติดต่อที่เพจ Zy Books นะครับ มีขายที่เดียว ตามร้านหนังสือไม่มี
เป็นหนังสือที่พิมพ์เองขายเอง ในวงแคบครับ
ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานครับ


eBook มีจำหน่าย 3 เล่มด้วยกันนะครับ คลิกเข้าไปดูรายละเอียดตามลิ้งค์ได้เลย
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่(เคล็ดการเก็งกำไร) :  bit.ly/zyoebook1
หุ้นซิ่ง สวิงเทรด (เคล็ดการเก็งกำไร) :  bit.ly/zyoebook2
ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท (Mindset สำหรับนักเทรด) :  bit.ly/zyoebook3
ล่าสุดที่ Ookbee.com ก็มีขายเช่นกันครับ

และก็มีเวอร์ชั่นหนังสือกระดาษขายด้วยครับ
ที่เพจ Zyo Books  : facebook.com/zyobooks ที่เดียวครับ



คลิกเข้าไปดูรายละเอียดราคาได้ที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/zyobooks/shop?rid=1427944937266189&rt=6


เดี๋ยวมาลงรายะเอียดของหนังสือแต่ละเล่มกันครับ


"ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท"  เป็นเล่มล่าสุดครับ วางขายเมื่อ 25 มีนาคม 2562 นี้เอง
ขอแจงรายละเอียดแบบ Q&A เพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย



รีวิว ที่ช่องยูทูป


๑) เป็นหนังสือประเภทไหน เหมือนที่คุณเซียวเคยเขียนหรือเปล่า?
ตอบ : "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท" เป็นหนังสือแนว "จิตวิทยาการเทรด" ครับ
ต่างจากสองเล่มที่ผมเขียนก่อนหน้านี้ที่เป็น "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" กับ "หุ้นซิ่งสวิงเทรด" ที่เป็นแนว "เทคนิคการเทรด" ดังนั้นอรรถรสที่ท่านจะได้รับจากเล่มนี้จะต่างกันไปโดยสิ้นเชิงครับ


๒) ต่างกันแค่ไหน?
อย่างแรกเลย คือเล่มใหม่ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท" ไม่เครียดครับ คือแม้เรื่องจะเครียดแต่ผมก็จะพยายามเล่าแบบให้อ่านเข้าใจง่ายๆ ใครที่ไม่มีพื้นฐานทางการเทรดก็อ่านได้ครับ เข้าใจได้เลย
อีกอย่างคือ ๒ เล่ม ก่อนหน้านี้จะเป็นอะไรที่มีเนื้อหาอัดแน่นมาก แทบไม่มีที่ว่างเว้นให้หายใจ แต่เล่มใหม่ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท" ผมได้เขียนแบบเว้นจังหวะให้อ่านแบบเพลินๆ มีแทรกมุขตลกให้อ่านเป็นระยะๆ ทำให้ท่านรู้สึกไม่เครียดมากระหว่างอ่าน

เทียบกันง่ายๆ ว่าสองเล่มแรกเป็น "เกมบุก"
แต่เล่มใหม่ เป็นเรื่องของ "เกมรับ"

สองเล่มแรกเป็นเหมือน "อาวุธ"
แต่เล่มใหม่เป็นเหมือน "การบริหารจิตใจ"
มีอาวุธดี แต่ใจไม่พร้อม ก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สองเล่มแรก เป็น "การหาโอกาส"
แต่เล่มใหม่ เป็น "การมองความเสี่ยง"
คนส่วนใหญ่สนใจแต่การหาโอกาส เพราะคิดว่าตลาดหุ้นเป็นเหมือน supermarket นึกจะซื้ออะไรก็ได้ ขอแค่ให้มีเงิน
แต่ต้องบอกเลยว่าเขาเข้าใจผิด เพราะตลาดหุ้นมันก็เหมือนกับการไป "แย่งไข่จากแม่ห่าน" หรือแย่งลูกหมาตัวน้อยจากแม่หมา จึงมีโอกาสโดนตลาดสวนแบบเจ็บๆได้ตลอด
เล่มใหม่ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท" จะบอกท่านว่า สิ่งที่ควรระวังมีอะไรบ้าง


๓) มันมีมูลค่า ๑ ล้านบาทเชียวเหรอ? เว่อร์ไปมั้ย?
อ๋อ...ถ้าคนอ่านแค่ปก ก็คงคิดแบบนั้น
แต่ถ้าหากดูเนื้อใน หรือคำโปรย ผมจะบอกว่า ผมเล่นหุ้นเริ่มต้นจาก 2 ล้านบาท
ผ่านไป 6 ปี เหลือไม่กี่แสน
นั่นคือ ผมขาดทุน 1 ล้านกว่าบาท จากการเล่นหุ้น
เนื้อหาในเล่มนี้ เป็นความรู้ที่ผมได้จากการขาดทุน 1 ล้านกว่าบาท
ก็แปลไทยเป็นไทยว่า ผมเอาความรู้จากการขาดทุน มูลค่า 1 ล้านบาทมาเขียนให้ท่านอ่าน 37 ข้อ
มันก็ไม่ได้เว่อร์อะไร เพราะเป็นความจริง
เพียงแต่พวกเราส่วนใหญ่ โหยหาสูตรลับทำเงินกันไง เลยคิดไปเองว่าเล่มนี้เป็นสูตรทำเงิน
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย นี่คือหนังสือที่เขียนถึง "การขาดทุน" ครับ
ทำยังไงไม่ให้ขาดทุนเป็นล้านแบบผม
ซึ่งเป็นความรู้ที่ผมต้องเสียเงินเป็นล้านเพื่อแลกมันมา
และเอาทั้งหมดมาบอกกับท่าน ว่าอย่าทำแบบผม

๔) มีสารบัญให้ดูมั้ย ว่าเขียนถึงเรื่องอะไร
คลิกเข้าไปดูหรือโหลดได้ทีลิงค์นี้ครับ https://drive.google.com/file/d/1w-Ma6qjq-6EppR3DlvlQ99uLdSRAhhqa/
หรือแบบสวยๆก็นี่เลย https://issuu.com/259229/docs/1m-sample
ผมแบ่ง 28 หน้าแรกให้อ่านกันไปเลย ซึ่งมีคำนำ, สารบัญ, คำนิยม, และบทแรกเกริ่นนำ


๕) เล่มหนามั้ย? มีกี่หน้า
มีทั้งหมด 232 หน้าครับ ไม่บางมาก ไม่หนามาก อ่านกำลังเพลิน


๖) มีขายที่ไหน?
หนังสือเล่ม ทีขายที่เพจ Zyo Books ครับ
คลิกเข้าไปดูตามลิงค์นี้ www.facebook.com/commerce/products/2067368680036811/





"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" (เล่มดำ) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ

รีวิว ที่ยูทูป


มีจำนวนหน้า 320 หน้า

สารบัญ หนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่


สรุปแบบย่อๆสั้นๆ
จะเป็นรูปภาพง่ายๆแบบนี้ครับ

รูปเดียวนี่แหละครับที่เป็นที่สรุปเนื้อหาทุกอย่างในเล่มนี้แบบหยาบๆ
ซึ่งเล่มนี้จะโฟกัสเฉพาะช่่วงสะสม-ขาขึ้น-แจกจ่าย เท่านั้น เพราะเราต้องการเล่นหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

โดยระหว่างแต่ละบท, ผมจะใช้แนวคิด wyckoff , price pattern ต่างๆ มาขยายความในส่วนของการสะสมและแจกจ่าย รวมถึงใช้แนวคิด magic line มาช่วยให้ทนถือจนจบรอบ

สำหรับผู้เขียนเอง, ความสนุกและท้าทายที่สุดคือการเอารายละเอียดปลีกย่อย ความเชื่อต่างๆที่เคยอ่านเจอ หรือประสบกับตัวเองไปใส่ให้ถูกจังหวะและช่วงเวลาที่ว่านี้ อีกทั้งยกตัวอย่างหุ้นที่มีรูปแบบราคาสนับสนุนความเชื่อๆนั้นๆด้วย ครับ


ท่านจะได้เห็นรูปแบบราคาต่างๆที่ผมใช้บ่อยและยังพบว่ามันได้เคยเกิดกับหุ้นที่วิ่งรอบใหญ่หลายๆตัว
การแทรกคำคมที่ตกผลึกจากนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเข้าไปในแต่ละตอนเพื่อจะช่วยให้ท่านเห็นภาพได้ดีขึ้น
และมันอาจได้ชี้บางจุดที่ท่านอาจจะมองข้ามมาก่อนให้หันมาแลมันอีกครั้ง



สรุปแบบขยายความให้ละเอียดอีกนิด
อีก Main idea ของเล่มนี้ ก็คือ "ซื้อแพงเพื่อไปขายในราคาที่แพงกว่า" หรือ "Buy High, Sell Higher" ครับ โดยจะเอาแนวคิดจากกราฟที่ว่านั้นไปรับใช้ไอเดียนี้

ที่มาของกราฟ, ก็ได้ใช้หลักคิดของสองไอดอลระดับตำนานมาเป็นกระดูกสันหลัง คือ
ปู่ Stan Weinstien กับ Richard D. Wyckoff

ทั้งคู่เขียนถึง "วงรอบหรือวัฎจักรของราคาหุ้น" เหมือนกัน
โดยผมชอบแนวคิด Wyckoff Logic ที่อธิบายเกี่ยวกับ demand/supply, การสะสมหุ้นและแจกจ่ายได้ดี
ส่วน Weinstien ก็ประทับใจการเอาเส้นค่าเฉลี่ยมาช่วยแยกระยะสะสม ขาขึ้น และ แจกจ่าย ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมทั้งมีการเอา price pattern มาช่วยระบุโซนต่ำสุดและสูงสุดได้ดี

เลยเอาความเด่นของทั้งสองฝ่ายมาใช้ร่วมกัน เพื่ออธิบายแนวทางการเล่น "หุ้นรอบใหญ่" ได้ดีขึ้น

ต่อมาก็จะเป็นสรุปทีละบทแบบสั้นๆ,
ทำไมต้องเล่นหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่?
คำตอบง่ายๆคือ มันเป็นช่วงที่ราคาวิ่งขึ้นเร็วและแรง สร้างกำไรดี กว่าช่วงอื่นๆ
เรามาเล่นหุ้นเพื่อกำไรมิใช่เหรอ ถ้าอยากกำไรง่ายๆ ก็ต้องระบุช่วงขาขึ้นให้ได้ ซึ่งในเล่มนี้จะบอกว่าหน้าตาของหุ้นขาขึ้นเป็นยังไง, ใครเป็นเจ้าภาพทำให้เกิด, เพราะอะไร?

๑) ลักษณะของหุ้นขาขึ้น คือราคาวิ่งอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยหรือ Magic line ที่ยกเฉียงขึ้น
๒) เจ้าภาพของการเป็นขาขึ้นคือ Smart money, ผู้ชื่นชอบการเติบโตของกำไรในอนาคต, รวมถึงสภาพตลาดที่เป็นขาขึ้น ทำให้นักลงทุนกล้าซื้อหุ้นตามสตอรี่เด็ด
๓) เหตุผลที่ Smart money สร้างแนวโน้มขาขึ้น ก็เพื่อจะไล่ราคาให้สูง จะได้ขายหุ้นในราคาแพงกว่าต้นทุนของเขามากๆ ซึ่งเขาต้องอาศัยสตอรี่กำไรโต เป็นข้อมูลสนับสนุนชักนำให้สาธารณชนเข้ามาช่วยรับหุ้นจากเขา เมื่อรู้ข่าวจากสื่อ

ทฤษฎีวัฏจักราคาหุ้น
นำเสนอแนวคิดของนักลงทุนที่มีต่อวงจรราคาหุ้นในแบบต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของมันว่า หน้าตาหุ้นขาขึ้นเป็นยังไง ขาลงที่ไม่ควรเล่นเป็นยังไง จะได้เอาไว้กรองว่าตัวไหนน่าเล่น หรือไม่ควรแล นี่คือที่มาของภาพกราฟที่เป็นข้อสรุปนั่นแหละครับ

การอ่านกราฟเบื้องต้น
เป็นการปูพื้นให้กับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการอ่านกราฟ โดยคำถาม 14 ข้อพร้อมตำตอบที่เป็นตัวอย่าง น่าจะช่วยให้ท่านได้วิธีมองแบบง่ายๆได้ และเอาไปเป็นฐานในการทำความเข้าใจในบทต่อไปได้

จุดซื้อหุ้นที่ใช่
มีอยู่ ๒ จุดใหญ่ๆ คือ
๑) ช่วงที่ราคาเปลี่ยนเทรนด์จากสะสมเป็นขาขึ้น โดยดูการข้ามจุดสูงสุดในรอบ 200 วัน และรูปแบบ bottom pattern ที่น่าเชื่อถือ นั่นก็คือ Wyckoff accumulation, Head and shoulders bottom รวมถึง การข้ามเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์พร้อมวอลุ่มยืนยันขาขึ้น อีกทั้งการเกิด Breakaway gap ในช่วงต้นเทรนด์
๒) ช่วงกลางแนวโน้ม เมื่อหุ้นตั้งใจวิ่งรอบใหญ่ก็จะมีการพักเหนื่อยเป็นระยะๆเพื่อสะสมและปล่อยคนหมดใจให้ออกจากหุ้น มันจึงเกิดการ Re-accumulation ซึ่งมันก็คือการย่อเพื่อไปต่อ หรือที่เรารู้จักกันในรูปแบบ continuation pattern ไม่ว่าจะเป็นการย่อยแรงขาย, inverse head and shoulders ที่เป็นต้นตอของรูปแบบ cup with handle หรือแม้กระทั่ง breakaway gap

หุ้นซิ่ง
หุ้นที่จะวิ่งแรงๆรวดเดียวเป็นเด้ง มักจะมีการทำรูปแบบสะสมที่ยาวนาน ซึ่งมักจะมาในทรง parabolic curve หรือ base on base

The line of least resistance
เป็นการขยายความลักษณะของ "การย่อเพื่อไปต่อ" และ "การยืนยันขาขึ้น" ผ่านแนวคิดการย่อยแรงขาย ทำให้เราเห็นรูปแบบราคาที่ซ่อนอยู่ในนั้น จนเกิด pivot point ซึ่งเป็นจุดซื้อที่เสี่ยงต่ำในสายตาตำนานอย่าง Jessie Livermore และมันส่งต่อมาถึงวิลเลียม โอนีล และ มาร์ค มิเนอร์วินี ในที่สุด

การ Stop loss
เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้จัก แต่มือใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เมื่อละเลย,จึงประสบกับการขาดทุนหนักกระทั่งเอาตัวไม่รอด บทนี้จึงพยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการรีบตัดขาดทุนให้ไว โดยเหตุผลหลักคือ ขาดทุนน้อย เอาคืนง่าย,
ถ้าอยากรวยหุ้นอย่างยั่งยืน-ต้องกำไรมากกว่าขาดทุน ควรตัดขาดทุนหุ้นที่อ่อนแอให้ไว และทนรวยกับหุ้นที่ผลงานดีเพื่อกินกำไรให้มากที่สุด

การทนรวย
เมื่อกล้า stop loss แล้ว จะรวยได้คุณต้องกล้าทนถือหุ้นให้กำไรเยอะๆ เพื่อให้เกิดกำไรสุทธิสูงๆต่อรอบ เมื่อกำไรทบต้นไปเรื่อยๆ ความมั่งคั่งก็บังเกิดในเวลาไม่นาน แนวคิดในการทนรวยก็คือการเอาหลักคิดเกี่ยวกับนิสัยของช่วงขาขึ้นมาใช้ นั่นคือ ตอนที่หุ้นเป็นขาขึ้น ราคาจะยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ หรือ Magic line ของมัน จนกว่าจะจบรอบ ก็คือตัดเส้นค่าเฉลี่ยนั้นลงไป เราจึงใช้เส้น Magic line นี้เพื่อเป็นไกด์ให้เราทนไปจนสิ้นแนวโน้ม ถ้าไม่หลุดก็ไม่ขาย

การ Take Profit
จุดขายที่ใช่นั้น, มีหลายรูปแบบ แน่นอน Wyckoff Distribution อธิบายได้ดีมาก อีกทั้งรูปแบบของ top pattern อย่าง Head and shoulders top, triple top, double top ก็ช่วยได้ หรือแม้กระทั่งคนที่ใจร้อนก็สามารถยึดเส้น trendline เพื่อช่วยให้ทำกำไรเฉพาะช่วงที่ราคาหุ้นมีโมเมนตัมดีที่สุด แต่ถ้าใครที่ใจเย็นก็สามารถใช้แนวทาง trailing stop มาช่วยก็ได้

หวังว่าเนื้อหาในเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้เห็นภาพของการเป็นขาขึ้น ที่มาของมัน ไอเดียจุดซื้อ-จุดขายที่หลากหลาย ผลึกคิดของไอดอลนักลงทุนที่แทรกในบทต่างๆ อันจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพการลงทุนที่พวกเขาพบว่ามันใช่จนต้องบอกต่อ ได้กระจ่างขึ้นครับ

และย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ใช่ Holy grail หรือจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านอ่านแล้วบรรลุ หรือเอาไปใช้แล้วรวยทันที เนื้อหาในเล่มนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวตัวอย่างการเคลื่อนไหวที่เกิดตลาดหุ้นเท่านั้น คุณต้องเอาไปทดสอบและทดลองใช้เพื่อให้เจอวงสวิงที่เหมาะกับจริตของคุณที่สุดครับ

ทดลองอ่านตัวอย่างหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่"  คลิกที่นี่ครับ


ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" (เล่มเขียว) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness ครบวงจรเช่นกัน

มีจำนวนหน้า 373 หน้า

รีวิว ที่ยูทูป


สารบัญหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด

สรุปรายบท

เริ่มที่บทแรก : Swing Trade
เป็นการให้คำจำกัดความ การเล่นหุ้นแบบ swing trade ที่ผมอยากนำเสนอให้อ่านในเล่มนี้ครับ
ก็เป็นการเริ่มต้นตั้งแต่

๑) Swing Trade คืออะไร เล่นยังไง
๒) วิธีการเล่นสวิงเทรดแบบคลาสสิค คือซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้าน
๓) สูตรการ Swing trade แบบ IBD (สำนักปู่โอนีล)
๔) สูตรการ swing trade ของลุง Oliver Velez
๕) สูตรการ swing trade ของลุง Dave Laundry
๖) สูตรการ swing trade ของลุงโฉลก
๗) สูตรการ swing trade ของโมเมนตัม มาสเตอร์


บทที่ 2 : EMA Swing Trade
เป็นการเอาเส้นค่าเฉลี่ยมาใช้รันเทรนด์ระยะสั้น เพื่อสวิงเทรดครับ คือเราจะไม่เล่นสั้นจบในวันแบบ day trade แต่จะถือไปจนราคาหมดแนวโน้มระยะสั้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่ หากเห็นแท่งราคาหลุดทะลุเส้น EMA ลงไป ก็ขายเมื่อนั้น วิธีการนี้จะดีกว่า day trade เพราะว่าเรามีโอกาสได้กำไรมากขึ้นครับ คือไม่เน้นเอากำไรช่องสองช่อง แต่จะเอาหลายเปอร์เซ็นต์ 
ดังนั้น แนวทางที่จะทำให้เรารันเทรนด์ได้กำไรอย่างสบายๆก็คือ เน้นเล้นหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเท่านั้น ซึ่งเส้นค่าเฉลี่ยก็ทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างดีเยี่ยมครับ เพราะมันจะใช้ได้ประโยชน์ที่สุดก็ต่อเมื่อมีแนวโน้มที่เด่นชัดเท่านั้น

 ซึ่งเส้นค่าเฉลี่ยที่จะใช้รันเทรนด์ก็จะมีตั้งแต่ EMA5, 10, 20 เป็นหลักครับ

บทที่ 3 : Moving Average คืออะไร
ก็เป็นการให้ข้อมูลที่มาของเส้นค่าเฉลี่ยครับ ซึ่งจะเน้นที่ EMA เป็นหลัก
จากนั้นก็จะเป็นการเอาเส้นค่าเฉลี่ยไปใช้กับการเคลื่อนไหวของราคาครับ คือใช้แบ่งแนวโน้มให้ท่านเห็นภาพชัดขึ้น ตั้งแต่
๑) แบ่งแนวโน้ม
๒) บ่งบอกสุขภาพของแนวโน้ม
๓) ใช้เป็นแนวรับแนวต้าน
๔) ใช้กับนักลงทุนต่างประเภท เล่นสั้นใช้เส้น 5,10, 20 กลาง 50, 100 ยาวก็ใช้ 200
๕) เป็นเส้นแบ่งนรกสวรรค์ ยังไง? ต้องไปอ่าน

บทที่ 4 : The Trend is Your Friend
แนวโน้มคือเพื่อคุณ , เล่นตามแนวโน้ม คุณถึงจะทำเงินได้ง่าย เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเขาบอกตรงกันเป็นเสียงเดียว แล้ววิธีการดูแนวโน้มอย่างง่ายๆ เขาทำยังไงกัน?
ก็อาศัยเส้นค่าเฉลี่ยนี่แหละครับ
๑) ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้น ดูยังไง?
๒) ลักษณะของแนวโน้มขาลง ดูยังไง?
๓) การใช้เส้นค่าเฉลี่ยเพื่อเช็คแนวโน้มขาขึ้น
๔) การเช็คแนวโน้มด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเส้นเดียว ทำยังไง? บอกเลยว่าตอนนี้แหละที่เส้นค่าเฉลี่ยเกิดมาเพื่อการสวิงเทรดโดยแท้เลยครับ เส้นเดียวเอาอยู่


บทที่ 5 : Market Leader
ว่าด้วยหุ้นนำตลาดครับ มันก็คือหุ้นที่เป็นขาขึ้นหรือหุ้นซิ่ง นั่นแหละครับ เป็นหุ้นที่วิ่งเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าตลาดจะดูไร้ทิศทาง

 แต่หุ้นนำตลาดก็จะแสดงออกถึงความเหนือชั้นกว่าด้วยบุคลิกที่โดดเด่น โดยท่านสามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ยเทียบกันได้เลย


บทที่ 6 : Buying Strength - Price Pattern
เป็นแนวทางการซื้อหุ้นเมื่อราคาแสดงออกถึงความแข็งแกร่งครับ ซึ่งมันก็คือตอนที่ราคาได้ breakout ข้ามฐานราคา หรือ continuation pattern นั่นเองครับ ก็จะมีเคสของฐานราคาดังนี้
- flat base
- cup with handle
- inverse head and shoulders
นอกจากนั้นก็จะมีการเอ่ยถึงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการ buying strength ด้วยว่า
๑) แนวโน้มตลาดและหุ้นต้องแข็งแกร่ง
๒) พื้นฐานต้องแข็งแรงด้วย
๓) แนวทางการเล่นหุ้นจาก top gainer


บทที่ 7 : Buying Strength - Breakout & Gap
เป็นอีกตอนที่แยกออกมาเพื่อให้เห็นการ breakout ด้วยแท่งเทียนเขียวยาว ที่มาพร้อมกับวอลุ่ม ซึ่งเป็นลักษณะของหุ้นซิ่ง หรือ Momentum stocks ซึ่งมันต้องมีส่วนประกอบสองอย่างที่มาคู่กัน คือ
๑) แท่งเทียนเขียวยาว ที่บ่งบอกว่ามีแรงซื้อจากรายใหญ่เข้ามา
๒) จะบอกว่าเป็นรายใหญ่จริง วอลุ่มต้องสูงโดดเด่นด้วย
๒) อีกเรื่องคือวอลุ่มที่เป็น signature ของหุ้นซิ่งคือ เวล่ราคาดีดเขียวขึ้น วอลุ่มต้องพุ่งโดดครับ แต่พอราคาย่อวอลุ่มต้องลดลง ซึ่งถ้ามันจะไปต่อจริง ต้องไม่ออกข้างนาน พักไม่กี่วันก็จะดีดขึ้นไปต่อได้อีก ซึ่งตอนพักตัววอลุ่มก็จะแห้ง แบบชัดเจน
และอีกประเด็นที่ผมอยากนำเสนอให้ท่านได้ระวังมากๆ โดยยกเคสให้ท่านดูก็คือ อย่าเพลินกับหุ้นซิ่งครับ หุ้นบางตัวดีดขึ้นพรวดจบรอบเลย ดังนั้น ท่านต้องเฝ้าระวังรอดูสัญญาณกลับตัวให้ดี ซึ่งในบทนี้จะมีเคสให้ท่านเห็นเป็นตัวอย่างว่า แท่งเทียนจบรอบหน้าตาเป็นยังไง
ก็จะมีเคสทั้งหุ้นราคาแพงและหุ้นต่ำบาทให้ท่านดูด้วย ซึ่งก็จะมีแนวทางการดูที่แตกต่างไป แต่บอกตรงๆว่าเล่นยากเอาการ เพราะโอกาสกับความเสี่ยงนั้นมันไม่ค่อยคุ้มครับ
๓) Breakout Pivot Point เป็นการดูลักษณะการ breakout ที่ฟื้นจากการพักตัวอย่างทรงพลัง
๔) IPO Pivot Point เป็นการดูลักษณะฟื้นตัวพร้อมขึ้นของหุ้น IPO ที่ก่อนหน้านั้นถูกขายแล้วทิ้งให้แช่ออกข้างเป็นเวลานาน ถ้าใครต้องการต้นเทรนด์ของหุ้นชนิดนี้ก็อ่านดูได้
๕) Gap ก็จะเน้น breakaway gap ว่าหน้าตาเป็นยังไง ซึ่งก็จะเป็นเคสใหม่ ไม่ซ้ำจากเล่มก่อน
๖) Earning gap เป็นตอนแถมครับ ทำเพื่อไม่ให้ท่านตกเป็นเหยื่อของการเปิด gap ที่เกิดในช่วงประกาศงบ โดยผมจะยกเคสที่โดน sell on fact ให้ท่านดู มีทั้งล้มเหลว และสำเร็จ

บทที่ 8 : Buying Weakness
สำหรับใครที่สนใจเรื่อง buy on dip, buy pullback บทนี้ผมขอจัดเต็มเพื่อท่านเลย ซึ่งจะเริ่มปูให้ท่านเห็นแนวคิดและจะใส่เคสให้ท่านเห็นในบทต่อไปอย่างมากมาย โดยในบทจะมีตอนย่อยๆดังนี้
๑) Top trader ท่านไหนที่ buying weakness บ้าง เขาใช้เส้นระยะไหนกัน?
๒) แบบไหนจึงเรียกว่าแนวรับ แบบไหนที่เรียกว่าเอาอยู่?
๓) ลักษณะของแท่งเทียนกลับตัวที่น่าสนใจ ที่เราเห็นบ่อยตรงแนวรับหรือเส้นค่าเฉลี่ย
๔) ซื้อตรงไหนดีที่สุด?


บทที่ 9 : เคส buying strength & buying weakness เพิ่มเติม 
ขอจัดเคสให้ท่านได้ดูเพิ่มอย่างสาสมครับ คือยิ่งทำยิ่งเจอ ก็เลยเพิ่มบทนี้เติมให้ท่านอีก
ที่ผมนำเสนอแนวทางการซื้อให้ท่านอ่านสองแบบก็เพราะว่าหุ้นขาขึ้นมี ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ
๑) ขึ้นแบบฟันปลา คือวิ่งไม่ขาดน่ะครับ พูดง่ายๆ ทรงแบบนี้ follow buy แบบ breakout มีแต่เสียหายครับ ดังนั้นการซื้อแบบ buy weakness จะได้เปรียบ และสบายใจมากกว่า ซึ่งจะเหมาะสำหรับช่วงนี้มาก เพราะ SET กำลัง sideway หุ้นส่วนใหญ่จึงวิ่งขึ้นแบบเขย่า คือเป็นขาขึ้นอยู่ ทรงได้ แต่ไม่วิ่งแรง เพราะคนไม่แน่ใจในสภาพตลาดไง พวกเขาจึงเล่นแบบสวิง ย่อซื้อ เด้งขาย ดังนั้น buy weakness จึงเหมาะมาก
๒) ขึ้นแบบซิ่ง ก็วิ่งขึ้นแบบแข็งแกร่ง ดีดขึ้นแรง พอย่อก็พักออกข้าง วอลุ่มลด แบบนี้ buying strength ได้ประโยชน์ที่สุด แต่ก็สามารถ buy weakness ได้เช่นกัน


บทที่ 10 : Selling into Strength
บทนี้ผมตั้งใจทำให้ท่านที่อีตอนหุ้นขึ้นดีๆไม่กล้าขาย ต้องรอให้เท่าทุนหรือขาดทุนเสียก่อนจึงรู้สึกตัว
ซึ่งจริงๆบอกไว้เลยว่าทำใจยากมาก เพราะมันค้านความรู้สึก แต่เชื่อมั้ยว่า top trader ที่ประสบความสำเร็จเขาทำได้ เขาทำกันจนเป็นนิสัย ซึ่งถ้าท่านทำตามหลักการนี้ได้ ท่านก็จะไม่บ่นให้ได้ยินอีกว่า ซื้อเป็น-แต่ขายไม่เป็น เพราะผมจะยกไอเดียมาให้ท่านดู ตั้งแต่
๑) Selling into strength แบบปู่โอนีล ซึ่งท่านใช้หลักการดู climax run ครับ ซึ่งจะโฟกัสไปที่ลักษณะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงผิดปกติ ซึ่งเราสามารถดูลักษณะแท่งเทียนได้


๒) กฎการขายที่ +20% ของปู่โอนีล และพี่มาร์ค
ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่ามันเวิร์คมากครับ เพราะหุ้นในตลาดบ้านเรามี superperformance stocks น้อยมาก ส่วนใหญ่จะวิ่งขึ้นแบบชั่วคราวน่ะ คือวิ่งเดี๋ยวเดียวก็จบรอบ ดังนั้นถ้าเราเอาไอเดียนี้เป็นฐาน ก็น่าจะได้เป้าขายอย่างน้อยที่ระดับราคานี้ เพราะนอกจากปู่โอนีลจะใช้ พี่มาร์คก็เอาด้วยครับ นี่เป็นหลักการสวิงเทรดของแกเลย คือจะไม่เน้นรันเทรนด์ระยะยาว ยกเว้นว่าหุ้นตัวนั้นจะมีพื้นฐานและการเคลื่อนไหวที่โดดเด้งจริงๆ คือหุ้นที่จะทำกำไรให้เรา มีอยู่แค่ ๒ ประเภท คือ
- ขาขึ้นแบบธรรมดา มีเกิน 90% ซึ่งเราเล่นเอากำไรระดับ 5-20% พอไหว
- ขาขึ้นแบบยอดหุ้น มีไม่ถึง 10% คือปีนึง มีไม่กี่ตัวหรอก ถ้าเจอทรงสวยก็รันไปให้สุดเทรนด์
๓) สวิงเทรดแบบ IBD ที่เขาเน้นเอากำไรแค่ 5% พอ
๔) Buying wekness & Selling into strength ก็เป็นแนวทางคลาสสิคที่เรารู้จักกัน ซื้อตอนย่อ-ขายตอนเด้ง ซึ่งมันใช้การได้ดีกับแนวทาง +5% ของ IBD อย่างเป๊ะครับ
ใครที่อยากเล่นเก็งกำไรสั้นมาก ผมว่าแนวทางนี้เหมาะกับท่านมากครับ
๔) Most powerful candlesticks reversal เป็นการเอาทรงแท่งเทียนกลับตัวมารีรันให้ดูอีก
๕) Excess phase นี่คือทฤษฎีที่ผมคิดว่ามันเอามาอธิบายแนวทางการ selling into strength ได้ดีที่สุดครับ ก็มาจาก Dow theory นั่นเอง ซึ่งผมจะชี้ให้ท่านดูว่าในระยะนี้ทรงของแท่งเทียนจะเป็นยังไง เพื่อต่อไปท่านจะได้เอาไปสังเกตและลองทดสอบดูครับ
๖) สรุปข้อดีและข้อเสียของแนวทางนี้ ก็แน่นอนล่ะว่ามันก็ไม่ได้เป๊ะ 100% หรอก ผมบอกกับท่านไว้อย่างนั้น ท่านอาจได้ขายหมู แต่ก็กำไรนะ อย่าเสียดายกำไรจนปล่อยให้มันขาดทุนค่อยคิดได้สิ แม้มันจะทำใจยาก แต่ก็ลองทำดูเถอะ ตอนแรกอาจจับจังหวะยาก แต่พยายามลองให้เข้ามือ เดี๋ยวท่านก็จะเทพเอง

บทที่ 11 : Selling wekness - EMA trailing stop
เป็นแนวทางการขายเมื่อหุ้นแสดงออกถึงความอ่อนแอสุดขีดก่อนจบรอบครับ
แนวทางที่ผมแนะนำคือใช้เส้นค่าเฉลี่ยเป็นตัวช่วยครับ โดยใช้เป็น trailing stop
ซึ่ง trailing stop ก็มีหลายแบบ
๑) Support trailing stop เอาแนวรับเป็นจุดตัดขาย
๒) Trendline trailing stop เอาเส้นเทรนด์ไลน์เป็นจุดตัดขาย
๓) EMA trailing stop ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเป็นจุดตัดขาย
ซึ่งผมพบว่าแบบ หนึ่งกับสาม ใช้งานง่ายสุด โดยแบบท้ายน่ะ ง่ายกว่าใคร เพราะเส้นค่าเฉลี่ย ระบบมันทำมาให้ท่านอยู่แล้ว ไม่ต้องไปลากให้เสียเวลา
แต่ปัญหาก็มีนะ คือท่านเถียงอินดิเคเตอร์ ตัดลงแล้วก็ต่อราคา รอดูอีกนิด กว่าจะได้ขายก็โน่น ขาดทุนเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ก็ว่าใครไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ตัวท่านเองแล้วล่ะ


บทที่ 12 : Candlestick Emotion
เป็นบทส่งท้ายในภาคทฤษฎีครับ ก็เป็นการสรุปรวบยอดเรื่องแท่งเทียนอีกรอบ
๑) เทคนิคการอ่านสัญญาณแท่งเทียน
๒) แท่งเทียนกับวัฏจักรราคา แต่ละระยะแต่ละ stage แท่งเทียนควรมีลักษณะยังไง ผมก็จะมโนลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ให้ท่านได้ดูครับ
๓) Big white จิตวิทยาเบื้องหลังของมันคืออะไร
๔) แท่งเทียนที่เหมาะสำหรับการ buying strength
๕) Pocket Pivot Buy Point คือแท่งเทียนแบบไหน
๖) Pivot breakout คือแท่งไหน
๗) แท่งเทียนที่เหมาะสำหรับ buying weakness
๘) แท่งเทียนที่เหมาะสำหรับ selling into strength
๙) Onday reversal = blending candlesticks เป็นการแตกสมการแท่งเทียนครับ ว่าแท่งเดี่ยวนั้นมันมาจากการรวมแท่งเทียนไหนกับตัวไหน จึงได้ออกมาเป็นหน้าตาดังกล่าว
๑๐) Two & three day reversal เอาหน้าตามาให้ดูอีกครั้ง
๑๑) แท่งเทียนที่เหมาะสำหรับ selling weakness เป็นยังไง แท่งไหนที่เป็นพระเอก เห็นหน้าตาแบบนี้แหละออกอาการแน่ๆ เหมือนมวยโดนหมัดน็อค
๑๒) Candlestick entry & sell signal จุดซื้อขายโดยใช้แท่งเทียนประกอบ


บทที่ 13 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA5
ใครชอบหุ้นซิ่ง ผมมีเคสการรันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ยนี้ให้ดูครับ ประกอบด้วยหลายตอน
๑) EMA5 เส้นค่าเฉลี่ยสำหรับ super bullish trend
๒) สาเหตุที่ทำให้ราคาวิ่งแรงเกาะ EMA5 ได้ต่อเนื่อง
๓) เคส Buying weakness ที่โซน EMA5 
๔) แนวทางการขายหุ้นด้วยการใช้ EMA5 ช่วย


บทที่ 14 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA10
เส้นนี้ก็เป็นหุ้นซิ่ง ประกอบด้วยหลายตอนเช่นกัน
๑) ประโยชน์ของเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน
๒) การทนรวยด้วย EMA10
๓) การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันเพื่อช่วยขายหุ้นของศิษย์ปู่โอนีล 
๔) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA10 กับหุ้นซิ่ง IPO
๕) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA10 กับหุ้นซิ่งในตำนาน
๖) ตอนเสริม ว่าด้วยการเป็นแนวต้านในขาลงของ EMA10


บทที่ 15 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA20
เส้นนี้ก็ยังซิ่งอยู่นะครับ ซึ่งก็มีบางตัวที่วิ่งยาว ก็มักจะเป็นหุ้นพื้นฐานดีขึ้น มักจะเกาะเส้นนี้ขึ้น ซึ่งยิ่งเส้นยาวขึ้นก็จะให้ตัวมากขึ้น ช่วงพักตัวก็จะนานขึ้น อึดอัดมากกว่า แต่ถ้ามันไม่จบรอบง่ายๆ ก็จะกำไรมากกว่า
๑) Top trader ท่านไหนที่ใช้ประโยชน์จากเส้นนี้
๒) แนวทางการใช้ประโยชน์จาก EMA20
๓) Price pattern ในโซน EMA20 
๔) จุดซื้อที่ EMA20 สไตล์พี่มาร์ค(ผมมโนเอานะ)
๕) เคส parabolic move (การซิ่งแหลก)เหนือ EMA20
๖) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA20 กับหุ้นซิ่งในตำนาน


บทที่ 16 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA50
เส้นนี้เป็นกรอบแนวรับของหุ้น superstocks ครับ ปู่โอนีลใช้เส้นนี้แหละ ที่ท่านเห็นในหนังสือเล่มส้มของแก ที่เป็นเส้น 10 week ก็คือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันนี้เอง ซึ่งในบทนี้ประกอบด้วย
๑) Top trader ท่านไหนที่ใช้ประโยชน์จากเส้นนี้
๒) นัยยะของ EMA50
๓) การเป็นแนวรับที่มีนัยยะของ EMA50
๔) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA50


บทที่ 17 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA100
เส้นนี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญหรอกนะ แต่ผมเห็นประโยชน์ของมัน
๑) EMA100 กับ bear trap เป็นลักษณะการเขย่าครั้งสุดท้ายก่อนซิ่งแหลก
๒) EMA100 dip แล้วเด้ง เคสหุ้นที่กลับตัวบนเส้นนี้
๓) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA100
๔) EMA100 แนวด้านหุ้นที่ดีดแรงจากขาลง
๕) ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามรอยเสี่ยยักษ์


บทที่ 18 : เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA200
เส้นนี้เป็นจุดเข้าทำของนักลงทุนระยะยาวครับ ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานที่ดีเด่นของประเทศ ให้ท่านดูนัยยะของการเด้งที่เส้นนี้เลยครับ ซึ่งมีตอนย่อยดังนี้
๑) EMA200 กับการเป็นแนวรับกับแนวต้านที่มีนัยยะ
๒) ซื้อที่ EMA200 ขายที่ EMA10
๓) เคสการรันเทรนด์ด้วย EMA200

ก็มีเท่านี้และครับที่เป็นหัวข้อหลักๆทั้งหมดในเล่มนี้
ซึ่งก็มีรายละเอียดยิบย่อยมากมายเลย เพราะยิ่งเขียนยิ่งสนุก ยิ่งอยากเอามาบอกท่านให้มากขึ้น
ก็ตั้งใจทำให้ท่านได้เห็นภาพที่หลากหลายครับ จะได้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในภายหน้าด้วย
แม้ในอนาคตจากนี้ไปหลายปี เคสจะล้าหลัง แต่ผมว่าแนวคิดนี้น่าจะยังใช้ได้ดีเสมอ

ทดลองอ่านตัวอย่างหนังสือ "หุ้นซิ่งสวิงเทรด"
คลิกที่ลิงค์นี้ https://issuu.com/home/published/swingtrade-promo

ถ้าให้เทียบความต่างของทั้งสองเล่มนะ
เล่มดำเป็นการเขียนถึงภาพรวม ภาคทฤษฎี
ส่วนเล่มเขียว เป็นการเจาะลึก เน้นเคส เป็นภาคปฏิบัติ

อ่านจบสองเล่ม ท่านสามารถเดาใจผมได้หมด ว่าเทรดยังไง
เพราะมันเป็นการกลั่นออกมาจากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้น(กระดาษ)ทั้งสามเล่ม

ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

รวมลิ้งค์ ฟรีอีบุ๊ค Free Ebook การเทรดหุ้น ของ Zyo

เรียนฟรี สารบัญคลิปการเทรดของ Zyo Clips Content

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

วิธีแปลงโชค(กำไรแบบฟลุคๆ) ให้เป็นเครื่องจักรปั๊มเงิน(ระบบเทรดที่ทำเงิน)

4 ช่วงชีวิตของราคาหุ้น และวิธีทำเงินกับมัน