Posts

Showing posts from May, 2023

ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

เล่นหุ้นตามฝูง ไม่รุ่ง มีแต่เจ๊ง?

Image
" การเล่นหุ้นตามฝูงชน " มักจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่จะทำให้นักเทรดขาดทุนยับเยิน ถ้าได้ไปอ่านเว็บต่างประเทศ ก็ไม่ว่าจากแหล่งไหน ก็บอกตรงกัน ยิ่งนักลงทุนสายวีไอ ยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาชอบใช้ความบ้าคลั่งของฝูงชนเป็น "อินดิเคเตอร์" ซื้อขาย "ซื้อเมื่อเลือดไหลนองวอลสตรีท" และ"ขายเมื่อฝูงชนบ้าคลั่ง" เขาพูดกันถึงขนาดนี้เลย บ้านเราก็มีกูรูเทพอย่างคุณวิชับ จาวลา เจ้าของ " ทฤษฎีผลประโยชน์ " ท่านบอกว่า " Mass ผิดเสมอ " คนส่วนมากมักขาดทุน มีแต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่กำไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? มีตัวอย่างคลาสสิคหนึ่งที่ชี้ให้เห็นโทษ ท่านเคยได้ยินชื่อ " นิโคลาส ดาร์วาส " กันมั้ยครับ? เขาเป็นหนึ่งในตำนานนักเทรดที่ทำเงินมหาศาลจากตลาดหุ้น เจ้าของ "ทฤษฎีกล่อง" นั่นเองครับ ท่านสามารถอ่านได้จากบทความ  Nicolas Darvas Trading System  ครับ ก่อนที่ทวดดาร์วาส จะประสบความสำเร็จจากตลาดหุ้น ก็เจอพิษของการ " เล่นหุ้นตามผูงชน " มาอย่างน้อยสองครั้ง ครั้งแรก หลังจากที่ได้กำไรหุ้นอย่างฟลุคๆ ก็เข้ามาเล่นหุ้นในตลาด

"ตัวคุณ" + "ความสามารถในการหาเงินของคุณ" = "เงิน(ความสำเร็จ)"

Image
อยากให้ท่านเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการตระหนักรู้ และเตือนตนเป็นประจำว่า ทรัพย์สินที่มีค่าและมีมูลค่ามากที่สุดในชีวิตคุณก็คือ  "ตัวคุณ" + "ความสามารถในการหาเงินของคุณ"  . ("ตัวคุณ") คนที่มีศักยภาพต่อความสำเร็จนั้น จะมี "ความศรัทธาในตัวเอง" "ความศรัทธาในตัวเอง" คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ จงเชื่อมั่นว่า "ฉันควรค่าแก่ความสำเร็จแน่นนอน เพราะ ความสำเร็จไม่ได้ถูกจำกัดเอาไว้เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มันมีเพียงพอสำหรับคนที่มีความพยายาม คนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ใครก็ตามทำได้ผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับความสำเร็จเป็นรางวัลทุกคน" จงเป็นเพื่อนที่ดีต่อตัวเอง อดทนต่อพัฒนาการที่เชื่องช้าของตนเอง ให้รางวัลตนเอง และดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้ดีที่สุด เพราะตัวคุณคือสินทรัพย์ที่ #สำคัญที่สุดของคุณ . ("ความสามารถในการหาเงินของคุณ")  ความสามารถในการหาเงิน คือสินทรัพย์ที่ #มีมูลค่าสูงที่สุดของคุณ มุ่งมั่นพัฒนาความสามารถในการหาเงินของคุณ  ในทางการเทรดคือ Edge (ที่อธิบายเป็นสมการให้เข้าใจง่ายด้วย "ระบบเทรดที่ให้ Positive Expectancy" อ

รวม 70++ บทความ&คลิป เพื่อให้เข้าใจ "เล่นหุ้น/เทรดขาดทุน" มากขึ้น ใครก้าวข้ามได้ก็โอกาสรอดและรวยแน่

Image
เล่นหุ้นขาดทุน อย่าเพิ่งขาดใจ! อ่านบทความเหล่านี้ก่อน แล้วท่านจะเข้าใจการขาดทุน ส่งผลให้เทรด/เล่น/ลงทุนหุ้นได้ผลงานที่ดีขึ้น ขาดทุนน้อยลง มีโอกาสรอดและรวยมากขึ้นแน่นอน รวมบทความ เพื่อให้เข้าใจ "เล่นหุ้น/เทรดขาดทุน" ให้มากขึ้น ใครก้าวข้ามได้ก็โอกาสรอดและรวยสูงขึ้น ว่ากันว่า 80% ของนักเทรด/นักลงทุน/นักเล่นหุ้นมือใหม่ จาก 100% มักจะออกจากตลาดจากเกมนี้ไปภายใน 2 ปีแรก สาเหตุก็คือพวกเขาไม่สามารถจัดการ/รับมือ/ตอบสนองกับการขาดทุนได้นั่นเอง พวกเขา "แพ้ภัยการขาดทุน" ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสามารถลดแรงกระทบ หรือจำกัดการสูญเสีย/ความเสียหายได้ ถ้า "เข้าใจการขาดทุน" แต่เมื่อไม่เข้าใจ จึงตีความการขาดทุนที่ผิดเพี้ยนแบบคนส่วนใหญ่ทำ ส่งผลให้พวกเขาต้องกลายเป็นคนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้แพ้ ถ้าไม่ "หมดตัว" ก็ "หมดใจ" เพราะไม่อาจก้าข้ามการขาดทุนได้นี่เอง ด้วยความปรารถนาดีในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่รอดมาได้ 10 ปีในตลาดหุ้น และเป็น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการขาดทุน (ดูคอนเทนต์ข้างล่างเอาเองก็แล้วกันว่ามากขนาดไหน 555) ผมจึงเขียน eBook ชื่อว่า  เล่นหุ้นขาดทุน : ความเข้าใจผิดของมือใหม่ &am

คนที่อ่านกราฟ/ตีกราฟเก่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรดที่เก่งเสมอไป

Image
คนที่อ่านกราฟ/ตีกราฟเก่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทรดที่เก่งเสมอไป แต่...คนเป็นนักเทรดที่ดี มักจะเป็นนักบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วยเสมอ การวิเคราะห์ กับ การเทรดนั้น เป็นทักษะที่แยกส่วนกัน และมีผู้คนจำนวนน้อยมาก ๆ ที่มีสองทักษะนี้ในคน ๆ เดียว Peter Brandt . นักเทรดที่ดี จะเป็น นักบริหารความเสี่ยงที่ดีก่อน  จากนั้นจึงเป็นนักแสวงหากำไร Trading Composure . (ผลงานล่าสุดของ Zyo) มีขายที่ mebmarket นะครับ  ตามลิงค์นี้นะ  http://bit.ly/436mRyO อ่านรายละเอียด สารบัญก่อนได้ที่  https://www.zyo71.com/2023/03/ebook-10.html มีขายเป็น eBook เท่านั้นครับ ที่ Mebmarket https://bit.ly/3LlCASx อ่านรายละเอียดสารบัญก่อนได้ที่  https://www.zyo71.com/2023/05/ebook.html

เกมการเทรดที่สำเร็จ ต้องการทักษะการบริหารจัดการ

Image
ผมไม่ได้มั่งคั่งเพราะทำนายตลาด(อนาคต)เก่ง  หรือ ยึดมั่นความเห็นตนเองโดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ที่ผมมั่งคั่งได้ก็เพราะ ... ๑. ผมกล้ายอมรับว่า ผมสามารถทำผิดพลาดได้มากมาย ๒. ผมยอมรับว่าคิด/ทำผิดได้ไว (จึงตัดขาดทุนได้ไว) ให้เสียหายน้อย และ ๓. เชื่อว่าผมทำถูก...ก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันจากคำตัดสินของตลาดเท่านั้น -- Mark Minervini . ถ้าคุณคิดว่า “แค่อ่านกราฟเก่ง ก็ทำเงินได้”  แสดงว่าคุณเข้าใจผิด(และดูถูกเกมการเทรดอย่างมากเกินไปแล้ว) -- Manas Arora . นักเทรดที่สำเร็จนั้น เจียมตนว่าไม่สมบูรณ์แบบ เชื่อว่าตนเองสามารถคิดผิดได้เสมอ จึงกล้ายอมรับความผิดพลาด  ให้การขาดทุนเป็นไกด์ในการตัดสินใจ . และที่สำคัญ พวกเขามองการเทรดเป็นการทำธุรกิจ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงให้ยอดเยี่ยม . ขอแค่คุณเจียมตัว ให้ความเสี่ยงมาก่อน มีทักษะการบริหารจัดการ ไม่ต้องฉลาดมาก ก็มีโอกาสสำเร็จในเกมนี้ได้แน่นอน เข้าไปเลือกชมเรื่องที่ท่านสนใจได้ที่  https://www.zyo71.com/p/index-of-zyo.html (ผลงานล่าสุดของ Zyo) มีขายที่ mebmarket นะครับ  ตามลิงค์นี้นะ  http://bit.ly/436mRyO อ่านรายละเอียด สารบัญก่อ

7 เรื่อง ที่นักเทรดต้องเรียนรู้และบริหารจัดการให้ดี ถ้าอยากประสบความสำเร็จ

Image
เข้าไปเลือกชมเรื่องที่ท่านสนใจได้ที่  https://www.zyo71.com/p/index-of-zyo.html 7 เรื่อง ที่นักเทรดต้องเรียนรู้และบริหารจัดการให้ดี ถ้าอยากประสบความสำเร็จ สรุปจาก The Top 7 Things Traders Must Manage For Success โดย Steve Burns 1. บริหารจัดการความเสี่ยง 2. บริหารจัดการความเครียด 3. บริหารจัดการอารมณ์ ให้เทรดตามแผน ไม่ใช่ตามความโลภและกลัว 4. บริหารจัดการอัตตา/อีโก้ ความต้องการเป็นฝ่ายถูก/พิสูจน์ตัวเอง ไม่ยอมรับความจริง 5. บริหารจัดการ การเข้าซื้อ ซื้ออะไร ซื้อตรงไหน ซื้ออย่างไร 6. บริหารจัดการ การขายออก ขายตรงไหน ขายอย่างไร 7. บริหารจัดการความคิด ให้อยู่กับปัจจุบัน มีสติ ไม่คิดมากเกินความจริง หนังสือเล่ม มีจำหน่ายที่  www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/   eBook มีจำหน่ายที่  https://bit.ly/zyoebooks 7 สิ่งที่นักเทรดต้องจัดการเพื่อความสำเร็จ 1. นักเทรดต้องเป็นผู้จัดการความเสี่ยงที่ดี “ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณควบคุมความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน” - พอล ทิวดอร์ โจนส์ 2. เทรดเดอร์ต้องจัดการกับความเครียดของตัวเอง ขนาดตำแหน่งการเทรดที่ช่วยให้ระดับความเครียดของคุณจัดการได้ หากคุณไม่สามารถ

7 กฎการเทรดที่อาจช่วยให้คุณได้ผลงานดีกว่านักเทรด 95% ที่เหลือ:

Image
7 กฎการเทรดที่อาจช่วยให้คุณได้ผลงานดีกว่านักเทรด 95% ที่เหลือ: 1. รู้จักสิ่งแวดล้อมของการเทรด - การเทรดเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรงที่สุดในโลก - การเทรดไม่ใช่ล็อตเตอรี่ออนไลน์ แต่เป็นธุรกิจที่จริงจัง ต้องใช้เวลากว่าจะเชี่ยวชาญ 2. วางแผนเพื่อให้สำเร็จในการเทรด - เอาตัวรอด บริหารความเสี่ยง คือหัวใจสำคัญ 3. ไม่เทรดด้วยความโลภ ไม่แก้แค้น ไม่พนัน - การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง - วางแผนด้วยการคำนวณความเสี่ยงก่อนเสมอ - ตลาดพร้อมเล่นงานคุณทุกครั้งที่มั่นใจเกินไป 4. เชื่อมั่นในระบบเทรดของตนเอง - ระบบเทรดคืออาวุธของคุณ - เชื่อมั่น 100% และทำตามกฎอย่างเคร่งครัด - เลิกฟังคนอื่นที่พยายามกระตุ้นให้คุณต้องเทรด 5. อย่าตั้งจุดซื้อที่แนวต้าน อย่าตั้งจุดขายที่แนวรับ 6. ความสำเร็จ มีรากฐานจากความสม่ำเสมอ - หมั่นฝึกฝน เรียนรู้เป็นประจำทุกวัน  7. ความผิดพลาดคือครูที่ดีที่สุด - อย่ารังเกียจความผิดพลาด/การขาดทุน เพราะนั่นคือสิ่งที่จะช่วยให้คุณเก่งขึ้น - ถ้าคุณเปิดใจเรียนรู้จากความผิดพลาด คุณจะเสียเงินจ่ายค่าเทอมน้อยลง - นักเทรดที่สำเร็จ ต่างก็เริ่มต้นด้วยความผิดพลาด(และยังผิดพลาดประจำ) หลายค

10 สุดยอดวิธีคิดที่นักเทรดผู้สำเร็จและร่ำรวยมีเหมือนกัน - ต่างจากเม่าผู้แพ้อย่างสิ้นเชิง

Image
10 วิธีคิดที่นักเทรดผู้สำเร็จและร่ำรวยมีเหมือนกัน แปลจาก Ten Powerful Psychological Traits of the Rich Trader 1. พวกเขามีความสามารถในการยอมรับว่าพวกเขาผิดและออกจากการเทรดได้ทันที พวกเขารู้ว่าจุดไหนของราคาพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิดแล้ว 2. พวกเขามีความสามารถในการไม่เพียงแค่ปิดการเทรดที่ขาดทุนเท่านั้น แต่ยังสามารถซื้อคืนกลับได้ถ้าเกิดสัญญาณซื้ออีกครั้ง 3. นักเทรดที่ร่ำรวยไม่ได้พยายามพิสูจน์อะไรเกี่ยวกับตัวเอง พวกเขาโฟกัสไปที่การสร้างรายได้ 4. พวกเขาไม่ได้ตกหลุมรักกับไอเดีย สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือหุ้น พวกเขาจะทำการซื้อขายตามการเคลื่อนไหวของราคา 5. เทรดเดอร์ที่ร่ำรวยรู้ว่าการเคลื่อนไหวของตลาดไม่เคยผิด และตลาดก็ไม่เคยสนใจความคิดเห็นของพวกเขา 6. ไม่ว่าพวกเขาจะมั่นใจในการเทรดแค่ไหน พวกเขาก็ยังจัดการความเสี่ยงได้เสมอ 7. เทรดเดอร์ที่ร่ำรวยจะบุกหนัก/เทรดถี่/ลงเงินเยอะขึ้นเมื่อชนะ แต่จะเทรดน้อยลงหรือพักถ้าพบว่าการแพ้ติดต่อกัน 8. เทรดเดอร์ที่เก่งคือคนที่สามารถยอมรับกับใครก็ได้ว่าพวกเขาคิดผิด 9. เทรดเดอร์ที่ร่ำรวยไม่เชื่อแรงกระตุ้นจากความรู้สึก/ความเห็นของตนเอง พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถทำนายอนาคต

ผมไม่ได้ฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะเป็นหุ้นร้อยเด้งตัวต่อไป

Image
ผมไม่ได้ฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะเป็นหุ้นร้อยเด้งตัวต่อไป ที่ผมปั้นพอร์ตโตได้อย่างสุดยอดนั้น (ไม่ได้มาจากการได้กำไรหุ้นเด้ง(100%)..สิบเด้ง...ร้อยเด้งเลย แต่เป็นได้กำไรระดับ 20-30% จากหุ้นหลาย ๆ ตัว) ได้จากหุ้นที่วิ่งขึ้นอย่างมั่นคงและน่าเชื่อถือเท่านั้น ผมแค่ใช้หลักการทบต้นกำไรให้ได้มากที่สุด และจำกัดขนาดการขาดทุน(drawdowns)ให้เสียน้อยที่สุด - Mark Minervini . ปล. คนที่จะทำแบบนี้ได้ ต้อง... 1.มีวินัยสูงมาก รู้จักรอคอย อดทนไม่เทรดในตอนทำเงินยาก 2.เชี่ยวชาญใน Position Sizing บุกหนักในช่วงเงินง่าย . เทคนิคการเทรด แนวทางคัดหุ้น(ศาสตร์) คุณสามารถอ่านจากหนังสือเขาได้…เพราะมันเป็นส่วนที่ง่ายที่สุด...แต่ก็ยังไม่พอหรอกนะ(มันเป็นแค่งานภายนอก) . ...คุณยังต้องรอเวลา เพื่อสะสมประสบการณ์ สร้างความสามารถในการควบคุมตนเอง อันเป็นงานภายใน (ศิลปะ) ที่สอดคล้องและรับใช้เป้าหมายและหลักการนี้ให้ได้ด้วย . ...ซึ่งต้องใช้เวลา...สะสม....ต้องรอการทบต้น ถึงกระนั้น...ผมยังเชื่อว่า ใคร ๆ ก็ทำได้แน่นอน ...ขอแค่ไม่รีบ...ค่อย ๆ สะสม...ถ้าทุกอย่างลงตัว...การทบต้นทำงาน เมื่อนั้นความสำเร็จชั่วข้ามคืนเกิดแก่คุณแน่นอ

5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความล้มเหลว ของคนส่วนใหญ่

Image
5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความล้มเหลว ของคนส่วนใหญ่ ได้ไอเดียหัวข้อจาก 5 Common Myths About Failure that You Should Never Believe . Myth #1: Failure is Final คนส่วนใหญ่เชื่อว่า เมื่อไหร่ที่คุณล้มเหลว/ผิดพลาดนั่นคือจุดจบ คุณไปต่อไม่ได้แล้ว ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ความล้มเหลวคือจุดพักหนึ่งของเส้นทางสู่ความสำเร็จ(ที่ยาวกว่า)เท่านั้น . Myth #2: Failure means you’re not good enough. จริงครึ่งไม่จริงครึ่ง  จริงคือ ดีไม่พอในแง่ของความรู้ความสามารถ แต่คุณก็สามารถเรียนรู้มันได้ ขอแค่ให้เวลาเพิ่ม ขอแค่เปิดใจเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่จริงในแง่ของการใช้เพื่อด้อยค่าตนเอง เป็นเหตุผลเพื่อล้มเลิก (แต่การเลิกล้มก็ไม่ใช่เรื่องแย่ สำหรับคนที่ไม่คิดจะเอาจริงแต่แรก) . Myth #3: Success is impossible once you’ve failed. Myth #4: Successful people never fail. ไม่จริงเลย จากสถิติของอเมริกา บอกว่า คนสำเร็จนั้น จะล้มเหลวโดยเฉลี่ย 3.8 ครั้ง ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ความจริงก็คือคนสำเร็จ ล้มเยอะกว่า เจ็บปวดมากกว่า คนล้มเหลว(ที่เลิกล้มไวหลายเท่านัก) ผู้ชนะคือผู้แพ้ที่ไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ!! . Myth #5: You should be a

ตัวตนที่แท้จริงของนักวิจารณ์ภายใน คือ ตัวตนของเราในวัยเด็ก

Image
ตัวตนที่แท้จริงของนักวิจารณ์ภายใน คือ ตัวตนของเราในวัยเด็ก เด็กที่น่าสงสาร ที่ตัวสั่นเทาเพราะ “กลัวว่าตนเองจะถูกตำหนิและปฏิเสธ” จิต(วิญญาณหลอนของ)เด็กคนนี้แหละที่คอยกดดันเราให้รับรู้ตลอดเวลาที่มีการเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่แสนน่ากลัวมาก่อน โดยเฉพาะการถูกทิ้งขว้าง  จากหนังสือ "ใช้สมองพลังบวก เอาชนะอารมณ์ลบ" เราจึงต้องทำความเข้าใจและยอมรับให้ได้ว่า “เด็กคนนี้คืออดีต” อดีตได้ตายไปแล้ว มันเป็นเพียงแค่ชุดความทรงจำ ที่เป็นมโนคติเท่านั้น ตัวตนของนักวิจารณ์เด็กคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก เราไม่ควรโกรธเขาด้วยซ้ำ แต่ให้มองเขาด้วยความเอ็นดู พยายามนึกน้อนกลับไป(หรือศึกษาว่า)แท้จริงแล้ววิญญาณเด็กคนนี้เขายังคงกลัวอะไรอยู่ เพราะอะไรถึงกลัวมากขนาดนั้น เบื้องหลังความกลัวของวิญญาณเด็ก มีประมาณนี้ ถ้าอยากได้รับความรัก ก็ต้องมีอะไรมาโชว์หน่อย ถ้าไม่มีใครเข้าใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ทำให้เสร็จ จนใครว่าอะไรไม่ได้ เขาก็คงเห็นเป็นเรื่องตลก คนอื่น ๆ ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง แล้วฉันจะอยู่อย่างสบายใจแบบนี้ได้หรือ ชีวิตจะพัง ถ้าไม่ทำตามที่วางแผนไว้ ถ้าเป็นแบบนี้ คนอื่นก็คงผิดหวังในตัวฉัน ไม่อยากสร้างคว

คำแนะนำมูลค่าล้านบาทของพี่มาร์ค จะต้องนั่งทับมือ อยู่เฉย ๆ ไม่เทรด นานแค่ไหน?

Image
คำแนะนำของพี่มาร์ค จะต้องนั่งทับมือ อยู่เฉย ๆ ไม่เทรด นานแค่ไหน? คำตอบคือ... จนกว่าความผันผวนจะหมดไป เปรียบง่าย ๆ เหมือนคุณเป็นคนปูกระเบื้องหลังคา คุณก็ไม่ควรฝืนไปทำงานในวันพายุเข้า ทอร์นาโดพัด มันเปล่าประโยชน์ และเป็นอันตรายเกินไป รายละเอียดของ "เล่นหุ้นขาดทุน : ความเข้าใจผิดของมือใหม่ & วิธีเปลี่ยนให้กลับมาได้กำไรยั่งยืน"  https://www.zyo71.com/2023/05/ebook.html ถ้าคุณเลือกแล้วว่าจะเทรด Breakout  ศรัทธา Breakout มั่นใจว่านี่คือ Edge ของคุณ คุณต้องรู้ว่าช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนนั้น เป็นอันตรายต่อกลยุทธ์ของคุณ คุณจึงต้องรอ รอจนกว่าความผันผวนจะหมดไป  รายละเอียดของ eBook :  การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทคนิคอลมือโปร ประสบการณ์ 10 ปี++ อยากบอกมือใหม่ รู้ก่อน...รอดก่อน  https://www.zyo71.com/2023/03/ebook-10.html นานแค่ไหน? ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเดาอนาคตได้ แต่มันมาแน่ เพราะตลาดเก็งกำไรนั้น ทุกการกระทำหนึ่งจะส่งผลให้เกิดอีกเหตุการณ์ใหม่เสมอ  ความเปลี่ยนแลง คือ ธรรมชาติของตลาด History Repeats Itself : วัฏจักรจะวนซ้ำกลับมาเสมอ โอกาสก็เหมือนรถเมล์ คันหนึ่งผ่านไป เดี๋ยวอีกคันใหม่ก็จะม

แนะนำ eBook เล่มใหม่ : เล่นหุ้นขาดทุน : ความเข้าใจผิดของมือใหม่ & วิธีเปลี่ยนให้กลับมาได้กำไรยั่งยืน

Image
ขอแนะนำ eBook เล่มใหม่ล่าสุดของผมครับ ชื่อว่า " เล่นหุ้นขาดทุน : ความเข้าใจผิดของมือใหม่ & วิธีเปลี่ยนให้กลับมาได้กำไรยั่งยืน" ตอนนี้มีขายที่ Mebmarket นะครับ ตามลิ้งค์นี้ http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI0MDc1OCI7fQ หรือ  https://bit.ly/3LlCASx หนังสือเล่ม รอหน่อยนะครับ ภายในปีนี้ได้อ่านแน่ มีอยู่ 228 หน้า ราคา 250 บาทครับ ทำไมถึงเขียนเล่มนี้ขึ้นมา? จากข้อมูลของโบรกเกอร์ทุกประเทศ ระบุว่า จากนักเทรดที่เข้าใหม่ 100% 40% เลิกล้ม ถอดใจ ออกจากตลาดหุ้น/เก็งกำไร ภายใน 1 เดือนแรก 80% เลิกล้ม ถอดใจ ออกจากตลาดหุ้น/เก็งกำไร ภายใน 2 ปีแรก เหตุผลเพราะ พวกเขาไม่อาจก้าวข้ามการขาดทุนได้ การขาดทุนเป็นด่านทดสอบแรกสำหรับนักเทรดมือใหม่ ว่าคุณดีพอสำหรับการเป็นนักเทรดผู้อยู่รอดได้หรือเปล่า? ... ผลก็คือ นักเทรดมือใหม่ 80% สอบตก! เหตุผลคือ พวกเขาไม่ผ่านด่านการทดสอบเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขาดทุนนั่นเอง! ดังนั้นเรื่อง "ขาดทุน" สำคัญมาก คุณต้องรีบทำความเข้าใจการขาดทุนให้ดี ให้ม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน