ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ - ให้ออกไปก่อน

“Get out if you become unsure about a position.” - Michael Marcus คำกล่าวนี้หมายถึง ถ้าคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในหุ้นหรือตำแหน่งใดๆ ควรจะขายหุ้นหรือปิดตำแหน่งนั้นๆ ทันที การตัดสินใจเช่นนี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการไม่มั่นใจในข้อมูลหรือการวิเคราะห์ของตัวเอง อธิบายเพิ่มเติม - ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะ: หมายถึงคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหุ้นนั้นจะขึ้นหรือลง หรือข้อมูลที่คุณมีอาจไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจอย่างมั่นใจ - การขายหรือปิดตำแหน่ง: การออกจากตำแหน่งนั้นเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง เมื่อคุณไม่แน่ใจในการตัดสินใจ การอยู่ในสถานะที่ไม่แน่ใจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงิน ข้อคิดสำหรับนักเทรดมือใหม่ 1. ป้องกันความเสี่ยง: การออกจากตำแหน่งเมื่อไม่แน่ใจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี เพราะจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอน 2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน: ควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเกณฑ์ในการตัดสินใจที่แน่นอนและมั่นคง 3. การควบคุมอารมณ์: การไม่แน่ใจอาจเกิดจากอารมณ์และความกังวล การออกจากตำแหน่งที่ไม่แน่ใจช่

"เสียงโหยหวนจากห้องสินธร" บทแรกของ eBook: Edge ความได้เปรียบทางการเทรดสำหรับมือใหม่

บทความนี้ มาจากบทแรกของ eBook: Edge ความได้เปรียบทางการเทรดสำหรับมือใหม่

เล่มนี้เผยแพร่ไปเมื่อ 11 ตุลาคม 2566 แต่ช่างบังเอิญ ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันมากครับ

เพราะดัชนีลงต่อเนื่องทั้งเดือน เม่าที่ห้องสินธรร้องระงม เรียกร้องให้ทางการเข้ามาอุ้มตลาดหุ้น


บ้างก็โทษ กลต ที่ไม่ยอมทำอะไร
บ้างก็โทษมาตรการ Short sell
บ้างก็โทษฝรั่งที่ขายไม่หยุด
บ้างก็โทษรัฐบาล ฯลฯ
ทุกคนโทษใครทุกคนที่ไม่ใช่ตัวเอง
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "ไม่มีแผนการเทรดเอง"
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "เล่นหุ้นแบบตามมีตามเกิด"
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว เป็นพวกนักเล่นหุ้นเอง ที่ "เล่นหุ้นโดยไม่มีความได้เปรียบ"
แต่เม่ามือสมัครเล่น ไม่เคยนึกโทษตัวเองเลย
ซึ่ง ถ้าเม่าผู้แพ้ไม่กลับมาปรับปรุงตนเอง อีกไม่นานก็ต้องหมดตัวหมดใจออกไปจากตลาดแน่นอน

ถ้าท่านไม่อยากเป็นคนส่วนใหญ่ที่โหยหวนตามการลงต่อเนื่องของดัชนี

แนะนำให้อ่านอีบุ๊คเล่มนี้ครับ รับรองกระจ่าง และเห็นแนวทางปรับปรุงตนเองแน่นอน


"ถ้าคุณเคยผ่านหรือเป็นสมาชิกประจำของห้องสินธร ต้องเคยผ่านตากับกระทู้ใจความประมาณนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย...

“ไม่กล้าคัทลอส เพราะเสียดายเงิน แก้ยังไงครับ?”

“เพื่อนๆพี่ๆคิดว่าตอนนี้หุ้นมันลงจนสุดหรือยังครับ?”

“เล่นหุ้นขาดทุนมาโดยตลอด 3 ปีเลย ทำไงดีครับ?”

“ซื้อหุ้นทิ้งไว้แล้วพอหุ้นตกเราก็ไม่ขาย เก็บหุ้นไว้จนกว่าจะขึ้น แล้วค่อยขายตอนมีกำไรได้มั้ยคะ?”

“ขอถามแบบโง่ๆค่ะ​ หลายคนศึกษา​การเล่นหุ้น แต่ทำไมถึงไม่รวยจากการเล่นหุ้นกันทุกคนเหรอคะ?”

“เล่นหุ้น ถือยาวมา 13 ปี ผล คือขาดทุน เครียด หมดตัว”

“ทำไมการลงทุนในหุ้นไม่ง่ายเหมือนอ่านในหนังสือเลย?” 

“ทำยังไงกับพวกที่ชอบหลอกตั้งเชียร์หุ้นให้คนหลงดีใจซื้อหุ้นจนต้องติดดอยบ้าง?”

“เคยมั้ยครับ มีคนเชียร์ให้เข้าหุ้นตัวนี้ แต่ไม่รู้จะขายตอนไหน(เพราะคนเชียร์ไม่ได้บอก) สุดท้ายทนถือจนขาดทุนหนัก?”

“เครียดกลัวหุ้นจะลง อัดมาเต็มพอร์ทเลย ทำไงดีครับ?”

ฯลฯ


“เสียงโหยหวนจากห้องสินธร” อาจดูเหมือนเป็นเสียงเล็ก ๆ ของคนกลุ่มเล็ก ๆ แต่ความจริงแล้ว มันเป็นตัวแทนของนักเทรด 80% ของตลาดหุ้นไทยเลยครับ มันสะท้อนอารมณ์หวั่นไหวที่เจือความกลัว ความกังวล ความไม่แน่ใจ ความลังเลไม่กล้าตัดสินใจ และ การตัดพ้อ ประชดประชัน เพราะได้รับผลการเทรดที่ไม่ถูกใจ รู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้ และถูกกระทำ


น่าสงสารมั้ย? ต้องบอกว่า “นิดหน่อย”

มีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้มั้ย? ขอตอบว่า “มีแน่นอนครับ”

เพราะจากประสบการณ์ของผมนั้น บอกเลยว่า พวกเขากำลังแค่ “กลัวเงาของตัวเอง” เท่านั้น เป็นความเข้าใจผิดเพราะมีมุมมองและความคาดหวังที่ผิด ทำให้การตอบสนองและให้คุณค่าที่ผิด ๆ ไป นั่นจึงทำให้คุณมีความทุกข์ อึดอัดจนต้องโหยหวน


นี่เป็นปัญหาที่แก้ได้ไม่ยากเลย ถ้าคุณรู้วิธีที่ผมจะบอกในเล่มนี้

นี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเม่าที่ต้องการพัฒนาตนเองให้หลุดพ้นจาก 80% ที่ขาดทุนซ้ำซาก มันจะช่วยให้คุณกลายเป็นคนส่วนน้อยที่จะ “รอด/ไม่ขาดทุนหนักและกลับมาทำกำไรจากการเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ” ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยไม่ถึง 10% ที่สามารถทำได้ในกลุ่มนักเทรดของตลาดหุ้นไทยนี้แน่นอนครับ


40% เลิกใน 1 เดือน 80% เลิกใน 2 ปี

มีข้อมูลจากต่างประเทศที่น่าเชื่อถือว่า จากการสำรวจนักเทรด 100% ของบ้านเขา ระบุว่า 

40% เลิกใน 1 เดือน 

80% เลิกใน 2 ปี

เหลือแค่ 7% ของทั้งหมด ที่ยังคงยืนหยัดเทรดนาน 5 ปี

และมีแค่ 1% ของทั้งหมดที่ร่ำรวย มั่งคั่งจากการเทรด


เหตุผลที่ 40% เลิกใน 1 เดือน  และ 80% เลิกใน 2 ปี เพราะว่าแรงบันดาลใจให้เขากระโจนเข้ามาเทรด/เล่นหุ้นนั้นมาจากความเชื่อว่า “ตลาดหุ้น/ตลาดเก็งกำไร ช่วยให้เขารวยเร็ว ๆ” จึงขนเงินเก็บมาทั้งชีวิตทุ่มลงตลาดเพื่อช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายไว ๆ ตามใจหวัง แต่เมื่อลงสนามจริง/เทรดจริงแล้วพบว่าแค่เดือนแรกก็ “ขาดทุนยับ” จึงเสียขวัญ ถอนตัวไปถึง 40% ของทั้งหมด และที่เหลือก็ยังคงมองโลกในแง่ดีขอสู้ต่ออีกสักนิดเผื่อโชคเข้าข้าง แต่พบว่าพยายามแล้วก็ไม่ได้รวยเร็วอย่างที่คิดจึงได้บทสรุปว่า “เลิกดีกว่า ไปทำอย่างอื่นน่าจะได้เงินง่ายกว่า” ขืนสู้ไปก็หมดตัว(และบางคนก็หมดตัวไปจริง ๆ) 

จากข้อมูลนี้ได้ข้อสรุปว่า

1) นักเทรดที่กระโจนเข้าวงการนี้ ล้วนอยากรวยเร็ว ๆ 

2) พวกเขามีความเชื่อว่าตลาดหุ้นทำให้เขารวยเร็วได้แน่

3) แต่พอลงสนามจริง เทรดจริงกลับพบว่าไม่ใช่

4) จึงรู้ตัว ยอมรับว่าคิดผิด และถอนตัวออกไป คนที่ยอมรับได้ไวก็ออกไปไวในเวลาไม่กี่เดือน แต่คนที่ยังมีความหวังยังเชื่อก็จะฝืนสู้จนกว่าจะทนไม่ไหว จึงยอมถอนตัวไปในเวลาไม่กี่ปี


ถ้าถามผมคนที่ยังคงยืนหยัดสู้อยู่ในตลาดหุ้นร่วม ๆ 10 ปีแล้ว ก็ต้องบอกว่า “ตลาดหุ้นทำเงินยาก เป็นเรื่องจริงครับ” และการที่คนส่วนใหญ่ล้มเลิกความตั้งใจ ถอนตัวไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ถ้าคุณได้ผลลัพธ์ไม่ตรงตามที่คาดหวัง คุณจะทนทู่ซี้สู้ต่อทำไมให้เสียเงินเสียเวลา ไม่ต้องไปร้องโหยหวนโอดครวญตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ ให้ขายหน้า ไม่ได้ผลก็เลิก


แต่ถึงกระนั้น ถ้าหากคุณเป็นคนที่ “ไม่อยากยอมแพ้” อยากสำเร็จจากการเทรด/เล่นหุ้นให้ได้ คุณยังมีหวังอยู่ครับ คุณต้องเปลี่ยนมุมมอง ปรับความคาดหวังให้สมจริง ทำความเข้าใจธรรมชาติของตลาดเก็งกำไร แล้วเริ่มต้นปรับปรุงตนเอง สร้างระบบและพัฒนา Edge การเทรดของตนขึ้นมาให้ได้ นี่คือทางออกเดียวเท่านั้นที่คุณต้องทำต่อ คุณต้องแกร่ง ต้องมีจุดยืน ต้องเป็นตัวของตัวเอง ต้องมีอาวุธคู่ใจเท่านั้น จึงจะสำเร็จได้"

Edge : ความได้เปรียบทางการเทรดสำหรับมือใหม่ มีจำหน่ายแล้วที่แอพ Meb ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com