Posts

Showing posts from May, 2017

ข้อสังเกตุจากคนที่ Daytrade ล้มเหลว

Image
เดือนนี้ ผมได้กันเงินส่วนหนึ่ง ไปลองเล่น Daytrade ดู ก็พบว่ามันน่าตื่นเต้นแฝงด้วยความน่าหวาดเสียว
ซึ่งใจจริงก็ไม่ได้จะเล่นสไตล์นี้เป็นอาชีพหรอกนะ เพียงแต่ว่าสภาพการณ์ของ SET มันไม่ค่อยอำนวย หุ้นที่เราคิดจะฝากผีฝากไข้ไปพักใหญ่ๆก็ไม่ยอมไปต่อ หลุดแนวโน้มที่เราตั้งเอาไว้ ก็ต้องขายออก ซ้ำร้ายตัวใหม่ที่เรามองว่าน่าจะเป็นดาวรุ่งก็กลายร่างเป็นตัวหลอกไปเสียหมด การเล่นจึงต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นเก็งกำไรระยะสั้นไปสักระยะก่อน จนกว่าจะเจอคู่แท้นั่นแหละครับ ถึงจะได้ตั้งหลักปักฐานกันใหม่

ผลของการเล่นสั้น(มาก)แบบนี้เป็นยังไงเหรอครับ?
ผมพบว่า ได้ไม่คุ้มเสียเลยครับ คือมีบางไม้เราได้จริง แต่ที่เหลือนั้นมันขาดทุนทีละนิดละหน่อยจนไปกร่อนกัดกำไรที่ได้ไปจนหมด แถมยังมีทบดอกให้ตลาดอีกต่างหาก

สรุปคือ 1) อาจจะไม่เหมาะกับนิสัยของผมอย่างสิ้นเชิง
หรือ 2) ผมยังไม่เจอแนวทางที่ใช่ก็เป็นได้

ด้วยความที่ผมชอบบันทึกการเทรด ก็เลยรวบรวมข้อมูลที่ผมเจอในระหว่างการเก็งกำไรรายวันมาให้อ่าน เผื่อจะได้ไอเดียไปใช้กัน

เครื่องมือผู้ช่วยของผมก็เบสิคมากครับ วอลุ่ม แท่งเทียน กับ Dow Theory ครับ
สองอย่างแรกก็คงจะรู้จักกันดี ส่วน ทฤษฎีดาวนั้…

Stan Weinstein Trade Setup (1)

Image
เคยได้คุยจากเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งว่าอยากให้แปล หนังสือ Stan Weinstein Secrets for profiting in bull and bear markets ของปู่ Stan Weinstein ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับพี่มาร์ค มิเนอร์วินี ในเรื่องของ Market Stage ให้คนไทยได้อ่านกันหน่อยก็ดีนะ
ซึ่งไอเดียนี้ก็ตรงกับใจของผมพอดี เพราะชอบในประเด็นของการประยุกต์ใช้เส้นค่าเฉลี่ย เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถหรือสมรรถนะในการเทรดได้ดีขึ้นอยู่แล้ว จึงรับปากเอาไว้ และทยอยแปลสะสมไว้เรื่อยๆ
ก็ตามสไตล์นะครับ ผมจะไม่ทำทั้งหมดหรอก เอาเฉพาะส่วนที่คิดว่าน่าสนใจและเอาไปประยุกต์ใช้ได้เลย และขอแจ้งให้ทราบว่าการจัดทำในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้ความรู้กับผู้อ่านเท่านั้น ไม่มีเจตนาแสวงหากำไรหรือทำเพื่อเชิงพาณิชย์ใดๆที่สิ้นครับ และที่สำคัญคือ ถ้าผู้แปลคิดเห็นว่าเนื้อหาที่โพสต์ไปแล้วมีความสุ่มเสี่ยงหรือนำความไม่สบายใจมาให้ ขอลบหรือระงับการเผยแพร่ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าครับ
ปรัชญาการซื้อหุ้นของ Stan Weinstein 1. อย่าลงมือซื้อหรือขายหุ้นก่อนเช็คกราฟ 2. อย่าซื้อหุ้นตอนข่าวดีออกมา โดยเฉพาะพบว่าราคาวิ่งขึ้นมาก่อนมีข่าว 3. อย่าซื้อหุ้นเมื่อพบว่ามันลงมาเยอะแล้ว-คิดว่าถูกมากแ…

Reset แล้วเริ่มนับ PPBP ใหม่

Image
เขียนโดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit & เพจ zyofacebook.com/zyo77
จำได้ว่าเคยคุยกับเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ประมาณว่า เราควรเริ่มนับ Pocket Pivot Buy Point(PPBP) ครั้งแรกเมื่อไหร่ดี เราก็ชวนคิดกันว่า ถ้าเราไม่หลอกตัวเองนะ ก็นับตั้งแต่มันเริ่มเกิดนั่นแหละ หากซื้อทีหลังก็ให้ยึดแท่งเริ่มนั้นเป็นหลัก ไม่ควรนับเอาตอนที่เราซื้อทีหลังนั้น

แล้วจุดเริ่มต้นจะหายังไงล่ะ?
ก็เอาตอนที่กฎนี้มันถูกละเมิดนั่นแหละครับ

ละเมิดกฎเมื่อไหร่เหรอ?
ตามหลักก็คือเมื่อแท่งราคาละเมิดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันลงไปอย่างไร้ข้อกังขา ครับ
คือหลังจากที่แท่งนำมันหลุดเส้น 50 วันลงไปแล้ว ทั้งเต็มแท่งและทิ้งไส้
ให้เรารอดูแท่งถัดไปให้ดีครับ ถ้ามันลงต่อไปอีก ก็ถือว่าเป็นสัญญาณจบรอบ ขายทันที
นี่แหละครับถือว่าเป็นจุดจบ ระบบกลับไป Reset กันใหม่

ดูรูปประกอบกันนะครับ
จากกราฟหุ้น MC ในช่วงที่ตลาดลงแบบ panic sell เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ราคาก็ลงไปละเมิดเส้น 50 วัน
ถือว่าจบรอบ กราฟได้ Reset เรียบร้อย
จากนั้นก็ให้ท่านรอไปอีก 10 วัน เพื่อรอดูแท่งเขียววอลุ่มสูงกว่าในรอบ 10 วัน
(หรืออาจจะน้อยกว่า 10 วันก็ได้ หากมันมีวอลุ่มสูงกว่าวันที่ pan…

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

Image
เขียนโดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoitและ เพจ Zyobooks facebook.com/zyobooks
ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆสมาชิกมีความสงสัยหรือไม่เคลียร์เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าฐานราคา "Cup with Handle" แบบผมหรือเปล่า ยอมรับออกสื่อเลยว่าผมเป็นคนหนึ่งที่มองไม่ออกว่าแบบไหนที่ใช่ แบบไหนที่เรียกว่าสมบูรณ์ คือผมรู้สึกว่ามันเป็นแพทเทิร์นที่ "อาร์ต" มากครับ งงมาตลอดว่าเซียนเขามองออกได้ไง

จึงขอใช้พื้นที่นี้รวบรวมข้อมูลมาอ่านและศึกษาพร้อมกัน ออกตัวก่อนว่านี่เป็นข้อสังเกตุแบบมั่วๆเม่าๆของผมเท่านั้นนะ ใครมีไอเดียที่นอกเหนือจากนี้แชร์มาทางคอมเมนต์ทางเฟสบุคได้เลยนะครับ

ทำไมต้องเป็น Cup with Handle?
เพราะปู่โอนีลบอกว่ามันเป็นฐานราคาที่ทรงประสิทธิภาพมาก(คือมีโอกาสไปต่อสูง)
ดังนั้นถ้าเรารู้จักมัน โอกาสในการเจอหุ้นดี วิ่งแรงและเร็ว ก็น่าจะมากขึ้นก็ได้

แล้ว Cup with Handle มีหน้าตายังไง?
ดูรูปข้างล่างเลยครับ

แล้วแบบไหนที่จะเรียกว่า "สมบูรณ์"?
ตรงนี้ก็ถือเป็นเครืองหมายคำถามตัวใหญ่เหมือนกันครับ
ถ้าคัดข้อสรุปจากหนังสือก็จะได้รายละเอียดดังนี้

ก้นถ้วย หรือ Base
๑) ขาขึ้น คือก่อนที่จะย่อเพื่อสร้างฐาน ร…

3 เดือน 6 เดือน 1 ปี

Image
หลายวันก่อนได้คุยกับสมาชิกท่านหนึ่ง ก็มีบางคำถามที่ตอนนั้นผมอึ้งพอสมควร
คือทำไมต้องดูระยะ 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี ในเมื่อมันเป็นกราฟที่เกิดจากแท่งเทียนรายวันเหมือนกัน
ก็เอาไปนั่งคิดหาคำตอบที่เข้าใจง่ายอยู่นานเหมือนกัน

เอาเป็นว่าเริ่มจากกราฟก่อนก็แล้วกัน แล้วจะอธิบายให้อ่านเป็นฉากๆ
อยากให้เริ่มดูกราฟ 1 ปีก่อนนะ
ทำไมต้องเป็น 1 ปีด้วยล่ะ?
คำตอบง่ายๆก็คือ ผมชอบดูภาพใหญ่ก่อนครับ อย่างน้อยจะได้รู้ว่าในระยะ 12 เดือนนี้ นักลงทุนมีความเห็นยังไงกับหุ้นตัวนี้
มองในแง่ดี ราคาก็จะเป็นขาขึ้น เพราะซื้อมากกว่าขาย
มองในแง่ร้าย ก็จะเป็นขาลง เพราะขายมากกว่าซื้อ
ไม่สนใจ ไม่เอาจริง เล่นกันขำๆ ราคาก็จะออก sideway เล่นกันในกรอบ ไม่ขึ้นมากแต่ก็ไม่ลงหนัก

ยกตัวอย่างหุ้น ATP30 ก็แล้วกัน
จริงๆแล้วตัวนี้มันเพิ่งเข้าตลาดมาปีกว่าๆ ผมก็เลยรวบมันมาทั้งหมดเลย
ดูกราฟเปล่ากันก่อนนะ
รู้เลยว่า มันเป็นขาขึ้น เพราะราคาวิ่งขึ้นทำนิวไฮได้เรื่อยๆ แสดงว่ามีนักลงทุนมองหุ้นตัวนี้ในมุมบวก

ต่อมา ลองซูมดูระยะ 6 เดือนหน่อยสิ
ทำไมต้อง 6 เดือน? แท่งราคาก็เป็นรายวัน มันก็เป็นข้อมูลชุดเดียวกันไม่ใช่เหรอ?

ตรงนี้ผมอยากให้คุณนึกภาพตามนิดนึง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

Pattern เจ้ามือเก็บของ : 1-2-1-2-1-2 ซิ่ง (เทคนิคการหาหุ้นซิ่ง)

กฎการเทรดขั้นเทพ 30 ข้อ (Best Trading Rules)

แชร์วิธีการหาข่าวหุ้นล่าสุดจาก google

เคล็ดลับ Swing Trade ให้รวยแบบ Hedge Fund

พื้นฐาน 15 ข้อ เพื่อการใช้งานเส้นค่าเฉลี่ยให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น (Moving Averages)

รวมคำคม ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ ยอด CEO ญี่ปุ่น

ขายหุ้นเมื่อมีสัญญาณกลับตัว (Exit strategy 102 - Reversal)