“Pullback Edge”บ ทเรียนจาก William O’Neil, Mark Minervini และ Paul Tudor Jones
“Pullback Edge”บ ทเรียนจาก William O’Neil, Mark Minervini และ Paul Tudor Jones
สรุปจาก https://x.com/i/status/2018046791829119238
ให้ท่านนึกภาพนักเทรด3 คน
อยู่คนละยุค ใช้สไตล์ต่างกัน แต่สุดท้าย…
พวกเขา “รอดและโต” ในตลาดได้เหมือนกัน เพราะเข้าใจเรื่องเดียวกันคือ
👉 โอกาสที่ดีที่สุด มักเกิดหลังจากราคาย่อ ไม่ใช่ตอนที่ราคาวิ่งแรงที่สุด
แก่นสำคัญก่อนเข้าเนื้อหา
กำไรระยะยาว ไม่ได้มาจากอินดิเคเตอร์ลับ
แต่มาจาก
- ประสบการณ์
- การขาดทุนแล้วเรียนรู้
- และกฎที่ทำซ้ำได้
นักเทรดระดับโลก “ไม่ไล่ราคา”
พวกเขา รอให้ราคาย่อในขาขึ้น
1. William O’Neil – ย่อเพื่อให้รายใหญ่สะสมของ
O’Neil ศึกษาหุ้นชนะตลาดกว่า 100 ปี และพบว่า
หุ้นที่ชนะจริง ๆ ไม่เคยขึ้นเป็นเส้นตรง
หลัง Breakout หุ้นมักจะ
✅ย่อลงมาแถวเส้น 20 หรือ 50 วัน
✅วอลุ่มเบาลง
✅ยังไม่หลุดจุด Breakout เดิม
สิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
แต่คือช่วงที่ กองทุนใหญ่กำลังสะสมของแบบไม่ไล่ราคา
บทเรียนจากO’Neil
👉ไม่ซื้อหุ้นที่ “ยืดเกินไป”
👉รอเข้าที่ Pullback คุมความเสี่ยงได้
👉ซื้อให้ถูกที่
ถ้าผิดทาง → ออกทันที
“ซื้อความแข็งแกร่ง
แต่เข้าซื้อในจังหวะที่ราคาย่อ”
2. Mark Minervini – ย่อแคบ = มืออาชีพกำลังซื้อ
Minervini เอาแนวคิดของ O’Neil มาขัดให้คมขึ้น
เขาเรียนรู้ว่า
👉 ไม่ใช่ทุก Pullback จะดี
Pullback ที่ดีต้องเป็นแบบนี้
✅ย่อ “ตื้น” ไม่ลึก
✅ยังอยู่เหนือเส้นเฉลี่ยขาขึ้น
✅ความผันผวนหดตัว (ราคาแน่น)
Pullbackลึก ๆ = แจกของ
Pullback แคบ ๆ = รายใหญ่เก็บของ
กฎเหล็กของ Minervini
👉ต้องมีขาขึ้นมาก่อน
👉พักตัวใกล้จุดสูงสุด
👉ตั้ง Stop loss แคบมาก (3–5%)
เขาเชื่อว่า
“ขาดทุนเล็ก ๆ คือค่าใช้จ่าย
แต่ขาดทุนใหญ่ คือจุดจบของอาชีพ”
ถ้าเข้าซื้อแล้วไม่ไปต่อเร็ว → ไม่ใช่ไม้ที่ใช่
3. Paul Tudor Jones – อยู่รอดมาก่อน ค่อยทำกำไร
Jones คือสาย Macro แต่ความคิดใช้ได้กับทุกคน
เขาผ่านตลาดพังมาหลายรอบ และเข้าใจว่า
👉 การรักษาทุน คือโอกาสที่แท้จริง
Pullback จะเล่นได้ก็ต่อเมื่อ
✅ภาพรวมตลาดสนับสนุน
✅ความเสี่ยงต่ำกว่าผลตอบแทน
✅รู้ชัดว่าผิดทางจะเสียแค่ไหน
เขาจะ
👉ตัดขาดทุนเร็วมาก
👉เพิ่มน้ำหนักเมื่อถูกทาง
👉ไม่ทำนายตลาด แต่ “ปรับตัวตาม”
สำหรับเขา
👉Pullback ไม่ใช่เรื่องของการเดาถูก
👉แต่คือการอยู่รอดให้นานพอที่จะทบต้นได้
สิ่งที่ทั้ง 3 คนเห็นตรงกัน
แม้สไตล์ต่างกัน แต่พวกเขาเชื่อเหมือนกันว่า
✅เทรนด์ต้องมาก่อน
✅Pullback คือโอกาส ไม่ใช่สัญญาณให้กลัว
✅ต้องรู้ความเสี่ยงก่อนกดซื้อ
✅คุมขาดทุนอย่างโหด
ความอดทน = ความได้เปรียบ
❌ ไม่ไล่ราคา
❌ ไม่ถัวเฉลี่ยขาดทุน
❌ ไม่หวังลม ๆ แล้ง ๆ
บทสรุปสุดท้ายสำหรับนักเทรด
Pullback ไม่ใช่เวทมนตร์
แต่มันได้ผล เพราะ
✅สอดคล้องกับพฤติกรรมรายใหญ่
✅เข้ากับโครงสร้างตลาด
✅และมีวินัยด้านความเสี่ยง
Edge ที่แท้จริงไม่ใช่การทำนายตลาด
แต่คือ
👉การรอ
👉การเข้าให้ถูกจังหวะ
👉และการปกป้องเงินทุน…
นี่แหละ
คือบทเรียนร่วมของนักเทรดระดับตำนาน
และเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืนในตลาด
