ความเสี่ยงของ $OPTX ที่นักลงทุนควรระวัง “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ
สรุปเชิงวิจารณ์ด้านลบ สำหรับหุ้น $OPTX ที่นักลงทุนควรเข้าใจ “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ
จาก https://www.fugaziresearch.com/p/optx-zooming-in-on-a-capone-style
1) ภาพใหญ่: ดีล De-SPAC ที่คนคนเดียวถือไพ่เกือบทั้งหมด
Syntec Optics เข้าตลาดผ่านการควบรวมกับ SPAC (OmniLit) ปลายปี 2023
ประเด็นสำคัญคือ Al Kapoor เป็นทั้งผู้บริหารบริษัทเดิม และควบคุมฝั่ง SPAC ก่อนจะกลายมาเป็น CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทใหม่ (OPTX)
ผลลัพธ์คือ:
- เขาถือหุ้นมากกว่า 80% ของหุ้นทั้งหมด
- บริษัทเข้าข่าย “Controlled Company” ตามกฎ Nasdaq
- อำนาจควบคุมไม่ได้กระจายไปยังผู้ถือหุ้นรายอื่น
นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจากเอกชนสู่มหาชนแบบที่อำนาจถูกกระจาย
แต่มันคือ “โครงสร้างมหาชนที่ยังรวมศูนย์” อยู่ที่คนคนเดียว
สำหรับนักเทรด สิ่งที่ต้องถามคือ
เมื่ออำนาจและผลประโยชน์กระจุกตัวมากขนาดนี้ แรงจูงใจของคนคุมเกมคืออะไร?
2) โครงสร้างหุ้น: Float น้อย แต่มีระเบิดเวลาการเพิ่มทุน
แม้จะมีหุ้นประมาณ 37 ล้านหุ้น แต่หุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจริงมีไม่มาก เพราะอินไซเดอร์ถือไว้ส่วนใหญ่
ด้านหลังมี “เงื่อนไขเพิ่มทุนแฝง” หลายชั้น เช่น:
- Earnout ประมาณ 26 ล้านหุ้น
→ จะได้เพิ่ม หากราคาหุ้นแตะระดับที่กำหนด
- วอร์แรนต์ และข้อจำกัดการขายที่รอเวลาเปิด
แปลเป็นภาษาตลาดง่าย ๆ คือ:
- ช่วงแรก Float น้อย → ราคาขยับง่าย
- หากราคาถูกดันขึ้นจนถึงเงื่อนไข → หุ้นใหม่ทะลักเข้ามา
นี่คือโครงสร้างที่สร้างแรงจูงใจให้ “ราคา” สำคัญมากกว่าพื้นฐานในระยะสั้น
3) กระแสเงินสด: โตจากหนี้ ไม่ใช่จากกำไร
ตัวเลขปี 2024 สะท้อนแรงกดดันชัดเจน:
- เงินสดลดจาก $2.2M เหลือ $0.6M (ลด 72%)
- Operating Cash Flow ติดลบ -$900K
- จากกำไร $1.5M กลายเป็นขาดทุน -$2.6M
- รายได้ลดลง 3.4%
- ลูกค้า 3 รายคิดเป็น 47% ของรายได้
จุดที่ต้องระวังมากที่สุด:
- บริษัทใช้เงินกู้ใหม่ $500K เพื่อทำ capex
และวงเงินเครดิตถูกลดจาก $10M เหลือ $8M เพราะผิดเงื่อนไข leverage
- Leverage ratio ถูกผ่อนปรนไปที่ 5.25x
แปลตรง ๆ คือ หากใช้กระแสเงินสดปัจจุบัน จะต้องใช้เวลาราว 5 ปีเพื่อจ่ายหนี้
นี่คือภาพของบริษัทที่ “ต้องพึ่งเงินภายนอกต่อเนื่อง”
4) Governance: สัญญาณเตือนจากภายใน
มีรายงานว่า:
- บอร์ดรายหนึ่งปฏิเสธเซ็น 10-K ปี 2024 เพราะกังวลเรื่องตัวเลข
- มีอีเมลกล่าวถึง “การรายงานทางการเงินที่ไม่โปร่งใส”
- บอร์ดรายดังกล่าวถูกบีบให้ออกจากตำแหน่ง
- บริษัทได้รับหนังสือเตือนเรื่องไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ Nasdaq หลายครั้ง
ในโลกของนักลงทุน
เมื่อธรรมาภิบาลเริ่มมีรอยร้าว ความเสี่ยงจะทวีคูณเร็วมาก
5) Narrative ที่ขายได้ vs ตัวเลขที่สวนทาง
บริษัทพูดถึงตลาด:
- Defense
- Aerospace
- Advanced imaging
- โครงการ AR ทางทหาร
แต่เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบทางการเงินอย่างชัดเจน
นี่คือรูปแบบที่พบได้บ่อยในหุ้นขนาดเล็ก:
เรื่องเล่าดูยิ่งใหญ่ แต่กระแสเงินสดยังไม่ตามมา
6) โครงสร้างแรงจูงใจ: ใครได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น?
ลองมองภาพแบบนักเทรดเชิงโครงสร้าง:
- Float น้อย → ราคาแกว่งแรงได้
- หากราคาขึ้น → อินไซเดอร์ปลดล็อกหุ้นเพิ่ม
- บริษัทขาดสภาพคล่อง → ต้องการตลาดทุน
- คนคุมเกมถือ 80% → คุมจังหวะได้
นี่คือ “ความไม่สมมาตร” ของผลตอบแทน
อัพไซด์ของอินไซเดอร์สูง
แต่ความเสี่ยงตกกับรายย่อยที่เข้าทีหลัง
7) บทเรียนสำหรับนักเทรดมือใหม่
เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้กลัวหุ้นเล็ก
แต่มันสอนให้เข้าใจ 3 อย่างสำคัญมาก:
1️⃣ อ่านงบกระแสเงินสดก่อนดูกราฟ
ราคาขึ้นได้ แต่เงินสดโกหกยาก
2️⃣ ดูโครงสร้างหุ้น ไม่ใช่แค่ Market Cap
Float เท่าไร?
มี Earnout แฝงไหม?
วอร์แรนต์รออยู่หรือเปล่า?
3️⃣ ดูแรงจูงใจของผู้ควบคุม
ใครได้ประโยชน์ถ้าราคาขึ้น?
ใครเสียถ้าราคาลง?
สรุปเชิงโครงสร้าง
OPTX ไม่ได้ถูกวิจารณ์ที่สินค้า
แต่ถูกตั้งคำถามที่ “โครงสร้างตลาดทุน”
ลักษณะเด่นคือ:
- อำนาจรวมศูนย์
- Float จำกัด
- Dilution แบบมีเงื่อนไขราคา
- กระแสเงินสดอ่อนแอ
- พึ่งพาหนี้
- ธรรมาภิบาลมีสัญญาณเตือน
สำหรับนักลงทุนสายพื้นฐาน
- โครงสร้างนี้เสี่ยงสูง
สำหรับนักเทรดระยะสั้น
- มันคือหุ้นที่ผันผวนได้แรง
แต่ต้องเข้าใจว่าเกมนี้ไม่สมดุล