เซียนหุ้นท่านนี้มองว่า $SNDK ทำตัวคล้าย $QCOM ที่เคยวิ่งได้ถึง 2700%

Image
@21/02/2026 โพสต์นี้จากผู้ใช้ @Upticken (James Roppel) บน X (เดิมคือ Twitter) เป็นการแสดงความเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นจะมีหุ้นที่เติบโตอย่างมหาศาลคล้ายกับ Qualcomm (QCOM) ในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า แม้จะมีช่วงตกต่ำหรือตลาดหมีจริง ๆ 2-3 ครั้ง แต่เขาคิดว่านี่คือตลาดกระทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (Supercycle) เขายังโปรโมทเว็บไซต์ roppelreport.com ที่ให้ทดลองฟรี 2 สัปดาห์ และแท็ก #IBDPartner @marketsurge ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับ Investor's Business Daily (IBD) และเครื่องมือ MarketSurge สำหรับวิเคราะห์หุ้น อธิบายภาพหน้าจอ (Screenshot) ที่แนบมา: ภาพนี้เป็นกราฟหุ้นจาก MarketSurge (เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นของ IBD) ของบริษัท Sandisk ( ticker: SNDK) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูล เช่น SD Card, USB Flash Drive ในภาพนี้ (วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026) แสดงข้อมูลหุ้น SNDK ที่มีราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ $646.90 (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07%) และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 7.58 ล้านหุ้นต่อวัน ส่วนที่ถูกวงกลม (Highlighted): Ratings ต่าง ๆ (ด้านซ้ายบน): EPS Rating : A+ - นี่คือคะแนนกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share) ...

ขายผู้ชนะไวเกินไป มักรวยช้าไป

บทเรียนสำคัญจาก Aksel Kibar: กำไรที่รีบเก็บ…อาจทำให้พอร์ตพังเงียบ ๆ

แนวคิดนี้มาจากมุมมองของ Aksel Kibar นักวิเคราะห์เทคนิคสาย Classical Chart Pattern ที่ศึกษาข้อมูลการเบรกเอาท์จริงต่อเนื่องยาวนานหลายปี

https://x.com/i/status/2024575038427660405


เขาพูดถึง “อันตรายที่ซ่อนอยู่” ของการรีบขายทำกำไรเร็วเกินไป — ซึ่งเป็นกับดักที่นักเทรดมือใหม่แทบทุกคนต้องเจอ

1) ระบบที่ดี ไม่ได้ชนะบ่อย…แต่ชนะใหญ่

หลายคนเข้าใจผิดว่า

“ระบบที่ดีต้องแม่น ต้องชนะบ่อย”

แต่ในความจริง ระบบที่ทำเงินระยะยาวจำนวนมาก มีโครงสร้างแบบนี้:

ขาดทุนเล็ก ๆ หลายครั้ง

กำไรเล็ก ๆ บางครั้ง

และ…กำไรก้อนใหญ่มาก ๆ นาน ๆ ครั้ง

หัวใจของระบบแบบนี้ไม่ใช่ “ความแม่นยำ”

แต่คือ ความไม่สมมาตรของผลตอบแทน (Asymmetric Payoff)

พูดง่าย ๆ คือ

ขาดทุนครั้งละ 1 แต่กำไรครั้งใหญ่ได้ 5, 8 หรือ 10

แค่ชนะไม่กี่ครั้ง พอร์ตโตได้มาก


เคล็ดลึก Let’s profit run: ทนรวยอย่างไร? ถือสั้น-ยาวแค่ไหน? ให้ได้กำไรคุ้มที่สุด

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM2NDk4MTt9


2) การรีบขายกำไร ทำลายความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์

ลองจินตนาการแบบนี้:

คุณยังคงตัดขาดทุนที่ -1 เหมือนเดิม

แต่จากเดิมที่เคยได้ +8

ตอนนี้คุณพอใจที่ +2

แม้เปอร์เซ็นต์ชนะจะเพิ่ม

แต่ “ความคุ้มค่าเฉลี่ยต่อไม้ (Expectancy)” ลดลงทันที

นี่คือจุดที่อันตรายมาก

คุณอาจรู้สึกว่า

✅ชนะบ่อยขึ้น

✅มั่นใจขึ้น

✅กราฟพอร์ตดูสวยขึ้น

❌แต่ความได้เปรียบกำลังถูกกัดกินแบบเงียบ ๆ

และวันหนึ่ง ระบบจะพัง…

ไม่ใช่เพราะมันแย่

แต่เพราะเราไปเปลี่ยนมันตามอารมณ์


3) ศัตรูตัวจริง: ความกลัวตามธรรมชาติของมนุษย์

มนุษย์เรา “กลัวความเสี่ยง” โดยธรรมชาติ

เรา:

เจ็บกับการขาดทุนมากกว่าดีใจกับกำไร

โล่งใจเมื่อปิดสถานะได้

กังวลเมื่อเห็นกำไรที่ยังไม่ปิด

พฤติกรรมที่ตามมาคือ:

👎รีบขายตัวที่กำไร

👎ถือรอให้ตัวที่ขาดทุน “กลับมา”

นี่คือสูตรตรงข้ามกับการเทรดแบบ Asymmetric

การปิดกำไรเร็วให้ความรู้สึกปลอดภัย

แต่มันแลกมาด้วยการทำลายระบบระยะยาว


4) ความสบายใจ vs ความอยู่รอด

การรีบเก็บกำไรทำให้รู้สึกว่า:

เราควบคุมได้

เราชนะบ่อย

เรา “เก่ง”

แต่ภายใต้ผิวน้ำ:

👎กำไรใหญ่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนพอร์ต ถูกตัดทิ้ง

👎ขาดทุนยังคงเดิม

👎Expectancy ค่อย ๆ หายไป

สุดท้ายพอร์ตจะนิ่ง…แล้วค่อย ๆ ถอย


5) วินัยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัดขาดทุน

หลายคนคิดว่าวินัยคือ “Stop Loss ให้ได้”

แต่วินัยระดับสูงกว่านั้นคือ

การยอมให้กำไรวิ่ง ทั้งที่ใจไม่สบาย

คุณต้องทนได้กับ:

👉การย่อระหว่างทาง

👉ความกลัวว่าจะคืนกำไร

👉ความไม่แน่นอนที่ยังไม่ปิดสถานะ

แต่จำไว้เลยว่า

นี่คือค่าใข้จ่าย สำหรับ "การเติบโตของนักเทรด"


6) บทเรียนจากการศึกษา Breakout

จากการเก็บข้อมูลเบรกเอาท์จริงหลายปี

Kibar พบว่า:

บางครั้งราคาทะลุแนวต้านแล้ว

วิ่งแรงทันทีแบบไม่พัก

เขาเรียกสิ่งนี้ว่า Type 1 Breakout

ลักษณะคือ:

✅ราคาเร่งตัวแรง

✅ไปถึงเป้าหมายเร็ว

✅และมัก “วิ่งเลยเป้า” ต่อ…


ปัญหาคือ

👉เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่า

👉เบรกเอาท์ไหนจะเป็น Type 1


ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีคือ

✅Leap of Faith — ความกล้ากระโดดทั้งที่ยังไม่แน่ใจ


คุณต้อง:

✅กล้ากดเข้าเมื่อเกิดสัญญาณ

✅ยอมรับ Stop Loss เป็น “ค่าเรียนรู้”

✅ทำใจกับความไม่แน่นอนตั้งแต่ต้น

นี่คือจุดที่คุณ “ทำสันติภาพกับความไม่แน่นอน”


7) วิธีจัดการกำไรแบบมืออาชีพ

เมื่อราคาไปถึงประมาณ 85% ของเป้าโดยไม่ย่อแรง

เขาจะเริ่มมองว่าเป็นโมเมนตัมแข็งแรง

จากนั้น:

✅ไม่ปิดกำไรทันที

✅ใช้ Trailing Stop เช่น ATR-based stop

✅ปล่อยให้ตลาดตัดสินว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน


👉นี่คือการยกระดับจาก

“รอถึงเป้า”

ไปสู่

“ปล่อยให้แนวโน้มพาไป”


8) บทสรุปสำหรับนักเทรดมือใหม่

จำไว้ให้ขึ้นใจ:

👉คุณไม่ได้ล้มเหลวเพราะขาดทุน

👉แต่คุณล้มเหลวเพราะตัดกำไรใหญ่ทิ้ง


การอยู่รอดระยะยาว

ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงการขาดทุน

แต่คือความสามารถในการ

✅“ทนความอึดอัด เพื่อให้กำไรเติบโต”


ในวันที่คุณเริ่ม Let's winner run

แม้ใจยังสั่นอยู่


👉วันนั้นคุณกำลังก้าวจาก

นักเทรดสมัครเล่น

สู่การเป็นนักเทรดมืออาชีพ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพอร์ตที่เติบโตจริง ๆ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ