หุ้น Stagflation อาจเป็น true market leader ในช่วงนี้
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบ Stagflation ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ อัตราเงินเฟ้อสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จะมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีและสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น
คู่มือการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะ Stagflation นี้ มุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มี อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) มีกระแสเงินสดที่มั่นคง และมีรูปแบบธุรกิจที่เน้นการตั้งรับ (Defensive) โดยให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีค่า P/E (Price/Earnings Ratio) ย้อนหลังในระดับที่เหมาะสม คือ ต่ำกว่า 30 เท่า เพื่อหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีมูลค่าสูงเกินความจริง
กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่น่าสนใจ:
1️⃣ พลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
2️⃣ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น (Consumer Staples) และการแพทย์ (Healthcare): เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จัดจำหน่ายสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
3️⃣ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs): ให้รายได้จากค่าเช่าที่สามารถปรับตามอัตราเงินเฟ้อได้
4️⃣ สาธารณูปโภค (Utilities): โดดเด่นในเรื่องความมั่นคงด้านราคาและความต้องการใช้งานที่สม่ำเสมอ
5️⃣ ประกันภัยและบริการทางการเงินบางประเภท: ได้รับกำไรจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการปรับราคาที่ผูกกับเงินเฟ้อ
ลิสต์หุ้น stagflation: https://www.barchart.com/investing-ideas/stagflation?orderBy=percentChange5d&orderDir=desc
การมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและทนทานต่อเงินเฟ้อ ทำให้รายชื่อ "หุ้นกลุ่ม Stagflation" เหล่านี้เป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการนำพาพอร์ตการลงทุนผ่านพ้นสภาวะตลาดที่ยากลำบากไปได้
