หุ้นผู้นำตลาดหุ้นอเมริกาล่าสุด 25/02/2026

Image
โฟกัสไปที่หุ้นผู้นำตลาด (Focus on the Leading Stocks) ข้อมูลจาก  https://x.com/Speculator_io/status/2026800963533590942?s=20 เวลาตลาดเริ่มเป็นขาขึ้นจริง ๆ เงินก้อนใหญ่จะไม่ไหลมั่ว ๆ แต่มันจะไหลเข้าหา “ผู้นำ” เสมอ หน้าที่ของเทรดเดอร์ไม่ใช่ไล่ซื้อทุกตัว แต่คือ การมองให้ออกว่า ใครกำลังเป็นตัวนำเกม ด้านล่างนี้คือการแบ่งกลุ่มแบบเข้าใจง่าย พร้อมขยายความให้เห็นภาพมากขึ้น 1) Market Leaders – หุ้นผู้นำตัวจริงของรอบ กลุ่มนี้คือบริษัทขนาดใหญ่ หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเป็นกระแสหลักของโลก เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน เทคโนโลยีเครือข่าย ได้แก่ $SNDK SanDisk $BE Bloom Energy $LITE Lumentum $GLW Corning $TER Teradyne $WDC Western Digital $VRT Vertiv $FIX Comfort Systems $ASX ASE Technology $STX Seagate $CIEN Ciena $MU Micron $COHR Coherent $LRCX Lam Research $UI Ubiquiti $ASML ASML ลักษณะของกลุ่มนี้ ✅เป็นบริษัทแกนกลางของอุตสาหกรรม ✅รายได้จริง กำไรจริง ✅กราฟมักแข็งแรงกว่าตลาด ✅กองทุนชอบถือ นี่คือหุ้นเกรด A ตามหลักการที่บอกไว้ใน อีบุ๊กเล่มนี้ แนวคิดสำหรับเทรดเดอร์มื...

ทำไมหุ้นกลุ่ม Semiconductor Testing จึงมีผลงานดีนำตลาดหุ้นอเมริกาในช่วงนี้ในปี 2026

 ทำไมหุ้นกลุ่ม Semiconductor Testing จึงมีผลงานดีนำตลาดในช่วงนี้

ในปี 2026 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กำลังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน แต่หุ้นในกลุ่ม semiconductor testing เช่น Aehr Test Systems (AEHR), Teradyne (TER), Keysight Technologies (KEYS) และ Cohu (COHU) กลับมีผลงานโดดเด่น นำหน้าตลาดหลักอย่าง S&P 500 ด้วยการเติบโตของราคาหุ้นที่สูงถึง 94% สำหรับ AEHR ในช่วงต้นปี 


สาเหตุหลักมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้ความต้องการอุปกรณ์ทดสอบและตรวจสอบชิปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก บทความนี้จะอธิบายเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้กลุ่มหุ้นนี้มีผลงานดี พร้อมตัวอย่างและแนวโน้มในอนาคต


1. การเติบโตของตลาดเซมิคอนดักเตอร์

โดยรวมจาก AI Boomอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกคาดว่าจะมียอดขายสูงถึง 975 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เติบโต 26% จากปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่ขับเคลื่อนจากความต้องการชิปสำหรับ AI, data centers และ hyperscalers (เช่น Amazon, Google) 


 หุ้นกลุ่ม testing เป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน เพราะชิป AI ที่ซับซ้อนต้องการการทดสอบความน่าเชื่อถือ (reliability testing) และคุณภาพสูงเพื่อลดข้อผิดพลาด ซึ่งอาจสร้างมูลค่ามหาศาล เช่น การปรับปรุง yield เพียง 0.1% ในชิป AI สามารถประหยัดเงินพันล้านดอลลาร์ให้กับผู้ผลิต 


 นอกจากนี้ การลงทุนใน AI infrastructure จากบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ เช่น Amazon ที่วางแผนใช้จ่าย 200 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 (เพิ่มจาก 131 พันล้านในปี 2025) ทำให้ความต้องการอุปกรณ์ทดสอบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสำหรับชิปประมวลผล AI และ high-bandwidth memory (HBM) 


 นักวิเคราะห์จาก Deloitte และ PwC คาดว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์จะแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 และอาจถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2040 หากเติบโตต่อเนื่อง 


 สิ่งนี้ทำให้หุ้น testing ได้รับประโยชน์โดยตรง ในขณะที่ตลาดโดยรวมอาจชะลอตัวจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ดอกเบี้ยสูง


https://finviz.com/screener.ashx?v=211&f=subtheme_semispackaging,theme_semiconductors


2. การปรับตัวทางธุรกิจและคำสั่งซื้อที่พุ่งสูง

หลายบริษัทในกลุ่มนี้ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อจับโอกาสจาก AI โดยเฉพาะ Aehr Test Systems ที่ pivot จากตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปสู่การทดสอบชิป AI ทำให้รายได้จาก AI คิดเป็นกว่า 35% ในปีงบประมาณ 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 

 การเข้าซื้อกิจการ Incal Technology มูลค่า 10.6 ล้านดอลลาร์ ช่วยให้ Aehr ขยายสู่ตลาด packaged part burn-in สำหรับ AI accelerators และ GPUs โดยส่งมอบระบบ Sonoma ให้ลูกค้ารายใหญ่ใน data centers ได้เร็วกว่าคาด 

ผลประกอบการล่าสุดก็เป็นตัวเร่ง เช่น Aehr รายงานคำสั่งซื้อระหว่าง 60-80 ล้านดอลลาร์ในครึ่งหลังของปีงบประมาณ ทำให้หุ้นพุ่ง 40% หลังประกาศผล 

 Teradyne ก็ raised guidance จาก demand ใน AI applications ทำให้หุ้นเติบโตต่อเนื่อง 

 แม้ตลาด EV จะชะลอตัว แต่ AI กลายเป็น driver หลักที่ชดเชยและผลักดันการเติบโต


3. การยอมรับจากนักลงทุนสถาบันและแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่

Wall Street มองว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็น "bottleneck" ในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ โดยสถาบันอย่าง JPMorgan, Morgan Stanley และ Bank of America แนะนำหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทดสอบและตรวจสอบ เช่น TER และ KEYS เพราะมี visibility สูงจาก backlog และ pricing power 


 นอกจากนี้ แนวโน้มเทคโนโลยีอย่าง Co-Packaged Optics (CPO) และ HBM4 ที่ต้องการการทดสอบขั้นสูงยิ่งขึ้น ทำให้บริษัท testing มีโอกาสขยายตลาด โดยเฉพาะกับวัสดุ critical เช่น T-glass และ ruthenium ที่เพิ่มความซับซ้อนในการผลิต 


อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังมี เช่น การพึ่งพา AI มากเกินไป หากเกิด slowdown หรือการแข่งขันจากบริษัทต่างชาติอย่าง Advantest แต่โดยรวม นักวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโต revenue 35% สำหรับปี 2027 ในบริษัทอย่าง Aehr 


ตัวอย่างหุ้นเด่นในกลุ่ม

Aehr Test Systems (AEHR): หุ้นพุ่ง 94% ในปี 2026 จาก contracts AI testing ใหม่ และ pivot สู่ตลาด hyperscalers ทำให้กลายเป็น proxy สำหรับ AI spending 

Teradyne (TER): เติบโตจาก automated test equipment สำหรับเซมิคอนดักเตอร์ AI และ raised guidance ทำให้ outperform ตลาด 

Keysight Technologies (KEYS): เน้น measurement สำหรับ comms และ semi testing ได้รับประโยชน์จาก 5G/6G และ AI infrastructure 

Cohu (COHU): Focus บน test handlers สำหรับ power semiconductors และ AI-related chips ทำให้ valuation น่าสนใจ 


สรุปและแนวโน้ม

หุ้นกลุ่ม semiconductor testing มีผลงานดีในช่วงนี้เพราะเป็น beneficiary ตรงจาก AI megatrend ที่ผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ตลาดโดยรวมอาจชะลอ แต่กลุ่มนี้มี upside จาก innovation และ orders ที่มั่นคง 

หากนักลงทุนสนใจ ควรติดตาม earnings รายไตรมาสและข่าวการลงทุน AI จาก tech giants เพื่อประเมินความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงิน เนื่องจากตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง


"Mini Course : เคล็ดลึกเทรดหุ้นอเมริกา สำหรับคนพอร์ตเล็ก ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย"

มีจำหน่ายแล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyNzYxNCI7fQ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้