3 หุ้น เพิ่ง IPO ที่ Grok บอกว่ามีศักยภาพเติบโตสูงสุด
จากภาพหน้าจอเป็นแอปติดตามหุ้น ซึ่งแสดงราคาปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงรายวัน และกราฟขนาดเล็ก ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์พื้นฐานของแต่ละบริษัท ตำแหน่งในอุตสาหกรรม ผลการดำเนินงานล่าสุด และศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยพิจารณาจากโมเดลธุรกิจ งบการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาว เช่น AI พลังงานหมุนเวียน นวัตกรรมชีวภาพ รวมถึงความเสี่ยงอย่างวัฏจักรเศรษฐกิจหรือผลการทดลองทางคลินิก
1) MDLN (Medline Inc) – ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์
ภาพรวมธุรกิจ: ผู้นำด้านอุปกรณ์การแพทย์และโซลูชันซัพพลายเชน ให้บริการโรงพยาบาลและสถานพยาบาล มีทั้งโรงงานผลิตและเครือข่ายกระจายสินค้าในตัว
ผลประกอบการ: ปี 2024 มียอดขายสุทธิ 25.5 พันล้านดอลลาร์ ครึ่งแรกปี 2025 โต 9.7% EBITDA ปี 2024 อยู่ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ อัตรากำไร 13.2% IPO ปลายปี 2025 ระดมทุน 7.2 พันล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัท 55 พันล้านดอลลาร์
ศักยภาพการเติบโต: ได้แรงหนุนจากสังคมผู้สูงอายุและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข อัตราการรักษาลูกค้า 98% เติบโตระดับปานกลาง (10–20% ต่อปีในอดีต) ธุรกิจค่อนข้างมั่นคง ไม่ใช่หุ้นเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่มีความยืดหยุ่นสูง
2) PARK (Park Dental Partners) – เครือคลินิกทันตกรรม
ภาพรวมธุรกิจ: กลุ่มคลินิกทันตกรรมในเขต Upper Midwest เน้นการเติบโตผ่านการซื้อกิจการและเปิดสาขาใหม่
ผลประกอบการ: รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 229.8 ล้านดอลลาร์ IPO ปลายปี 2025 ระดมทุน 20 ล้านดอลลาร์ หุ้นปรับตัวลง 12.25% ล่าสุดซื้อขายที่ 18.10 ดอลลาร์
ศักยภาพการเติบโต: ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนทันตแพทย์มากกว่า 2 เท่าใน 10 ปี คาดรายได้โตเฉลี่ย 17.9% ถึงปี 2034 ธุรกิจมีความมั่นคงแต่ไม่หวือหวา การแข่งขันสูงจากกลุ่มทุน Private Equity
3) AGMB (AgomAb Therapeutics) – บริษัทไบโอเทค
ภาพรวมธุรกิจ: พัฒนายารักษาโรคพังผืดและโรคอักเสบ อยู่ในช่วงทดลองทางคลินิก
ผลประกอบการ: ยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์ ระดมทุน 89 ล้านดอลลาร์ใน Series D (2024) และ 200 ล้านดอลลาร์จาก IPO ปี 2026 ยาหลักอยู่ใน Phase 2b
ศักยภาพการเติบโต: หากการทดลองสำเร็จ มีโอกาสเติบโตสูงมาก ตลาดโรคพังผืดยังมีความต้องการสูง คาดกำไรโตเฉลี่ย 113.8% ต่อปี แต่ความเสี่ยงสูงจากความไม่แน่นอนของผลทดลอง
4) BOBS (Bob’s Discount Furniture) – ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์
ภาพรวมธุรกิจ: ร้านเฟอร์นิเจอร์ราคาประหยัด 209 สาขาใน 24 รัฐ
ผลประกอบการ: คาดรายได้ปี 2025 ที่ 2.4 พันล้านดอลลาร์ โต 16.7% IPO ปี 2026 ระดมทุน 331 ล้านดอลลาร์ มูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์
ศักยภาพการเติบโต: วางแผนขยายสาขาเป็น 500+ ภายในปี 2035 ได้ประโยชน์จากผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า แต่ธุรกิจผันผวนตามตลาดอสังหาริมทรัพย์
5) Q (Qnity Electronics) – วัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ภาพรวมธุรกิจ: แยกตัวจาก DuPont ในปี 2025 ผลิตวัสดุประสิทธิภาพสูงสำหรับชิป AI และเทคโนโลยีขั้นสูง
ผลประกอบการ: เน้นตลาดเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นรายได้หลัก ได้รับความสนใจสูงหลัง Spin-off
ศักยภาพการเติบโต: เติบโตตามกระแส AI, Data Center, และการผลิตชิปในประเทศ มีโอกาสขยายรายได้สูงในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง
6) MWH (SOLV Energy) – ผู้พัฒนาโครงการโซลาร์และแบตเตอรี่
ภาพรวมธุรกิจ: รับเหมาก่อสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานระดับสาธารณูปโภค
ผลประกอบการ: รายได้ 9 เดือนแรกปี 2025 อยู่ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ Backlog 6.7 พันล้านดอลลาร์ IPO ปี 2026 ระดมทุน 512.5 ล้านดอลลาร์
ศักยภาพการเติบโต: คาดรายได้โต 33–35% ในปี 2025 ได้แรงหนุนจาก AI, Data Center และการใช้พลังงานสะอาด แนวโน้มอุตสาหกรรมแข็งแกร่งมาก
7) WBI (WaterBridge Inc) – โครงสร้างพื้นฐานน้ำในอุตสาหกรรมน้ำมัน
ภาพรวมธุรกิจ: บริหารจัดการน้ำในแหล่งผลิตน้ำมัน Permian Basin
ผลประกอบการ: รายได้ Q3 2025 อยู่ที่ 205.5 ล้านดอลลาร์ โต 8% QoQ IPO ปี 2025 มูลค่าตลาด 3 พันล้านดอลลาร์ Backlog 8 พันล้านดอลลาร์
ศักยภาพการเติบโต: คาดรายได้โต 14.5% ต่อปี โครงการใหม่จะผลักดัน EBITDA สูงขึ้น แต่ยังผูกกับวัฏจักรพลังงาน
3 หุ้นที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุด
เมื่อประเมินจากแนวโน้มอุตสาหกรรม อัตราการเติบโต และโอกาสขยายตัวระยะยาว หุ้นที่โดดเด่นที่สุดคือ:
MWH (SOLV Energy) – เติบโตแรงจากพลังงานหมุนเวียนและ Data Center มี Backlog ชัดเจน
Q (Qnity Electronics) – อยู่ในหัวใจของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์
AGMB (AgomAb Therapeutics) – ความเสี่ยงสูง แต่หากสำเร็จอาจให้ผลตอบแทนก้าวกระโดด







