ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

Take Profit ตรงไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ


คำแนะนำเทรดเดอร์ระดับตำนาน: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน? นั่นคือคำตอบทั้งหมด”เมื่อไม่นานมานี้ Ashish Bhambhani (@AshishB108) ได้โพสต์คำถามตรง ๆ บน X (Twitter) ถึงสองเทรดเดอร์ชื่อดัง อย่าง Mark Minervini และ Mark Ritchie II เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการกำไรในหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงหลัง IPOคำถามของ Ashish คือ

“ตามแนวคิดของ Mark Minervini ถูกต้องหรือไม่ที่ควรขายทำกำไร 60-70% ในหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 40% จากฐาน IPO และควรเพิ่มตำแหน่ง (add position) เมื่อราคาผ่อนลง 10-15% หรือไม่?”

โพสต์มาพร้อมกราฟราคาหุ้น Master Stock A. Inc. (หรือหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน) แสดงให้เห็นราคาที่วิ่งขึ้นต่อเนื่อง มีการพักฐานหลายครั้ง แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ อย่าง EPS Growth, Relative Strength และ Industry Group Rank อยู่ในระดับสูงมาก

คำตอบจาก Mark Ritchie II (@MarkRitchie_II) ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ที่ได้รับการยกย่องในวงการและเคยร่วมงานกับ Mark Minervini มาโดยตรง ได้ตอบกลับด้วยข้อความที่ตรงประเด็นและลึกซึ้ง:

“คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน และแผนการของคุณคืออะไร?

คุณมีผู้ชนะ (winner) ที่ดีในมือแล้ว ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ระยะสั้น คุณสามารถขายออกได้เลย หรือขายบางส่วน (take partials)

แต่ถ้าคุณกำลังมองหาการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ (bigger move) นี่อาจเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น คุณต้องถามตัวเองให้ชัดเจนว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ประเภทไหน และเป้าหมายของคุณคืออะไร  ถ้าเป้าหมายคือการจับ ‘monster winner’ ครั้งต่อไป… คุณไม่ควรทำอะไรเลย

แต่ถ้าเป้าหมายคือการสะสมกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วนำไป compound ผลตอบแทน คุณก็ควรขายบางส่วนหรือขายหมด แล้วนำเงินไปเปิดตำแหน่งใหม่ในโอกาสอื่น เพื่อหมุนเวียนความได้เปรียบ (edge) ต่อไป”

สรุปแก่นแท้ของคำแนะนำ

Mark Ritchie II ไม่ได้บอกว่า “ขาย” หรือ “ถือ” แบบตายตัว แต่ย้ำถึง หลักการพื้นฐานที่สุดของการเทรด คือ  

๑) รู้ตัวตน(สไตล์การเทรด)ของตัวเอง (Trader Type)  

๒) มีแผนการชัดเจนตั้งแต่แรก (Trading Plan)  

๓) เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร — ต้องการกำไรเล็กแต่สม่ำเสมอ หรือต้องการจับหุ้นที่ขึ้น 5-10 เท่า


สำหรับหุ้นที่ขึ้นมา 40%+ จากฐาน IPO แล้ว ถือเป็น “ผู้ชนะ” ที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่การตัดสินใจว่าจะขายทำกำไร 60-70% หรือจะเพิ่มตำแหน่งตอน pullback 10-15% ขึ้นอยู่กับ สไตล์และเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่สูตรสำเร็จเดียวกันสำหรับทุกคนข้อความนี้ได้รับการแชร์และถูกใจจำนวนมาก เพราะมันเตือนใจเทรดเดอร์ทุกคนว่า

“เทคนิคสำคัญ แต่ mindset และการรู้จักตัวเองสำคัญยิ่งกว่า”

หากคุณกำลังถือหุ้นที่กำไรดีและลังเลว่าจะขายหรือถือต่อ ลองถามตัวเองตามคำของ Mark Ritchie II ดูสักครั้ง:“

ฉันเป็นเทรดเดอร์แบบไหน… และแผนของฉันคืออะไร?”

คำตอบที่ได้จากใจตัวเองต่างหาก คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคุณในตอนนี้


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?