DNA ของหุ้น 10 เด้ง ที่นักเทรดหุ้นอเมริกาควรรู้
เมื่อ “ระยะทาง” กลายเป็นคอขวดเงียบของยุค HBM/HBF และทำไม Optical SSD คือกุญแจปลดล็อก
สรุปจากบทความ https://x.com/i/status/2024679982195429770
ลองนึกภาพดาต้าเซ็นเตอร์เหมือนเมืองใหญ่
GPU คือโรงงานที่ทำงานหนักที่สุด
HBM คือคลังวัตถุดิบที่ตั้งอยู่ติดโรงงาน
ส่วนข้อมูลกองมหึมา—โมเดล, log, checkpoint, data lake—ยังวางอยู่ “อีกฟากหนึ่งของเมือง” บน SSD
ปัญหาในยุค AI วันนี้ ไม่ใช่แค่ความเร็วชิป
แต่คือ “ระยะทาง” ที่ข้อมูลต้องวิ่งผ่าน
Mini Course : เคล็ดลึกเทรดหุ้นอเมริกา สำหรับคนพอร์ตเล็ก ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย
มีจำหน่ายที่ MEB https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyNzYxNCI7fQ
1) HBM แก้ปัญหาใกล้ตัว แต่ข้อมูลกองใหญ่ยังอยู่ไกล
HBM (High Bandwidth Memory) ทำให้ GPU เข้าถึงข้อมูลได้เร็วมาก เพราะวางไว้ใกล้กันสุด ๆ
แต่ HBM แพง และความจุจำกัด
เมื่อโมเดลใหญ่ขึ้น (context ยาวขึ้น) ความจุ HBM ไม่พอ
จึงเกิดแนวคิดใหม่คือ HBF (High Bandwidth Flash)
โดยบริษัทอย่าง Kioxia และ SK hynix พยายาม “ดึงแฟลชให้ใกล้ memory fabric มากขึ้น”
แนวคิดคือ:
ถ้า HBM แพงและเล็ก → เอา Flash มาเสริมในระดับกลาง (warm tier)
แต่พอขยายระบบขึ้นไปถึงระดับ rack…
ปัญหาใหม่โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง
ลิงก์สัญญาณ (copper link) กลายเป็นคอขวด
2) คอขวดที่มองไม่เห็น: “Retimer Tax” และภาระของทองแดง
เมื่อระยะทางไกลขึ้น:
ต้องใช้สายหนา
ต้องใส่ retimer เพิ่ม
ต้องจัดการความร้อน
ต้องควบคุมสัญญาณให้สะอาด (SI/PI)
ทั้งหมดนี้กิน:
พลังงาน
ความร้อน
ต้นทุน
ความซับซ้อน
สิ่งที่แพง ไม่ใช่แค่ NAND
แต่คือ “โครงสร้างทางกายภาพ” ที่พยายามยืด copper ให้ไกลขึ้น
นี่คือภาษีเงียบที่เรียกว่า Retimer Tax
3) Optical SSD ไม่ได้ทำให้ SSD เร็วขึ้น — แต่มัน “ปลดล็อกตำแหน่ง”
ต้นแบบ Optical SSD แบบ PCIe 5.0 จาก Kioxia ร่วมกับ Kyocera
คือการแทนที่สายไฟฟ้าด้วยสาย optical
ความหมายจริง ๆ คือ:
เก็บ storage ไว้ไกลได้
แต่ใช้งานเหมือนอยู่ใกล้
ข้อดีหลัก:
ขยาย bandwidth ได้ไกลกว่า copper มาก
ประหยัดพลังงานต่อบิต (pJ/bit)
ไม่มี EMI
สายบาง ยืดหยุ่น ออกแบบ rack ง่าย
แยก compute กับ storage ออกจากกันจริงจัง (disaggregation)
นี่ไม่ใช่เรื่อง “ความเร็ว”
แต่มันคือ “เสรีภาพในการจัดวางระบบ”
4) โครงสร้างใหม่ที่กำลังก่อตัว: พีระมิด 3 ชั้นของ AI
อนาคตอาจหน้าตาแบบนี้:
HBM (ร้อนที่สุด)
สำหรับ token generation / training ที่ต้อง latency ต่ำสุด
HBF (อุ่น)
สำหรับงาน streaming / prefetch ปริมาณมาก
Optical SSD (เย็น แต่รู้สึกใกล้)
อยู่ไกลทางกายภาพ
แต่ไม่เสีย penalty จากระยะทาง
เหมือนเมืองที่ออกแบบใหม่
โรงงานร้อน ๆ กับโกดังใหญ่ ๆ ไม่ต้องเบียดกันอีกต่อไป
5) แต่ความจริงยังมี “กำแพง 4 ด้าน”
Optical SSD ยังต้องพิสูจน์:
Latency รวมทั้งระบบ (controller + software stack)
ต้นทุน optical engine และ packaging
มาตรฐาน (PCIe / CXL / NVMe-oF)
การดูแลในภาคสนาม (ซ่อม เปลี่ยน ตรวจสอบ)
เทคโนโลยีไม่ใช่เวทมนตร์
แต่มันคือการค่อย ๆ ทำลายกำแพงทีละชั้น
บทสรุปสำคัญ
HBM แก้ปัญหา “ใกล้ชิป”
HBF ดึง capacity เข้าใกล้ memory
Optical SSD แก้ปัญหา “ระยะทาง”
การเพิ่มประสิทธิภาพรอบต่อไปของ AI ไม่ใช่เพิ่ม FLOPS
แต่คือ การจัดภูมิศาสตร์ของข้อมูลใหม่
มุมมองเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรม
ถ้า topology เปลี่ยน:
ผู้ผลิต NAND อย่าง Micron Technology, Samsung Electronics
ผู้ทำ controller อย่าง Marvell Technology
ผู้เชื่อมต่อและสวิตช์อย่าง Broadcom
ผู้เล่นด้าน photonics อย่าง Intel
และผู้สร้าง fabric/network อย่าง NVIDIA
อาจต้องขยับบทบาทตาม topology ใหม่
เมื่อ “ระยะทาง” หายไป
อำนาจต่อรองใน value chain ก็เปลี่ยนตาม
ประโยคเดียวที่ควรจำ
Optical SSD ไม่ได้แค่เร่งความเร็ว
แต่มันปลดปล่อย storage จากข้อจำกัดของภูมิศาสตร์
ในโลกการลงทุนเทคโนโลยี
บางครั้งจุดเปลี่ยนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากชิปที่แรงขึ้น
แต่เกิดจาก “วิธีจัดวางระบบ” ที่เปลี่ยนไปทั้งกระดาน
และนั่น อาจเป็นคลื่นลูกถัดไปของโครงสร้าง AI Infrastructure
รายชื่อหุ้นอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้ม Optical SSD / Silicon Photonics / Data-center Infrastructure — เหมือนดึงเส้นขีดจำกัดทองแดงให้หายไปเพื่อให้ข้อมูลไหลใกล้ชิปมากขึ้น
🔹 Memory & Storage (ฐานรองรับ HBM/HBF/SSD)
Micron Technology (MU) – ผู้ผลิต DRAM, NAND และ SSD สำหรับ data center และ AI infrastructure ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
Netlist, Inc.(NLST) – ผู้ผลิต SSD และโมดูลหน่วยความจำสําหรับองค์กรซึ่งเกี่ยวข้องกับ storage class memory
(หมายเหตุ: Silicon Motion (SIMO) เป็นบริษัท controller SSD แต่จดทะเบียนใน NASDAQ ด้วย)
🔹 Connectivity / Interconnect / Retimers (คอขวดที่ optics พยายามปลดล็อก)
Broadcom Inc. (AVGO) – ทำตัวเชื่อมต่อความเร็วสูง, PCIe switches, retimers, และเทคโนโลยี data centre connectivity
Astera Labs (ALAB)– ผู้ผลิตชิปเชื่อมต่อความเร็วสูง (retimers / smart cable) ที่ดึง bandwidth ให้ใกล้ compute มากขึ้น
🔹 Silicon Photonics / Optical Components (หัวใจของ Optical SSD เชื่อมระยะไกล)
นอกจากสองตัวใหญ่ข้างบนแล้ว ยังมีหุ้นแนว photonics ที่ควรจับตามอง (เสี่ยงสูงกว่า แต่ “แนวโน้มโครงสร้างจริง”):
MACOM Technology Solutions (MTSI) – ชิป analog และ photonic ความเร็วสูง
Applied Optoelectronics (AAOI) – ผู้ผลิต transceivers / optical modules
POET Technologies (POET) – แนวเทคโนโลยี optical interposer สำหรับ data centre (ยังรายเล็ก / early-stage)
(ข้อมูลจากตลาด photonics 2025)
🔹 หุ้นเพิ่มเติมใน ecosystem AI/Data Center
แม้ไม่ใช่ Optical SSD โดยตรง แต่มีบทบาทขยาย data geography และ network:
Intel Corporation (INTC) – ลงทุน silicon photonics ระยะยาว
Ciena Corporation – ผู้พัฒนาโซลูชัน optical networking สำหรับ cloud/data centre
✨ ทำไมหุ้นเหล่านี้น่าสนใจสำหรับธีม “Optical SSD & AI Infrastructure”
Micron = หน่วยความจำระดับ data center ที่ถูกดึงเข้าใกล้ compute มากขึ้น
Broadcom & Astera Labs = ตัวเชื่อมที่ต้องแก้ปัญหา bottleneck “ระยะทาง”
MACOM / Applied Optoelectronics / POET = หัวใจของการส่งสัญญาณด้วยแสง (ช่วยให้พื้นที่เก็บข้อมูลไกลๆ รู้สึกใกล้)
Intel / Ciena = โครงสร้างพื้นฐาน data centre ที่รองรับการเชื่อม optical scaling
🔎 เคล็ดลับเวลาเลือกหุ้น
💡 กลุ่มหลัก (ใหญ่กว่า เสถียรกว่า)
⇒ Micron, Broadcom, Intel
💡 กลุ่มนวัตกรรมสูง/ขึ้นกับ adoption tech
⇒ MACOM, Applied Optoelectronics, POET