$SNDK ปรับ guidance สำหรับ Q3 FY2026 $12-$14 (จากเดิม $5.11) ถ้าเป็นไปได้จริง ราคาจะไปถึงไหน?
การปรับเพิ่ม Guidance ของ SanDisk: โอกาสทองสำหรับนักลงทุนในยุค AI
ในโลกของการลงทุนหุ้น โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี การประกาศ "guidance" หรือคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้าจากบริษัทจดทะเบียน ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด Guidance ที่ดีสามารถจุดประกายให้ราคาหุ้นพุ่งทะยาน ในขณะที่ guidance ที่อ่อนแออาจทำให้ตลาดผิดหวัง ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงกรณีของบริษัท SanDisk (ticker: $SNDK) ซึ่งเพิ่งประกาศปรับเพิ่ม guidance สำหรับไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 (Q3 FY2026) อย่างน่าประทับใจ หาก guidance นี้กลายเป็นความจริง จะส่งผลอย่างไรต่อราคาหุ้นที่เหมาะสม และนักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร
Guidance คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า "guidance" กันก่อน Guidance คือการคาดการณ์ทางการเงินที่บริษัทประกาศให้กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ โดยครอบคลุมตัวเลขสำคัญ เช่น รายได้ (revenue), กำไรต่อหุ้น (EPS: Earnings Per Share), อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) และอื่น ๆ สำหรับช่วงเวลาถัดไป เช่น ไตรมาสหรือทั้งปี การปรับ guidance ขึ้น (raise guidance) มักเกิดจากปัจจัยบวก เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง หรือความต้องการสินค้าที่สูงเกินคาด ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจของฝ่ายบริหารในธุรกิจ
ในทางตรงข้าม หาก guidance ต่ำกว่าคาดการณ์ อาจทำให้หุ้นร่วงได้ แต่สำหรับ SanDisk ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง NAND flash memory และ SSD การปรับ guidance ขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างคลาสสิกของ "beat and raise" – คือ ผลประกอบการจริงดีกว่าคาด และคาดการณ์อนาคตก็สดใสยิ่งกว่าเดิม
กรณีศึกษาของ SanDisk: Guidance ที่พุ่งทะยาน
จากประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2026 (Q2 FY2026) เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา SanDisk ได้ปรับ guidance สำหรับ Q3 FY2026 อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่เดิมนักวิเคราะห์คาดไว้ที่ประมาณ 5.11 ดอลลาร์สหรัฐ แต่บริษัทประกาศใหม่ว่าอยู่ในช่วง 12-14 ดอลลาร์สหรัฐ (midpoint ราว 13 ดอลลาร์) ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมเกือบ 150-170% นอกจากนี้ รายได้คาดการณ์อยู่ที่ 4.4-4.8 พันล้านดอลลาร์ (สูงกว่าคาดการณ์เดิมราว 60%) และ gross margin 65-67% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับอุตสาหกรรมนี้
เหตุผลหลักที่ทำให้ guidance พุ่งขนาดนี้มาจาก:
ความต้องการจาก AI Supercycle: ในยุคที่ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัท hyperscalers อย่าง Meta, Microsoft, Amazon และ Google ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลสำหรับ data centers SanDisk ได้ประโยชน์จาก supply chain ที่ตึงตัว ทำให้ราคา NAND flash เพิ่มขึ้น และ product mix ดีขึ้น (เน้นขายสินค้ากำไรสูง)
ไม่ใช่แค่ชั่วคราว: การเติบโตนี้ไม่ใช่ cyclical (ขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ) แต่เป็น structural change ที่ยั่งยืน คาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027-2028 เนื่องจาก AI infrastructure ยังคงขยายตัว
ปัจจัยอื่น ๆ: การลดต้นทุนการผลิต การขยายพันธมิตรใหม่ และการเข้าร่วมประชุมนักลงทุน เช่น Bernstein Insights, Morgan Stanley Conference และ Cantor Global Conference ในช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม 2026 ซึ่งอาจนำมาซึ่งประกาศผลิตภัณฑ์หรือพันธมิตรใหม่
หาก guidance นี้ "ทำได้จริง" – คือ บริษัททำผลประกอบการได้ตามหรือเกินคาด – จะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ SanDisk ในตลาด storage ที่กำลังบูมจาก AI นักลงทุนจะมองว่าบริษัทไม่ใช่แค่ผู้ผลิต hardware ธรรมดา แต่เป็น key player ใน ecosystem ของเทคโนโลยีอนาคต
ผลกระทบต่อราคาหุ้นที่เหมาะสม: การคำนวณ Valuation
ราคาหุ้นของ SanDisk ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026) อยู่ราว 660-666 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น (market cap ประมาณ 98 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งถือว่าสูงขึ้นแล้วกว่า 150-170% ในปี 2026 นี้ แต่หาก guidance เป็นจริง นักวิเคราะห์คาดว่าราคาที่เหมาะสม (fair value) จะเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยใช้เมทริก valuation หลัก ๆ ในกลุ่ม semiconductor และ storage ที่เกี่ยวข้องกับ AI:
Forward P/E Ratio: อัตราส่วนราคาต่อกำไรปีถัดไป สำหรับหุ้น growth ในภาคนี้ มักอยู่ที่ 15-30 เท่า (หรือสูงกว่านั้นในช่วง peak) หาก EPS สำหรับ FY2026 ปรับขึ้นมาที่ราว 39 ดอลลาร์ (ตาม projection ของนักวิเคราะห์บางราย):
ที่ P/E 20 เท่า: ราคาเหมาะสมราว 780 ดอลลาร์
ที่ P/E 25 เท่า: ราคาเหมาะสมราว 975 ดอลลาร์
Projection ที่ aggressive กว่า: หาก extrapolate จาก Q3 EPS 12-14 ดอลลาร์ และสมมติ growth ต่อเนื่องไปยัง FY2027 (EPS อาจถึง 80-90 ดอลลาร์) ที่ P/E conservative 10-15 เท่า: ราคาอาจถึง 800-1,350 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางราย เช่น Susquehanna ให้ target สูงสุด 1,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Bank of America อยู่ที่ 850 ดอลลาร์ และ Citi ที่ 750 ดอลลาร์ แต่ในมุมมอง optimistic หาก gross margin พุ่งถึง 75% และ supply shortage ยาวนาน ราคาอาจทะลุ 1,200-1,900 ดอลลาร์
สรุปคือ หาก guidance เป็นจริง ราคาเหมาะสมระยะสั้น-กลาง (3-12 เดือน) น่าจะอยู่ที่ 800-1,000 ดอลลาร์ (upside 20-50% จากปัจจุบัน) และอาจสูงกว่านั้นหาก momentum จาก AI ยังแรง แต่ต้องระวังความเสี่ยง เช่น oversupply ของ NAND ในช่วงครึ่งหลังปี 2026 หรือการชะลอตัวของ capex ใน AI ซึ่งอาจทำให้ volatility สูง
สรุป: โอกาสและความระมัดระวังสำหรับนักลงทุน
การปรับเพิ่ม guidance ของ SanDisk เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่เทคโนโลยี AI สามารถพลิกโฉมธุรกิจแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น growth story ที่น่าติดตาม หากบริษัททำได้ตามคาดการณ์จริง จะไม่เพียงทำให้ราคาหุ้นพุ่ง แต่ยังดึงดูดนักลงทุนสถาบันเข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้น cyclical growth อย่าง $SNDK ต้องอาศัยการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เช่น guidance ไตรมาสถัดไป หรือประกาศจากงาน conference ที่กำลังจะเกิดขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจ แนะนำศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ investor.sandisk.com หรือแพลตฟอร์มอย่าง Yahoo Finance และ Bloomberg เพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติม จำไว้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน สุดท้ายนี้ หาก AI ยังคงเป็น megatrend SanDisk อาจกลายเป็นหนึ่งในหุ้นดาวเด่นของปี 2026 ก็เป็นได้!

