"ตลาดผันผวนสูง" คืออะไร? จะรับมือกับมันยังไง?

ตลาดผันผวนสูง หรือ Choppy, Whipsaw, Chop and Slop, Sideway market  ฯลฯ เป็นสภาพตลาดที่มีการแกว่งขึ้นลงอย่างรุนแรงในกรอบ ผันผวนสูง แต่ไร้ทิศทางที่แน่ชัด เป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนรุนแรงมาก บางวันราคาดีดขึ้นแรง พออีกวันก็ร่วงดิ่งแรง สร้างความสับสนให้กับนักเทรดเป็นอย่างมาก เพราะวันที่ตลาดหุ้นบวกแรงหุ้นก็ดีดแรงตาม บางตัวทะลุจากฐานขึ้นไปอย่างสวยงาม ทำให้หลายท่านซื้อตามด้วยความหวัง แต่พอวันต่อมาดัชนีไม่ยอมไปต่อ หนำซ้ำมันกลับตัวแรงแดงกลับลงไปลึกกว่าเดิม หุ้นที่วันก่อนดีดขึ้นทะลุฐานสวยๆ ก็กลับตัวแรงตามตลาดซะงั้น ทำให้นักเทรดต้องขายตัดขาดทุนไปอย่างปวดใจ




ในหนังสือ Momentum master...
พี่ Dan Zanger เรียกมันว่าสภาวะตลาด Chop and Slop ที่สามารถเผาคุณให้ตายทั้งเป็นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว เพราะมันจะค่อยๆกัดกินคุณแบบเป็นๆ จนหมดตัวได้เลย แกแนะว่ามือใหม่อย่าได้ไปยุ่งเด็ดขาด อันตรายมาก

พี่ David Ryan บอกว่าช่วงนี้ การเทรดแบบ breakout ใช้ไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่ง long และ short ทุกฝ่ายเจ็บตัวกันหมด

พี่ Mark Minervini บอกว่า มันอันตรายกว่าตลาดหมีเสียอีก แกเปรีบยเหมือน "การตายเพราะโดนกรีดเป็นเป็นพันๆครั้ง" เพราะคุณต้องตัดขาดทุนทีละเล็กละน้อย แต่หลายครั้งมาก

พูดง่ายๆคือ ช่วงนี้แหละที่เป็นตอนที่กำไรของทักเทรดที่เคยได้มาจากตลาดขาขึ้นสวยๆ จะโดนปาด โดนเฉือน ออกไปทีละนิด ทีละนิด เพราะพวกเขาต้อง stop loss ออกเป็นประจำ

ท่านเคยเจอสภาพตลาดและตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้มั้ยครับ?

คิดว่าตอนนี้ทุกท่านเจอกันทุกคน
เพราะนี่แหละครับคือช่วงตลาดผันผวนสูง
ดูทรงกราฟ SET กันนะครับ

สามเดือนล่าสุด SET มีการเคลื่อนไหวแบบ Choppy ครับ เพราะ
๑) ราคาไม่สามารถไปต่อได้ ไม่มีนิวไฮ
๒) แม้จะสามารถทำนิวไฮได้ ก็ยืนไม่อยู่ สร้างฐานไม่ได้
๓) ราคาร่วงกลับมาอยู่ในกรอบฐานเดิม

ที่มาของความเป็น Choppy คือ สภาพตลาดโลกที่ผันผวนมาก
- เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน
- มีการปรับดอกเบี้ยบันธบัตรของอเมริกา ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น
- เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในหลายประเทศ
- แต่บ้านเราก็มีข่าวดีเรื่องการแผนเลือกตั้งที่ชัดเจน

เหล่านี้คือต้นตอเพาะกล้าแห่งความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนทั้งโลก พวกเขาจึงพยายามดึงเงินสดเข้ามาเก็บไว้กับตัวให้มากที่สุด และพยายามหมุนเงินไปลงทุนในตลาดที่เสี่ยงต่ำซึ่งเพิ่มค่าตอบแทนให้น่าสนใจอย่างตลาดพันธบัตรสหรัฐ

เมื่อมีการย้ายเงินเกิดขึ้น ตลาดหุ้นก็ต้องเจอการถล่มขายอย่างหนัก
ไม่มีใครเกลียดตลาดหุ้นหรอกครับ แต่เมื่อมันไม่ปลอดภยสำหรับเงินของพวกเขา
สิ่งที่คนฉลาดเงินเยอะทำก็คือ ย้ายเงินไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
เพราะเงินของเขาสำคัญที่สุด ไม่ใช่อีโก้แต่อย่างใด



แนวทางการรับมือกับตลาดผันผวนสูง

ถ้าไม่มีหุ้น
๑) เทรดให้น้อยลง
เมื่อคุณเทรดแล้วไม่กำไรเลย หรือถ้าได้ก็น้อยไมาก ไม่คุ้มเสีย
คนฉลาดเขาจะไม่ดื้อครับ แทนที่จะเอากำไรที่ได้มาอย่างลำบากไปเผาทิ้ง
เขาจะพยายาม "เก็บคอ งอเข่า" แทนครับ
ถ้าจำศีลได้ ก็ต้องทำครับ


๒) ซื้อในจังหวะ pullback 
หากท่านคันมือเสียเหลือเกินคิดว่าในอนาคตหุ้นตัวนี้ต้องมีข่าวดีออกมาแน่ๆ
- ให้รอดูการเด้งที่เส้นค่าเฉลี่ยหลัก 20, 50, 100, 200 วัน ด้วยการฝช้ประโยชน์จากแท่งเทียนกลับตัว
- ดูการกลับตัวที่ trend line
- ดู pocket pivot buy point

เพราะการซื้อแบบนี้ ช่องของการ stop loss จะแคบกว่า

๓) ห้ามใช้มาร์จิ้น เด็ดขาด

๔) อย่าไปเทรดมัน นั่งดูไปก่อน
ช่วง choppy market เหมือนตอนที่ "หมาตะลุมบอนกัดกัน" นั่นแหละครับ
ท่านจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับมันทำไม?
เข้าไปห้าม ไปแยก เดี๋ยวก็โดนลูกหลง-แว้งกัดให้บาดเจ็บเปล่าๆ
การพยายามเป็นฮีโร่ในสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกชื่นชมหรอก เขาเรียกว่าอีโง่นะครับ


ถ้ามีหุ้น
๑) หากยังกำไรอยู่ และหุ้นตัวนั้นสามารถยืนสู้ตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง
แบบไหนที่แข็งแกร่ง?
- หลังจากที่มัน breakout ไปจากฐาน แล้วยืนในกรอบใหม่ที่สูงกว่าเดิมได้
- หรือยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่มีนัยยะ เช่น 10, 20, 50 วันได้
โดยที่ราคายืนอยู่สูงกว่าต้นทุนของท่านด้วยนะครับ

หากท่านคิดว่าบรรยากาศบ้านเราน่าจะมีอะไรดีๆในอนาคตอันไกล้ก็ให้ทนรวยไปก่อน
โดยให้ตั้งกรอบการแกว่งเอาไว้เฝ้าดูการเคลื่อนไหว
ถ้ายังยืนได้ก็ให้ทนไว้ เพราะมันมีคุณสมบัติที่จะเป็น "หุ้นผู้ชนะ" ถ้าตลาดกลับมาดี

หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ขายออกมาก่อนก็ได้
แล้วปิดจอไปทำอย่างอื่นซะ เพราะมันไม่มีประโยชน์


๒) ลดเป้ากำไรให้น้อยลง
หากคันมือ ก็ให้เทรดน้อยๆ เอากำไรน้อยๆครับ แบบ play safe
จากเดิมที่ท่านปรารถนาให้ได้กำไร 20%, 30%, 50 หรือ 100%
ก็ให้ลดเหลือแค่ 10% พอ แม้กระทั่ง 3%-5% บางทีท่านต้องเอาไว้ก่อน

ปู่โอนีลบอกว่า ถ้าท่านเจอตลาดแบบนี้ ท่านจะขายทำกำไรที่ 10%
และตัดขาดทุนที่ 3% เท่านั้น

นี่เป็นแนวทางสวิงเทรดนั่นเองครับ ท่านสามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน กับ 10 เป็นตัวช่วยได้
แนวทางนี้ผมเขียนไว้ในหนังสือ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" นะครับ



๓) ให้ตั้ง trailing stop ให้ดีครับ และควรให้เคารพมันอย่างเคร่งครัด
เพราะช่วงนี้สภาพตลาดหุ้นไม่ดีเอาเสียเลย เอากำไรเท่าที่ได้ คือถ้าคุณกำไรเกิน 10% แล้วให้รักษาก้อนนี้ให้ดี เพราะมันล้ำค่ามาก ขายได้ก็ขายออกมาก่อน ถ้าเห็นมรงไม่ดท เช่นหลุด trailing stop ก็ควรเริ่มขายออกมาบ้าง อย่าไปวัดกับตลาดแบบไม่ได้ก็ขาดทุนเแเอันขาด เพราะเราไม่รู้อนาคตของมัน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเราในเรื่องนี้ ให้ท่านโฟกัสสิ่งสำคัญที่สุดของท่านก่อนคือ กำไรที่ได้มา หรือถ้าไม่กำไรก็ให้รักษาเงินต้นให้ปลอดภัยไว้ก่อนครับ


๔) ที่สำคัญคือ ถือเงินสดไว้ครับ
เก็บเงินสดเอาไว้เกิน 50% ไปเลยครับ หรืออย่าเล่นแม่มเลยครับ เพราะช่วงนี้ตลาดไม่มีแนวโน้ม ท่านเป็นนักเทรดที่ต้องอาศัยแนวโน้ม ดังนั้นถ้ามันยังเลือกทางไม่ได้ ก็ต้องอดทน นั่งทับมือไว้ครับ

อย่างพี่แดน เขาบอกเลยว่า ช่วงนี้เขาจะเล่นแค่โยนหินถามทางเท่านั้น เล่นน้อยๆเพื่อจับจังหวะตลาด ถ้าเมื่อใดที่กำไรติดต่อกันก็ค่อยใช้เงินมากขึ้น แต่ถ้ายังขาดทุนติดต่อกันแบบน่าหงุดหงิด ก็ใช้เงินน้อยลงไปอีก


ถ้าตลาดเกิดสัญญาณขาย เซียนเขาขายยังไง?
ขอเอาไอเดียของพี่เดวิด ไรอัน ที่ผมคัดมาจากหนังสือ Momentum Master ครับ
เขามีลำดับการขายหุ้นออกดังนี้

๑) ตัวแรกเลยคือ หุ้นที่ขาดทุน เพราะมันไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ได้หลังจากที่ซื้อ หมายความว่าถ้าตลาดร่วงต่อ มันน่าจะวิ่งตามตลาด ใช้เชือดหุ้นตัวนี้ก่อน

๒) ต่อมาคือหุ้นที่กำไรเล็กน้อย สมมุติบวกไม่ถึง 10% แบบนี้ และทรงไม่ดีเลย หลุดกรอบไปเรื่อยให้ขายเก็บกำไรเล็กๆน้อยออกมาซะ เพราะเสี่ยงร่วงให้ขาดทุน

๓) หุ้นที่บวกเยอะ และทรงยังสวย ให้เก็บไว้ก่อน เพราะแกบอกว่าแกต้องการถือหุ้นผู้ชนะเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพวกมันอาจจะสามารถต้านทานช่วงที่ตลาดร่วงแรง และเมื่อภาวะตลาดเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง มันก็มีโอกาสวิ่งขึ้นต่อไปได้
ดูยังไง?  ก็ให้ใช้หลักการหุ้นนำตลาดไว้เลย
แนะนำให้เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน เป็นตัวช่วยดูครับ
การที่หุ้นตัวหนึ่ง วิ่งออกข้างเหนือเส้นนี้ได้ แสดงว่าโมเมนตัมยังอยู่ สถาบันน่าจะยังไม่ขาย


อ่านเพิ่มเติม
- investors.com/how-to-invest/investors-corner/ibd-investors-corner-handling-a-choppy-market/
- sarut-homesite.net/blog-53-canslim-choppy-case-study/
- หนังสือ Momentum Master เทรดเดอร์สาย "หุ้นซิ่งอิงพื้นฐาน" ต้องอ่าน
- หนังสือ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" สำหรับการดูแท่งเทียนกลับตัว และการใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเพื่อขายหุ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO