ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

Self Coaching ดูแลและพัฒนาตัวเองด้วย "บันทึกการเทรด"


โค้ชหรือพี่เลี้ยงมีหน้าที่แนะนำหรือวางแนวให้คุณเดินในเส้นทางทางที่ถูกต้อง, ชี้จุดบกพร่อง, คอยจดจำในสิ่งที่คุณทำได้ดี ควบคุมให้ตัวคุณอยู่ในระเบียบวินัยและรักษาประสิทธิผลของการเทรด

แต่การจะจ้างโค้ชสักคนให้มาดูแลได้ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ ดังนั้นการเขียนบันทึกการเทรดจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสุดในการเป็นโค้ชให้กับตัวเอง เพราะเอาจริงๆแล้วไม่มีใครเข้าใจเราได้ลึกซึ้งเท่าตัวเราเอง เรานี่แหละคือครูที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่มีวินัยต่อตัวเองอยู่แล้ว แค่การบันทึกการเทรดและหาความรู้ด้วยตัวเองจากสื่อออนไลน์ก็เพียงพอที่จะอยู่รอดในตลาดได้โดยที่ไม่ต้องไปสัมนาหรือจ้างคนอื่นให้มาควบคุมให้เปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์เลย

การลงรายละเอียดในบันทึกกการเทรดอย่างสุจริตและละเอียดยิบทุกจุดอย่างมีที่มาที่ไป ถือเป็นกระบวนการโค้ชตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และตรวจสอบตัวเองไปในตัว

จึงไม่แปลกที่นักลงทุนระดับโลกอย่าง Gerald Loeb บอกว่า "ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์เป็นหนึ่งในนิสัยที่แยก นักเก็งกำไรประสบความสำเร็จ ออกจากคนทั่วไป"
ประสบการณ์ที่ว่านั้นก็เกิดจากการจดจำและจะจำได้ดีก็ต้องมีการบันทึกเอาไว้นั่นเอง


จริงอยู่ที่การเขียนบันทึกการเทรดทุกวันออกจะเป็นเรื่องน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน(สำหรับคนที่ไม่มีความรู้สึกหลงไหลในการลงทุน) แต่สิ่งที่คุณได้บันทึกนี้แหละจะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถรีวิวการเทรดย้อนหลัง

ซึ่งบางทีมันอาจจะมีประโยชน์มากกว่าการอ่านหนังสือหรือแม้กระทั่งการเข้าสัมนาด้วยซ้ำ

เมื่อคุณเขียนบันทึกการเทรดต่อเนื่อง เป็นเดือน เป็นปี สิ่งที่คุณเขียน, ประสบการณ์และความรู้มันจะโตไปกับคุณ และถ้าคุณลงรายละเอียดทุกสิ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่นจิตวิทยามวลชน, ตลาด, การปรับแต่งระบบการเทรด ฯลฯ เหล่านี้จะช่วยให้คุณได้บทเรียนและจดจำได้ว่า
- ข่าวแบบไหนที่คุณควรไม่ให้ความสนใจ
- ความเสี่ยงแค่ไหนที่คุณยอมรับได้ต่อการเทรกแต่ละครั้ง
- จังหวะไหนที่ควรเทรด ช่วงไหนที่อยู่เฉยๆ

ดังนั้นการจะดูว่าใครมีวินัยก็ดูได้จากความสม่ำเสมอในการบันทึกการเทรดอนี่แหละ และมันอาจจะเป็นส่วนทำนายว่าอนาคตสดใสได้หรือไม่

คลิปแนวทางการทำ บันทึกการเทรด




บันทึกการเทรดถือเป็นตัววัดความรู้สึกหลงไหลต่อการลงทุนหุ้นได้ดีเลยว่าคุณมี passion กับมันมากแค่ไหน
มันก็คล้ายกับคุณเขียนไดอารี่หรือสะสมเกี่ยวกับคนที่คุณหลงรักตอนวัยรุ่นนั่นแหละ ยิ่งปลื้มมากก็เขียนมากบันทึกมาก กับการลงทุนก็ไม่ต่างกัน
บันทึกการเทรด
ในบันทึกการเทรดจะต้องเขียนทุกอย่างที่คุณรู้สึกและสิ่งที่ควรทำก่อนเทรด, ระหว่างการเทรด, หลังจากการเทรดเสร็จสิ้นแล้ว

การเทรดถือเป็นทักษะการทำงานโดยขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดหรือวิธีการ
ผลของการบันทึกจะช่วยตรวจสอบความสามารถในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของตลาด, ความสามารถในการสร้างแผนเทรดหรือวิธีการเทรด, รวมถึงวินัยของการทำตามแผนนั้น และโชค
ในการเทรดนั้น มีหลายร้อยพันวิธีที่จะทำให้คุณได้ชัย
ดังนั้นคุณต้องเขียนทุกอย่างลงไปเพื่อแจกแจงจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ เช่น
- แจงว่าคุณเป็นใครและอะไรที่เป้นแรงบันดาลใจให้คุณเข้ามาเทรด เพื่อหาวิธีการเทรดที่เหมาะกับตัวคุณ, คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร, ไลฟ์สไตล์ และทำไมคุณต้องทำในสิ่งนั้น
- มุมมองและปรัชญาตลาด สภาวะแบบไหนที่คุณเข้าใจและโฟกัส และการตัดสินใจเพื่อจัดการกับความเสี่ยง
- สังเกตุความเคลื่อนไหวของตลาด ตลาดนั้นมีความเป็นพิเศษ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปในแต่ะวัน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะใช้ประโยชน์จาก แนวโน้ม หรือ พฤติกรรม เหล่านั้นได้ทุกช็อต แต่จากการสังเกตุอย่างระมัดระวังจะช่วยให้คุณค้นพบแนวโน้มหรือพฤติกรรมแบบไหนที่เข้าทางกับสไตล์หรือแนวทางที่คุณถนัด


- ความผิดพลาดจากการเทรดและโอกาสที่เราพลาด ทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นตัวสร้างความเครียดให้กับเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก การเขียนบันทึกจะช่วยให้คุณจดจำได้ว่าควรเลี่ยงหรือควรเข้า
- นิยามความเป็นตัวคุณเองและสถานการณ์ปัจจุบัน
- ติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายตามที่ได้ตั้งเอาไว้ในแผนการเทรด
- แจกแจงรายละเอียดของจุดอ่อนและจุดแข็งในความสามารถในการดำเนินงานและการจัดการกับความกดดัน
- ปูเส้นทางในการเป็นโค้ชให้ตัวเองเพือพัฒนาตนเอง
โค้ชหรือพี่เลี้ยงมีหน้าที่แนะนำหรือวางให้คุณเดินในเส้นทางทางที่ถูกต้อง, ชี้จุดบกพร่อง, จดจำในสิ่งที่คุณทำได้ดี ควบคุมให้ตัวคุณอยู่ในระเบียบวินัยและรักษาประสิทธิผล
แต่การจะจ้างโค้ชสักคนให้มาดูแลได้ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ ดังนั้นการเขียนบันทึกการเทรดจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสุดในการเป็นโค้ชให้กับตัวเอง เพราะเอาจริงๆแล้วไม่มีใครเข้าใจเราได้ลึกซึ้งเท่าตัวเราเอง

การลงรายละเอียดในบันทุกกการเทรดอย่างสุจริตถือเป็นการโคช้ตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

การเขียนบันทึกการเทรดทุกวันออกจะเป็นเรื่องน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน(ถ้าคุณไม่มีความรู้สึกหลงไหลในการลงทุน) แต่จากการบันทึกนี้จะช่วยให้คุณสามารถรีวิวการเทรดย้อนหลัง ซึ่งบางทีมันอาจจะมีประโยชน์มากกว่าการอ่านหนังสือหรือแม้กระทั่งการเข้าสัมนาด้วยซ้ำ

เมื่อคุณเขียนบันทึกการเทรดต่อเนื่องเป็นปี
สิ่งที่คุณเขียน, ประสบการณ์และความรู้มันจะโตไปกับคุณ และถ้าคุณลงรายละเอียดทุกสิ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่นจิตวิทยามวลชน, ตลาด, การปรับแต่งระบบการเทรด ฯลฯ เหล่านี้จะช่วยให้คุณได้บทเรียนและจดจำได้ว่า
- ข่าวแบบไหนที่คุณควรไม่ให้ความสนใจ
- ความเสี่ยงแค่ไหนที่คุณยอมรับได้ต่อการเทรกแต่ละครั้ง
- จังหวะไหนที่ควรเทรด ช่วงไหนที่อยู่เฉยๆ
ดังนั้นการจะดูว่าใครมีวินัยก็ดูได้จากความสม่ำเสมอในการบันทึกการเทรดอนี่แหละ และมันอาจจะเป็นส่วนทำนายว่าอนาคตสดใสได้หรือไม่

สิ่งที่ต้องมีในบันทึกการเทรด
1. พื้นที่การเทรดแบบไหนที่มีโอกาสชนะ
2. จุดเข้าทำที่ใช่
3. จำนวนเงินที่เหทาะสมสำหรับเข้าเทรดในแต่ละครั้ง
4. กฎการจัดการการเทรด
5. ตรวจสอบการเทรดย้อนหลัง


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo