สรุปหนังสือ "กฎ 30 ข้อ เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิต จากคนธรรมดา ให้กลายเป็นผู้ชนะ"


เป็นหนังสือเล่มใหม่ที่ผมพึ่งซื้อมาครับ เหตุผลเพราะคิดว่ามันน่าจะให้ข้อมูลสำหรับคนที่มีความต้องการจะเป็นผู้ชนะ ก็ได้เปิดดูในหนังสือก่อนจ่ายเงิน พบว่าเขาได้เขียนได้น่าสนใจดี มีการยกตัวอย่างหลายๆเคสที่น่าอ่านเพิ่มเติมเป็นอย่างยิ่ง

มาดูกฎทั้ง 30 ข้อกันเลยครับ
ก็ขอคัดเฉพาะตอนที่ชอบเท่านั้นนะ
ลอกมาเยอะเกินไปก็เกรงใจเจ้าของเค้า
แค่นี้ก็เกรงๆเขาอยู่เหมือนกัน

กฎข้อ 1 ต้องตัดสินใจ
คนที่ไม่ตัดสินใจ คือคนที่กำลังสกัดความก้าวหน้าของตัวเอง

กฎข้อ 2 เรียนรู้และเติบโตตลอดเวลา


กฎข้อ 3 ใช้วันนี้อย่างรู้คุณค่า


กฎข้อ 4 จดจ่อกับกิจกรรมที่สร้างรายได้
เราต้องลองล้มเหลวเหมือนกับที่ต้องเจอฤดูหนาว

คนอ่อนโลกมองหางานที่จะมีแต่ฤดูร้อนตลอดไป แต่ชีวิตก็เหมือนธรรมชาติ ที่ต้องมีทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาวสลับกัน
ธุรกิจจึงต้องมีช่วงขาขึ้นและลง
หลักการนี้ใช้ได้ทุกที่และทุกธุรกิจ
อย่าคิดเลยว่ากฎธรรมชาติจะมีข้อยกเว้น
ผู้ชนะจะยอมรับว่ามีฤดูร้อนสลับฤดูหนาว พวกเขาจึงเรียนรู้ที่จะรับมือกับช่วงเวลาขาลง
พวกเขาไม่ปล่อยให้ฤดูหนาวมาทำให้หมดกำลังใจ เพราะพวกเขารู้ว่าไม่มีฤดูหนาวใดจะอยู่ตลอดไป  พวกเขาจะไม่คิดว่าฤดูหนาวเป็นความล้มเหลวของตนเอง แต่ตระหนักว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

เนื่องจากเราจะปล่อยให้ความสำเร็จขึ้นอยู่กับโชคดีหรือโชคร้ายไม่ได้ จึงมีสิ่งรับประกันความสำเร็จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือหากคุณทำบางอย่างซ้ำๆจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดกฎค่าเฉลี่ย
คุณจะสามารถคำนวณผลงานของตัวเองได้
ธุรกิจของคุณมีอะไรที่ทำเงิน จงทำสิ่งนั้นเยอะๆ
เพราะทำแบบนี้เท่านั้นจึงจะเป็นการรับประกันความสำเร็จ
อย่างอื่นเป็นแค่การเสี่ยงโชคแบบมือสมัครเล่นเท่านั้น

คนที่ไม่กลัวความผิดพลาดและไม่กลัวคำปฏิเสธ
จะสามารถผลิตงานที่สร้างรายได้มากกว่า
- วัตสัน ซีเนียร์

แม้ความล้มเหลวจะไม่ให้สิ่งตอบแทนใดๆเลย
แต่มันสำคัญต่อการพัฒนาตนเองของเรา เมื่อนำมาซึ่งประสบการณ์ประสบการณ์ จะทำให้เรามีการตัดสินใจได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จใหม่ๆ
ดังนั้นความผิดพลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อย่างน้อยที่สุดก็พอๆกับความสำเร็จ
คนที่ไม่ยอมผิดพลาดให้มากกว่านี้ ย่อมปิดโอกาสในการที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง


กฎข้อ 5 จงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่
บทเรียน 5 ข้อจากชาวนา
1 ไม่ใช่ทุกเมล็ดจะออกผล
2 เราไม่ควรจดจ่อกับศัตรูเป็นหลัก แต่พุ่งเป้าที่งานของตนเอง
3 ตอนแรกเราต้องทำให้ดีที่สุดนั่นคือการหว่านเมล็ดจากนั้นจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้
4 เราต้องมีความอดทน
5 เราจะได้เก็บเกี่ยวสิ่งที่หว่านลงไปเมล็ดพันธุ์ที่ดีและไม่ดีจะติดตามไปชั่วชีวิต

อุปสรรคของความสำเร็จ 6 ประการ
1 ความเย่อหยิ่ง
2 ความโง่เขา
3 หลงตัวเอง
4 ความกลัว
5 สงสัยตัวเอง
6 ความรู้สึกผิด

ผู้ชนะจะไม่ปล่อยให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ โดยการเฝ้าแต่รอว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเอง เพราะเขาจะไม่สิ้นเปลืองพลังงาน โดยการพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ ไม่เปลืองเวลาไปกับการหาข้ออ้าง พวกเขารู้ว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หากทุ่มเทให้กับงานที่ใช่ ด้วยความกระตือรือร้น


กฎข้อ 6 ลงมือทำ ทำไปเลย
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ย่อมเริ่มจากอะไรที่เล็กๆเสมอ
ทุกอย่างย่อมค่อยๆต่อยอดจากความผิดพลาดที่เราเคยทำในตอนแรก
ความผิดพลาดจะเป็นรากฐานของการตัดสินใจที่ถูกต้องในเวลาต่อมา
และความผิดพลาดจะเป็นรากฐานของจิตใจที่เข้มแข็ง ดังนั้นความผิดพลาดจึงเป็นสิ่งที่ดี

การเริ่มต้นไม่สมบูรณ์ จึงดีกว่าการลังเลเพื่อรอให้สมบูรณ์
เราไม่ทางพร้อมสำหรับงานใหญ่หรอก
การเริ่มต้นเท่านั้นจะทำให้เราเรียนรู้สิ่งที่จำเป็น
การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการลงมือทำไปเลย

อย่าเสียกำลังใจและหยุดทำสิ่งที่คุณชอบ อย่าปล่อยให้ใครมากระซิบบอกคุณว่า "เป็นไปไม่ได้หรอกเธอทำไม่ได้หรอก" ให้ถามตัวเองว่าคนพูดมีอำนาจอะไรถึงพูดคำว่าเป็นไปไม่ได้ออกมาเฉยๆแบบนั้น
บางคนคิดว่าทำมันได้ บางคนคิดว่าทำมันไม่ได้
พวกเขาถูกทั้งคู่ เพราะคนหนึ่งลงมือทำ อีกคนไม่
ทุกอย่างในโลกนี้ที่มีคุณค่าต่อเราล้วนถูกสร้างและรังสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์ที่ลงมือทำ
มนุษย์ที่ทำไปเลย ผู้ชนะรู้ว่าไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าการกระทำ just do it


กฎข้อ 7 จัดการความเครียดอย่างถูกต้อง


กฎข้อ 8 เรียนรู้วิธีจัดการปัญหา
ทำไมผู้ชนะถึงพูดว่าความยากลำบากเป็นบทเรียน ทำไมเราจึงไม่ได้อะไรมาง่ายๆ ทำไมเราต้องต่อสู้ดิ้นรนตลอด เราอาจไม่มีทางได้คำตอบ เพราะมันคือความลึกลับของชีวิต

ชีวิตเหมือนบันได คุณต้องพยายามก้าวแต่ละขั้น
ทั้งที่บางครั้งก็ไม่ได้ก้าวสูงขึ้น แต่จู่ๆก็กระโดดข้ามขั้นได้ ทั้งที่มีบันไดขั้นตอนต่อไปรอเราอยู่เ หมือนเดิม

ขั้นบันไดและความท้าทายเหล่านั้นล้วนมีความหมาย
มันเตรียมเราสำหรับการก้าวขึ้นขั้นต่อไป บันไดทุกขั้นมีความลำบาก หากจัดการไม่ได้เราก็ไปต่อไม่ได้
ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะเราคงไม่แข็งแกร่งพอที่จะไปสู่ขั้นต่อไปอยู่ดี

ผู้ชนะจะเห็นว่าการที่แต่ละขั้นมีปัญหาไม่เหมือนกันเลย เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น
เขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอจะแก้ปัญหาในระดับที่สูงขึ้นเสมอ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเติบโต


กฎข้อ 9 ใช้ของเดิม
ในชีวิตการทำงานนั้นเราต้องผ่านหลายช่วงเวลา
ตั้งแต่เริ่มเดินเตาะแตะเป็นเด็กเล็ก เขามีความกระหายอยากเรียนรู้ให้มากที่สุด
พวกเขาจะเลียนแบบทุกอย่างที่เห็น เด็กจะไม่ถามว่ามันมีสาระหรือไม่มี แต่จะลองทำก่อน
การสอนอะไรให้คนในช่วงนี้จึงเป็นเรื่องสนุก

หลังจากสำเร็จไปบ้างแล้วก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
พวกวัยรุ่นจะมั่นใจว่าตัวเองรู้ดีกว่าทุกเรื่องและจะสอนยาก
ช่วงนี้จึงเป็นช่วงอันตรายมาก เพราะคนที่คิดว่ารู้คำตอบไปทุกเรื่องจะหยุดตั้งคำถาม
หยุดเรียนรู้ หยุดเติบโต แล้วหยุดการพัฒนาตัวเองต่อไป

ช่วงเวลาสุดท้ายคือช่วงเวลาที่เป็นผู้ใหญ่
จะกลับมาเรียนรู้ได้อีกครั้ง เพราะตระหนักว่าเรายังมีพื้นที่ให้เติบโตเสมอ
เราไม่มีคำตอบสำหรับทุกอย่าง ปัญหาไม่ได้จบเพราะเรารู้มากขึ้น
เพียงแต่จะปรากฏในแง่มุมใหม่ เราจึงต้องคอยหาความรู้ใหม่และพัฒนาพลังใหม่ๆ

เราเรียนรู้ได้เร็วที่สุด ผ่านการเลียนแบบ

กฎข้อ 10 สร้างโมเมนตัมความสำเร็จ


กฎข้อ 11 ฝันและทำฝันให้เป็นจริง
ความฝันและเป้าหมายกลาย เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดทุกอย่างและทุกคนที่ช่วย ให้กล้าเข้าใกล้ความเป็นจริง จริงอยู่มันอาจฟังดูเหลือเชื่อแต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนต่างพูดแบบนี้
เราต้องนึกถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ตั้งคำถามด้วยการจินตนาการว่าเราไปถึงเป้าหมายแล้ว
ทุกครั้งที่เราจดจ่อกับความฝันแบบนั้น เราได้เชื่อมโยงจุดที่อยู่ตอนนี้กับจุดที่เราต้องการไปถึง
และทุกครั้งเราจะแน่ใจมากขึ้นว่าความปรารถนานี้จะเป็นจริง
ความแน่ใจจะแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำที่มีประสิทธิภาพ และความมั่นใจที่ตื่นขึ้นมานี้จะทำให้เรามองเห็นหนทางและโอกาส

ไม่มีอะไรที่จะต้านทานความปรารถนาของคนที่ยอมเดิมพันชีวิตเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้
- ดิสราเอลี

ผู้ชนะจะทบทวนตัวเองเป็นครั้งคราว แล้วถามว่าเรากำลังทำตามความฝันอยู่หรือแค่ทำมาหากินไปวันๆ เพราะเขารู้ว่าตัวเองสามารถเป็นผู้ออกแบบชีวิตในอนาคตของตนเองอย่างที่ฝันไว้ได้
พวกเขาสรรสร้างชีวิตที่คู่ควรกับพวกเขา
ผู้ชนะรู้ว่าอดีตและปัจจุบันไม่เหมือนกับอนาคต เราสามารถวาดภาพใหม่ได้เสมอแม้สีสันในตอนแรกจะเหมือนกันหมดก็ตาม


กฎข้อ 12 รักษาสุขภาพ


กฎข้อ 13 ไม่ท้อใจกับคำปฏิเสธ


กฎข้อ 14 ทุ่มเทเต็มที่ 110%
นักกีฬาทุกคนรู้ว่าการทำซ้ำๆที่เพิ่มขึ้นทั้งที่ไม่ไหวแล้ว จะช่วยให้เติบโตได้ในที่สุด

คนที่พร้อมจะทุ่ม 110% เสมอพวกเขาล้วนอยู่ในระดับสุดยอดในสาขาของตน และได้รับรางวัลตอบแทนการใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอีก 10% จะสร้างความแตกต่างระหว่างความสำเร็จยิ่งใหญ่กับความปานกลาง
ระหว่างความมั่งคั่งกับการอยู่อย่างอัตคัต 10% ที่เพิ่มขึ้นนี้จะสร้างผลตอบแทนมากกว่าที่คิดมากกว่า
10% ที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ได้ผลเพิ่มอีก 100 เปอร์เซ็นในไม่ช้าหรืออาจจะเป็น 1,000 เปอร์เซ็นต์หรือ 10,000 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ดี
การรับมือกับพื้นที่ความเจ็บปวดทำให้แชมเปี้ยนแตกต่างจากคนธรรมดา
ผมชอบความเจ็บปวดที่ทำให้ผมเป็นแชมป์เปี้ยน
- อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

ผู้ชนะจะไม่พอใจกับสิ่งที่มีตอนนี้
มนุษย์ 110% จะไม่ยอมรับขีดจำกัดความสามารถของตนเอง
พวกเขาตั้งความหวังกับตนเองไว้สูง พวกเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง
พวกเขาไม่ได้วัดตัวเองจากสิ่งที่เป็นอยู่ แต่วัดจากสิ่งที่ต้องการจะเป็น


กฎข้อ 15 เติบโตจากปัญหา
ปัญหาส่วนใหญ่เหมือนกันหมด
นั่นคือปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่สถานการณ์ที่เลวร้าย
แต่เป็นวิธีมองปัญหา

อันตรายใหญ่ที่สุดมักเป็นความหงุดหงิดที่เกิดมาจากปัญหา
ปัญหามีอำนาจเหนือเราน้อยลงหากความคิดและอารมณ์ของเราไม่จมอยู่กับมัน
เราต้องแยกแยะระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกกับวิธีที่เราตอบสนองภายใน
เราไม่มีทางเปลี่ยนเหตุการณ์ได้ทุกอย่าง

เมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหา
เราจึงควรหมกมุ่นอยู่กับปัญหาอย่างมากที่สุดแค่ 10% 
และทุ่มเทอีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้กับการหาทางออก

ท่าทีของผู้ชนะต่อปัญหา
1 ผู้ชนะแทบไม่เคยมองปัญหาว่าเป็นจุดจบ
2 ผู้ชนะจะไม่ปล่อยให้ปัญหามากระทบกับชีวิตด้านอื่น
3 ผู้ชนะจะไม่เอาปัญหามาเป็นเรื่องส่วนตัว

ผู้ชนะจะรับมือกับปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้
- วิธีมองปัญหาของเราคือปัญหา
- ไม่มีความท้าทายอะไรหล่นใส่มือเราเหมือนของขวัญ
- ปัญหาสร้างโอกาสขยายพื้นที่ควบคุมของเรา
- เมื่อเกิดปัญหาแล้วต้องออกจากพื้นที่สบาย หรือ comfort zone แล้วเรื่องยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา
- หากต้องการร่ำรวย ต้องถามหาปัญหายาวเป็นหางว่าว
- อย่าขอปัญหาง่าย แต่ขอความสามารถที่มากขึ้น
- คนโง่ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่น้อยคนจะสามารถรับมือกับความล้มเหลวและปัญหาได้
- ปัญหาจะดึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในตัวของเราออกมา
- ไม่มีปัญหาและความเจ็บปวดใดที่ไม่ซ่อนขุมทรัพย์เอาไว้
- เรามักขาดแค่ความสามารถในการมองเห็นภาพรวม


กฎข้อ 16 เป็นเจ้านายและพนักงานในคนเดียว
อิสระไม่ใช่การสามารถทำหรือไม่ทำในสิ่งที่ต้องการ
อิสระคือการมีวินัยที่จะทำในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำต่างหาก

ผู้ชนะจะไม่อาจทำงานโดยไม่ตรวจสอบตัวเอง
คุณจะตั้งเป้าหมายสำหรับวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร หากไม่รู้ว่าวันนี้ทำอะไรไป
คุณจะเพิ่มรายได้ได้อย่างไร หากยังไม่รู้จักจัดการเวลากิจกรรมและผลงานของตัวเอง

ผู้ชนะจะเป็นนายจ้างและลูกจ้างในตัวคนเดียวเสมอ
เพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้โกหกตัวเอง
คุณจึงควรจดทุกอย่างที่คุณอยากตรวจสอบตัวเองออกมา

กฎข้อ 17 ตั้งเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่


กฎข้อ 18 ให้สิ่งที่ผู้อื่นต้องการ


กฎข้อ 19 อย่าเสียสมาธิ


กฎข้อ 20 เป็นต้นแบบมนุษย์ผลิตงาน


กฎข้อ 21 เริ่มทำเรื่องสำคัญให้เร็วที่สุด


กฎข้อ 22 รับผิดชอบอย่างเต็มที่
จงยอมรับว่าชีวิตของคุณทุกวันนี้ จะเป็นอย่างที่จะเตรียมไว้ในอดีต
ต่อเมื่อยอมรับ คุณจึงสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นคงที่จะเตรียมทางสำหรับอนาคตตั้งแต่วันนี้
ต้องยอมรับเท่านั้น คุณถึงจะมีอำนาจเหนือชีวิตตนเองได้

ผู้ชนะจะรับผิดชอบเต็มที่ และไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมามีอำนาจเหนือชีวิตของเขา เพราะเขารู้ดีว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ แต่สามารถตัดสินใจได้เสมอว่าจะให้ค่ากับเหตุการณ์นั้นหรือไม่และจะตอบสนองมันอย่างไร
พวกเขารู้ว่าอารมณ์ทางลบทั้งหลายจะไม่มีผลอีกต่อไป เมื่อตัวของเราเองเริ่มรับผิดชอบตนเอง


กฎข้อ 23 เรียนรู้วิธีจัดการความกลัว
ทุกคนมีความกลัว แม้แต่คนที่สามารถทำเรื่องยิ่งใหญ่ได้
คนกล้าหาญไม่ใช่คนที่ไม่กลัวเลย แต่เป็นคนที่แม้ว่าจะกลัวก็ยังเดินต่อเพื่อเอาชนะความกลัว

ความกลัวคือความคิดว่าไม่น่าจะทำได้จริง เราวาดภาพความคิดนี้อย่างชัดเจนและกลัวบ่อยๆ ความกลัวก็จะยิ่งเข้มแข็งและมีอำนาจมากขึ้น
เราแทบไม่อาจปกป้องตัวเองจากแรงกระตุ้นจากความกลัวได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนมันได้กลายเป็นเพื่อนหรือกลบมันได้

สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความกลัวคือความรู้สึกขอบคุณ
เราจะค้นพบว่าเราไม่อาจรู้สึกกลัวได้ระหว่างที่เรารู้สึกขอบคุณ

ดังนั้นหากนึกสิ่งที่รู้สึกขอบคุณได้ให้ 5 อย่างความกลัวของเราจะหายไปหมด อาจเป็นเรื่องง่ายๆ เช่น
- ขอบคุณที่เรายังเดินได้
- ขอบคุณมองเห็นพูดอ่านได้
- ขอบคุณที่เรายังมีรถบ้าน
- ขอบคุณมีคนที่เรารักและรักเรา

วิธีเอาชนะความกลัวอีกอย่างคือ "จดจ่อกับเป้าหมาย"
ความกลัวจะครอบงำเรา ก็ต่อเมื่อเราละสายตาจากเป้าหมาย
ให้เขียนเป้าหมายที่สำคัญที่สุดออกมาทุกสัปดาห์ และนึกเป็นภาพทุกวันว่าเราจะมีความสุขกับชีวิตอย่างไรเมื่อบรรลุเป้าหมาย

กฎข้อ 24 จดจ่อที่จุดแข็ง


กฎข้อ 25 ให้และให้อภัย


กฎข้อ 26 จัดการเรื่องเงินอย่างฉลาด


กฎข้อ 27 สร้างรากฐานอย่างอดทน


กฎข้อ 28 ห้อมล้อมตนเองด้วยคนต้นแบบ


กฎข้อ 29 ยอมรับความไม่พอใจ ให้เป็นแรงขับเคลื่อน
บุคคลที่สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ มีอะไรเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ
พวกเขาไม่พอใจกับชีวิตด้านใดด้านหนึ่งของตนเอง
และความไม่พอใจนี่เองที่กลายเป็นแรงผลักดัน

กฎข้อ 30 จงเป็นอินทรี อย่าเป็นเป็ด

เท่าที่ชอบก็มีเท่านี้นะครับ
ความจริงมีเนื้อหาอีกเยอะนะ ซึ่งมันดีทั้งนั้นเลย
แนะนำให้ซื้อมาอ่านกันนะครับ ผมว่าดีมากเลยเล่มนี้
ร้านซีเอ็ดมีนะ ผมซื้อที่นั่น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

สูตรเทรด ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 01 - ตัดเส้นขึ้นซื้อ ตัดลงขาย

RSI กับการ Breakout ของ Pivot Buy Point

จิตวิทยาเบื้องหลังการเคลื่อนไหวราคาและ Price Pattern

เทรดให้ได้แบบ Mark Minervini

ประโยคทองเกี่ยวกับความเสี่ยง ในหนังสือ "คัดหุ้นชั้นยอด ด้วยระบบชั้นเยี่ยม"