Morgan Stanley ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 ดอลลาร์ จาก 67 ดอลลาร์

Image
 Morgan Stanley ปรับคำแนะนำหุ้น $RKLB เป็น “Overweight” จากเดิม “Equalweight” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 ดอลลาร์ จาก 67 ดอลลาร์ ความเห็นของนักวิเคราะห์: “เราเห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทด้านอวกาศที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ มีความหลากหลายของธุรกิจ และมีศักยภาพการเติบโตระยะยาวที่น่าเชื่อถือ แม้ว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาอย่างมากแล้ว แต่เรามองว่าการ re-rating ครั้งนี้มีเหตุผลรองรับมากขึ้น จากความสามารถในการปล่อยจรวดที่พิสูจน์แล้วและทำซ้ำได้จริง เส้นทางที่ชัดเจนในการเข้าสู่ตลาดจรวดขนาดกลางซึ่งมีกำลังการผลิตจำกัด ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคพาณิชย์และภาครัฐ รวมถึงความชัดเจนที่ดีขึ้นของขนาดรายได้ในระยะยาว ในประเด็นนี้ เราขอเน้นถึงชัยชนะล่าสุดของบริษัทจากสัญญา Space Development Agency (SDA) มูลค่าประมาณ 816 ล้านดอลลาร์ ในโครงการ Tranche 3 Tracking Layer ซึ่งเรามองว่าเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ เราเห็นว่ารางวัลสัญญานี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ยืนยันว่าบริษัทสามารถแข่งขันและคว้าชัยเหนือผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ที่มีประสบการณ์ด้านอวกาศมาอย่างยาวนานได้อย่างมีป...

ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า "ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?"

ขอตอบว่า...
คือถ้าเรามองย้อนหลังไปจากตอนนี้ เรารู้หมดไงว่าราคามันวิ่งถึงไหน ก็เลยคิดว่า รู้งี้อัดตัวเดียวเต็มพอร์ตเลยดีกว่า

แต่บอกเลยว่ามันละอารมณ์กับตอนที่คุณอยู่หน้างาน คือตอนที่คุณ(ไม่สิ เอาแค่ผมก็แล้วกัน)ซื้อน่ะ มันมีสองอารมณ์คือซื้อแล้วก็เกิดอาการ กลัว กับ กล้า รวมกันกลายเป็นลุ้นครับ ลุ้นให้ยืนอยู่ไม่ลงมากินทุน ให้ผิดหวัง และกลายเป็นกลัว

พูดง่ายๆคือ เรารู้ว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่ก็ต้องแอบเผื่อใจไว้เจ็บด้วย

ซึ่งความเจ็บที่ว่านี้ มันเกิดจากการขาดทุนที่หนักหนาในอดีต ทำให้ผมต้องระวัง (จะว่าขี้ขลาดก็ได้) ถ้าเห็นตัวไหนลบเกินสามพันก็เหงื่อแตก เขกกระโหลกตัวเองแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆมันหลอน ดังนั้นอาจเป็นเพราะตัวเองไม่อยากเสียหายขนาดนั้นอีก จึงกลายเป็นสมองสั่งการให้จำกัดวงเงินเข้าซื้อเท่าที่จะทนได้ครับ

อีกอย่างก็บอกตรงๆเลยว่า ผมเชื่อว่าการเล่นหุ้นไม่มีสูตรสำเร็จที่แท้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ สูตรเดิมที่เราชนะมา อาจจะใช้กับตัวใหม่ไม่ได้(ซึ่งผมโดนบ่อยมาก) คือเรารู้แค่ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนมันเป็นใจต่อการเติบโตของราคาหุ้นแค่นั้นแหละ ที่เหลือก็ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคาดมั้ย ถ้าใช่คุณอาจซื้อเพิ่ม (ซึ่งในเคสนี้ผมไม่กล้าจริงๆ ก็เลยได้เท่านี้) ถ้าไม่ก็เลิก คิดแบบนี้น่าจะ feel good มากกว่านะผมว่า


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า