$MRVL กับตัวเร่งล่าสุด $MRVL x Google

Image
สรุปประเด็นหลักจากโพสต์ (เธรด) https://x.com/i/status/2046053166148682155 โพสต์นี้เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกจากข่าว Reuters (19 เม.ย. 2026) เกี่ยวกับ Google ($GOOGL) ที่กำลังหารือกับ Marvell ($MRVL) เพื่อพัฒนา ชิป AI ใหม่ 2 ตัว โดยมุ่งเน้นเรื่อง “ประสิทธิภาพการรัน AI ให้ดีขึ้น” (โดยเฉพาะ inference หรือขั้นตอนการใช้งานจริงที่สร้างรายได้) ประเด็นสำคัญ 10 ข้อ (สรุปสั้น ๆ) 1️⃣ ข่าวต้นเรื่อง Google คุยกับ Marvell เพื่อทำ 2 ชิป: ชิปหน่วยความจำ (Memory Processing Unit) ที่เชื่อมกับ TPU เดิม TPU ตัวใหม่สำหรับ inference โดยเฉพาะ → ไม่ใช่แค่ “ชิปเพิ่ม” แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้าง AI Infrastructure ของ Google ทั้งระบบทำ 2️⃣ไมต้องทำตอนนี้? AI มี 2 ระยะ: Training (ฝึกโมเดล) และ Inference (ใช้งานจริง) ตอนนี้ Inference สำคัญมากเพราะเป็นส่วนที่ทำเงินจริง → ต้องการชิปที่เร็ว ประหยัดไฟ และราคาถูก 3️⃣บทบาทของ Marvell Marvell ไม่ใช่โรงงานผลิตชิป แต่เป็นบริษัทที่ “ออกแบบชิปตามสเปกลูกค้า” → ถ้าคุยกับ Google สำเร็จ จะกลายเป็น “พันธมิตรออกแบบ” ในระบบ TPU ไม่ใช่แค่ supplier ธรรมดา 4️⃣Google ใช้ “Multi-sourcing” Go...

ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า "ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?"

ขอตอบว่า...
คือถ้าเรามองย้อนหลังไปจากตอนนี้ เรารู้หมดไงว่าราคามันวิ่งถึงไหน ก็เลยคิดว่า รู้งี้อัดตัวเดียวเต็มพอร์ตเลยดีกว่า

แต่บอกเลยว่ามันละอารมณ์กับตอนที่คุณอยู่หน้างาน คือตอนที่คุณ(ไม่สิ เอาแค่ผมก็แล้วกัน)ซื้อน่ะ มันมีสองอารมณ์คือซื้อแล้วก็เกิดอาการ กลัว กับ กล้า รวมกันกลายเป็นลุ้นครับ ลุ้นให้ยืนอยู่ไม่ลงมากินทุน ให้ผิดหวัง และกลายเป็นกลัว

พูดง่ายๆคือ เรารู้ว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่ก็ต้องแอบเผื่อใจไว้เจ็บด้วย

ซึ่งความเจ็บที่ว่านี้ มันเกิดจากการขาดทุนที่หนักหนาในอดีต ทำให้ผมต้องระวัง (จะว่าขี้ขลาดก็ได้) ถ้าเห็นตัวไหนลบเกินสามพันก็เหงื่อแตก เขกกระโหลกตัวเองแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆมันหลอน ดังนั้นอาจเป็นเพราะตัวเองไม่อยากเสียหายขนาดนั้นอีก จึงกลายเป็นสมองสั่งการให้จำกัดวงเงินเข้าซื้อเท่าที่จะทนได้ครับ

อีกอย่างก็บอกตรงๆเลยว่า ผมเชื่อว่าการเล่นหุ้นไม่มีสูตรสำเร็จที่แท้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ สูตรเดิมที่เราชนะมา อาจจะใช้กับตัวใหม่ไม่ได้(ซึ่งผมโดนบ่อยมาก) คือเรารู้แค่ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนมันเป็นใจต่อการเติบโตของราคาหุ้นแค่นั้นแหละ ที่เหลือก็ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคาดมั้ย ถ้าใช่คุณอาจซื้อเพิ่ม (ซึ่งในเคสนี้ผมไม่กล้าจริงๆ ก็เลยได้เท่านี้) ถ้าไม่ก็เลิก คิดแบบนี้น่าจะ feel good มากกว่านะผมว่า


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

Photonics Panic : บริษัทที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง (และโอกาสลงทุน)