Early Cycle: The World Computer

Image
20 ประเด็นหลักจากโพสต์ของ @TheShortBear เรื่อง “Early Cycle: The World Computer” วงจรคริปโตปัจจุบันเข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีที่เคยแยกกัน (บล็อกเชน, stablecoin, privacy, ตลาดกระจายศูนย์, AI agents) กำลังรวมตัวเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ลำดับการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตคือ Infrastructure → Security → Applications → Commerce → Capital → Speculation เทคโนโลยีที่เคยเป็นจุดขาย (เช่น Encryption/HTTPS) ค่อย ๆ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น Privacy ในคริปโตกำลังเปลี่ยนจาก “สินค้า” ไปเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” เหมือน HTTPS คำถามสำคัญเปลี่ยนจาก “โอนเงินส่วนตัวได้ไหม” ไปเป็น “เข้าร่วมเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหมดแบบส่วนตัวได้ไหม” Vitalik มอง Ethereum เป็น “Cryptographic World Computer” แบบ modular (L1 ทำ settlement, L2 ทำ execution, ZK ทำ privacy) อินเทอร์เน็ตเชื่อม “ข้อมูล” ส่วนบล็อกเชนเชื่อม “มูลค่าและความเป็นเจ้าของ” AI agents จะเชื่อมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันด้วยความเร็วที่สูงขึ้นมาก AI agents ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ลงมือทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริ...

ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า "ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?"

ขอตอบว่า...
คือถ้าเรามองย้อนหลังไปจากตอนนี้ เรารู้หมดไงว่าราคามันวิ่งถึงไหน ก็เลยคิดว่า รู้งี้อัดตัวเดียวเต็มพอร์ตเลยดีกว่า

แต่บอกเลยว่ามันละอารมณ์กับตอนที่คุณอยู่หน้างาน คือตอนที่คุณ(ไม่สิ เอาแค่ผมก็แล้วกัน)ซื้อน่ะ มันมีสองอารมณ์คือซื้อแล้วก็เกิดอาการ กลัว กับ กล้า รวมกันกลายเป็นลุ้นครับ ลุ้นให้ยืนอยู่ไม่ลงมากินทุน ให้ผิดหวัง และกลายเป็นกลัว

พูดง่ายๆคือ เรารู้ว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่ก็ต้องแอบเผื่อใจไว้เจ็บด้วย

ซึ่งความเจ็บที่ว่านี้ มันเกิดจากการขาดทุนที่หนักหนาในอดีต ทำให้ผมต้องระวัง (จะว่าขี้ขลาดก็ได้) ถ้าเห็นตัวไหนลบเกินสามพันก็เหงื่อแตก เขกกระโหลกตัวเองแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆมันหลอน ดังนั้นอาจเป็นเพราะตัวเองไม่อยากเสียหายขนาดนั้นอีก จึงกลายเป็นสมองสั่งการให้จำกัดวงเงินเข้าซื้อเท่าที่จะทนได้ครับ

อีกอย่างก็บอกตรงๆเลยว่า ผมเชื่อว่าการเล่นหุ้นไม่มีสูตรสำเร็จที่แท้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ สูตรเดิมที่เราชนะมา อาจจะใช้กับตัวใหม่ไม่ได้(ซึ่งผมโดนบ่อยมาก) คือเรารู้แค่ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนมันเป็นใจต่อการเติบโตของราคาหุ้นแค่นั้นแหละ ที่เหลือก็ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคาดมั้ย ถ้าใช่คุณอาจซื้อเพิ่ม (ซึ่งในเคสนี้ผมไม่กล้าจริงๆ ก็เลยได้เท่านี้) ถ้าไม่ก็เลิก คิดแบบนี้น่าจะ feel good มากกว่านะผมว่า


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

น้ำไหลนิ่ง: หลักธรรมะเพื่อเทรดเดอร์

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ