เรื่องราวของ Marvell $MRVL ฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลัง AI Data Center

Image
Marvell Technology ($MRVL) ในมุมของโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งหลายคนไม่ค่อยรู้จัก แม้บริษัทจะมีบทบาทสำคัญมากใน ศูนย์ข้อมูล AI เรื่องราวของ Marvell: ฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลัง AI Data Center สรุปจาก https://x.com/i/status/2029829959297159351 1️⃣ AI ไม่ได้มีแค่ GPU เวลาเราพูดถึง AI ส่วนใหญ่คนจะนึกถึง NVIDIA GPU แรง ๆ โมเดล AI ขนาดใหญ่ แต่ความจริงคือ GPU เป็นแค่สมอง ลองจินตนาการแบบนี้ GPU = สมอง สายเชื่อมต่อข้อมูล = เส้นประสาท หน่วยความจำ = เลือด ถ้าสมองเร็ว แต่เส้นประสาทส่งข้อมูลไม่ทัน ระบบทั้งหมดก็ช้าอยู่ดี ✅และ Marvell คือบริษัทที่สร้าง “เส้นประสาทของ AI” 2️⃣ รายได้ของ Marvell โตเพราะ AI ตัวเลขสำคัญมีแค่ 3 ตัว 📌รายได้ไตรมาสล่าสุด 2.219 พันล้านดอลลาร์ 📌รายได้ทั้งปี 8.195 พันล้านดอลลาร์ (สูงสุดในประวัติศาสตร์) 📌รายได้จาก Data Center 74% ของบริษัท 👉หมายความว่า ตอนนี้ Marvell กลายเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มตัวแล้ว 3️⃣ บริษัทนี้เคยเป็นบริษัทชิปธรรมดา ย้อนกลับไปประมาณ 10 ปี Marvell ทำชิปให้ - ฮาร์ดดิสก์ - WiFi - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เมื่อ Matt Murphy เข้ามาเป็น CEO ในปี 2016 เขาเปลี่...

ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า "ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?"

ขอตอบว่า...
คือถ้าเรามองย้อนหลังไปจากตอนนี้ เรารู้หมดไงว่าราคามันวิ่งถึงไหน ก็เลยคิดว่า รู้งี้อัดตัวเดียวเต็มพอร์ตเลยดีกว่า

แต่บอกเลยว่ามันละอารมณ์กับตอนที่คุณอยู่หน้างาน คือตอนที่คุณ(ไม่สิ เอาแค่ผมก็แล้วกัน)ซื้อน่ะ มันมีสองอารมณ์คือซื้อแล้วก็เกิดอาการ กลัว กับ กล้า รวมกันกลายเป็นลุ้นครับ ลุ้นให้ยืนอยู่ไม่ลงมากินทุน ให้ผิดหวัง และกลายเป็นกลัว

พูดง่ายๆคือ เรารู้ว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่ก็ต้องแอบเผื่อใจไว้เจ็บด้วย

ซึ่งความเจ็บที่ว่านี้ มันเกิดจากการขาดทุนที่หนักหนาในอดีต ทำให้ผมต้องระวัง (จะว่าขี้ขลาดก็ได้) ถ้าเห็นตัวไหนลบเกินสามพันก็เหงื่อแตก เขกกระโหลกตัวเองแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆมันหลอน ดังนั้นอาจเป็นเพราะตัวเองไม่อยากเสียหายขนาดนั้นอีก จึงกลายเป็นสมองสั่งการให้จำกัดวงเงินเข้าซื้อเท่าที่จะทนได้ครับ

อีกอย่างก็บอกตรงๆเลยว่า ผมเชื่อว่าการเล่นหุ้นไม่มีสูตรสำเร็จที่แท้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ สูตรเดิมที่เราชนะมา อาจจะใช้กับตัวใหม่ไม่ได้(ซึ่งผมโดนบ่อยมาก) คือเรารู้แค่ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนมันเป็นใจต่อการเติบโตของราคาหุ้นแค่นั้นแหละ ที่เหลือก็ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคาดมั้ย ถ้าใช่คุณอาจซื้อเพิ่ม (ซึ่งในเคสนี้ผมไม่กล้าจริงๆ ก็เลยได้เท่านี้) ถ้าไม่ก็เลิก คิดแบบนี้น่าจะ feel good มากกว่านะผมว่า


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ