ลิสต์หุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะตัวต่อไป

Image
ภาพจาก https://x.com/i/status/2028615169585111363 หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาหุ้นผู้ชนะตัวต่อไปคือการติดตามว่าหุ้นตอบสนองต่อรายงานผลประกอบการอย่างไร และนี่คือหุ้นที่มีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในตอนนี้: $AAOI Applied Optoelectronics +182.01% $LITE Lumentum +106.46% $FSLY Fastly +104.94% $GLW Corning +77.57% $POWL Powell Industries +64.35% $TER Teradyne +63.50% $SOLS Solstice Materials +62.61% $COHR Coherent +58.99% $ENLT Enlight Energy +56.43% $CAMT Camtek +55.11% $KEYS Keysight +53.77% $FIX Comfort Systems +53.27% $WDC Western Digital +52.42% $VRT Vertiv +52.09% เมื่อบริษัทมีผลประกอบการดีเกินคาด ตลาดจะทำการปรับราคาประเมินมูลค่าบริษัทใหม่ ทุกคนจะปรับเป้าหมายราคาขึ้น กองทุนต่างๆ ที่เคยถือหุ้นน้อยกว่าที่ควร (Underweight) จำเป็นต้องเข้ามาซื้อหุ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้น บางครั้ง มันเป็นเพียงกระแสชั่วคราว (One hit wonder) และราคาจะลดลงหลังจากผ่านไปสองสามวัน แต่ในกรณีอื่น ๆ มันจะกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผลประกอบการยืนยันว่าการเติบโตกำลังเร่งตัวขึ้น และ...

ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า "ถ้าคุณเห็นว่าทรงหุ้นมันเข้าสูตรมากๆ ทำไมไม่ทุ่มซื้อไปเลย?"

ขอตอบว่า...
คือถ้าเรามองย้อนหลังไปจากตอนนี้ เรารู้หมดไงว่าราคามันวิ่งถึงไหน ก็เลยคิดว่า รู้งี้อัดตัวเดียวเต็มพอร์ตเลยดีกว่า

แต่บอกเลยว่ามันละอารมณ์กับตอนที่คุณอยู่หน้างาน คือตอนที่คุณ(ไม่สิ เอาแค่ผมก็แล้วกัน)ซื้อน่ะ มันมีสองอารมณ์คือซื้อแล้วก็เกิดอาการ กลัว กับ กล้า รวมกันกลายเป็นลุ้นครับ ลุ้นให้ยืนอยู่ไม่ลงมากินทุน ให้ผิดหวัง และกลายเป็นกลัว

พูดง่ายๆคือ เรารู้ว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่ก็ต้องแอบเผื่อใจไว้เจ็บด้วย

ซึ่งความเจ็บที่ว่านี้ มันเกิดจากการขาดทุนที่หนักหนาในอดีต ทำให้ผมต้องระวัง (จะว่าขี้ขลาดก็ได้) ถ้าเห็นตัวไหนลบเกินสามพันก็เหงื่อแตก เขกกระโหลกตัวเองแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆมันหลอน ดังนั้นอาจเป็นเพราะตัวเองไม่อยากเสียหายขนาดนั้นอีก จึงกลายเป็นสมองสั่งการให้จำกัดวงเงินเข้าซื้อเท่าที่จะทนได้ครับ

อีกอย่างก็บอกตรงๆเลยว่า ผมเชื่อว่าการเล่นหุ้นไม่มีสูตรสำเร็จที่แท้จริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ สูตรเดิมที่เราชนะมา อาจจะใช้กับตัวใหม่ไม่ได้(ซึ่งผมโดนบ่อยมาก) คือเรารู้แค่ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนมันเป็นใจต่อการเติบโตของราคาหุ้นแค่นั้นแหละ ที่เหลือก็ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคาดมั้ย ถ้าใช่คุณอาจซื้อเพิ่ม (ซึ่งในเคสนี้ผมไม่กล้าจริงๆ ก็เลยได้เท่านี้) ถ้าไม่ก็เลิก คิดแบบนี้น่าจะ feel good มากกว่านะผมว่า


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์