Swing Trading Success Case : CHO


CHO ถือเป็นหุ้นที่ผมฟลุคได้กำไรมาแบบไม่คาดฝันจริงๆ
ก็เป็นการลองขายหุ้นในตอนที่มันวิ่งขึ้นแรงๆ แบบ selling into strength อย่างแท้จริง
ผมจะพิสูจน์ว่า ถ้าขายหุ้นทำกำไรที่ 10-20% แล้วตัดขาดทุนที่ 3-5% มันจะทำให้ผมอยู่รอดได้มั้ย
ถ้าได้ ก็น่าจะเป็นสไตล์การทำเงินของผมต่อไปครับ
จะเปลี่ยนจากการพยายามรันเทรนด์ให้ได้เด้ง มาเป็นหมุนเงินทบต้นเอา

ราคาปัจจุบันเป็นแบบนี้นะ ก็เสียทรงเรียบร้อยแล้ว โม้ได้



เดี๋ยวผมจะเขียนให้อ่านว่าเข้าตรงไหน
ก็เป็นการเอามาจากบันทึกการเทรดของตัวเองนั่นแหละครับ

14/11/2018
CHO : ซื้อเพราะเห็นข้าม 1.35 ได้ เลยเข้าที่ 1.37 1.36 และในก็ไหลลงไปทีละช่อง มีการตบขาย ไล่งับทีละนิดในช่องให้อึดอัด จึงลดความเสี่ยงออกไปนิดหน่อยที่ 1.35
แต่สุดท้ายปิด 1.36 ยังพอมีลุ้น


วิเคราะห์ย้อนหลัง : นี่เป็นทรงที่ผมชอบมากครับ เพราะ...
๑) ราคาเปิด gap ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่ามี demand เข้ามาแข็งแรงมาก น่าเข้าไปเก็งกำไรตาม
๒) หลังจากเปิดกระโดด ราคามีย่อ แต่ไม่ไหล มีการไล่ราคาขึ้นไปเพื่อรักษาระดับเอาไว้ แบบนี้มีลุ้น
๓) เมื่อราคาไม่ลงต่อ เลือกออกข้างพักตัวด้วยแท่งสั้นแบบนี้น่าสนใจ
๔) จากนั้นเมื่อราคาดีขึ้นไปข้ามกรอบการพักตัวขึ้นไปได้ น่าตาม เพราะมันมีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ เพราะ demand มีมาจ่อตั้งแต่การ เปิด gap แล้วไง

นึกภาพออกมั้ยครับ ผมจะเรียงลำดับจุดสังเกตตามหลัก demand - supply แบบนี้
อันดับแรก ราคาเปิด gap แสดงออกมาว่า demand เข้าที่แข็งแรง ราคาอยากวิ่งขึ้น
ต่อมา ราคาไม่ลงต่อ เลือกพักตัว ยืนได้ในโซนบน แสดงว่า demand ยังอยู่ แถม supply อ่อนแอมาก
จากนั้นราคาดีดกลับขึ้นไปทะลุกรอบการพักตัวได้ แสดงว่า demand ออกโรงแล้ว มีโอกาสไปต่อได้ทันที

จำที่ผมเขียนไว้ในหนังสือเล่มดำได้มั้ยครับ?
บทที่ว่าด้วย The line of least resistance น่ะ
ทรงแบบนี้นี่แหละโดย resistance ก็คือ supply ที่อ่อนแรง
พอ supply ต้าน demand ที่ดุดันไม่ไหว ก็ทำให้ demand ออกตัวทลายด่านขึ้นไปได้แบบง่ายๆ


อีกประเด็นที่อยากชี้ก็คือ ผมจะไม่พยายามซื้อตอนที่ราคาทำนิวไฮ
คือถ้าใช้แท่งแดงที่เปิด gap แท่งแรก จุดสูงสุดของมันคือ 1.41 บาท
คือถ้าเราไปรอซื้อตอนที่ราคา breakout ระดับนั้น มันเสี่ยงเกินไป
หากเห็นว่าราคามันสร้างฐานที่น่าสนใจระหว้งการย่อ โดยที่ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณบอกว่า demand เข้ามาอย่างรุนแรงแล้ว มีโอกาสไปต่อ ท่านสามารถเข้าไปก่อนได้ ไม่ต้องรอ
(ปล. นี่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองนะ ผมชอบแบบนี้)


เสริมอีกเรื่อง
บางคนอาจสงสัยว่าหาหุ้นเจอได้ยังไง?
๑) ผมมีลิสต์หุ้นเปิด gap เอาไว้ตลอดครับ เพราะชอบเป็นการส่วนตัว
๒) ถ้าลืมก็ไปเช็คที่ RSI >50 ครับ เปิดไล่ดูก็จะเห็นหุ้น demand เข้าสวยๆ
ผมเคยเขียนแนวทางไว้ที่โพสต์ เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง ลองอ่านดูนะ
โอกาสมักจะมาหาคนที่เตรียมพร้อมเสมอครับ
หมั่นทำการบ้านเก็ยหุ้นที่น่าสนใจไว้ใน watchlist ตลอดครับ และให้ถือเงินสดเอาไว้เสมอ อย่าติดหุ้น เดี๋ยวโอกาสก็จะมาหาท่านเอง  เพราะ "โอกาสก็เหมือนรถเมล์ มันมาเรื่อยๆ พลาดคันนี้เดี๋ยวอีกคันก็มา ขอแค่ให้เรารอเป็น เดี๋ยวมันก็จะมาจอรอเบื้องหน้าเราเอง"

15/11/2018
CHO บวกต่อได้ดีจัง ปิด 1.45 แจ่มเลย ขอลุ้นต่อ

วิเคราะห์ย้อนหลัง :  นี่เป็นผลของ the line of least resistance เมื่อ supply หมดแรง demand ก็ร่าเริง ราคาจึงวิ่งขึ้นต่อได้แรงไง ดังนั้นจำทรงแบบนี้ให้ดี


16/11/2018
CHO ราคาแกว่งแรง กดดันให้ทยอยขายหุ้นล็อกกำไร ที่ 1.42, 1.44, 1.45 แต่ราคาปิด 1.47
แต่ยังเหลือหุ้นอีกเยอะเลย ขอทนรวยต่อ

วิเคราะห์ย้อนหลัง :  ช่วงนี้ผมเริ่มทยอยขายออกบ้างแล้ว เพื่อล็แกกำไรบางส่วน
เนื่องจากเราเองก็มีความกลัวจากสภาพตลาดด้วย
และที่สำคัญคือ เราไม่มีทางรู้การเคลื่อนไหวในอนาคตของมันเลย
ดังนั้นการทยอยขายเมื่อราคาวิ่งแรง หรือราคาแสดงออกว่ามีความผันผวนผิดปกติ ถือว่าเป็นเรื่องควรทำ


19/11/2018
CHO เห็นราคาทำแท่งเขียวยาว ก็เริ่มอยากขายอีก จึงทยอยขายออกไปอีก

วิเคราะห์ย้อนหลัง :  ตอนนี้ mindset ของผมเปลี่ยนแล้วครับ ไม่พยายามขายหุ้นที่จุดสูงสุดอีกแล้ว
กำไรพอใจเมื่อไหร่ ทยอยขายออกไปเรื่อยๆ เก็บกำไรเอาไว้
ไม่เล่นพร่ำเพรื่อ เจอที่ใช่ค่อยซื้อ ถ้ากำไรก็รันให้ถึงเป้าแล้วขาย
ถ้าซื้อแล้วซึมหรือร่วง รีบขายออก ลดความเสี่ยงไปก่อน


รายงานครึ่งวัน 20/11/2018
SET - 14.84 1621.84
ค่อยๆลงจากลบ 5 แล้วก็ดิ่งนรก
หุ้นเราก็ลงตาม โดยเฉพาะตัวอ่อนแอ จึงทยอยตัดขายออกไป
CHO เปิดต่ำแล้วบวกสวนขึ้นไป (แข็งกว่าตลาด) จึงยังทนถือ


21/11/2018
SET +5.30 1677.33 ฟื้นดีแต่ยังไม่มีนัยยะอะไรนัก ต้องดูวันต่อไป
CHO ทยอยขายอีก ที่ 1.70, 1.69, 1.66,1.65, 1.64 สบายดีจังชอบๆๆๆ ทรงวันนี้ดูท่า supply จะเริ่มแรงขึ้น และ demand เริ่มอ่อนแอ คงได้เท่านี้แหละ ซึ่งโอเคเลย 


วิเคราะห์ย้อนหลัง :   ผมเห็นสัญญาณ demand ไปต่อไม่ไหว จึงเริ่มทยอยขายออกไปอีก
เริ่มรู้สึกว่าการขายในตอนที่เรายังมีกำไรอยู่ มันดีแบบนี้จริงๆ
ปล. ช่วงนี้ CHO บวกให้ผมกำไร 21% ทำให้รู้ว่ายิ่งกำไรมาก การทยอยขายออกยิ่งรู้สึกสนุก เพราะว่ามันมียอดกำไรเป็นตัวเขียวไง มันยอดจริงๆ นี่แหละประโยชน์ของการ swing trade


22/11/2018
SET -12.93 1604.40 จ่อร่วงนิวโลว์ น่ากลัว
CHO ปล่อยออกหมดไปแล้ว ที่ 1.64-1.63-1.62-1.60 

วิเคราะห์ย้อนหลัง :   พอเห็นทรงราคากลับตัวหลังจากที่ demand อ่อนแรง ผมก็เลยตัดสินใจขายล็อกกำไรที่เหลืออกหมด เพราะมองว่าเมื่อ demand ไม่สามารถดันหุ้นให้มีโมเมนตัมไปต่อได้ จากนี้ไปก็คงเป็นจังหวะที่ supply ออกโรงแล้ว ราคามีโอกาสร่วงลงแรง หรือไม่ก็พักตัว แต่ด้วยความที่ผมพอใจกำไรระดับ 20% แล้ว จึงไม่ซีเรียสอะไรมาก เอาเท่าที่ได้


จากนั้นผมก็ไม่ได้บันทึกเกี๋ยวกับ CHO อีก
โดยราคามันก็เดินทางไปเป็นตามกราฟล่าสุดนี้

คือมันร่วงต่อ แล้วจากนั้นก็ดีดขึ้นแรงกลับขึ้นไปพักตัวที่ระดับ 1.65-1.67 ซึ่งบีบตัวได้ดีมาก
ยอมรับว่าตอนนั้นตัวเองก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดรีบขายเกินไปหรือเปล่านะ? เพราะทรงหารพักตัวน่าไปต่อมากๆ แต่พอมันดีดขึ้นไปเขี่ย 1.71-1.73 ก็ยืนไม่อยู่ โดนขายให้กลับตัวแรง แท่งแดงยาว ก็สื่อชัดเจนว่าจบรอบแน่ (ประเด็นนี้ผมเขียนในหนังสือเล่มเขียวนะครับ บทที่ 13 เกี่ยวกับการกลับตัวจบรอบของหุ้นซิ่งโมเมนตัมแรง ไปเปิดอ่านดูได้)


คือโดยหลักการขายหุ้นออกของผมคือ 
๑) จะขายล็อกกำไรในช่วงที่ราคาวิ่งขึ้นแรงๆ คือไม่พยายามกะเก็งว่าต้องกำไรเท่าไหร่ถึงจะต้องขาย คิดเพียงว่าเราให้ความเสี่ยงของหุ้นตัวที่ไว้เท่าไหร่สมมุตื stop loss 5% ถ้าเห็นราคาบวกกำไรเกิน 5% ต้องทยอยขายออกไปได้แล้ว ผย่าได้รอที่ 10% ค่อยขาย เพราะหุ้นบางตัวมันไม่ไปต่อเกิน 10% แทนที่เราไปบังคับตัวเองให้ทนรอขายที่ตรงนั้น พอราคาไปไม่ถึงหรือแค่เขี่ย เราก็ไม่กล้าขายออก ปล่อยให้มันร่วงแรงจนได้ขายที่ 2-3% หรือตัดใจขายที่ระดับ stop loss ก็มี(ผมเจอกับตัวมาแล้ว จึงปรับสูตรใหม่) แล้วจากนั้นถ้าราคาทะลุข้าม 10% ได้ ก็ค่อยๆทยอยขายออกไปเรื่อยๆ โดยการขายแบบนี้ท่านจะมีสุขมาก 
๒) จะปล่อยออกหมด เมื่อเห็นว่าราคามีการสวิงตัวแรงกว่าที่เคย เพราะสื่อว่าราคาเข้าสู่ช่วง distribution แล้ว ราคามีโอกาสกลับตัวแรงและจบรอบ (ซึ่งไม่ใช่ทุกตัวจะจบรอบนะ แต่ในเมื่อเราไม่รู้อนาคต ก็ต้อง trade as it happen คือถ้าคิดว่าพอใจกำไรแล้ว คิดว่าน่าจะเสี่ยงมากขึ้น การขายหุ้นออกไปทั้งหมดในตอนที่เรายังมีความได้เปรียบ ถือเป็นเรื่องดีไม่น้อยครับ)

สรุปคือผมกำไรจากตัวนี้ประมาณ 18% โดยเฉลี่ย
แต่กำไรก็ไม่มากมายอะไรนักหรอก เพราะซื้อไม่เยอะแค่ 10% ของพอร์ตเท่านั้นเอง
เป็นการเทรดเพื่อหาจังหวะที่ใช่สำหรับตัวเองมากกว่า
โดยวิชาทั้งหมดที่ผมใช้ก็เอามาจากสิ่งที่ผมเขียนในหนังสือเล่มดำกับเขียว ดังแสดงข้างล่างนี้ครับ

โดยตอนนี้ผมคิดว่า แนวทางการใช้ technical ของตัวเองอยู่ตัวแล้ว ผมเจอ setup ที่เหมาะกับตัวแล้ว ซึ่งทั้งหมดเขียนไว้ในหนังสือเขียวกับดำทั้งหมดแบบไม่มีกั๊ก เพราะมันเป็นเหมือนรอยเท้าของการเรียนรู้ของตัวผมเองทั้งหมด

จากนี้ไปก็จะเป็นการปรับสภาพทางจิตใจของตัวเองแล้วว่า จะบริหารความโลภ และความกลัวยังไงให้ตัวเองมีกำไรในตลาด และทำเงินจากตลาดได้ยังไงให้รวยได้ ซึ่งพวกนี้ผมเริ่มเชื่อแล้วว่ามันสำคัญกว่าความรู้ทาง technical เสียอีก ก็จะพยายามให้เวลาศึกษามันให้มากขึ้น เดี๋ยวถ้าตกผลึกเมื่อไหรจะมีหนังสือให้ท่านได้อ่านกันอีกแน่นอนครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมฮิต Buy Signal - สัญญาณซื้อ หุ้น แบบต่างๆ

(ดีมากอยากให้อ่าน) เทคนิค ขายหุ้น แบบ CANSLIM

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

ทุกสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนอ่านหนังสือ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท"

บทสัมภาษณ์ Mark Minervini : วิธีหาหุ้น Superperformance

สรุปหนังสือ ล้มไปข้างหน้า - Failing Forward