คุณสมบัติของ Top Trader : อึด (Grit)


ความอึด ถือเป็นอีกหนึงคุณสมบัติ ที่นักเทรดผู้ประสบความสำเร็จต้องมี
เพราะในระหว่างทางของความสำเร็จนั้น พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรค ซึ่งมันจะทำให้คนส่วนใหญ่ที่ไม่อึด ต้องเลิกล้มความตั้งใจ เดินออกไปจากเกม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ปรารถนา

คือนักเทรดหน้าใหม่ส่วนใหญ่ มักอยากรวยเร็วๆ จึงมองข้ามช่วงยากลำบากระหว่างทางกว่าจะจะประสบความสำเร็จ บางคนนึกว่าเซียนหุ้นเกิดมาเก่งเลยก็มี ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะพวกเขาทุกคนล้วนประสบกับความยากลำบาก ต้องขาดทุนหนักติดต่อกันหลายครั้งจนกว่าจะพบทางสว่าง หรือไม้ตาย และหลักการทำเงินให้รวยอย่างยั่งยืน



ดังนั้น ถ้าหากเราอยากไปให้ถึงฝั่งฝันอย่างที่ไอดอลของเราทำได้
อยากอึดแบบเขา ควรทำอย่างไร?
๑) ให้คุณค่ากับความพยายาม 
อย่าไฝ่ฝันหาความเพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ แต่จงทำให้มันสมบูรณ์แบบ อย่าท้อ หรือโทษความต่ำต้อย ความยากจน กว่าจะได้อะไรก็ช่างยากเย็น แต่จงภูมิใจใน upside ของตัวเองที่มีมากกว่าคนที่เพียงพร้อม ให้มองว่าถ้าเราประสบความสำเร็จได้ เราจะเป็นผู้มีชื่อเสียง ที่เป็นต้นแบบของคนรุ่นหลัง

พี่มาร์คบอกว่า "ความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อผมตัดสินใจลืมเรื่องเงิน และมุ่งมั่นที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ แล้วเงินทองก็จะตามมาเอง" แกจึงทุ่มเวลา 70-80 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เพื่อให้เวลาศึกษาเรื่องหุ้น บางวันก็ศึกษาเพลินจนสว่างคาตาก็มี

พี่แดน ใช้เวลาในการศึกษาเทคนิคอล โดยเฉพาะ price pattern กว่า 10,000 ชั่วโมง

พี่มี่ ทิวา เรียนจบ ม. 3 แต่อยากรวยหุ้น สิ่งที่แกทำคือพยายามอ่านหนังสือ ภาาอังกฤษที่ไม่เคยกระดิก ก็พยายามทำความเข้าใจ ความรู้ทางบัญชีที่ไม่เคยเรียนมา ก็พยายามหาข้อมูล ถามเพื่อนที่เก่งกว่า จนในที่สุดแกสามารถทำในสิ่งที่คนเรียนปริญญาโทบางคนทำไม่ได้เท่าแกด้วยซ้ำ

ด้วยความที่พวกเขามีพื้นฐานทางการศึกษาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จึงไม่มีทางเลือก ต้องพยายามอย่างหนัก และผลของความพยายามก็ทำให้มีความเชี่ยวชาญเหนือกว่าคนที่เรียนสูงกว่าได้แบบสามารถเป็นอาจารย์ให้คนจบปริญญาได้เลย

แล้วคุณล่ะ จบปริญญา เรียนสูงกว่า อย่าได้ยอมแพ้พวกเขาครับ


๒) พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ใหม่ 
เมื่อถูกปฏิเสธ คนส่วนใหญ่มักจะมองอุปสรรค คือกำแพงที่ขัดขวางไม่ให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องล้มเลิก เขาไม่หยุดดูและพยายามเรียนรู้จากมัน เห็นแล้วหันหลังกลับ

แต่การลุกขึ้นสู้ครั้งใหม่จะมีค่ามากขึ้นถ้าคุณเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งก่อน ไม่สู้ด้วยแนวทางที่แพ้ซ้ำซาก ต้องตรวจสอบความผิดพลาดของตัวเอง หาความรู้เพื่อปกปิดจุดอ่อน และพัฒนาให้ตัวเองเก่งขึ้นก้าวข้ามคนเดิมที่ล้มเหลวให้ไกลที่สุดครับ

พี่มาร์ค ขาดทุนหนัก หมดตัวไปสองครั้ง แต่ก็ยังยืนหยัดหาเงินมาสู้ใหม่ จนพบจุดเปลี่ยน คือรู้ตัวว่า เป้าหมายของการเทรดคือ "การทำเงิน" ไม่ใช่การเป็นคนถูกต้อง
จึงกลับมาวิเคราะห์ความผิดพลาดของตัวเอง เริ่มด้วยการฝึกฝนที่ถูกต้อง คือการมุ่งมั่นวิเคราะห์ผลงานของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อค้นหาว่าวิธีการของคุณผิดตรงไหน
แกบอกว่า อย่าลืมหุ้นที่คุณขาดทุน นั่นเป็นวิถีของเทรดเดอร์ขี้แพ้ 90% จงกลับไปวิเคราะห์ความผิดพลาดและเรียนรู้จากมัน เพราะนั่นเป็นวิถีของมืออาชีพ

พี่แดน ก็ขาดทุนหมดตัวไปหลายครั้ง ตอนแรกเริ่มเทรดมีเพื่อนร่วมเทรดเป็นสิบ แต่พอตลาดเป็นขาลงให้ขาดทุนหนัก เพื่อนก็หายไปหมด เหลือแกคนเดียวที่ยังยืนหยัดกลับมาสู้ต่อ แกใช้เวลามากกว่า 10,000 ชั่วโมงเพื่อการศึกษาทุกรูปแบบของ chart pattern ไม่ว่าจะเป็น Cup and handle, falling wedges,  Ascending Triangles,  Bull and Bear Flag และรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย และเมื่อแกจะได้และใช้ถูกจังหวะ ก็ทำเงินจากมันได้อย่างหาศาล

หลังจากที่เสี่ยยักษ์ ขาดทุนหนัก ก็ไม่ยอมแพ้ แกตั้งปณิธานไว้ว่า "ถ้าวันหนึ่งคนอื่นทำงาน 8 ชั่วโมง เราต้องทำงาน 10 ชั่วโมง ต้องกลับมา “ชนะ” ให้ได้"

เสี่ยป๋อง ก็เช่นกันครับ ขาดทุนหนักแทบหมดตัว แต่ก็ไม่ถอดใจ แกหาอ่านหนังสือเทคนิคอล ศึกษาอย่างหนักหน่วง จนกลายเป็นผู้รู้แจ้งในศาสตร์ จากนั้นก็เป็นช่วงเก็บเกี่ยวกำไร ร่ำรวยมหาศาล

ท่านจะเห็นว่า ผู้ชนะจะมองว่าความผิดพลาดหรืออุปสรรคเหล่านั้น ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเลย เขาพยายามที่จะเรียนรู้จากมัน เพื่อที่จะหาทางผ่านให้ได้ หากปีนไม่ได้ ก็ต้องเกาะขอบไปเรื่อยๆเพื่อหาทางเข้า เขาจะพยายาม

สิ่งสำคัญที่ทำให้ใครสักคนไม่ล้มเลิก คือเป้าหมาย
passion ที่เขาไม่สามารถหยุดอยู่ตรงนี้ได้ เขาต้องไปต่อ


แนวทางการสร้างความอึด
๑) กล้ารับมือกับปัญหา
เชื่อว่ามันคือความท้าทาย ถ้าทำได้ ผ่านได้ คุณจะเก่งขึ้น มันจะทำให้คุณใช้เวลาเพื่อทำการศึกษาปัญหานั้นมากกว่าคนอื่น คุณจะไม่กลัว และเมื่อไม่กลัว+ให้เวลาในการศึกษา ในที่สุดก็จะผ่านได้

คนที่ประสบความสำเร็จ จะมีนิสัยที่ต่างจากคนล้มเหลวคือพวกเขากล้ารับมือกับปัญหา เพราะพวกเขามีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ เมื่อพร้อมรับผิดชอบ จึงกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาด และกล้าสู้กับความท้าทายใหม่ๆ เพราะพวกเขาต้องก้าวไปข้างหน้า ต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
คนที่ไม่พอใจในปัจจุบัน และอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิมอย่างแท้จริง เขาจะเป็นผู้ชนะในที่สุด

๒) ความยืดหยุ่น
ก่อนที่จะยืดหยุ่นได้ คุณต้องให้คุณค่ากับปัญหา รู้ว่าปัญหาคือความท้าทาย ในแบบข้อแรก การตระหนักรู้ว่าปัญหาคือความท้าทาย จะทำให้คุณไม่รีบเข้าปะทะ ไม่หักหาญ สู้แบบไม้เดียวจบ แต่จะพยายามเข้าไปเขี่ยๆ ลองปะทะทีละน้อยๆ เพื่อทดสอบแรง ซึ่งมันจะทำให้คุณได้เรียนรู้จากมัน

คนที่รู้จักยืดหยุ่น ต้องเคยมีประสบการณ์กับสถานการณ์นั้นมาก่อนครับ คือถ้าคุณณเคยปะทะแล้วแพ้มาก่อน ถ้าคุณเจ็บแล้วจำ คราวหน้าคุณจะรู้จักยืดหยุ่น และมีกลยุทธมากขึ้น นี่แหละครับข้อดีของความล้มเหลว ถ้าท่านไม่ยอมแพ้และเรียนรู้ ครั้งหน้าท่านจะมีชั้นเชิงมากขึ้น


๓) มีความสุขที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง
นี่เป็นอีกคุณสมบัติของผู้ชนะ พวกเขาเริ่มต้นด้วยตัวเองได้ทันที
ไม่ต้องรอถามว่าสิ่งนี้ สิ่งนั้นทำได้หรือเปล่า  แบบคนขาดความมั่นใจ

การทำอะไรได้ด้วยตัวเอง มันเป็นการแสดงออกว่าพวกเขาคิดเองเป็น และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง อีกทั้งยังทำให้เขามีความคิดริเริ่มด้วย
เพราะการจะคิดเองทำเองได้ คุณต้องมีความมั่นใจในของที่คุณมี และพร้อมที่จะหยิบมาใช้เพื่อต่อสู้และแก้ปัญหาหน้างาน

อีกอย่างคือ มันก็เกี่ยวข้องกับข้อแรกและข้อสอง คือถ้าคุณไม่กลัวอุปสรรค คุณก็ไม่กลัวที่จะเริ่มทำอะไรด้วยตัวเอง

คนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีส่วนหนึ่งของชีวิตที่ "อยู่คนเดียวได้" บ่อยครั้งที่เขาพบกับปัญหา แทนที่จะเร่ไปขอความเห็น ความช่วยเหลือจากคนอื่น พวกเขากลับขอเลือกอยู่นิ่งๆเงียบๆ หรือเดินทางคนเดียว เพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ที่เขาเจอ ล้วนมาจากข้างในของตนเอง


๔) การจดจ่อยืนหยัดต่อเป้าหมาย
เมื่อไม่กลัวอุปสรรค เมื่อมีเป้าหมายที่เร้าใจ กล้าที่จะลงมือทำเอง การล้มเลิกกลางคันก็จะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมแน่นอน นี่แหละความอึดก็จะเกิดขึ้น

การจดจ่อต่อเป้าหมาย ทำให้ท่านไม่เสียเวลาสนใจกับปัญหาปลีกย่อย เหมือนที่เขาว่า "คิดจะไปดวงดาว อย่ากลัวหมา ที่เห่าอยู่ข้างทาง" เพราะสิ่งนั้นมันไม่ช่วยให้ชีวิตท่านดีขึ้น ขืนให้ความสนใจก็รังแต่จะทำให้ท่านเสียเวลาเปล่า

ดังนั้นถ้าคุณขาดทุน แทนที่จะไปเจ็บปวดกับมัน ก็จงรีบเคลียร์ให้จบ เพื่ออะไรครับ? ก็เพื่อทำตัวเองให้โล่ง เพื่อเดินต่อ ทำกำไรกับโอกาสที่จะมาในครั้งหน้า ที่เราจะไม่ผิดซ้ำแบบเดิมอีก

เมื่อคุณไม่ปฏิเสธอุปสรรค คุณพร้อมรับมือกับมัน การคิดล่วงหน้าไว้ก่อนคือสิ่งที่ผู้ชนะเขาทำกัน การเป็นนักเตรียมตัวล่วงหน้า รับหน้ากับอุปวรรคที่จะเกิดขึ้น คนที่วางแผนไว้ก่อน มักจะไม่สติแตก เมื่อเจอปัญหา เมื่อสติดี ความอึด ก็จะบังเกิด


๕) ความหวัง
"หากจะต้องสูญเสียทุกอย่าง ความหวังขอให้เป็นสิ่งสุดท้าย"
ความหวังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอึด เพราะมันทำให้เขากลั่นใจก้าวไปข้างหน้า หรือเลวร้ายสุดคือหยุด และพิจารณาปัญหา ซึ่งการจะมีหวังได้ เป้าของคุณก็ต้องอยู่ไกลกว่าปัญหาที่กำลังขัดขวางคุณ

ความหวังคืออะไร?
มันมีจิตวิทยาเบื้องหลัง คือเรายังมี "ศรัทธาต่อตัวเอง" อยู่ไงครับ
คุณศรัทธาว่าตัวเองมีค่า มีความสามารถในการลงมือทำให้ประสบความสำเร็จได้
"หนทางไปสู่ความสำเร็จ มีมากกว่าหนึ่ง" ความหวังทำให้ท่านไม่จนแต้ม ท่านจะพยายามหาหนทางใหม่ๆเพื่อที่จะก้าวผ่าน หรืออ้อมอุปสรรคไปให้ได้
ความหวังคือส่วนหนึ่งขของความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ มันคือสมบัติล้ำค่าของมนุษย์เรา ซึ่งมันเกิดจากความศรัทธาในตัวเอง ว่าฉันมีดีพอที่จะประสบความสำเร็จครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมฮิต Buy Signal - สัญญาณซื้อ หุ้น แบบต่างๆ

(ดีมากอยากให้อ่าน) เทคนิค ขายหุ้น แบบ CANSLIM

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

แชร์ไอเดีย Double Bottom Undercut (Shakeout +3) สำหรับคนชอบ Buy on Dip

ทุกสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนอ่านหนังสือ "ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท"

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

บทสัมภาษณ์ Mark Minervini : วิธีหาหุ้น Superperformance