16 ประเด็นน่าสนใจจากหนังสือ Skill before Passion

Image
๑) จงเก่ง จนใครๆ ก็ไม่กล้าเมิน ทำไมคนอื่นถึงไม่กล้าเมิน? เพราะถ้าคุณเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอ คนอื่นก็จะมาหาคุณเอง ยิ่งเชี่ยวชาญ รายได้ มูลค่าของคุณก็ยิ่งสูงตามเท่านั้น ยิ่งเชี่ยวชาญ ยิ่งทำแล้วได้ คุณก็จะหลงใหลในงานนั้นไปเอง ความเชี่ยวชาญ = ต้นทุนทางอาชีพ ยิ่งอาชีพไหนที่หายากและมีคุณค่า ตลาดต้องการมาก ๆ = ต้นทุนยิ่งสูงตาม ไอเดียง่าย ๆ คือ งานที่คุณจะให้อะไรแก่โลกนี้ ไม่ใช่โลกจะให้อะไรแก่คุณ ยิ่งให้โลกให้สังคมได้มากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะสูงตามเท่านั้น มุ่งมั่นสร้างความเชี่ยวชาญ สร้างต้นทุนทางอาชีพให้ได้ก่อน เมื่อคุณมีต้นทุน เมื่อนั้นคุณจะมีอำนาจในการเลือก การทำ และอิสระในการใช้ชีวิต ปล. หนังสือเล่มนี้ มีส่วนผสมระหว่างหนังสือ เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี กับ Talent is Overrated ๒) ศาสตร์แห่งความหลงใหล - ความหลงใหลในอาชีพเป็นสิ่งที่หายาก - ความหลงใหลต้องอาศัยเวลา - ความหลงใหลเป็นผลพลอยได้จากความเชี่ยวชาญ ๓) แรงจูงใจ มาจากความรู้สึกถึงอิสระ+อำนาจในการควบคุม, รู้สึกว่าตนเองเก่ง,  รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น ๔) สมมติฐานเรื่องความหลงใหลทำให้ผู้คนเชื่อว่างานที่ใช่กำลังรออยู่ที่ไหนสักแห่งและเมื่อ

Do Story : วิธีเล่าเรื่อง ให้ โลกต้องฟัง

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit


เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ บางๆ ผมเห็นซุกอยู่ในมุมของชั้นหนังสือ แต่ที่หาเจอเพราะมีความต้องการหาหนังสือเกี่ยวกับการเขียนอยู่พอดี ทั้งชั้นมีเล่มเดียวจริงๆ
เมื่อดูปก
ภาพรวมของชื่อ ไม่โดนสักเท่าไหร่ แต่คำว่า "วิธีเล่าเรื่อง" ก็น่าจะสนอง need ได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

พลิกไปดูปกหลัง
มีการเน้นคำว่า "เรื่องราว" ตัวใหญ่เด่น ก็ตรงกับ need พอดี ซึ่งถ้าใครอยากหาเรื่องแบบนี้ ก็น่าจะมีน้ำหนักให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นอีก

ช่วงล่าง มีการระบุ "...พื้นฐานของการเล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้คุณสั่นสะเทือนหัวใจของทุกคน..." ทำให้ว่าที่ลูกค้าสร้างจินตนาการปะติดปะต่อเองไปว่า อย่างน้อยเราน่าจะได้พื้นฐานของการเล่าเรื่องได้ดีขึ้น

ราคา 150 บาท หนังสือมีการซีลพลาสติก จึงไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรอยู่กันแน่

เมื่อเทียบกับความกลางๆ ของการนำเสนอ ก็ถือว่าไม่แพงมาก พอเสี่ยงไหว
ที่บอกว่าเสี่ยง เพราะเราไม่รู้เนื้อในเลย ว่าเราจะได้อะไรบ้างจากเล่มนี้เลย

พอได้เป็นเจ้าของ
พลิกอ่าน
บอกตรงๆว่า เนื้อหาเบาบางไปนิด
แต่ก็ตรงปกนะ บางเท่าปกเลย
มีไม่กี่เรื่องที่เป็นชิ้นเป็นอัน

ประเด็นที่จับต้องได้
อย่างน้อย เขาก็บอก กฎ ๑๐ ข้อของการเล่าเรื่อง
แต่เอาเท่าที่เข้าใจ น่าจะมีแค่ ๖ ข้อ
๑) เล่าให้เหมือนพูดให้เพื่อนฟัง
๒) อธิบายฉาก สถานที่ เวลา ฯลฯ ให้เขาเห็นภาพ
๓) เปรียบเทียบ ความตรงข้าม
๔) นำเสนอความเปราะบาง สิ่งที่คุณสงสัย, สับสน, โกรธ, เศร้า, ความรู้ใหม่, ความเข้าใจผิด/เพิ่ม, เบิกบานใจ, ยินดี, ฯลฯ
๕) ปล่อยออกมาทั้งประสาทสัมผัสทั้งห้า
๖) เล่าเรื่องตัวเอง

ความเปราะบาง คือสิ่งที่เขาเน้นมาก
เพราะมันคือของดี ช่วยให้ผู้ฟังเข้าถึง และอินกับตัวคุณ(ผู้พูด) มากขึ้น
อย่าอายที่จะพูดเรื่องตัวเอง เรื่องความประทับใจ ความกลัว ฯลฯ

มีประโยชน์ กับใคร?
คนที่ต้องการเป็นนักพูดระดมทุน
นักปลุกเร้า ต้องการให้ผู้ฟังทำอะไรสักอย่าง
แต่อย่าคาดหวังเยอะ
เพราะหลังจากอ่านจบ คุณจะไปเว็บamazon, se-ed เพื่อหาหนังสือที่มีเนื้อหาเหมือนกัน
เพื่อเรียนรู้ให้มากขึ้น จะได้กลับมาอ่านนี้แล้วได้ของเพิ่มขึ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการเทรดหุ้น คุณไม่ต้องรอบรู้ไม่ต้องเก่งทุกเรื่องและทุกอย่างหรอก ทำแค่ 7 เรื่องนี้ให้ได้ก็พอ....

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

ศาสตร์และศิลปะของการปั้นพอร์ต ให้เติบโตสม่ำเสมอ Art & Science of Trading