๒ เทคนิคเข้าซื้อหุ้นที่ผมใช้ และข้อควรระวัง

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit


วันนี้จะขอแนะนำเทคนิคการเข้าซื้อหุ้นที่ผมชอบใช้มาให้อ่านกันครับ
ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหาการเข้าซื้อหุ้นแบบเดียวกันกับนักเทรดหน้าใหม่ทั้งหลาย
คือ "ซื้อผิดจังหวะ" ไม่ว่าจะเป็น...

๑) ซื้อช้าไป
ซื้อตอนที่ราคาวิ่งไปไกลแล้ว ชอบซื้อที่ยอดของแท่งเขียวยาว เพราะกลัวตกรถ กลัวไม่ได้หุ้น เห็นแท่งเขียวยาววอลุ่มสูงๆ ซื้อทีไรเป็นได้ดอยทุกทีเลย ผลก็คือจากนั้นราคากลับตัวแรง ให้ต้องขายขาดทุน(ถ้ามีสติ) และไม่กล้าขายเพราะกลัวโดนหลอก(แบบนี้มักจะเสียหายเยอะกว่า)

๒) ซื้อเร็วไป
เรียกอีกอย่างว่า "ซื้อดัก" คือซื้อในช่วงที่ราคา....
- ร่วงแรงแท่งแดงยาว คิดว่ามันลงมากแล้ว ดักก่อนที่มันจะหยุดลง ต่อมาก็พบว่าราคายังลงต่อได้อีก แทนที่จะได้ราคาต่ำสุด กลายเป็นว่าราคายังลดได้อีก
- ซื้อตอนที่ราคากำลังอยู่ในฐาน ยังไม่แสดงออกว่าพร้อมวิ่งเลย แทนที่จะได้กำไรทันที ก็ต้องเจอขังอยู่ในกรงไปหลายวัน บางเคสโหดๆหน่อยก็เป็นเดือน และหลายครั้งราคาก็มักจะซึมลง ซึมลง ขาดทุนทีละนิด ทำให้คิดว่าไม่น่ากลัว แต่จู่ๆวันหนึ่งราคาก็ร่วงแรงให้ขาดทุนหนัก

จากสองเคสนี้ ผมเคยเจอบ่อยมากในช่วงแรกๆ
ก็เสียหายไปพอสมควรกับการขาดทุน ถ้าคิดไวก็เสียหายน้อย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่กล้าขาย ทำให้ความรุนแรงลุกลามบานปลายไปพอสมควร

สาเหตุที่ตัวผมเองพลาดในตอนแรกๆ ก็คือ
๑) ไม่รู้จุดซื้อที่เหมาะสม ไม่มีเทคนิคเข้าซื้อหุ้น
๒) ดูอินดิเคเตอร์ แทนที่จะดูแท่งเทียน กว่าอินดิเคเตอร์จะยืนยัน แท่งราคาก็ห่างจากจุดซื้อที่เหมาะสมไปไกลแล้ว



จนกระทั่ง ๒-๓ ปีนี่เองแหละครับ ที่เริ่มจับเคล็ดเทคนิคเข้าซื้อหุ้นได้
คือผมเริ่มทำความเข้าใจเรื่องของ "การสร้างฐาน" ได้มากขึ้น
เคยสงสัยอยู่นะว่า ทำไมนักเทรดระดับโลกอย่างปู่โอนีล พี่มาร์ค บอกว่า ให้รอช่วงที่ราคาสร้างฐาน ราคาบีบตัว พอมันทะลุฐานขึ้นไปได้ ก็ให้ซื้อตาม พอได้ใช้จริงก็พอรู้เหตุผล เพราะมันเป็นช่วงพักเหนื่อยของราคาหุ้นนั่นเองครับ แถมช่วงนั้นราคาบีบตัวแคบๆ ขนาดของ stop loss ก็จะแคบลงตามด้วย พูดง่ายๆคือ เราอยากได้หุ้นที่พร้อมวิ่งทันที แต่ก็อยากให้มันมีความเสี่ยงต่ำมากๆ ซึ่ง "ฐานราคา" สามารถช่วยตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเทคนิคแรกที่อยากแนะนำ
๑) เทคนิคซื้อหุ้นแบบ Buying strength หรือซื้อตอนราคา breakout หรือข้ามแนวต้าน
ชื่อฝรั่งอธิบายยาก ถ้าพูดเป็นไทยง่ายๆก็คือ ซื้อเมื่อ "ราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปได้"
แต่คำนี้ก็ยังถือว่ากว้างไปนะครับ เพราะปัญหาคือ บางคนก็ไปซื้อตามตอนที่ราคาทะลุแนวต้านใหญ่ ตอนที่ราคาทำแท่งเขียวยาว แบบนี้ผมว่าเสี่ยงเกินไป เพราะราคาวิ่งแรง จึงมักจะโดนเทในวันถัดไป
ซึ่งถ้าจะให้ดี หากใช้แนวทางนี้ แนะให้โฟกัสไปที่ช่วงที่ราคาบีบตัวแคบๆ กรอบระยะสั้น มากกว่ามองกรอบระยะยาว เพราะช่วงนั้นแนวต้านไม่แข็งแรง แบบนี้ buy strengh จะใช้ได้ผลกว่า

ซึ่งผมใช้แนวทางนี้เป็นหลัก นะครับ โดยผมจะพยายามเลือกเอาทรงหุ้นที่บีบตัวแคบๆ และดูแล้วทางหนีหรือขนาด stop loss ไม่มากไว้ก่อน ถ้าแกว่งแรง ต้องใช้แท่งเขียวยาวกว่าจะ breakout ไม่เล่น เพราะมันเป็น excess phase ไปแล้ว น่ากลัว (เรื่องนี้หาอ่านได้จากเล่มเขียวนะ)

แต่ปัญหาของการซื้อตอน breakout มันก็ไม่ได้เป๊ะทุกตัว ต้องยอมรับกันตรงๆ
บางท่านลองทำตามแล้วเจอเคสพลาด ก็รู้สึกไม่ชอบแนวทางนี้

แต่บอกไว้เลยว่า ไม่มีอะไรเป๊ะหรอกครับในโลกของการเก็งกำไร
เมื่อท่านไม่ชอบแนวทะลุทะลวง ก็ขอแนะนำอีกแบบคือ
๒) Buying weakness หรือ Buy on dip หรือซื้อตอนย่อ
หลายคนชอบแบบนี้ เพราะคิดว่าเสี่ยงต่ำกว่าแบบแรก แต่ผมก็เชื่อว่าส่วนใหญ่มักจะเข้าผิดจังหวะ เพราะพอเห็นราคาร่วงมาถึงแนวรับ หรือเส้นค่าเฉลี่ย หรือ TRENDLINE แล้วก็รีบเข้าเลย ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าแนวรับมันจะเอาอยู่หรือเปล่า โชคดี ดวงดีก็เด้งไป แต่ถ้าโชคร้ายก็ได้โชกเลือดเพราะราคาร่วงแรงต่อได้อีก

เทคนิคของการซื้อตอนย่อนี้ ก็คือรอให้หยุดลงก่อน ให้มั่นใจว่าราคาเด้งที่แนวรับแน่ จึงค่อยเข้า ไม่ต้องให้ได้ราคาต่ำสุดหรอก เอาให้ซื้อแล้วราคาเด้งกลับได้ในเวลาไม่นานก็พอแล้ว

ซึ่งทั้งสองแนวทางการซื้อทั้งสองแบบ ผมได้ลงรายะเอียดและใส่เคสให้ดูอย่างจุใจในหนังสือเล่มเขียว "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" แล้วนะครับ ท่านลองเอามาหยิบดูอีกรอบได้เลย ใช้อ้างอิงได้
หากใครยังไม่มี ก็ติอต่อไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyobooks ได้เลยครับ



ข้อควรระวัง
ซื้อแล้ว ก็ต้องระวังความเสี่ยง
จะว่าไปแล้วนะ มือใหม่ส่วนใหญ่ ไม่สนใจความเสี่ยง เพราะเชื่อตำรามากไป  และเราเองก็อยากรวยไวๆ จนหน้ามืดตามัว(ผมเองก็เป็นหนักเลยช่วงแรก) ถ้าตรงสูตรมันต้องวิ่งสิ พวกเขามักจะคิดแบบนี้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทำร้ายตัวเองทางอ้อม

เพราะในตลาดหุ้นนั้น อะไรก็ไม่แน่นอน ราคาที่วันนี้มัน breakout สวยๆ วันต่อไปมันกลับตัวแรงกลับไปอยู่ที่เดิมก็มีให้เห็นบ่อย ฉะนั้น ถ้าอยากรักษาตัวให้รอด ก็ต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้วย คือ stop loss ระดับ 5-8% ต้องเคารพมัน ถ้าราคามันวิ่งสวนทางต้องยอมรับว่าคิดผิด

โดยปกติแล้ว นักลงทุนระดับเทพ เขาจะให้ความสำคัญกับความเสี่ยงก่อนโอกาส
เพราะแม้แต่เขาเองก็คาดเดาอนาคตของราคาไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องเน้นทำในสิ่งที่ตัวเองมีอำนาจเต็มก่อน นั่นคือ "วางแผนว่าจะหนีตรงไหน" เพื่อรักษาเงินต้นไว้
ซึ่งกว่าที่เขาจะคิดได้ ก็ต้องผ่านการโดนลงโทษอย่างหนักหน่วงหลายครั้ง จนเข็ดนั่นแหละ

ถ้าท่านคำนึงถึง ๒ เทคนิค และข้อควรระวังที่ว่านี้ให้ดี
ผมว่าท่านจะมีเทคนิคและมุมมองในการเข้าทำที่รอบคอบมากขึ้นครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

1-2-3 Price Pattern เบสิคของการ breakout

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO