(มือใหม่เล่นหุ้น) นักวิเคราะห์ เชื่อได้แค่ไหน?

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit

ออกตัวก่อนว่าผมตั้งชื่อให้ดูประหลาดไปอย่างนั้นเองแหละครับ
เจตนาคือผมอยากให้พวกเราเข้าใจ และมองพวกเขาอย่าง "มนุษย์"

ทำไมผมถึงอยากเขียนเรื่องนี้?

๑) นักเทรดส่วนใหญ่ เชื่อนักวิเคราะห์มากเกินไป
สาเหตุก็คือ พวกเขาคิดไม่เป็นครับ
อีกอย่างคือ พวกเขาเพิ่งเข้ามาเทรด จึงมีความคิด "พึ่งพา"
แน่นอนว่า คนที่อยู่ในร่างทรง "นักวิเคราะห์" "กูรู" "แอดมินเพจ" จึงตกเป็นเป้าหมาย
เพราะมือใหม่มองว่า พวกนี้คร่ำหวอด
อยู่กับหุ้นมาทั้งวัน หาข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นมากมาย
พูดจาน่าเชื่อถือ มีหลักฐานยืนยัน
ฯลฯ
ถ้าไปพึ่งใบบุญ ขอหวย เอ้ย..หุ้น ต้องไม่มีผิดตัวแน่

แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ใน pantip.com มักจะมีกระทู้ "ต่อว่า" ประเภทนี้
- ทำไมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ถึงรายได้ดี ทั้งๆที่ความแม่นในการวิเคราะห์พอๆกับการโยนหัวก้อย?
- นักวิเคราะห์หุ้นโบรกเกอร์ ตามทีวีนี่ ผิดฃ้ำฃาก แย่กว่าหมอดูอีก ได้ใบอนุญาติมาจากสำนักไหนครับ?
- นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เขารู้ได้ยังไงว่า จะต้องดูข้อมูล วิเคราะห์อะไร (สงสัยจริงๆ)?
- พวกนักวิเคราะห์ทางรายการต่างๆ ที่เคยเชียร์ซื้อหุ้น และบอก Set จะไป1600 พอหุ้นลงหนักก็หายต๋อมกันไปหมด?
- สงสัย. ทำไมนักวิเคราะห์เก่ง.ๆ. ไม่ออกมาเล่นหุ้นเองครับ?
ฯลฯ

คำถามเหล่านี้นะ ถ้าเราขุดคุ้ยลึกลงไป
ก็จะรู้ได้เลยว่า พวกเขา "น่าจะผิดหวัง" กับผลงานของนักวิเคราะห์
แน่นอนว่า ก่อนที่จะผิดหวัง ก็ต้องเคย "คาดหวัง" กับพวกนักวิเคราะห์มาก่อน
ประมาณว่าน่าจะเคย "ขายบ้านขายรถ" มาซื้อหุ้นตามนักวิเคราะห์มาแล้ว

ไม่งั้นคงไม่มีคำถามที่ว่า
- นักวิเคราะห์บริษัทใด แม่นสุดครับ https://pantip.com/topic/32431868
- นักวิเคราะห์ของโบรกไหน แม่นสุดครับ...ในอดีตที่ผ่านมา https://pantip.com/topic/37727247
ฯลฯ
แสดงว่า มีความคาดหวังสูงพอสมควร

แต่ผมบอกเลยว่า ท่านพึ่งพาคนผิดแล้วล่ะ
เพราะ...

๒) นักวิเคราะห์คือลูกจ้าง
คำว่าลูกจ้าง ตีความได้หลายทางนะครับ
แต่ที่แน่ๆคือ
- มีหัวหน้า คอยควบคุม
- ต้องพยายามสร้างผลงานให้เยอะๆ
- ต้อง play safe เพื่อไม่ให้ตกงาน
ฯลฯ

น้อยคนนักที่จะเป็นนักเทรดเต็มตัว เพราะพวกเขารู้ดีครับ ว่า "การเทรดให้ได้เงิน" มันยาก
สู้เป็นพนักงานเงินเดือนไม่ได้ ยังไงๆทุกเดือนก็มีตังค์เข้าบัญชี

การพยายามสร้างผลงานให้ได้ตามเป้า ก็มีส่วนทำให้หลายๆบทวิเคราะห์ มี bias
และการที่เป็นลูกจ้าง การออกบทวิเคราะห์ที่กลางๆ และตามกระแส จึงต้องมีครับ

เมื่อเป็นแบบนี้ ท่านก็ต้องไม่แปลกใจ ว่าทำไมหุ้นที่ราคาแพงแล้ว นักวิเคราะห์ถึงได้ปรับเป้า ราคาที่เหมาะสมให้แพงขึ้นไปได้อีก ก็เพราะพวกเขาไม่กล้าสวนกระแสไง

ท่านอาจเคยผ่านตาพาดหัวแบบนี้
- SAWAD บวก 4.70% โบรกฯมองราคาหุ้นค่อนข้างถูก-ปรับเพิ่มเป้ากำไรปี 61-63 หลังเพิ่มอัตราเติบโตสินเชื่อ
- โบรกฯแห่ปรับเพิ่มเป้าหุ้น CBG หลังพับแผนลงทุนจีน
- IVL บวกมากกว่าตลาด โบรกฯเพิ่มเป้ากำไรปี 54 สะท้อนกำลังการผลิตเพิ่ม
ฯลฯ
บางครั้งการตามกระแสก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ สำหรับอาชีพนี้

หุ้นบางตัวนะ ผมเห็นใน streaming มันเตือนทุกอาทิตย์
เป้าสิบกว่าบาท แต่ราคายังวนไปวนมาที่ 7-8 บาทมาหลายเดือน
หมายความว่า นักวิเคราะห์บางคนก็เป็นแค่เสียงนกเสียงกาเท่านั้น

ที่สำคัญนะ
"เขาไม่ได้เล่นหุ้นตัวนั้น" แค่ทำตามหน้าที่
จะไปทุ่มเท หาข้อมูลรอบด้านให้ท่านทำไม?
ไม่ใช่เงินของเขา แค่ให้ข้อมูลเพื่อพิจารณาเท่านั้น
โดยมีเหตุผลบางข้อมารองรับเพื่อไม่ให้ดูเลื่อนลอย


๓) นักวิเคราะห์ก็เป็นคน มีอคติ (Bias)
ที่สำคัญที่สุดคือ bias นั่นแหละครับ
ไม่มีใครที่จะตัดสินอะไรโดยที่ไม่มีอคติ
ยิ่งคุณเชื่ออะไรมาก มันยิ่งแสดงชัดเจน

แต่จะว่าไปแล้ว เราโทษ bias เพียวๆก็ดูใจร้ายไปหน่อย

ผมว่านักวิเคราะห์แต่ละคน ข้อมูลเยอะมาก
ถ้าเขาอยากเชียร์อะไร มีของให้เอามาอ้างสนับสนุนเหตุผลเยอะมาก
ข้อมูลทางพื้นฐานก็มี
เทคนิคอลก็รู้

พี่อยากให้ผมเชียร์ตัวไหน จิ้มมาสักตัวสิ เดี๋ยวทำให้ดู

นี่แหละครับ ความ "น่าสงสาร" ระคน "น่ากลัว" ของบทบาทนักวิเคราะห์

ดังนั้น ท่านอย่าไปเชื่อเขามาก
ถ้าอ่านถึงบรรทัดนี้แล้ว ผมว่าท่านน่าจะเห็นว่าพวกเขาก็เป็นคนธรรมดา
ที่สวม "หัวโขน" ในระดับสูงกว่าเรา "มีเวทีให้เล่น" เท่านั้น

เขาก็มี อคติ มีแรงกดดัน ไม่น้อยกว่าเราเลย



๔) สิ่งที่นักวิเคราะห์ทำ คือตัวอย่างการลงทุนที่แท้จริง
ท่านได้อะไรจากบทวิเคราะห์บ้างครับ
- เหตุผลที่มันมีมูลค่าที่เหมาะสมราคานี้ เช่น คำนวนจาก DCA, PE อุตสาหกรรม, แนวโน้ม ฯลฯ
ซึ่งบางเหตุผลก็น่าเชื่อถือ บางเหตุผลก็ต้องบอกว่า "คิดสั้น" ไปนิดนึง
- บางท่านก็เอาสัญญาณทางเทคนิคยืนยัน  buy signal
- บางคนก็เอาข่าววงใน สร้างสตอรี่ในอนาคตให้ตื่นเต้น
ฯลฯ

ถ้าท่านมองอย่างคนใจเป็นกลางนะ
นี่คือตัวอย่างวิธีคิดในการเข้าลงทุนหุ้นสักตัว
มืออาชีพเขาวิเคราะห์ยังไง

ท่านสามารถย้อนรอยวิธีการเขาได้
ถ้าหากจะหาข้อมูลสนับสนุน, หาราคาที่เหมาะสม ลองทำแบบนี้ดู
ท่านจะได้ทางลัดในการลงทุนที่ไวและสะดวกขึ้น


๕) แต่สุดท้าย นักวิเคราะห์ คือบุคคล ไม่ใช่ตลาด
ต่อจากข้อที่แล้วเลยครับ
สิ่งที่นีกวิเคราะห์คิด และนำเสนอนั้น เป็น "ความเชื่อส่วนบุคคล"
คิดเองเออเอง ตามข้อมูล ซึ่งไม่เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ในตลาด

ดังนั้น แม้เขาจะคิดถูก คิดรอบด้าน
แต่ถ้าตลาดไม่เล่นด้วย ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตรงนี้แหละครับ การฟังหูไว้หู มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงสำคัญ
เพราะใช่ว่าทุกบทวิเคราะห์จะแม่น
แต่บางบทวิเคราะห์ ก็มีผลต่อราคา

ท่านต้องเผื่อใจกับ "สิ่งที่ท่านควบคุมไม่ได้" ด้วยนะครับ

ถ้ารู้แบบนี้ แล้วจะทำยังไงต่อ?

๑) ก็ฟังหูไว้หูสิครับ ใช้ประโยชน์จากข้อมูล มากกว่าตกเป็นทาส
ยังไง?
ดูว่าใครมีแฟนคลับเยอะมากแค่ไหน เชชียร์หุ้นประเภทไหนแล้วราคาวิ่งตลอด
เอามาเก็บไว้ ถ้าเขาเริ่มทำแบบเดิมที่ประสบความสำเร็จ ลองตามดูมั้ย?
บางคนเก่งพื้นฐาน ก็ตามเรื่องนั้น
บางคนเก่งเรื่องปลุกระดมรายย่อยกับหุ้นปั่น ก็ตามน้ำเขาไป
แต่บอกไว้ก่อนว่า อย่าเล่นเยอะ เพราะ...

๒) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ดีที่สุดในสามโลกครับ
มีความคิดมีข้อมูลเป็นของตัวเองก่อน
จากนั้นค่อยไปเทียบกับนักวิเคราะห์
ถ้ามันเสริม ก็ดีไป
แต่ถ้ามันย้อนแย้ง ก็เอามาคิดต่อ

สุดท้ายก็ตัดสิน ด้วยข้อมูลของตัวเอง
และที่สำคัญคือ "ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ" ด้วยนะ

ถ้าท่านมีความคิดของตัวเอง หาหุ้นเป็น มีแผนการเทรด
ผมมั่นใจว่า ท่านจะใช้บทวิเคราะห์เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น

ย้ำนะครับ "ใช้ประโยชน์" อย่าได้ "เล่นตาม" เป็นอันขาด
เพราะท่านจากนั้นไปท่านจะไม่เลือก "ตีแขก" แน่นอน

สรุปจุดประสงค์ของบทความนี้
๑) ผมอยากให้ท่านมองนักวิเคราะห์อย่างเข้าใจ ว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์, ทำตามหน้าที่, มีอคติ
๒) นักวิเคราะห์เป็นตัวอย่างของการลงทุนที่แท้จริง มีทั้งคิดถูกและผิด แม้คุณจะทำการบ้านมาดีแล้วก็ตาม แต่ถ้าตลาดไม่เห็นด้วย คุณต้องยอมรับมัน
๓) คุณควร "เรียนรู้วิธีคิด" จากเขา มากกว่า "ลอกหุ้น"  เพราะถ้าคิดเองไม่เป็นคุณจะเป็นเหยื่อ



ขอส่งท้ายด้วยประโยคทองของพี่ Mark Minervini
"ลงมือศึกษาและเทรดเอง อย่าให้ใครมาตัดสินใจลงทุนแทน
ไม่มีใครสนใจเงินและอนาคตของคุณ มากเท่ากับตัวคุณเอง
ทำเองพลาดเอง และความสำเร็จก็เป็นของคุณเอง
ไม่มีใครทำให้คุณรวยได้ นอกจากตัวคุณเอง"

-------------ขอแปะโฆษณาสักนิดนะครับ----------------

สนใจหนังสือผลงานของผู้เขียน ติดต่อเพจ facebook.com/zyobooks ครับ

เล่มดำเป็นเหมือนภาคทฤษฎี พูดในองค์รวม กราฟวีค
เล่มเขียว เป็นงานภาคปฏิบัติ เจาะลึกขึ้น เคสมากขึ้น กราฟรายวันครับ

ปล. ตอนนี้มี Ebook ขายแล้วนะครับ ที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้น
คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
หุ้นซิ่งสวิงเทรด
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

หุ้นจ่อเบรค 14/12/2018

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง