เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)


ช่วงนี้ผมได้ลองเคล็ดวิชาใหม่ ซึ่งก็ไม่ใหม่อะไรนักหรอก ผมคิดไปเองว่ามันใหม่
นั่นคือ การตามกระแสของ demand หรือความต้องการซื้อ ที่รุนแรง พรุ้อมพุ่งขึ้น
จะเรียกว่าเป็น วิธีหาหุ้นซิ่ง หรือ วิธีหาหุ้นต้นน้ํา ก็ได้

เพราะผมชอบเทรดหุ้นขาขึ้น ดังนั้นพระเอกในดวงใจของผมคือ demand เท่านั้น
จึงหมั่นสังเกตว่า ทรงหุ้นแบบไหนที่มี demand แข็งแรงช่วงไหนที่ชัดเจนที่สุด
ทำการบ้านหาจังหวะที่ demand ชนะขาด มีโอกาสซิ่ง แล้วเข้าเทรดตาม
แล้วไปทยอยขายเมื่อถึงเป้า หรือเห็น demand เริ่มอ่อนแรง และ supply ออกมาเยอะ

ที่ว่าไม่ใหม่ ก็เพราะมันก็คือ "การเทรดตามกระแส" นั่นเองครับ
เทรดตามกระแสเงินเข้าออกมันง่ายกว่าการใช้สวนกระแส เราต่างก็รู้ดี
เงินเข้า = demand เข้า หรือ demand ชนะ supply อย่างขาดลอย
มันเป็นเรื่องพื้นฐาน ที่บางทีแม้ SET จะลงแรง ท่านก็หาหุ้นเล่นได้


ช่วงที่เงินเข้า คือ SET เป็นขาขึ้น ไม่ว่าคุณจะซื้อหุ้นแบบหว่าน 10 ตัวก็มีโอกาสได้กำไร 6-7 ตัว
แต่ในช่วงที่ SET เป็นขาลง แม้คุณจะหว่านไป 10 ตัวโอกาสโอกาสผิดมีถึง 8 ตัว
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมี  2 ตัวที่พอลุ้นได้
ถ้านึกสนุกก็เล่นได้ครับ แต่บอกเลยว่าเหนื่อยกว่าจะได้ตังค์

คนฉลาดจึงไม่พยายามสู้ในช่วงที่ SET เน่า เขาจะหยุดเพื่อดูสถานการณ์
เขาจะรอช่วงเวลาที่เขาได้เงินง่ายที่สุด

ก็เหมือนกับการแล่นเรือ ถ้าคุณอยากเหนื่อยน้อย ก็ต้องรอให้ลมหรือกระแสน้ำช่วยพาเรือไปยังเป้าหมาย
คนโบราณเขารู้วิธีนี้กันมาตั้งนานแล้ว จึงมีการค้าขายทางเรือไง ที่วิ่งตามลมมรสุมไง

ยิ่งในช่วงตลาดหุ้นเป็นขาลงที่น่ากลัวแบบนี้เราต้องวางเรื่องพื้นฐานไปก่อน แล้วให้ความสำคัญกับความต้องการซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งนั้นมันแสดงออกผ่านสิ่งที่เราเรียกว่า relative strength นั่นเอง โดยที่เราไม่ต้องไปหาค่านี้ก็ได้ ถ้าหากเราทำการบ้านให้ดีก็เจอมันก่อนที่ค่านี้จะโดดเด่นซะอีก



แล้วจะหาหุ้นที่มี demand แข็งแกร่งกว่าเพื่อนได้ยังไง?
วิธีการที่ผมใช้ก็คือสแกนหาหุ้นที่เข้าสูตรก่อน จากนั้นค่อยไล่ดูทีละตัวไป
ซึ่งมีผู้ช่วยหลายสูตรครับ

ขอเรียกว่า "วิธีสแกนหุ้นซิ่ง"

๑) สแกนหุ้นที่ราคาวิ่งอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน
เป็นการสแกนหาหุ้นแข็งกว่าตลาดนั่นเองครับ ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือเล่มเขียวไปแล้ว
สูตรคือ
ราคาปิด > EMA20
EMA 20 > EMA50
EMA50 > EMA200
ก็จะได้หุ้นที่ยืนดีกว่าตลาดออกมา ซึ่งระบบก็คัดมาแบบเหมารวม
เราต้องไล่ดูทีละตัวไปว่าตัวไหนน่าสนใจ ราคายังไม่วิ่งแรง และจ่อเบรค


๒) ใช้ของ ASPEN ช่วย
ตอนนี้โปรแกรมดูกราฟ ผมสามารถใช้ได้ตัวเดียวคือ Aspen ก็เลยขอแชร์ตัวเดียวนี้ครับ
เข้าไปที่เมนู Market Screener แล้วคลิกที่ไอคอนรูปโฟลเดอร์(Open)
มันจะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้ท่านเลือกสูตรสแกน




ที่ใช้บ่อยคือ
๒.๑) RSI overbought จะใช้เพื่อหาหุ้นที่ overbought แล้วพักตัว
เพราะว่ามันเป็นหุ้นซิ่งครับ ถ้าจังหวะได้และเสี่ยงต่ำ ก็น่าลองครับ หากฟลุคได้หุ้นวิ่งแรงๆก็กำไรดีเลย
หุ้นที่ RSI สูงๆ แสดงว่า demand แข็งแรงมากครับ เราต้องการหุ้นแบบนี้
แต่มันก็เสี่ยงสูงถ้าหากเราเข้าผิดจังหวะ
ดังนั้นต้องรอจังหวะที่เสี่ยงต่ำเท่านั้น แม้ไม่ได้ตังค์ก็ต้องไม่เสียเยอะ

เคล็ดคือ แนะนำให้ปรับลงมาเริ่มที่ RSI 60 ครับ 
ท่านจะเห็นหุ้นที่กำลังก่อตัวเป็นขาขึ้นสวยๆก่อนที่มันจะ overbought ด้วยซ้ำไป
หุ้นบางตัวมันก็มักจะไปจบรอบที่ RSI 70 ถ้าเข้าผิดตัวก็เสียเงินครับ
ดังนั้นหาทรงที่มันก่อตัวสวยๆก่อน overbought ดีกว่า



๒.๒) MACD ตัด 0 ขึ้น
นี่ก็เป็นสัญญาณ demand แข็งแรงเช่นกันครับ
ซึ่งเราก็ต้องไปคัดเอาทรงที่มันจ่อเบรคเองอีกที
คือผมไม่ได้ดูอินดิเคเตอร์นะเพราะไม่ได้ใช้ จึงเอาแค่รายชื่อหุ้นมาก็พอ แล้วคัดเอง

๒.๓) Gap Up
สำหรับผมแล้ว นี่คือสัญญาณที่แข็งแกร่งของ demand ที่ชอบมาก
ซึ่งมันต้องมาพร้อมกับวอลุ่มที่โดดเด่นกว่าที่ผ่านมาด้วยนะ
ถึงจะบ่งบอกว่า demand ระดับเจ้ามือ ออกโรงแล้ว

ถึงกระนั้น, แค่เปิด gap อย่างเดียวไม่พอ เราต้องรอดูจากนั้นว่ามันยืนได้หรือเปล่า
เพราะว่าหุ้นบางตัวเปิดกระโดดได้แต่ว่ายืนไม่อยู่เพราะมี supply ออกมาจำนวนมาก กดดันให้ราคาหุ้นกลับลงมาถมช่องว่างที่เปิดขึ้นไป แบบนี้ถือว่าไม่ดี




ตัวที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเปิดกระโดดไปแล้วไม่ยอมลงแรง
โดยวันแรกอาจจะโดนขายถือว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่วันถัดไปจะต้องไม่ลงต่อ มันต้องออกข้าง เพื่อสร้างฐานจ่อเบรค
แบบนี้เราสามารถอนุมานได้ว่ามันมีดีมานด์เข้ามาสนับสนุนยันราคาเอาไว้
ซึ่งมันมีโอกาสที่จะวิ่งขึ้นไปต่อได้เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นนั่นเอง



๒.๔) Vol > Avg5D & Price Up
วอลลุ่มก็มีส่วนสำคัญในการขึ้น เพราะว่ามันเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการวิ่งขึ้น หรือวิ่งลงด้วยก็ตามเช่นกัน
แต่ว่าถ้าเราเน้นเล่นหุ้นที่มันวิ่งขึ้น เราต้องเอาวอลุ่มเพิ่มและราคาบวกด้วยเท่านั้น
ซึ่งมันแสดงว่า demand ออกโรง แสดงตัวว่าอยากเป็นผู้นำแล้ว

ถึงกระนั้น เราต้องไปไล่คัดอีกที ว่าทรงไหนมันน่าสนใจบ้าง

เว็บฟรีก็มี scanstock.bidschart.com นี่ก็มี volume spike ตั้งแต่ 200 เปอร์เซ็นต์

แต่เขาไม่ได้คัดว่าตัวไหนบวกตัวไหนลบ ท่านต้องไล่ดูเองก็ไม่ยาก
มันมีไม่เยอะหรอกแค่เราขยันทำการบ้านและหาหุ้นเอาไว้ก็พอ


อย่าเบื่อหรือเหนื่อยกับการทำการบ้านเด็ดขาด เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของเราในการเจอหุ้นที่ดี และก็ที่สำคัญคือมันฝึกสายตาเราด้วย ว่าเราวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นได้ถูกต้องหรือเปล่า
ซึ่งมันมีแต่ดีและดีกับเราทั้งนั้นเลยทั้งนั้น

ยิ่งคุณคัด แล้วคุณได้หุ้นวิ่งๆดีๆ กำไรงามๆ ด้วยล่ะก็
มันจะเป็นแรงกระตุ้นให้ท่านสนุกกับการหาหุ้นมากขึ้นเท่านั้น

ซึ่งการแสกนหาหุ้นที่น่าสนใจและจ่อเบรคนั้น มันใช้เวลาไม่นานเลย
ชั่วโมงเดียวก็เหลือเฟือ ยิ่งเรามีประสบการณ์มากยิ่งไว

อย่าหยุดครับ ซึ่งผมก็พยายามที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่ามันทำได้จริง
และผมจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะประสบความสำเร็จ และทำให้มันเป็นนิสัย
เพราะนี่คือนิสัยที่ดีที่สุดที่นักเทรดที่มุ่งมั่นควรทำเอาไว้

และที่อยากฝากไว้ทุกครั้งคือ "คิดถึงความเสี่ยงเสมอ"
อย่ามองแค่ว่าหุ้นตัวนี้น่าเล่น แต่จงมองต่อไปว่า "มันมีความเสี่ยงตืดมามากแค่ไหน" ด้วย
เพราะทุกโอกาสมันมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ถ้ามองว่าฉันยอมรับได้ ก็เล่นครับ

ถ้าคิดไม่เป็น ก็อย่าเล่นครับ เสียดายเงิน เอาไปกินบุฟเฟต์ คุ้มกว่ากันเยอะครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO