กว่าจะเป็นเซียนหุ้น (4 Stages of Trader Development)


ไม่รู้ว่านักเทรดส่วนใหญ่จะสงสัยเหมือนกับผมหรือเปล่านะ? ผมมักจะอยากรู้เสมอว่ากว่าจะเป็นเซียนหุ้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง มีอะไรมั้ยที่บ่งบอกว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ระดับนี้ระดับนั้นแล้ว แบบนี้จะเป็นเทพได้หรือยัง?

ก็เลยลองค้นบทความของฝรั่งจาก google ก็เห็นบางบทความที่เขียนให้อ่านเข้าใจง่าย จึงลองแปลเอามาแชร์กัน ก็ออกตัวไว้ก่อนนะว่านี่เป็นมุมมองของฝรั่ง บ้านเราอาจไม่ต้องใช้เวลาขนาดนั้นก็ได้ เพราะเห็นหลายท่านใช้เวลาเทรดไม่กี่เดือนก็เป็นเซียนกันแล้ว

ดังนั้นบทความนี้เป็น FYI หรือ for your information หรือ เรียนมาเพื่อให้ท่านทราบเท่านั้นครับ


The 4 Stages of Trader Development

เส้นทางของการเป็นนักเทรดชั้นเซียน ๔ ขั้นตอน 


ตลอดอาชีพการเทรด, ผมให้ความสนใจเรื่องจิตวิทยาการเทรดอยู่เสมอ เชื่อว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการเทรดให้ประสบความสำเร็จ เราสามารถหาไอเดีย/กลยุทธ์การเทรด, money management ได้ทุกที่(เว็บไซต์,หนังสือ,เพจ,การสัมนา,ไลน์กลุ่ม ฯลฯ) นักเทรดสามารถเรียนรู้และสอบทฤษฎีได้เกรด 4 ไม่ยาก แต่พอเทรดจริง,พวกเขากลับล้มเหลวเนื่องจากขาดข้อมูลที่จำเป็น(หรือได้ข้อมูลผิด - นี่แหละปัญหาใหญ่) แถมยังขาดวิจารณญาณ ขาดวินัย ขาดความอดทน หรือลักษณะนิสัยที่คนส่วนใหญ่ตกหลุมพรางของจิตวิทยาการเทรด

Robert Greene - ผู้เชียวชาญทางการเทรด ได้ให้คำอธิบายรายละเอียดเส้นทางการเรียนรู้เพื่อให้พัฒนาเป็นเซียนหุ้นนั้น ต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ปี คุณอาจจะทำกำไรได้ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๗ ปี เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว ซึ่งมันก็สอดคล้องกับงานวิจัยที่ Malcolm Gladwell เอามาเขียนหนังสือ Outliers ที่ว่าต้องใช้เวลา 10,000 ชั่วโมง เพื่อให้บรรลุถึงความเชียวชาญในสาขานั้น (ซึ่งต้องใช้เวลา ๕ - ๖ ปี ถ้าทำงานเต็มเวลา)

แน่นอนว่า ไม่เสมอไปว่าต้องใช้เวลานานถึง ๗ ปี บางคนแค่เทรดปีเดียว(ถ้าเจอก็รีบไปกราบเป็นอาจารย์เลยนะครับ)ก็อาจจะเป็นเซียนแล้วก็ได้ ในทางกลับกัน บางคนเทรดมาแล้ว ๑๐ ปี ยังไปไม่ถึงไหนก็มีถม

ประเด็นก็คือว่า นักเทรดส่วนใหญ่มักจะคิดผิดตั้งแต่ต้นว่าพวกเขาเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งเกินความเป็นจริง(พออ่านหนังสือจบ ก็คิดว่าตัวเองเทพแล้ว มั่นใจว่าเงิน ๑ ล้านจะแปรเป็นเงิน ๑๐๐ ล้านภายในเวลาไม่เกิน ๕ ปี) เพราะความไม่เจียมตัวแบบนี้เองที่มันเป็นตัวผลัก/ถีบให้ขาดทุนยับเยินในช่วงเวลาสั้นๆตั้งแต่เริ่มเทรด(ยังไม่ได้วิ่งเลย ก็สะดุดขาตัวเองล้มคะมำเสียแล้ว)


ตามที่ระบุไว้เลยครับ, คุณจะทำเงินได้จากตลาดอย่างมั่นคงและยั่งยืนก็ต่อเมื่อคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเซียนหุ้นแล้วเท่านั้น

ซึ่งโดยปกติแล้ว เท่าที่เจอมา นักเทรดมักจะใช้เวลาลองผิดลองถูกเป็นปี กว่าจะสามารถทำกำไรได้สักครั้ง ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เขาได้ใช้เวลาในตลาดมานาน ก็ได้รวบรวมและทำความเข้าใจจนตกผลึกได้แนวทางการพัฒนานักเทรดจากเม่าจนกลายเป็นเซียน ๔ ระยะ ซึ่งมันเป็นไปได้-แต่คุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง - เพื่อให้คะแนนสมรรถภาพของตัวเองว่าอยู่ในระยะไหนแล้ว และจากนี้ไปคุณควรให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรต่อไป(และมากแค่ไหนด้วย)

ตอนนี้แค่คุณเข้าใจและยอมรับว่าตัวเองอยู่ในระยะไหน ก็สามารถเพิ่มสปีดในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปเป็นเทรดเดอร์ผู้เชียวชาญได้ง่ายขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงหลุมพรางข้อผิดพลาดทั่วไปได้

ขั้นตอน ๔ ระยะต่อไปนี้ มันมีรากฐานมาจากจิตวิทยาทั่วไปและความสามารถของมนุษย์ในการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน, การรวบรวมความรู้, และความพยายามเอาชนะความท้าทายทางจิตใจมากมายจนสามารถเข้าใจและควบคุมมันได้
ลองศึกษาขั้นตอน ๔ ระยะนี้เพื่อใช้เป็นตัววัดพัฒนาการของคุณ


ขั้นที่ ๑ : (หลงผิด) คิดไปเองว่าตัวเก่ง
นี่เป็นจุดเริ่มต้นครับ นักเทรดหน้าใหม่ มักจะไม่รู้เดียงสาว่าตัวเองนั้นไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตลาดหุ้น มันเป็นช่วงเวลาที่อันตรายมาก ตัวคุณถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกระตุ้น(อยากรวยเร็ว)และความเชื่อส่วนบุคคล(ฉันอ่านมาเยอะ ฉันสมควรได้กำไร) เพราะเราอ่านบทความเกี่ยวกับกลยุทธ์มามากมายนับร้อยพันบทความ อ่านหนังสือเกือบร้อยเล่มทั้งไทยและเทศ อ่านจบแล้วก็รู้สึกว่ามันยอดมาก ยิ่งอ่านหลายรอบก็ยิ่งมั่นใจว่ามันไม่ยากอะไรเลยนี่นา เครื่องร้อนอยากเทรดทันที

ว่าแล้วก็ตัดสินใจเปิดพอร์ตลงทุนทันที เอาเงินเก็บจำนวนหนึ่งไปเทรด และจ่ายค่าเทอม
และถ้าบางคนรอบคอบก็อาจจะเสียเงินปลอมๆจากการเทรดกระดาษ

ในระยะนี้เรารู้แล้วว่า การเทรดยังมีอะไรมากกว่านี้เยอะ นอกเหนือจากการอ่านและทำตามตำรา เรายังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมหาศาล(ระยะที่ ๒) ถ้าอยากจะไปต่อ เป็นเทรดเดอร์ที่ดีกว่านี้

ระยะที่ ๑ นี้, ยังคงเป็นสภาวะของ "การเทรดแบบงานอดิเรก" (ต้นฉบับเขาเรียกว่า trading voyeur ครับ ถ้าจะแปลตรงๆก็คือ การเทรดแบบถ้ำมอง ซึ่งมันไม่น่าจะใช่ถ้าหากแปลตรงตัว) นักเทรดมือใหม่เหล่านี้มักจะเทรดไม่เยอะ(หรือบ่อยก็ได้) อ่านข่าวธุรกิจ, พูดคุยเกี่ยวกับการเทรด, พยายามติดตามเพจต่างๆเพื่อแสวงหาเคล็ดลับทำเงินเจ๋งๆ แต่ไม่เคยแม้แต่จะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการวิจัยตลาดอย่างจริงจัง

คนที่ได้ประโยชน์จากนักเทรดระยะนี้(๑ กับ ๒)ก็คือเว็บให้บริการแจ้งสัญญาณซื้อขายตามสูตรลับของตัวเอง


ขั้นที่ ๒ : (รู้ความจริง) ว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย
ระยะนี้คุณยังไม่สามารถยอมรับความผิดพลาด/การขาดทุนได้อย่างสนิทใจนัก คือเริ่มรู้ตัวว่าไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก โดยเฉพาะหลังจากขาดทุน ไม่ค่อยรู้ต้นสายปลายเหตุว่ามาจากไหน ถ้าคิดได้,ในระยะนี้จึงเป็นช่วงที่คุณต้องให้ความสำคัญ ให้เวลากับการเรียน/ศึกษาหาความรู้อย่างมาก

ระยะนี้แหละที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ติดในวังวนอยู่กัน พวกเขาใช้เวลาอย่างมากมายในการหาความรู้ บางส่วนก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองขาดอะไร แต่กระนั้นก็หาชิ้นส่วนที่หายไม่เจอสักที และที่สำคัญคือมืดแปดด้านไม่รู้จะเอายังไงต่อ

แนวทางก็คือ คุณต้องตระหนักถึงสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด มีหลุมพรางอะไรที่คุณตกหล่ม พูดตรงๆก็คือ คุณต้องมองตัวเองในแง่จริงและซื่อสัตย์ว่าศักยภาพตัวเองอยู่ในระดับไหน ข้อด้อยของคุณเองคืออะไร วิจารณ์ตัวเองตรงๆแรงๆไปเลย ถ้าทำได้มันจะเป็นขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพมาก ความสามารถในการยอมรับจุดบกพร่องของตัวเองนี่แหละที่จะเป็นประตูให้เราเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่พายเรือวนในอ่างอีกต่อไป

จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณโฟกัส, ให้เวลาเรียนรู้, วิจัยและฝึกฝนแล้วล่ะ ในระหว่างนี้แหละที่คุณน่าจะเริ่มรู้ว่ามีอะไรบ้างที่คุณไม่รู้ คุณต้องเปิดกว้างและถ่อมตัวให้มาก เปิดใจเรียนรู้และยอมรับความรู้นั้น

จะว่าไปแล้ว ขั้นตอนในระยะนี้ค่อนข้างยากลำบาก คุณอาจจะทำกำไรได้ยอดเยี่ยมสองปีติด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายว่าคุณจะเลื่อนชั้นไปอยู่ระยะที่ ๓ ได้ โดยอาจจะยังอยู่ระหว่าง ๒ กับ ๓ นี่แหละ หลังจากช่วงเวลาที่คุณได้กำไร คุณจะรู้สึกมั่นใจมาก อาจเริ่มมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดของตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป(หรือฉับพลันก็ได้), ไม่ให้ความสนใจกับการเทรดมากนัก, หรือเผชิญกับอุปสรรคบางอย่าง
แต่ท้ายที่สุด, ความสำเร็จ(เทรดแล้วกำไรงาม)ที่คุณคิดว่าเอาอยู่แล้ว มันกลับพลิกผัน สักพักคุณพบกับการขาดทุนอีกครั้ง นั่นทำให้คุณตระหนักอีกครั้งว่ายังต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น และที่สำคัญคือสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้จากนี้ไป ไม่ใช่จากหนังสือแล้ว เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง



ขั้นที่ ๓ : (หาตัวเองเจอ) เริ่มจับทางทำเงินได้
หลังจากที่คุณได้ศึกษา, ลงมือทำ, ทดสอบ และฝึกฝน ในที่สุดคุณก็ได้แผนการเทรดที่มั่นคง, รักษาเงินต้นไว้ได้, คุณรู้วิธีจัดการเงินและการเทรดของตัวเอง มีกลยุทธ์ที่ได้รับการยืนยันว่าทอดสอบแล้วเวิร์ค, มีการตระหนักรู้ความโน้มเอียง(อคติ)ของตนเอง แต่ก็รู้ว่าจะควบคุมมันยังไงให้อยู่หมัด

ตอนนี้คุณไม่ให้ราคา/ไม่ตามหา holy grail อีกแล้ว เพราะเจอแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง, ไม่มีความลังเล ไขว้เขว หรือถูกชักจูงจากความเห็นของคนอื่นอีก, ไม่เทรดแบบเล่นพนัน, ไม่เสี่ยงเกินลิมิตในแต่ละการเทรด

ในระยะนี้, คุณได้เรียนรู้จากบทเรียนของตัวเองและมุ่งเน้นเฉพาะการเทรดตามแผนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจมีคนคอยช่วยคุณ, เช่น ที่ปรึกษา, แต่ที่สุดแล้วคุณก็ตระหนักได้ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน การเทรดที่ประสบความสำเร็จได้นั้นมันขึ้นอยู่กับคุณ เพราะมีแต่คุณเท่านั้นที่จับสัญญาณโอกาสที่เข้าทางกับแผนการเทรดของตัวเอง

ระยะนี้ก็ยังเป็นช่วงแห่งการเรียนรู้อยู่นะครับ แต่ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าควรทำอะไร, สิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้จะเอาไปใช้งานตรงไหนได้บ้างเพื่อพัฒนาตัวเองให้เทรดได้ประโยชน์สูงสุด, แน่นอนว่าตอนนี้คุณเทรดจริง, ใช้เงินจริง โดยผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างนิ่งแล้ว

ถ้าคุณผ่านขั้นตอนนี้ได้ การสร้างแผนเทรดและทำตามอย่างเคร่งครัดถือเป็นเรื่องง่ายมาก คุณแค่ทำมันซ้ำๆ และสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง และสามารถข้ามขั้นไประยะ ๔ ได้

ถึงกระนั้น, การทำตามแผน ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะคุณต้องคอยจัดการกับ "ศัตรูภายใน"
 เช่น  การขาดความอดทน, พยายามละเลยวินัย
เช่นเดียวกับต้องคอยควบคุมความกลัว-ความหวัง และความโลภ
ความรู้จากการศึกษาจิตวิทยาการเทรด, หรือแม้แต่จิตวิทยาทั่วไป และปฏิกริยาตอบโต้ของบุคคล จะกลายมาเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะเทรดในระยะนี้



ขั้นที่ ๔ : (เซียน) ทำเงินแบบอัตโนมัติ
นี่คือช่วงของความเป็นเซียนครับ
คุณได้รวบรวมองค์ความรู้ทุกอย่างที่สะสมมาตลอด(ทั้งสิ่งที่ทำให้ชนะและแพ้) เอามันไปลงที่แผนการเทรด, และสามารถดำเนินการตามแผนอย่างอัตโนมัติ(ทำด้วยจิตใต้สำนึก กลายเป็นนิสัย) คุณไม่ต้องให้สมองคอยตัดสินใจแทนอีกต่อไป

ในการเทรดแต่ละครั้ง,คุณไม่ต้องกางแผนมาดูเพื่อยืนยันอีก เพราะมันฝังลงไปในสมองของคุณแล้ว เช่นเดียวกับนักกอล์ฟมืออาชีพที่หวดลูกมานับพันนับหมื่นครั้ง ท่วงท่าและการส่งแรงมันได้ซึมซับลงไปอยู่ในกล้ามเนื้อไปแล้ว ร่างกายมันจำได้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ซึ่งในการเทรดก็ไม่ต่างกัน

ถ้าคุณมาถึงระยะที่ ๔ แล้ว แสดงว่าคุณเทรดมานับพันนับหมื่นครั้ง ทำจนร่างกายซึมซับและจำมันได้เช่นกัน

แต่เส้นทางของการพัฒนาไม่ได้หยุดแค่นี้ คุณอาจจะเลือกพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ, ทดสอบมัน  รวมถึงทดลองสร้างระบบเทรดใหม่ ซึ่งคุณต้องเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม ก็คือเป็นการเริ่มระยะที่ ๓ รอบใหม่, แต่มันก็เป็นเฉพาะกลยุทธ์ใหม่เท่านั้น คุณยังคงรักษาทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มา, นอกจากนั้นยังความสามารถเอาสิ่งที่รู้มาช่วยปรับปรุงไอเดียใหม่และขัดเกลากระบวนการให้ดีขึ้นได้อย่างไม่ยาก

วิธีทดสอบว่าคุณอยู่ในระยะที่ ๔ แล้วก็คือ ถ้าคุณรู้สึกเครียดจากการเทรด, ไม่ว่าจะเกิดขณะเทรดหรือหลังจากเทรดเสร็จ - แสดงว่าคุณยังไปไม่ถึงระยะที่ ๔

ระยะที่ ๔ นี้ คุณต้องเทรดด้วยสภาวะ(เกือบจะ)ไร้ความเครียด แม้ว่าอัตราการเต้นหัวใจคุณจะเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาในขณะเทรด เนื่องจากคุณไม่สามารถรู้ผลลัพธ์ของการเทรดในแต่ละครั้งได้ ซึ่งมักจะสร้างความประหลาดใจให้คุณได้ตลอด แต่ด้วยความที่คุณรู้จักระบบเทรดของตัวเองดี, และมีความเข้าใจและยอมรับการเคลื่อนไหวของตลาด โดยสามารถแยกแยะตัวเองออกจากความรู้สึกเชื่อมั่นและหดหู่ เพราะมั่นใจว่ากำไรจะเติบโตไปได้เองถ้าคุณทำตามแผน นอกจากนี้, คุณยังมั่นใจด้วยว่าถ้าหากมีอะไรที่ผิดแผน คุณก็สามารถลงมือตัดขาดทุนได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากคุณได้ทำมันมาแล้วนับร้อยพันครั้งก่อนหน้านี้ ในทุกสภาพตลาด


ข้อสังเกตสำหรับเทรดเดอร์ผู้มุ่งมั่น
ขณะที่เซียนหุ้นทำการเทรด เขาทำดูเหมือนง่าย แต่นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้ใช้เวลาและความพยายามในการเทรดมาอย่างยาวนาน ทำจนทุกอย่างมันขึ้นใจ จึงดูเหมือนทำอะไรก็ดูง่ายไปหมด คนนอกที่ได้เห็นก็เข้าใจผิดคิดไปว่ามันง่ายเหมือนไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลย จึงเทรดด้วยแนวทางที่มักง่ายตามที่เห็น ซึ่งผลที่ได้มันคนละเรื่องกันเลย เนื่องจากการเทรดมันไม่ง่านเหมือนที่ตาเห็นหรอก สิ่งนั้นมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น

ถ้าคุณมีพี่เลี้ยง สังเกตเห็นว่าพวกเขาไม่ได้กางแผนการเทรดมาดูเลย เทรดแค่ไม่กี่คลิก ทำงานเพียงสองชั่วโมงต่อวันก็ได้เงินแล้ว นักเทรดมือใหม่ก็คิดไปเองว่ามันช่างง่ายเสียเหลือเกิน จึงละเลยข้ามขั้นตอนที่สำคัญไปเสียหมด เน้นง่ายเอาเข้าว่า ทั้งที่ตัวเองไม่รู้อะไร พื้นฐานความคิดก็ไม่มี มีอย่างเดียวคือโลภเกินความรู้ ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นคือเม่าขาดทุนยับเยิน

มันไม่มีอะไรที่ "ง่าย" เหมือนตาคุณเห็นหรอก ที่เซียนเขาทำง่าย เพราะเขาทำมันมานาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน เจ็บมาเยอะ เรียนรู้จากความเจ็บปวดมานับสิบปีเลยทีเดียว

แม้ว่าคุณจะเป็นนักเทรดขั้นเซียนแล้ว ความท้าทายก็ยังคงมีอยู่เสมอ
คุณก็ยังต้องมีการทดลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะชีวิตเราไม่ได้เทรดเพียงอย่างเดียว มันยังมีปัญหา(ชีวิต)ภายนอกที่คอยรบกวนให้การเทรดของเราเสมอ ดังนั้นคุณต้องมีการเรียนรู้บริหารจัดการชีวิตกับการเทรดให้มีความสมดุลให้ได้ ดังนั้นแม้เป็นเซียนแล้วก็ไม่อาจหลีหนีความท้าทายและอุปสรรคใหม่ๆอยู่ดี แต่ด้วยความที่คุณผ่านเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันมาก่อนแล้ว การแก้ไขปัญหาจึงไม่ยากและทำได้อย่างรวดเร็ว



สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่...
ผมเชื่อว่าพอได้อ่านบทความมาถึงบรรทัดนี้ ก็คงรู้สึกท้อใจ แต่อย่างไรก็ตามการจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอะไรๆก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอ ยิ่งตลาดหุ้นเป็นเวทีที่ไม่มีการคัดคนเลย มือใหม่กับมือโปรต่างลงเล่นในเกมเดียวกัน แค่นี้ก็พอเดาออกว่าใครจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

แต่ก็อยากจะบอกว่ากว่าที่มือโปรจะเก๋าเกมได้ เขาก็เคยเป็นมือใหม่มาก่อน คุณจึงไม่ควรท้อกับมัน ให้เวลาศึกษาความผิดพลาด ซื่อสัตย์กับตัวเอง เพื่อจัดการกับความตคาดหวังให้อยู่ในโลกของความจริง

ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงเสมอ
เสี่ยงให้น้อยกว่า 1% ของพอร์ต พยายามรักษาเงินต้นให้เหลือมากที่สุด
ขณะเดียวกันก็หมั่นเรียนรู้ ทำไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ยอมรับความด้อยประสบการณ์ของตัวเอง ก้มหน้าก้มตาศึกษาวิจัย ก้าวไปทีละก้าวอย่างมั่นคง อีกไม่นานก็จะเป็นเซียนได้เช่นกัน

ที่มา : vantagepointtrading.com/4-stages-trader-development

-------------------------------------------

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

รวมลิ้งค์ ฟรีอีบุ๊ค Free Ebook การเทรดหุ้น ของ Zyo

เรียนฟรี สารบัญคลิปการเทรดของ Zyo Clips Content

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

วิธีแปลงโชค(กำไรแบบฟลุคๆ) ให้เป็นเครื่องจักรปั๊มเงิน(ระบบเทรดที่ทำเงิน)

4 ช่วงชีวิตของราคาหุ้น และวิธีทำเงินกับมัน