ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน

Image
  ศัตรูตัวใหญ่ที่สุด 3 ประการของเทรดเดอร์ผู้ทะเยอทะยาน ได้แก่: 1. กลัวการสูญเสีย 2. ต้องถูกเสมอ 3. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป - Peter Brandt . การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องมีความรอบคอบสูงและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมลุงปีเตอร์ จึงบอกเช่นนี้ . 1. **กลัวการขาดทุน (Fear of Losses)**:     - **สาเหตุ**: การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการซื้อขาย และนักเทรดทุกคนต้องเผชิญ การกลัวการขาดทุนมักจะทำให้นักเทรดไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายหรือปิดการซื้อขายก่อนเวลาอันควร เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน     - **ผลกระทบ**: การกลัวการขาดทุนทำให้นักเทรดไม่สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้นักเทรดเลือกที่จะไม่ทำการซื้อขายเลย ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน . 2. **ความต้องการที่จะถูกเสมอ (Need to be Right)**:     - **สาเหตุ**: การที่นักเทรดต้องการที่จะถูกเสมอในการทำนายทิศทางของตลาดเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจเกินไปในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดติดกับมุมมองของตนเองโดยไม่ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่ปรับกลยุทธ์     - **ผลกระทบ**: ความต้องการที่

คุณเป็นนักเทรดที่ดีพอหรือยัง? ลองเช็ค 10 ข้อนี้ดู (Trader's Checklist)




เป็นงานของฝรั่งนะครับ เขาชื่อ Brett N. Steenbarger, Ph.D.  ผู้เขียนหนังสือ The Psychology of Trading: Tools and Techniques for Minding the Markets.

บ้านเรามีแปลภาษาไทยขายเล่มนึงนะ ชื่อ The Daily Trading Coach อย่างหนา หาดูได้ที่ซีเอ็ด


ข้อเขียนนี้ผมเอามาจากเว็บไซต์ของแก brettsteenbarger.com
ชื่อหัวข้อว่า "A Trader’s Self-Evaluation Checklist"
เห็นว่าน่าสนใจดี จึงแปลเอามาแชร์ให้อ่านกัน

อ่านแล้วก็ลองถามตัวเองดูครับ ผมว่าอย่างน้อยก็ทำให้เราตรวจสอบจุดยืนของตัวเองว่ายังอยู่ในเส้นทางการเป็นนักเทรดที่มีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่หรือเปล่า?

มี ๑๐ ข้อครับ

๑) ระหว่างการเทรด คุณได้พูดกับตัวเอง หลุดความรู้สึกอะไรกับตัวเองออกมาบ้าง?
มันเป็นความโกรธ, ความคิดทางด้านลบ, พ่ายแพ้ หรือเปล่า?
แล้วคุณได้พูดกับตัวเองเกี่ยวกับการหลุดโฟกัสกลยุทธ์การเทรดบ้างหรือเปล่า?
สิ่งที่พูดกับตัวเองมันเป็นสิ่งที่สร้างรรค์หรือไม่
คุณยังรู้สึกสนุกในขณะที่เทรดมันยุ่งยากอยู่หรือเปล่า?


๒) หลังจากปิดตลาด คุณทำอะไรต่อ?
คุณมีความกระตือรือร้นในการบันทึก รวมถึงตรวจสอบการเทรดที่ชนะและแพ้อีกหรือไม่?
คุณมีขั้นตอนใช้ประโยชน์จากมันยังไง?
คุณภาพการเทรดของคุณเป็นยังไงบ้าง?
ตลาดเปลี่ยน คุณเปลี่ยนตามรือเปล่า? หรือยังคงใช้หลักการเดิม?


๓) ประวัติการทำกำไร/หรือขาดทุนเป็นยังไงถ้าคุณงดเทรดไปสัก 2-3 วันหลังจากที่ตัวคุณไม่ได้ควบคุมความเสี่ยงตามระบบ/เหมาะสม?
จากนั้นคุณมีการดึงสติ ให้กลับมาปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัดหรือไม่?



๔) จำนวนเงินที่เข้าเทรดของคุณ ได้สะท้อนตรงกับโอกาสที่คุณเห็นจากตลาดหรือไม่?
หรือคุณไม่สนใจการบริหารเงินทุนเลย? อยากเข้ามากเท่าไหร่ก็ได้
หรือคุณดันทุรังเข้าซื้อโดยที่ตลาดยังไม่ได้เสนอโอกาสดีให้เลย?


๕) คุณยังเทรดขาดทุนได้อีก หลังจากที่ครั้งที่แล้วคุณก็ขาดทุน ใช่หรือไม่?
คุณจบการเทรดด้วยการพยายามเทรดแบบแก้แค้น เพื่อเอาเงินคืนได้ในไม้เดียวหรือไม่?
หรือถ้าคุณเทรดได้เงินแล้ว คุณเลิก?


๖) คุณรีบขายเก็บกำไรทั้งที่ยังบวกนิดเดียว เพราะว่าภายในตัวคุณคิดว่าคุณไม่สามารถได้กำไรคำโตได้?
หรือคุณยังดันทุรังถือหุ้นที่ขาดทุนเอาไว้ ทั้งๆที่เปอร์เซ็นต์ขาดทุนชักมากขึ้นได้ทุกวัน?


๗) ระหว่างจำนวนการเทรดที่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุขหรือภาคภูมิใจ 
กับการเทรดที่ทำให้คุณรู้สึกผิดหวัง,พ่ายแพ้ และไม่พอใจ
แบบไหนมีมากกว่ากัน?
และคุณยังรู้สึกดีกับการเทรด แม้คุณจะพบว่ามันยากลำบากอยู่หรือไม่?


๘) คุณเทรดเพราะตลาดให้โอกาสคุณ?
หรือคุณเทรดเพราะไม่อยากเติมเต็มอะไรบางอย่าง เช่น เพื่อความตื่นเต้น, สร้างความเคารพตัวเอง, แค่ไม่อยากให้ว่าง?


๙) คุณกำลังมองหาการเทรดที่ประสบความสำเร็จในฐานนะนักเทรดรายย่อย?
หรือคุณแค่อยากเทรดแบบงานอดิเรก, งานนอกเวลา?


๑๐) คุณสามารถระบุแรงกระตุ้นในการเข้ามาเป็นนักเทรด ที่เหนือกว่าคนอื่นได้หรือไม่?
คุณมีวิธีรักษาแรงกระตุ้นนั้นไว้ให้อยู่นานที่สุดได้อย่างไร?


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน