กฎการเทรด 13 ข้อ หากทำตามแล้วชีวิตดีขึ้น (Inside a Trader's Mind)


ค้นเว็บเพลินๆ ไปเจอบทความสั้นๆ ชื่อ Inside a Trader's Mind เป็นเรื่องเกี่ยวกับ จิตวิทยาการเทรด
เห็นสารบัญแจงหัวข้อได้น่าสนใจเลยพยายามแปลมาให้อ่านกันครับ

เขาระบุกฎการเทรดที่เราต้องให้ความสำคัญ 13 ข้อ ถ้าหากอยากมีสุขภาพจิตที่ดี
ซึ่งผมเห็นด้วยนะ เพราะอาชีพเทรดนั้นโคตรเครียดเลย ยิ่งถ้าหากเราออกนอกลู่นอกทางแล้ว จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายและต่อเนื่อง

ถ้าหากเราอยากเครียดน้อยลงและมีชีวิตการเทรดที่ราบรื่น ต้องหาวิธีการและสร้างกฎขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบทางความคิดให้เราอยู่ในร่องในรอยตามครรลองของนักเทรดที่ประสบความสำเร็จเขาทำกันครับ
ซึ่งกฎที่ว่านั้น มีดังนี้....

กฎข้อ 1 คุณต้องมีแผนการเทรด และทำตามมันอย่างจริงจัง
- คุณต้องระบุตัวเองให้ได้ว่าเป็นนักเทรดแบบไหน?
Day trader, Swing trader, หรือ ลงทุนระยะยาว
เมื่อระบุได้ คุณจะรู้ว่าตัวเองต้องทำยังไง จะให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด
มันจะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์การเทรดของคุณ

- ระบุตลาดที่คุณอยากเทรด
หุ้น, FOREX, FUTURE, DW, สินค้าโภคภันฑ์, ทอง ฯลฯ
ซึ่งสินทรัพย์แต่ละอย่างล้วนมีลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน
เมื่อระบุและโฟกัสได้ ท่านก็สามารถลงรายละเอียดศึกษาอย่างลึกซึ้งได้
"รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล"

- กลยุทธ์การเทรดของคุณคืออะไร?
ทำให้มันง่ายเข้าไว้ครับ เอาแบบว่าแม้คุณจะเปิดมือถือเทรด ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เปิดกราฟดูก็ได้ คือไม่ต้องมีอินดิเเตอร์เฉพาะที่ต้องซื้อมาติดตั้งทุกเครื่องหรอก เอาแบบเบสิคง่ายๆ เปิดดูจากเว็บฟรีได้ยิ่งดีใหญ่
นอกจากนี้ ความง่ายวัดได้จากการเขียนบรรยายกฎของตัวเองลงในกระดาษจดโน๊ต ถ้าคุณสรุปให้สั้นและเข้าใจได้ แสดงว่าง่ายจริง

- แนวทางบริหารความเสี่ยง และเงินทุน
เรื่องนี้สำคัญที่สุด และเป็นเรื่องแรกที่คุณต้องให้ความสำคัญ ซึ่งมันสวนทางกับนวคิดของนักเทรดหน้าใหม่ทุกคน ที่พวกเขามุ่งเน้นไปที่การทำเงินก่อนที่จะปกป้องเงินต้นของตัวเอง
คุณต้องรู้ว่าจะใช้เงินเทรดมากแค่ไหนต่อการเทรดหนึ่งครั้งโดยที่ไม่เสี่ยงเกินลิมิต

- กลยุทธ์การขายหรือออกจากการเทรด
มีอยู่ ๒ ประเด็นซ่อนอยู่ในข้อนี้ คือ
๑) การออกเมื่อขาดทุน เพื่อปกป้องเงินทุน คุณต้องระบุ stop loss ให้ได้ก่อนเข้าเทรด ว่าถ้าขาดทุนคุณจะยอมเสียหายกี่เปอร์เซ็นต์ ที่ระดับราคาเท่าไหร่
๒) การออกเมื่อมีกำไร คุณควรระบุจุดขายทำกำไรออกมาเป็นหลักอย่างน้อยๆ เช่น ถ้าราคาวิ่งขึ้นมาเป็นสองเท่าของความเสี่ยง(เปอร์เซ็นต์ stop loss) คุณต้องยกจุดตัดขาดทุนขึ้นมาไว้ที่จุดเข้าซื้อของตัวเอง เพื่อป้องกันการขาดทุน และจากนั้นถ้าราคาวิ่งต่อคุณต้องยุกจุดล็อกกำไรตามไปเรื่อยๆ

- ระบุช่วงที่คุณไม่ควรเข้าเทรด
ข้อนี้ทำยากสำหรับมือใหม่ เพราะไม่เคยโดนตลาดเล่นหนักๆ ส่วนใหญ่อยากเทรดทุกวัน แต่ถ้าเขารู้กาละเทศะ ก็จะไม่เสียเงินให้ตลาดไปแบบง่ายๆ
ฝรั่งเขาบอกว่า ช่วงที่ Fed ประกาศนโยบายดอกเบี้ย จะไม่เล่น, ช่วงประกาศงบก็ไม่เล่น เพราะช่วงเหล่านี้ราคาหุ้นจะผันผวนมาก โอกาสขาดทุนสูง

- คุณต้องบันทึกผลการเทรดของตัวเอง
คุณต้องทำตารางกรอกข้อมูลเอาไว้ อย่างนี้ก็เรื่องดังนี้
๑) วันที่
๒) ชื่อตลาด หรือหุ้น
๓) ราคาเข้าซื้อ
๔) ความเสี่ยง
๕) วันที่ขาย
๖) ราคาขาย
๗) ขาดทุน หรือกำไร เท่าไหร่
๘) ข้อสังเกต

- หมั่นศึกษาและพัฒนากลยุทธ์การเทรดให้เสี่ยงต่ำกว่าเดิม
นี่เป็นเรื่องที่จำเป็นอีกอย่าง คือคุณต้องหาทางทำให้ตัวเองเก่งขึ้น โดยเริ่มจากทำยังไงก็ได้ให้เสี่ยงต่ำลง คือเราขาดทุนแน่ แต่ทำยังไงให้ขาดทุนน้อยลง ดูสภาพตลาดมั้ย, ศึกษาเรื่องอารมณ์ตลาด, แท่งเทียน อินดิเคเตอร์ ฯลฯ


กฎข้อ 2 ควบคุมอารมณ์ของคุณให้ได้ตลอดเวลา
90% ของการเทรดคือจิตใจ ถ้าคุณอยากเป็นมือโปรต้องมีจิตวิทยาการเทรดที่ถูกต้อง ตรงนี้แหละที่แยกระหว่างคนสำเร็จกับเทรดเดอร์ทั่วไป บางคนจิตไม่นิ่งแม้จะฟลุคทำเงินได้มากมายแต่เงินก็จะอยู่ได้ไม่นานเดี๋ยวก็ขาดทุนกลับไปหมดเนื่องจากให้อารมณ์เข้ามาเป็นนายของการเทรด
คุณต้องเรียนรู้ทีจะเทรดด้วยความมั่นใจ โดยเทรดตามการเคลื่อนไหวของตลาดเท่านั้น ท่านต้องทำการบ้านและเตรียมตัวสำหรับการเทรดล่วงหน้าไว้ทุกวัน การเตรียมตัวและวางแผนที่รัดกุมจะช่วยให้ท่านลดการใช้อารมณ์มาร่วมการเทรดได้
อารมณ์มีทั้งด้านดีและเสีย ท่านไม่ควรกดมัน แต่จงเรียนรู้และใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วย



กฎข้อ 3 มีวินัยและมองภาพใหญ่(เป้าหมายหลัก)
วิธีการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างของอารมณ์คือ "ต้องมีวินัย" อย่างที่เรารู้กันว่าการเทรดนั้นจิตวิทยามีความสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์ ดังนั้นท่านต้องควบคุมมันด้วยการมีวินัยและมองภาพใหญ่คือเป้าหมายเป็นหลัก

การเทรดก็เหมือนการใช้ชีวิตนั่นแหละครับ หากต้องการประสบความสำเร็จคุณต้องมีวินัย ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ทำการบ้านและเตรียมตัวทุกวัน กล้าลงมือเมื่อจังหวะมันตรงตามแผนไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน ซึ่งเหล่านี้มันต้องอาศัยวินัยครับ

การระลึกถึงเป้าหมายของตัวเองทุกครั้งที่เกิดปัญหา หรือเจอทางแยกของความคิด จะช่วยให็ท่านกลับมาสู่เกมได้ครับ เพราะตลาดหุ้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ท่านมีความสุขและกำไรหรอก มันเหมือนรถไฟเหาะทำให้ท่านรู้สึกหวั่นไหวอยู่ตลอด ถ้าท่านอยากอยู่รอดและร่ำรวย ต้องมองภาพใหญ่เอาไว้ ไม่หวั่นไหวต่อปัญหาเล็กๆน้อย ถ้าคุณมีวินัยและทำตามแผนก็จะสามารถเคลียร์ปัญหาเล้กๆน้อยนั้นได้ไม่ให้มันบานปลายจนทำให้แผนใหญ่เสียครับ



กฎข้อที่ 4 อย่าเทรดเพราะไม่มีอะไรทำ
นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญมากๆที่นักเทรดต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณควรเทรดเมื่อทุกอย่างมันตรงกับแผนของท่านเท่านั้น อย่าเทรดเพราะคันไม้คันมือหรืออยากหาอะไรทำ เพราะอะไรก็ตามที่มันไม่เคลียร์ ท่านไม่ละเอียด แทนที่มันจะทำให้ท่านได้เงินก็จะทำให้ท่านขาดทุนแทน เสียเงินที่กำไรไปให้ตลาดโดยใช่เหตุ



กฎข้อที่ 5 อย่าได้คิดแต่จะทำเงินอย่างเดียว
ถ้าคุณโฟกัสไปที่การพยายามทำให้ได้เงินคุณจะเสียเงิน เพราะอารมณ์จะเข้ามาเป็นนายของคุณ อันจะทำให้การตัดสินใจของคุณผิดเพี้ยน ไม่เป็นไปตามวินัย และผิดแผน
แน่นอนว่าเราเทรดเพราะต้องการเงิน แต่การโฟกัสที่กำไรเป็นนสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะหน้าที่ให้กำไรกับเราเป็นของตลาด เรามีหน้าที่เดียวคือทำตามแผนและปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ฉะนั้นแทนที่จะไปโฟกัสในสิ่งทีคุณคุมไม่ได้ ก็ให้ดูแลตัวเองคือทำตามแผน คิอถึงเป้าหมายใหญ่ กำไรจะมาจากการที่คุณทำถูกต้องตามแผน
เหมือนนักวิ่งแข่งชิงเหรียญทอง พวกเขาไม่ได้คิดถึงเหรียญหรอก คิดแต่เพียงว่าทำยังไงให้วิ่งดีที่สุด ทำตามที่ซ้อมได้สมบูรณ์ที่สุด ถ้าทำได้ดีที่สุด ก็ต้องมีเหรียญติดมือ


กฎข้อที่ 6 เทรดชนะเยอะไม่ช่วยอะไรมาก
จอร์จ โซรอส บอกว่า “สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าคุณถูกหรือผิด แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณกำไรเท่าไรเมื่อคุณถูก และคุณขาดทุนเท่าไรเมื่อคุณผิด” หมายความว่าไม่สำคัญว่าคุณจะเทรดชนะมากกว่าเทรดแพ้เท่าไหร่ แม้คุณเทรดชนะไม่ถึง 50% ก็ยังรวยได้ถ้ารู้จักตัดขาดทุนไวเมื่อผิดทาง และรู้จักปล่อยให้หุ้นกำไรเติบโตไปให้มากที่สุดเมท่าที่จะเป็นได้
พูดง่ายๆคือ ขาดทุนก็ให้เสียหายน้อย แต่ถ้ากำไรขอกินคำโตๆ ก็เป็นพอ


กฎข้อที่ 7 รู้จักขาดทุนแบบมืออาชีพ
กุญแจดอกสำคัญของการเป็นผู้ชนะคือคุณต้องเรียนรู้วิธีการขาดทุนแบบมืออาชีพ นั่นคือให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงตลอดเวลา
- ตัดขาดทุนไว ให้เสียหายน้อยที่สุด
- ใช้และเคารพ stop loss อย่างเคร่งครัด
- ถ้าแพ้ก็รีบยอมรับให้ไว ไม่เถียงตลาด
- ยอมรับการขาดทุนและดึงเงินสดมาเก็บไว้เพื่อรอโอกาสครั้งต่อไป
- ลืมจำนวนเงินที่ขาดทุนให้ไว มุ่งความสนใจไปที่โอกาสใหม่
- ยอมรับว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด

การเทรดคือการทำธุรกิจ ถ้าคุณอยากทำธุรกิจให้ยั่งยืนยาวนาน คุณต้องขาดทุนให้น้อยที่สุด รักษาเงินต้นเอาไว้ลงกับโอกาสใหม่ซึ่งมันจะมีมารอให้ท่ากับท่านเรื่อยๆครับ

ให้มองการตัดขาดทุนเป็นเรื่องดี เพราะมันเป็นตัวชี้วัดความเคร่งครัดต่อแผนและวินัยของตัวเอง คุณทำได้ดีแล้ว นี่เป็นสิ่งที่มืออาชีเขาทำ คุณเริ่มเป็นมืออาชีพบ้่างแล้ว วิธีคิดของคุณมาถูกทางแล้ว ต่อไปก็แค่รอโอกาสดีๆที่ตลาดจะมอบให้ ขอแค่ท่านมีเงินสดรอไว้เท่านั้น เมื่อทุกอย่างมันใช่ นั่นแหละครับโอกาสรวยแบบพลิกพอร์ตมาหาท่านแล้ว


กฎข้อที่ 8 ปล่อยให้หุ้นกำไรวิ่งต่อให้ไกลที่สุด
ในการทำธุรกิจนั้นมีหลักการง่ายๆครับ คือผลประกอบการต้องเป็นบวก คือกำไรต้องมากกว่าขาดทุน หลังจากที่ท่านตัดขาดทุนเป็นแบบมืออาชีพได้แล้ว ต่อไปก็แค่ทนรวยกับหุ้นผู้ชนะให้นานที่สุด เพื่อให้ได้กำไรมามากกว่าส่วนที่ขาดทุน เพื่อให้ถัวกันกลายเป็นบวก
วิธีการรันกำไรให้โต ทำได้ด้วยการยกระดับล็อกกำไรตามราคาขึ้นไป หรือ trailing stop หรือบางท่านก็ใช้หลักการทยอยขายเมื่อได้กำไรมากกว่าความเสี่ยง ทำให้มีกำไรติดมือแน่ๆ


กฎข้อที่ 9 การมีเงินสดในมือคือการลงทุนที่ดี
Cash is King จะน่าเชื่อถือมากเมื่อตลาดหุ้นเป็นขาลงครับ ถ้าหากท่านติดหุ้นไม่มีเงินสดหลือติดมือเลย ท่านจะรู้ซึ้งถึงคำนี้เลยครับ  ดังนั้นการถือเงินสดไว้ถ้าไม่เจอทรงหุ้นที่ใช่ถือเป็นเรื่องดีมากครับ เพราะโอกาสจะมาหาท่านเรื่อยๆ ของแค่ท่านมีเงินสดเก็บไว้ในมือเพื่อรอเข้าโอกาสนั้น อย่าติดหุ้นถ้าไม่จำเป็น เพราะมันจะทำให้ท่านขาดกระสุนในการทำเงิน การเทรดมั่วซั่ว พยายามทำตัวให้ยุ่งเหมือนมีอะไรทำบ้าง ไม่ช่วยทำเงินหรอกครับ เก็บเงินไว้รอจังหวะสวยๆดีกว่า คนฉลาดเขาทำแบบนั้นกันครับ


กฎข้อที่ 10 ตามกระแสตลาด อย่าสวนกระแสเด็ดขาด
อย่าเทรดสวนเทรนด์! เพราะได้เงินยากแต่เสียหายง่าย อย่าพยายามเถียงตลาด ตลาดก็เหมือนกระแสน้ำ ท่านต้องพายเรือตามน้ำ อย่าได้สวนกระแสเพราะยิ่งสู้ยิ่งเหนื่อย เสียแรงโดยใช่เหตุ อย่าพยายามซื้อที่ราคาต่ำสุด หรือขายที่จุดสูงสุด เพราะท่านกำลังพยายามเทรดสวนเทรนด์ ให้รอการยืนยันก่อน แม้จะไม่ได้ซื้อของถูกที่สุดหรือขายแพงที่สุกแต่อย่างน้ยมันก็ได้ยืนยันการเปลี่ยนกระแสน้ำแน่ๆครับ



กฎข้อที่  11 หมั่นทำการบ้านและเรียนรู้
นักเทรดที่มีวินัยจะมีการเตรียมตัวที่ดีเพื่อให้การเทรดอยู่ในการควบคุมของตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยพวกเขาจะทำการบ้านทุกวัน วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ทุกวัน ถ้าเกิดเหตุ 1-2-3 เขาจะทำยังไงต่อ เมื่อวางแผนดักไว้หมด เวลาเกิดอะไรขึ้นก็สามารถลงมือได้อย่างง่ายๆ ไม่ตกใจทำตามอารมณ์ครับ



กฎข้อที่  12 พึงระลึกเสมอว่าท่านเทรดเพื่ออะไร
หา Big Why ของท่านให้เจอครับ ว่าทำไมท่านถึงได้มาเป็นนักเทรด
อะไรเป็นแรงผลักดันให้ท่านเข้ามาในสาขาอาชีพนี้ เพราะว่าตลาดหุ้นไม่ได้มีแต่วันดีๆสำหรับท่าน มันเต็มไปด้วยอุปสรรค ดังนั้นท่านต้องมีสักวันที่จิตตก และหุนหันใช้อามรมณ์มาเทรดแทน แต่ถ้าหากท่านมี big why ที่น่าเชื่อถือและมั่นคง ท่านจะมีจุดยึดให้กลับมาสู่เกมได้ครับ



กฎข้อที่  13 โฟกัสในสิ่งทีท่านสามารถควบคุมได้เท่านั้น
สิ่งที่ท่านสามารถควบคุมได้แน่ๆคือ
- ความเสี่ยง
- อารมณ์
- การลงมือทำ
จงเคารพอำนาจนี้ไว้ให้ดี และใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณต้องมีวินัย มีแผนการเทรด เพราะมันจะเป็นตัวช่วยให้ท่านลงมือทำในสิ่งที่ท่านควบคุมได้อย่างง่ายดายขึ้นไงครับ

ที่มา pinoyfxclub.com/wp-content/uploads/2017/01/INSIDE_A_TRADERS__MIND.pdf

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

1-2-3 Price Pattern เบสิคของการ breakout

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO