$AEHR: ทำไมหุ้นตัวนี้จึงมีศักยภาพ

Image
AEHR: ผู้ชนะในโลกที่ “ความผิดพลาดแพงขึ้นเรื่อย ๆ” สรุปจาก https://x.com/i/status/2039979199231066463 ในอดีต การที่ชิปตัวหนึ่งเสีย อาจเป็นเพียงต้นทุนเล็ก ๆ ที่ผู้ผลิตยอมรับได้ แต่ในยุคของ AI, silicon photonics และ advanced packaging ความล้มเหลวหนึ่งครั้งไม่ได้จบแค่ “ชิปตัวเดียว” อีกต่อไป มันอาจหมายถึงความเสียหายทั้งระบบ ตั้งแต่แพ็กเกจราคาแพง ไปจนถึงระดับ data center  นี่คือจุดที่ทำให้Burn-in test กลับมาเป็นขั้นตอนสำคัญอีกครั้ง Burn-in คือการเร่งให้ชิปเผชิญความเครียด (ความร้อนและแรงดันไฟฟ้า) เพื่อคัดกรอง “latent defects” หรือข้อบกพร่องแฝงที่มองไม่เห็นในการทดสอบปกติ ชิปที่ดูเหมือนใช้งานได้ในวันนี้ อาจล้มเหลวในวันพรุ่งนี้ และในโลกที่ต้นทุนของความผิดพลาดสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การปล่อยให้ชิปแบบนั้นหลุดไปถึงลูกค้าไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า ปัญหานี้ยิ่งรุนแรงขึ้น AI chips ใช้พลังงานสูงและสร้างความร้อนมหาศาล → defect แสดงตัวเร็วขึ้น Silicon photonics ต้องผ่านช่วง “stabilization” อยู่แล้ว → ต้องใช้ burn-in โดยธรรมชาติ Advanced packaging เช่น 3D stacking → ถ้าชิปตัวเดียวเสีย...

แชร์ไอเดีย วิธีหาหุ้นเล่น ที่น่าสนใจจาก Siamchart & Finnomena


ออกตัวก่อนนะว่าผมไม่ได้มีส่วนได้อะไรจากทั้งสองเว็บนี้
แต่เห็นว่าลองใช้แล้วได้ผลออกมาน่าสนใจ จึงอยากแชร์
คือตอนนี้ผมต้องการหาหุ้น growth ครับ
จึงไล่ดูหุ้นไปเรื่อย
เริ่มต้นจากการหาหึ่นที่มีค่า ROE สูงๆ ก่อน
ซึ่งหาได้จากเว็บ siamchart.com

ส่วน Finnomena.com นั้น ผมพบว่าหน้ารายงานข้อมูลหุ้น ทำได้ดี
โดยเฉพาะกราฟแนวโน้มของผลประกอบการ

สมมุติ นะ เอาสักตัว
ผมเข้าไปที่เว็บ siamchart.com


ผมไปคลิกที่เมนู ROE ครับ
พอคลิกแล้ว มันจะเรียงหุ้นที่มีค่า ROE สูงๆออกมาให้เลย
สมมุติ ผมสนใจ ORI
จากนั้นก็คลิกไปที่ชื่อหุ้นครับ มันจะเปิดหน้าใหม่ที่เป็นกราฟ ให้คุณดู
(ผมใช้จาก desktop version นะครับ)

ท่านก็ดูกราฟไปว่าเป็นยังไง
๑) ดูว่า demand เข้าหรือยัง?
๒) ดูว่ามีการยืนยันขาขึ้นแล้วหรือยัง
๓) ดูว่ามันมีการสร้างฐานราคาที่น่าเชื่อถืออยู่หรือไม่



ถ้าท่านชอบ ก็ให้ไปที่เว็บ Finnomena.com
หน้า https://www.finnomena.com/stock/setindex
เป็นหน้าของการดูข้อมูลหุ้นรายตัวครับ


ให้ท่านพิมพ์ชื่อหุ้นลงไปในช่อง "ค้นหาข้อมูลหุ้น" ตรงที่มีรูปแว่นขยาย


ถ้าพิมพ์ ORI ก็จะออกมาหน้าแบบนี้
ซึ่งมันจะมีรายละเอียดให้ท่านตั้งแต่
๑) กราฟหุ้น
๒) สรุปการเงิน 40 ไตรมาส
๓) อัตราส่วนทางการเงิน
๔) สถิติสำคัญ
และอื่นๆ

ที่ผมชอบมากที่สุดคือเขาเอาตัวเลขทางการเงินที่สำคัญมาทำเป็นกราฟแนวโน้มครับ
โดยท่านสามารถคลิกที่ไอคอนกราฟเล็กๆหลังรายละเอียด

ของ ORI ถ้าคลิกที่ไอคอนกราฟ หลังกำไรสุทธิ ก็จะมีกราฟออกมาเป็นแบบนี้

ท่านก็พิจารณามันว่า
๑) แนวโน้มการเติบโตเป็นยังไง
- โตขึ้นได้อีก (แบบนี้ smart money ชอบซื้อ)
- ถดถอย (แบบนี้ smart money ชอบขายทิ้ง)
- มีการเติบโตแบบคงที่หรือคาดเดาไม่ได้(สวิงขึ้นลงแรง)
พวกนี้เอาไปเป็นข้อมูลประกอบการเก็บเข้า watch list หุ้นเติบโตของท่านได้

ซึ่งถ้าควบคู่กับกราฟราคาจะเห็นชัดเลย

คือท่านต้องดูคู่กัน
๑) กราฟต้องมี demand เข้า
๒) พื้นฐานการทำกำไร ต้องโตขึ้น

ให้ท่านก็ไล่เปิดดูไปเรื่อยๆครับ
ทำการบ้านแบบนี้เอาไว้ เก็บหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีเอาไว้
ถ้าเห็นพื้นฐานดี แต่กราฟไม่ไปก็เก็บเอาไว้รอจนมันมี demand เข้าสวยๆ จึงตาม
ถ้าเห็นกราฟวิ่งดี แต่พื้นฐานไม่ดีเลย ก็ให้เล่นแบบยั้งๆหน่อย เพราะมีความเสี่ยงปั่น

ก็น่าจะเป็นไอเดียให้ท่านไปทำการบ้านต่อไปครับ
พยายามทำการบ้านเอาไว้เยอะๆครับ นี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ท่านไปไดเไกลกว่าเพื่อน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ข้อมูลทางกราฟและพื้นฐาน มันเป็นแค่ 50% ของความสำเร็จ
ยังมีประเด็นในเรื่องของการบริหารเงินทุน การบริหารความเสี่ยง ที่ท่านต้องเอามาใช้ร่วมด้วย
เดี๋ยวพวกนี้ ผมจะเขียนออกมาให้ท่านได้อ่านกันในโอกาสต่อไปครับ


บทความอ่านเสริม
หุ้นพื้นฐานดี กับ หุ้นมีโมเมนตัม เลือกแบบไหนดีกว่า?

(((โฆษณา ผลงานของ เซียวจับอิดนึ้ง)))

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

Mindset ของนักเทรดที่มีกลยุทธ์เทรด 1:100 Risk-Reward