ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

ธุรกิจแนวคิดพิมพ์กดคุกกี้ (Cookie Cutter Stocks)


เห็นมีหุ้นน้องใหม่อย่าง AU เข้าตลาดซึ่งเป็นที่ฮือฮามาก
จึงทำให้นึกถึง ธุรกิจแนวคิดพิมพ์กดคุกกี้ ที่พี่มาร์ค เขียนไว้ในหนังสือ "เทรดแบบเซียนหุ้น ให้ได้กำไรขั้นเทพ"
จะว่าไปแล้ว,แล้วบ้านเราก็มีหุ้นที่มีแนวคิดแบบนี้พอสมควรเลย
เลยอยากคัดเนื้อหาเอามาแปะไว้เผื่อจะได้จำได้ดียิ่งขึน

ผู้เขียนบอกว่า, ธุรกิจแนวคิดแนวคิดนี้เป็นรูปแบบของกิจการที่เติบโตสร้างกำไรด้วยการขยายสาขา เมื่อบริษัทสร้างสูตรสำเร็จออกมาใช้ในร้านหนึ่ง และทำซ้ำต้นแบบนั้นไปเรื่อยๆในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศหรือทั่วโลก
ลองนึกถึงร้านอย่าง McDonald’s, Walmart, Starbucks, Taco Bell, The Gap, Home Depot, Starbucks, Chili’s, Cracker Barrel, The Limited, Dick’s Sporting Goods, Wendy’s, Outback Steakhouse, และ Costco Wholesale พวกนี้จะเป็นแบบอย่างแนวคิดที่ประสบความสำเร็จ

บริษัทเหล่านี้อยู่ในกลุ่มค้าปลีก แนวคิดแบบนี้ทำให้บริษัทขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ ทำให้เกิดร้านใหม่ๆขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้ายอดขายในร้านเดียวกัน(same-store sales)สดใสด้วย กำไรพุ่งขึ้นแข็งแกร่งต่อเนื่อง

การจับตาตามดูบริษัทประเภทนี้ในช่วงเติบโตเร็วง่ายมาก และผลกำไรในช่วงขาขึ้นจะกินระยะเวลานานพอที่คุณจะทำกำไรหลายเด้งได้

สิ่งที่เราควรโฟกัสสำหรับธุรกิจพิมพ์กดคุกกี้ คือ"ยอดขายในร้านเดียวกัน (same-store sales)" เพิ่มในแต่ละไตรมาส ยอดขายชนิดนี้ควรจะโตเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์หลักเดียวสูงๆ จนถึงเปอร์เซ็นต์สองหลักในระดับกลางๆ นับว่าสูงพอที่จะถือว่าแข็งแกร่ง แต่ก็ยงไม่สูงพอที่จะยั่งยืนต่อเนื่อง (ยอดขายในร้านเดียวกันโตระดับ 25-30% หรือสูงกว่า ก็ยังไม่ถือว่าจะยั่งยืนได้ในระยะยาว) โดยทั่วไป same-store sales โต 10% หรือมากกว่าก็ถือว่าพอใช้ได้

ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้ same-store sales โต?
คือราคา ต้นทุน(economy of scale) และ ปริมาณลูกค้า
การที่ยอดขายในร้านเดียวกันสูงขึ้น(วัดกับร้านที่เปิดมา 1 ปีเป็นอย่างน้อย) หมายความว่ามีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าหากยอด same-store sales ลดลง
ก็ถือว่าส่งสัญญาญหายนะ นั่นหมายถึง
- แบรนด์กำลังสูญเสียจุดแข็ง และคนไม่ซื้อของในร้าน
- เศรษฐกิจกำลังแย่ลง และคนไม่สนใจซื้อของที่ไหนเลย
- บริษัทมีสินค้าลดราคามากเกินไป และยอดซื้อต่อรายน้อยกว่าปกติ


แล้วจะเลือกบริษัทแบบไหนดีล่ะ ถึงจะได้กำไรขั้นเทพ?
พี่มาร์คบอกว่า, บริษัทส่วนใหญ่จะมีช่วงเติบโตสูง เมื่อยังมีขนาดเล็กและคล่องตัว ตรงข้ามกับบริษัทใหญ่ที่แม้จะขยายสาขาเพิ่มเหมือนกันแต่อัตราเร่งต่ำกว่ากันมาก ดังนั้นพี่มาร์คแนะให้เราโฟกัสไปที่หุ้นขนาดเล็กและกลาง เพราะพวกมันจะมีกำไรและยอดขาย+ราคาหุ้นที่โตได้เร็วมาก พวกนี้ถ้าความสามารถในการกำไรโตดี มันก็จะมีโอกาสทำกำไรได้สองถึงสามเท่าในเวลาไม่กี่เดือน (แต่กับ AU นั้นผมไม่แน่ใจนะว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน คนแน่นเป็นแค่แฟชั่นหรือเปล่า กาลเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้วาเป็นของแท้หรือกระแสชั่ววูบ)

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo