10 เหตุผลที่ทำให้หุ้นกลุ่ม Photonics วิ่งร้อนแรงมาก

ปรากฏการณ์ที่หุ้นกลุ่ม Photonics (เทคโนโลยีที่ใช้แสงหรือโฟตอนแทนไฟฟ้า) พุ่งแรงในช่วงเดือนเมษายน 2026 นี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการบรรจบกันของข้อจำกัดทางกายภาพของระบบไฟฟ้าเดิม และความต้องการประมวลผลมหาศาลจาก AI นี่คือ 10 เหตุผลสำคัญที่ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ครับ: 1. วิกฤตคอขวดของสายทองแดง (Copper Bottleneck) ในศูนย์ข้อมูล AI (Data Centers) ปัจจุบัน สายทองแดงแบบเดิมไม่สามารถส่งข้อมูลได้เร็วพอที่จะรองรับความแรงของ GPU รุ่นใหม่ๆ แสง (Optics) จึงกลายเป็นทางออกเดียวที่สามารถส่งข้อมูลในระดับ 800G และ 1.6T ได้โดยไม่เกิดความร้อนสะสมเกินไป 2. การเปลี่ยนผ่านสู่ Co-Packaged Optics (CPO) บริษัทไอทีระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากการใช้โมดูลรับส่งสัญญาณแบบเสียบ (Pluggables) มาเป็นการรวมระบบแสงเข้ากับชิปประมวลผลโดยตรง (CPO) ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้มหาศาลและเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่างชิปต่อชิป (Chip-to-Chip) 3. การก้าวกระโดดของ Photonic AI Chips เริ่มมีการนำชิปที่ประมวลผลด้วยแสงโดยตรงมาใช้ (เช่น Linear Algebra แบบใช้แสง) ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่า GPU แบบเดิมถึง 3-5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า 70% ...

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผลการเทรดดีขึ้น คือเทรดให้เหมือนทำธุรกิจ


จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมมีผลประกอบการทางการเทรดดีขึ้น ไม่ใช่ความรู้ทางเทคนิคอลเพียงอย่างเดียว มันยังมี mindset อีกอย่างที่ผมจงใจใส่ไว้ในหนังสือ บทที่ 11 Stop loss ครับ

ต้องออกตัวก่อนเลยว่าตอนนี้พอร์ตหุ้นโดยรวมของผมยังอยู่ในภาวะขาดทุนอยู่เพราะ เงินต้น หายไปจากการขาดทุนหุ้นมากกว่า 50% ครับ โดย 4 ปี ก่อนหน้านี้ ผมประสบกับการขาดทุนมาโดยตลอด
กระทั่งปีที่แล้วนี่เองที่ผลสรุปยอดทั้งปีของผม กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี ผมสามารถกู้ความเสียหายของพอร์ตกบับมาได้แล้วร่วมๆ 30%

โดยส่วนหนึ่งก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับหนังสือเล่มนี้ที่มันเป็นเหมือนบันทึกสรุปแนวทางการเทรดที่ใช่สำหรับตัวเอง รวมถึงวิธีคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเทรดด้วย ซึ่งผมจงใจใส่มันไว้ในบทที่ว่านี้
มันเป็นคำคม ประโยคสั้นๆของเทรดเดอร์ หลายท่าน อาทิ

มาร์ตี้ ชวาทซ์ บอกว่า "แนวทางพลิกพอร์ตจากการเป็นเทรดเดอร์ที่ขาดทุน พอร์ตไม่โต จวนเจียนจะหมดตัว ไปเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คือเปลี่ยนทัศนคติ จากที่เคย #ปรารถนาอยากเป็นผู้ชนะ เปลี่ยนมาเป็น #ปรารถนาที่จะเป็นฝ่ายถูก แทน" สองคำนี้ คนส่วนใหญ่ถ้าอ่านเผินๆ คงไม่ได้ใจความอะไร แต่สำหรับผมแล้ว มันโดนมากไป ครับ เพราะอะไร?

สาเหตุที่ผม ไม่กล้า stop loss หรือ cut loss หุ้นที่ขาดทุน ออกไปเสียที ปล่อยให้ความเสียหายลูกลามใหญ่โต ซ้ำร้ายยังหน้ามึน ซื้อถัวเฉลี่ยขาลงกับหุ้นตัวนั้นอีก แสดงว่าผม มีความปรารถนาที่จะเป็นฝ่ายถูก ตลาดผิด การไม่เชื่อการตัดสินของตลาด ผลก็คือยิ่งนานไปผมยิ่งขาดทุนมากขึ้น จนทนไม่ไหว ขายขาดทุนในตอนที่ราคาลงหนักมาก ในที่สุด แทนที่จะเสียเงินน้อยๆ กลายเป็นเสียยากไปซะนี่

ในทางกลับกัน ถ้าหากผม ปรารถนาที่จะเป็นผู้ชนะ ในเกม ซึ่งเป้าหมายก็คือ #เป็นคนรวยจากการเล่นหุ้น สิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผลประกอบการเป็นบวก เทรดให้ได้กำไรมากกว่าขาดทุน ให้กำไรทบต้น จนเติบโตไปเรื่อยๆ นี่คือหัวใจและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเป็นเทรดเดอร์ คำว่าเทรดเดอร์ คือ "นักซื้อมาขายไป" เราต้องการกำไรเพื่อความอยู่รอด ซึ่งวิธีการง่ายๆคือ เทรดให้ได้มากกว่าเสียแล้วทบต้นกำไรเท่านั้น ไม่มีหนทางอื่นที่สะดวกกว่านี้อีกแล้ว

ซึ่งหากเราต้องการจะอยู่รอด ก็ต้อง คิดให้มันเป็นเหมือนการทำธุรกิจ ให้ได้เท่านั้น

เสี่ยยักษ์ ท่านกล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณคิดผิด(คือซื้อหุ้นแล้วขาดทุน)แล้วไม่กล้า cut loss แสดงว่าคุณไม่ใช่มืออาชีพ แต่ถ้ามานั่งเล่นหุ้นเป็นอาชีพ แสดงว่าวิธีคิดผิดแล้ว"

ผมจึงได้คิดว่า ผมจะไม่ยอมให้ผลประกอบการโดยสรุปของตัวเองต้อวขาดทุนอีก ซึ่งวิธีการง่ายๆก็คือ ตัดขาดทุนให้ไว




สนใจ เข้าไปซื้อได้ตามลิ้งค์นี้ครับ bit.ly/zyoebook3

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

สัญญาณการเปิดเกมส์ของเจ้ามือ Smart money

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

กลยุทธ์การเทรดหุ้น ของ Dan Zanger