Marvell ($MRVL) ผู้อยู่เบื้องหลังโครงสร้าง AI

Image
สรุปจาก https://x.com/i/status/2031467904965947717 ลองมองเรื่องนี้เหมือน “สงครามโครงสร้างพื้นฐานของ AI” ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ มีสองแนวทางใหญ่ ๆ ฝั่งหนึ่งคือระบบปิดที่ควบคุมทุกอย่างเอง อีกฝั่งคือระบบเปิดที่ให้บริษัทต่าง ๆ สร้าง AI ของตัวเองได้ บริษัทที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางของแนวทางที่สองคือ Marvell Technology ($MRVL) หลายคนมองว่าในขณะที่ Nvidia สร้าง “สวนปิด” ของตัวเอง แต่ Marvell กำลังสร้าง “เครื่องมือ” ให้ทุกบริษัทสร้างระบบ AI ของตัวเองได้ ต่อไปนี้คือภาพรวมแบบเข้าใจง่าย เรื่องราวของ Marvell: ผู้อยู่เบื้องหลังโครงสร้าง AI 1. จุดเปลี่ยนสำคัญ: AI เริ่มสร้างรายได้จริง รายงานผลประกอบการล่าสุดแสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เรื่องอนาคตอีกต่อไป แต่มันเริ่มสร้างรายได้มหาศาลแล้ว ตัวเลขสำคัญ รายได้ไตรมาสล่าสุด: 2.22 พันล้านดอลลาร์ รายได้ทั้งปี: 8.2 พันล้านดอลลาร์ (+42%) กำไรต่อหุ้นทั้งปี: 2.84 ดอลลาร์ (+81%) จุดที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจ Data Center รายได้ 1.65 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 74% ของรายได้ทั้งหมด แปลว่า Marvell กลายเป็นบริษัท “โครงสร้างพื้นฐาน AI” เต็มตัวแล้ว 2. อาวุธลับของ Marvell: ชิป DS...

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผลการเทรดดีขึ้น คือเทรดให้เหมือนทำธุรกิจ


จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมมีผลประกอบการทางการเทรดดีขึ้น ไม่ใช่ความรู้ทางเทคนิคอลเพียงอย่างเดียว มันยังมี mindset อีกอย่างที่ผมจงใจใส่ไว้ในหนังสือ บทที่ 11 Stop loss ครับ

ต้องออกตัวก่อนเลยว่าตอนนี้พอร์ตหุ้นโดยรวมของผมยังอยู่ในภาวะขาดทุนอยู่เพราะ เงินต้น หายไปจากการขาดทุนหุ้นมากกว่า 50% ครับ โดย 4 ปี ก่อนหน้านี้ ผมประสบกับการขาดทุนมาโดยตลอด
กระทั่งปีที่แล้วนี่เองที่ผลสรุปยอดทั้งปีของผม กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี ผมสามารถกู้ความเสียหายของพอร์ตกบับมาได้แล้วร่วมๆ 30%

โดยส่วนหนึ่งก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับหนังสือเล่มนี้ที่มันเป็นเหมือนบันทึกสรุปแนวทางการเทรดที่ใช่สำหรับตัวเอง รวมถึงวิธีคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเทรดด้วย ซึ่งผมจงใจใส่มันไว้ในบทที่ว่านี้
มันเป็นคำคม ประโยคสั้นๆของเทรดเดอร์ หลายท่าน อาทิ

มาร์ตี้ ชวาทซ์ บอกว่า "แนวทางพลิกพอร์ตจากการเป็นเทรดเดอร์ที่ขาดทุน พอร์ตไม่โต จวนเจียนจะหมดตัว ไปเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คือเปลี่ยนทัศนคติ จากที่เคย #ปรารถนาอยากเป็นผู้ชนะ เปลี่ยนมาเป็น #ปรารถนาที่จะเป็นฝ่ายถูก แทน" สองคำนี้ คนส่วนใหญ่ถ้าอ่านเผินๆ คงไม่ได้ใจความอะไร แต่สำหรับผมแล้ว มันโดนมากไป ครับ เพราะอะไร?

สาเหตุที่ผม ไม่กล้า stop loss หรือ cut loss หุ้นที่ขาดทุน ออกไปเสียที ปล่อยให้ความเสียหายลูกลามใหญ่โต ซ้ำร้ายยังหน้ามึน ซื้อถัวเฉลี่ยขาลงกับหุ้นตัวนั้นอีก แสดงว่าผม มีความปรารถนาที่จะเป็นฝ่ายถูก ตลาดผิด การไม่เชื่อการตัดสินของตลาด ผลก็คือยิ่งนานไปผมยิ่งขาดทุนมากขึ้น จนทนไม่ไหว ขายขาดทุนในตอนที่ราคาลงหนักมาก ในที่สุด แทนที่จะเสียเงินน้อยๆ กลายเป็นเสียยากไปซะนี่

ในทางกลับกัน ถ้าหากผม ปรารถนาที่จะเป็นผู้ชนะ ในเกม ซึ่งเป้าหมายก็คือ #เป็นคนรวยจากการเล่นหุ้น สิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผลประกอบการเป็นบวก เทรดให้ได้กำไรมากกว่าขาดทุน ให้กำไรทบต้น จนเติบโตไปเรื่อยๆ นี่คือหัวใจและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเป็นเทรดเดอร์ คำว่าเทรดเดอร์ คือ "นักซื้อมาขายไป" เราต้องการกำไรเพื่อความอยู่รอด ซึ่งวิธีการง่ายๆคือ เทรดให้ได้มากกว่าเสียแล้วทบต้นกำไรเท่านั้น ไม่มีหนทางอื่นที่สะดวกกว่านี้อีกแล้ว

ซึ่งหากเราต้องการจะอยู่รอด ก็ต้อง คิดให้มันเป็นเหมือนการทำธุรกิจ ให้ได้เท่านั้น

เสี่ยยักษ์ ท่านกล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณคิดผิด(คือซื้อหุ้นแล้วขาดทุน)แล้วไม่กล้า cut loss แสดงว่าคุณไม่ใช่มืออาชีพ แต่ถ้ามานั่งเล่นหุ้นเป็นอาชีพ แสดงว่าวิธีคิดผิดแล้ว"

ผมจึงได้คิดว่า ผมจะไม่ยอมให้ผลประกอบการโดยสรุปของตัวเองต้อวขาดทุนอีก ซึ่งวิธีการง่ายๆก็คือ ตัดขาดทุนให้ไว




สนใจ เข้าไปซื้อได้ตามลิ้งค์นี้ครับ bit.ly/zyoebook3

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI