ผมเป็นเทรดเดอร์ที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง - เอ็ด ซีโคตา (Ed Seykota)

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit

Ed Seykota คือตำนานเซียนหุ้นระดับโลก, หนึ่งใน Markrt Wizard, บิดาของ System trader เนื่องจากเขาเป็นเทรดเดอร์คนแรกที่พัฒนาระบบการซื้อขายบนคอมพิวเตอร์ โดยต่อยอดมาจากทฤษฎีของ Richard Donchian ซึ่งเป็นสไตล์ Trend Following ที่สร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่ง คือภายใน 16 ปี สามารถทำเงินให้เติบโตได้ถึง 250,000% หรือ 2,500 เท่า


๑) การเทรดและจิตวิทยาคือสิ่งเดียวกัน

๒) สไตล์ของผมโดยพื้นฐานแล้ว เป็นแบบตามแนวโน้มโดยใช้วิธีการจดจำรูปแบบพิเศษของราคาบ้าง และมีการบริหารเงินอย่างเป็นขั้นตอนตามระบบ

๓) กุญแจสำคัญของการอยู่รอดในระยะยาวและความมั่งคั่งนั้น มันมีความเกี่ยวข้องกันมากกับการรวมเอาเทคนิคในการบริหารเงินเข้าไปในระบบการเทรดด้วยเทคนิค

๔) การสร้างภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานจะช่วยส่งเสริมให้การเทรดมีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จ

๕) การเทรดทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากระบบบางอย่างไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ระบบที่ดีมากมายมีพื้นฐานมาจากการตามแนวโน้ม แม้แต่เรื่องของชีวิตเองก็มีพื้นฐานบนแนวโน้ม นกจะเริ่มบินไปในทิศใต้ในฤดูหนาวและจะเป็นต่อไป บริษัทต่างๆจะติดตามแนวโน้มและเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ของพวกเขา


๖) ปัจจัยพื้นฐานที่คุณอ่านเจอนั้น โดยทั่วๆไปแล้ว, มันจะไม่มีประโยชน์เพราะตลาดได้รับรู้ข้อมูลพวกนั้นเข้าไปรวมในราคาหมดแล้ว

๘) การเทรดตามแนวโน้มของผม ให้ความสำคัญตามลำดับ ดังนี้
1. แนวโน้มระยะยาว
2. รูปแบบของชาร์ทในปัจจุบัน
3. การเลือกจุดที่ดีในการซื้อหรือขาย
4. ความคิดทางปัจจัยพื้นฐานของผม (ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วพวกมันจะทำให้ผมต้องเสียเงินไปมากกว่า)

๙) ถ้าผมกำลังจะซื้อจุดเข้าซื้อของผมจะอยู่สูงกว่าตลาด ผมจะพยายามหาจุดที่ผมคาดว่าโมเมนตัมของตลาดจะแข็งแกร่งในทิศทางของการเทรดนั้นๆ และจะช่วยลดความเสี่ยงของผมลงมาได้อีกด้วย ผมจะไม่พยายามหาจุดที่ต่ำสุดหรือสูงสุด

๑๐) ประสบการณ์การเทรดที่น่าเร้าใจหรือส่งผลกระทบทางอารมณ์นั้นมีแนวโน้มที่จะมีความหมายในแง่ลบ ความภูมิใจคือสิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาได้มากที่สุด เช่นเดียวกับ ความหวัง ความกลัว และความโลภ ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมจะเกิดตามมาไม่นานหลังจากที่ผมเอาอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องในสถานการณ์เทรด

๑๑) ผมไม่ชอบที่จะคิดถึงเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว ผมมีแนวโน้มที่จะตัดการเทรดที่แยกออกไปจากใจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลืมมันไปซะและมองหาโอกาสใหม่ต่อไป


๑๒) ปัจจัยการเทรดที่ดีคือ
1. การตัดขาดทุน
2. การตัดขาดทุน
3. การตัดขาดทุน
ถ้าคุณสามารถทำตามกฎ 3 ข้อนี้ได้คุณก็มีโอกาส

๑๓) ผมจัดการกับช่วงที่ขาดทุนติดต่อกันด้วยการลดจำนวนครั้งของการเทรดของผมลงมา
ผมแค่ออกมารอข้างนอกก่อน การพยายามที่จะเทรดในตอนที่ขาดทุนต่อเนื่องนั้นมันเป็นหายนะทางอารมณ์ การพยายามที่จะเอาคืนเป็นเรื่องที่อันตรายร้ายแรงมาก

๑๔) แนวโน้มที่จะทำให้เกิดการสูญเสีย คือการปล่อยให้การขาดทุนส่งผลต่ออารมณ์และพยายามที่จะเอาคืนด้วยฐานะที่มีขนาดใหญ่เกินไป

๑๕) ผมเป็นเทรดเดอร์ที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้ซึ่งมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของตัวเองและเรื่องของเทรดเดอร์คนอื่นๆ

๑๖) ผมวางจุดตัดขาดทุนไว้ในเวลาเดียวกันกับที่ผมเข้าไปในการเทรด ตามปกติแล้วผมมักจะเลื่อนจุดนี้ขึ้นไปเพื่อล็อกผลกำไรเอาไว้เมื่อแนวโน้มมันสูงขึ้นไป ในบางครั้งผมก็จะทำกำไรออกมาเมื่อมีความบ้าคลั่งขึ้นในตลาด

๒๐) ผมตั้งใจที่จะเสี่ยงไม่เกิน 5% ในแต่ละการเทรด

๒๑) ผมรู้สึกว่าความสำเร็จของผมนั้นเกิดจากความรักของผมในตลาด ผมไม่ใช่เทรดเดอร์ที่ไม่มีความใส่ใจ มันคือชีวิตของผมผมมีความหลงใหลในการเทรด มันไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรกหรือแม้แต่ตัวเลือกในอาชีพของผม ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือสิ่งที่ผมควรจะต้องทำกับชีวิตของผม



๒๒) กฎในการเทรดที่ผมยึดคือ
1. การตัดขาดทุน
2. อยู่กับการเทรดที่ชนะ
3. วางเดิมพันให้น้อย
4. ทำตามกฎโดยไม่ตั้งคำถาม
5. รู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะไม่ทำตามกฎ

๒๓) ผมไม่คิดว่าเทรดเดอร์จะสามารถทำตามกฎได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน นอกเสียจากว่ามันจะสะท้อนสไตล์การเทรดของพวกเขาเองออกมาได้

๒๔) พึ่งระวังความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่าง "สัญชาตญาณ" และ "ความอยากที่จะให้เป็นเหมือนที่หวังไว้" เอาไว้ให้ดี

๒๖) ผมเคยพยายามจับจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในตลาด โดยการดูว่ามีการซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป แต่ตลาดยังคงตกลงไปอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดผมก็ขาดทุนไปเป็นจำนวนมาก

๒๗) ผมถือว่าระบบตามแนวโน้มนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการอ่านชาร์ท การอ่านชาร์ทมันมีบางอย่างเหมือนกับการเล่นเซิร์ฟ คุณไม่จำเป็นจะต้องรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับฟิสิกส์ของคลื่น การสั่นพ้องของคลื่น แค่คุณต้องสามารถที่จะรู้สึกได้เมื่อมันเกิดขึ้นและมีแรงขับเคลื่อนที่จะทำมันในเวลาที่ถูกต้อง

๒๘) ผมมักจะไม่สนใจต่อคำแนะนำของเทรดเดอร์คนอื่น โดยเฉพาะคนที่เชื่อว่าพวกเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น "อย่างแน่นอน"

๒๙) หลายคนชอบที่จะทำความเข้าใจตลาด มากกว่าที่จะทำเงินจากมันซะอีก

๓๐) เทรดเดอร์ที่พ่ายแพ้สามารถทำอะไรได้น้อยมาก เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเทรดเดอร์ที่ชนะ
เทรดเดอร์ที่พ่ายแพ้จะไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะนั่นคือสิ่งที่เทรดเดอร์ที่ชนะทำ

๓๑) จิตวิทยาการเทรดจะกระตุ้นคุณภาพของการวิเคราะห์ และการนำเอามันไปใช้
จิตวิทยาเป็นเหมือนกับคนขับรถ และการวิเคราะห์เป็นเหมือนกับแผนที่

๓๒) บุคลิกลักษณะของเทรดเดอร์ที่เป็นผู้ชนะ คือ
1. เขาหรือเธอต้องรักในการเทรด และ
2. เขาหรือเธอต้องการที่จะชนะ


๓๓) การจะเป็นเทรดเดอร์ผู้ชนะหรือแพ้นั้น, ทุกคนจะได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการจากตลาด คนบางคนดูเหมือนชอบที่จะแพ้ ดังนั้นพวกเขาจะชนะด้วยการเสียเงินของพวกเขาไป

๓๔) ผลงานในการเทรดของผู้คนน่าจะเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากกว่าที่พวกเขาอยากที่จะยอมรับมัน

๓๕) ผมคิดว่าเทรดเดอร์ที่มีสีสันและน่าสนใจที่สุดบางคนนั้นเล่นเพื่ออะไรที่มากกว่าแค่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว พวกเขาน่าจะเล่นเพื่อความตื่นเต้นด้วย หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มผลกำไรคือการตั้งเป้าหมายและสร้างภาพในจิตใจ เพื่อที่จะจัดวางจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกให้เหมาะสมกับการทำกำไร

๓๖) คนที่ต้องการจะชนะแต่ขาดทักษะ จะสามารถหาใครบางคนที่มีทักษะมาช่วยเขาได้




ระบบเทรด
สารภาพว่าผมไม่เข้าใจสูตรของแกเลย คือเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อจับจังหวะตลาด เข้าใจยากมากสำหรับสมองรากหญ้าอย่างผม ก็เลยไม่ขออธิบายครับ เพราะตตัวเองก็ไม่ได้ใช้

หากท่านสนใจก็เข้าไปอ่านจากเว็บเหล่านี้ครับ
- ระบบแนวรับแนวต้านของ "Ed Seykota"

อ่านเพิ่มเติม http://maomik.blogspot.com/2015/01/seykota.html

- http://www.seykota.com เว็บของแกเองครับ สูตรเพียบ

ของแมงเม่าคลับก็มีนะ แต่เมื่อกี้เข้าไปดูพบว่า โดน redirect ไปเว็บอื่น โดนแฮ็คหรือเปล่า?

- (แถม) เทคนิคอล เป็นแค่ “ปาหี่” แบบเขาว่าจริงหรือ???
 http://www.cwayinvestment.com/2013/08/blog-post.html


-------------------------
-------(ขอประชาสัมพันธ์สักนิดนะครับ)-------
 -----(เผื่อมีคนยังไม่ทราบ) -----
หนังสือผลงานของผู้เขียนเองครับ
มีสองเล่ม พี่น้อง ดำ - เขียว
ถ้าท่านชอบบทความที่ผมเขียน อยากมีหนังสืออ้างอิงเก็บไว้
อยากอ่านเนื้อหา+เคส เพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้น


"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" (เล่มดำ) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ที่นี่
รีวิวหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" (เล่มเขียว) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness ครบวงจรเช่นกัน
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่งสวิงเทรด ที่นี่

ถ้าให้เทียบความต่างของทั้งสองเล่มนะ
เล่มดำเป็นการเขียนถึงภาพรวม ภาคทฤษฎี
ส่วนเล่มเขียว เป็นการเจาะลึก เน้นเคส เป็นภาคปฏิบัติ

อ่านจบสองเล่ม ท่านสามารถเดาใจผมได้หมด ว่าเทรดยังไง
เพราะมันเป็นการกลั่นออกมาจากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง

ผมใช้ไอเดียพวกนี้แหละครับในการทำเงินได้หุ้นเด้ง อย่างที่เคยอวดไว้
คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ครับ

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks




ส่วน eBook มีขายที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้นครับ
รายละเอียด คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

------(ขอบคุณครับ)-----

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO