(สรุปหนังสือหุ้น) Investment Psychology Explained

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit

Investment Psychology Explained : Classic Strategies to Beat the Markets (1993)
เป็นหนังสือของ Martin J. Pring ครับ
คนที่เขียนหนังสือ Price Pattern นั่นแหละ

จากที่ได้สแกนคร่าวๆ แล้วก็เห็นเนื้อหาน่าสนใจ
และพูดในสิ่งที่ตรงใจผมเหลือเกิน
ชอบหลายประเด็นเพราะเขียนถึง mindset นี่แหละ
เลยพยายามสรุปใจความบางส่วนมาให้อ่านกัน
อังกฤษผมห่วยนะ อย่าเชื่อมาก ถ้าชอบก็หาเล่มเต็มมาอ่านกันนะ


PART I KNOWING YOURSELF
เป็นเรื่องของการแนะนำให้รู้จักตัวเองครับ

1. There Is No Holy Grail
เปิดมาก็จัดหนักเลยครับ
แกบอกว่า คุณอาจจะซื้อหนังสือเล่มนี้ เพราะหวังว่าจะให้คำตอบง่ายๆในการค้นหาแนวทางของการรวยเร็วในตลาดการเงิน แต่ผมต้องบอกว่าคุณผิดหวังแน่นอน
มันไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์หรอก ในทางกลับกัน, หนังสือเล่มนี้สามารถชี้คุณไปในทิศทางที่ถูกต้องได้หากคุณยินดีที่จะรับรู้ว่าการทำงานหนัก, มีมุมมองที่เป็นกลาง, ความอดทน, และมีระเบียบวินัย
สิ่งเหล่านี้เป็นคุณลักษณะที่มีค่าที่จะนำติดตัวไปกับคุณใน ถนนสู่การลงทุนอย่างชาญฉลาด

ให้ผมเดานะว่าทำไมแกเขียนอย่างนี้?
ก่อนหน้านั้นแกมีงานที่ฮิตมากหลายเล่ม คือ เรื่องเกี่ยวกับ technical analysis ขายดีมาก!!
ซึ่งมีคนคิดว่ามันเป็น holy grail เอาไปใช้แล้วรวยเลย จึงซื้อหนังสือแกไปอ่านกันมากมาย
แต่พอใช้จริง ก็พบว่ามันไม่เป๊ะ มีล้มเหลว มีเคสหลอก มากมาย
ทำให้คนที่คิดเองไม่เป็น แต่จะลอกข้อสอบเก่าอย่างเดียว ต้องขาดทุนหนัก
ก็น่าจะมีการต่อว่ากันพอสมควร
ผู้เขียนจึงต้องออกมาระบายแบบนี้
ซึ่งผมเองก็เขียนในทำนองนี้ไว้เหมือนกัน
บทความชื่อ จากใจผู้เขียนหนังสือวิเคราะห์กราฟหุ้น : Technical Analysis

ผมเห็นด้วยกับแกนะคือตอนแรกที่ผมเข้าเทรด ก็คิดแบบมักง่าย อยากรวยเร็ว
แต่โชคดีที่โดนตลาดสั่งสอบแบบเบาะๆ ให้ขาดทุนแบบเบาๆ
หลายครั้งเข้า เล่นนานไป อ่านเยอะ เขียนเยอะ จึงเริ่มรู้เดียงสาว่า ตลาดหุ้น "ไม่ง่าย"
ต้องอาศัยการทำงานหนัก, มีมุมมองที่เป็นกลาง, ความอดทน, และมีระเบียบวินัย ฯลฯ
ถ้าคิดอะไรง่ายๆ มักง่าย ก็เสียหายและหมดตัวไวกว่าใครเพื่อนแน่นอน

The Myth ความเชื่อผิดๆ
- The Myth of the Expert นักเทรดหน้าใหม่ส่วนใหญ่ มักจะให้ความเชื่อถือกับผู้เชี่ยวชาญมากจนเกินไป ทั้งที่แท้จริงแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้คิดถูกทุกครั้ง แต่เพราะเราเชื่อในเรื่อง holy grail จึงกลายเป็นติดกับดักคิดไปเองว่ากูรูต้องเก่ง
- The Myth of the Perfect Indicator เป็นอีกความเข้าใจผิดเรื่อง holy grail เพราะนักเทรดหน้าใหม่อยากรวยเร็วๆ อยากให้เงินทำงานแบบง่ายๆ จึงโหยหาอินดิเคเตอร์เทพ ใช้แล้วรวยเลย ผลก็คือ ต้องขาดทุนหุ้นจำนวนมาก และต้องตกเป็นเหยื่อพ่อค้าที่คอยทำมาหากินบนหลังนักเทรดอีกต่างหาก

2. How to Be Objective
ไม่มีความแน่นอน ในโลกการลงทุน
เมื่อไม่มีความแน่นอน คุณต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจตัวเอง
—James L. Fraser

นักเทรดส่วนใหญ่ มักจะมีความคาดหวังที่ไม่สมจริง คือเชื่อว่าตัวเองเก่งเกินจริง ก่อนเทรดมองอะไรง่ายไปหมด ยังไงก็ต้องได้กำไร

นักเทรดต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเร้าอารมณ์ ข่าวซุบซิบและการแกว่งของราคาอยู่ตลอด ทำให้พวกเขาเกิดอารมณ์สลับ 2 ขั้วระหว่างความกลัวและความโลภ จนทำให้การตัดสินใจแทบทุกครั้งเกิดจากอคติซึ่งไม่สร้างผลดีต่อการเทรดที่ประสบความสำเร็จเลย

เพื่อดึงสติตัวเอง, โปรดจำไว้ว่าราคาในตลาดการเงิน ถูกกำหนดโดยทัศนคติของนักลงทุน ต่อสภาวะเศรษฐกิจและการเงินที่เกิดตามแรงกระตุ้นของสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมายความว่าความผันผวนของราคาจะขึ้นอยู่กับความหวังความกลัวและความคาดหวังของกลุ่มคนที่เขาคำนวณสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
 สิ่งที่คุณต้องทำคือพยายามเพิกเฉยต่อแรงกระตุ้นเหล่านั้น และสร้างความเป็นอิสระ รวมถึงพยายามอย่างแท้จริงที่จะเอาชนะอคติของคุณเอง
การแกว่งของตลาดเป็นผลมาจากอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มชน คุณไม่สามารถที่จะเปลี่ยนมันได้ แต่มันจะต้องเป็นสิ่งที่คุณควรยอมรับมัน หน้าที่ของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือพยายามเอาชนะข้อบกพร่องทางจิตใจ คิด และมองให้แตกต่างจากฝูงชน มีอิสระในการคิด และตัดสินใจ

เชื่อโดยปราศจากอคติ
เราทุกคนต่างมีอคติเป็นของส่วนตัวกันอยู่แล้วมันมีอิทธิพลต่อความคิดของเราเป็นอย่างมาก และมันก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักเทรดต้องขาดทุนเป็นจำนวนมาก อคติเกิดจากประสบการณ์ถ้าเราเห็นอะไรที่มันมีความสอดคล้องกับประสบการณ์ที่เจ็บปวดในอดีตมันจะทำให้เราเผลอลงมือทำในสิ่งที่เป็นอัตโนมัติซึ่งบ่อยครั้งในตลาดหุ้นมันสร้างผลกระทบที่ไม่ดี
แนวทางการแก้ไขก็คือพยายามเป็นเจ้านายของความโลภและความกลัวให้ได้
เรามีเป้าหมายที่จะทำกำไรแต่ความกลัวกับความโลภมันก็จะพยายามฉุดให้เราไขว้เขวไปในทางใดทางหนึ่ง

3. Independent Thinking
นักเทรดควรปลีกตัวออกห่างจากข่าวสารบ้าง เพราะมันสามารถทำให้เกิดความไขว้เขวได้ง่าย
ต้องรักษาจุดยืนของตัวเอง วิธีการก็คือ
- แยกแยะข่าวให้ออก ว่าแบบไหนมันชวนเชื่อ แบบไหนคือข้อมูล
- ไม่ฟังข่าวลือ, ข่าวกระซิบ
- ฟังคำวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญอย่างมีดุลยพินิจ

นักเทรดต้องแยกข่าวออกจากตลาดให้เบ็ดเสร็จ
พูดง่ายๆ คือเมื่อมีข่าวดีออกมา หรืองบออกมาดี ราคาหุ้นไม่จำเป็นต้องสะท้อนข่าวนั้นก็ได้
ถ้าเชื่อแบบนี้ คุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการรีบเข้าซื้อหุ้น เมื่อเห็นข่าดี เพราะคุณจะรอดูความเห็นตลาดก่อนว่าคนส่วนใหญ่คิดยังไงกับข่าวนี้


4. Pride Goes Before a Loss
Pride of opinion หมายถึงความดื้อรั้น, ไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดได้
ในชีวิตจริง ถ้ามครมีนิสัยแบบนี้ ก็อยูู่กับใครไม่ยืน สร้างแต่ปัญหา
ในโลกของการลงทุนนั้น มันเป็นสูตรแห่งความหายนะ

หลังจากช่วงเวลาที่ชนะยาวนาน, นักลงทุนเกือบทุกรายจะตกอยู่ในกับดักของการคิดว่าเขาเป็นนักเทรดฉลาดที่สุดไร้ที่ติไม่มีความผิดพลาด
แต่น่าเสียดายที่ตลาดเห็นจุดอ่อนนี้, พวกเขาจึงต้องขาดทุนหนัก คืนกำไรที่ได้มาอยากมากมายกลับไปให้ตลาดในชั่วเวลาสั้นๆ
เพราะความเชื่อมั่นเกินไปและความกระตือรือร้นที่จะเอาชนะ ก่อให้เกิดความประมาทซึ่งทำให้ตัดสินใจไม่ดีและวางจำนวนเงินที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมนุษย์มีแนวโน้มของที่จะเสี่ยงมากขึ้นหลังจากประสบความสำเร็จ

Pride of opinion ยังสามารถสร้างปัญหาได้อีกเมื่อตลาดเป็นขาลง, เพราะนักลงทุนทั่วไปมักจะไม่ยอมขายขาดทุน, แม้ว่าจะมีหลักฐานมากมายแสดงให้เห็นว่าข้อเท็จจริงมีการเปลี่ยนแปลง แต่ pride of opinion ไม่เชื่อแนะนำให้ถือหุ้นไว้ก่อน ไม่ขายไม่ขาดทุน รอคืนทุนค่อยขาย

วิธีแก้ Pride of opinion
Pride of opinion คือมุมมองที่ดันทุรัง ผลที่ได้คือคุณไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลับสร้างปัญหาให้ใหญ่โตขึ้น

ขั้นตอนแรกแก้คือ คุณต้องตระหนักว่าคุณมีปัญหาจริงๆ การขาดทุนคือสิ่งที่ฟ้องว่าคุณมีปัญหานะครับ ไม่ใช่ตลาดหรือใครแกล้ง คุณเข้าผิดจังหวะเองต่างหาก
คุณควรและวิเคราะห์ความผิดพลาดนั้นอย่างรอบคอบ ไม่ใช่หนีปัญหา โยนให้คนอื่นรับแทน
จากนั้นที่คุณต้องยอมรับคุณสามารถทำผิดพลาดได้ และยังต้องการแก้ไขปัญหานั้นให้ดีขึ้นด้วย

ขั้นตอนต่อไปคือการร่างกฎเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องผิดพลาดแบบเดิมอีก
อย่าเพิ่งไปตั้งเป้าว่าต้องทำเงินให้ได้มากแค่ไหน
แต่จงมองผ่านมุมของโอกาสกับความเสี่ยง
ถ้าเห็นว่าความเสี่ยงสูงกว่าโอกาส ไม่คุ้ม ก็อย่าเล่น
พร้อมกันนั้น ก็ถามตัวเองว่า "ความเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาวะปกติ คืออะไร?"
กล่าวอีกนัยหนึ่งพิจารณาความเสี่ยงก่อนที่จะได้รางวัล
กระบวนการนี้ จะช่วยให้ท่านบรรลุวัตถุประสงค์ ๒ ประการ
อันดับแรก คือเราความสำคัญเรื่องรางวัลความเสี่ยงกับรางวัล
ประการที่สอง จะช่วยให้คุณตระหนักถึงความเสี่ยงก่อนเวลาที่คุณจะทำผิดพลาด เมื่อรู้ก่อน เวลาแก้ก็ไม่ต้องลนลาน แค่ทำตามแนวทางที่วางไว้

ยังมีอีกบานเลยครับ
แต่ผมหมดแรง มาได้เท่านี้เอง
ใครสนใจก็ลองไปที่ amazon.com หรือค้นออนไลน์ดูนะครับ


-------------------------

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ประโยคทองที่ผมชอบ จากหนังสือ Trading in the Zone

RSI กับการ Breakout ของ Pivot Buy Point

จิตวิทยาเบื้องหลังการเคลื่อนไหวราคาและ Price Pattern

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

สูตรเทรด ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 01 - ตัดเส้นขึ้นซื้อ ตัดลงขาย