อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ อย่ามีอีโก้ - Paul Tudor Jones

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : faceboook.com/zyoit

Paul Tudor Jones เป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จสูงมากคนหนึ่งของโลกครับ
ผมได้อ่านเจอเรื่องราวเค้าจากหนังสือ Market Wizard เห็นว่าเขามีมุมมองในทางการเทรดที่น่าสนใจมาก คือมันเป็นคำสอน คำแนะนำสำหรับนักเทรดหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสี่ยง อีโก้ และวิธีการเพื่อทำให้เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
ต่อไปนี้คือคำคมและประโยคที่ผมชอบ

สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่าน
สิ่งที่ควรทำ ๑๐ ข้อ
๑) เทรดตามแนวโน้มเท่านั้น ผมใช้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันช่วยดู
๒) คิดล่วงหน้าเอาไว้เสมอ คุณจะได้รับผลที่ดีกว่า
๓) นักเทรดที่ดี ต้องคิดต่างจากฝูงชน
๔) เลือกจังหวะที่คุณได้เปรียบมากที่สุดเท่านั้น
๕) เทรดให้น้อยลง ถ้าขาดทุนติดต่อกัน
๖) ให้คิดว่าทุกวันสิ่งที่เทรดอยู่มันผิดทาง คุณจะรู้ว่า stop loss อยู่ตรงไหนบ้าง เวลาพลาดจริง จะได้เอาอยู่
๗) มองว่าทุกอย่างมันจะดี ถ้าเราทำตอนนี้ให้ดีที่สุด สนใจในสิ่งที่ตัวเองจะทำต่อไป
๘) การจะทำอะไรให้ดี ต้องใช้สมาธิอย่างมาก คุณต้องมีความผ่อนคลาย
๙) หมั่นเก็บกำไรครึ่งหนึ่ง ก่อนราคาทำจุดสูงสุดใหม่ หรือก่อนจุดต่ำสุดใหม่ แล้วปล่อยอีกครึ่งที่เหลือหลังจากที่ผ่านไปได้แล้ว
๑๐) ถ้ามีการวิ่งสวนทางกับที่ตั้งใจ ให้ออกทันที  แต่ถ้ามันทำกำไรให้ ก็ถือไป ควรมีราคาตัดขาดทุนในใจไว้ ถ้ามันทะลุก็ให้ออกทันที

สิ่งที่ไม่ควรทำ ๑๐ ข้อ
๑) ถ้าคุณมองไม่เห็นโอกาสในการได้กำไร อย่าเทรด ให้เสี่ยงต่อเมื่อเห็นโอกาสเท่านั้น
๒) อย่าเล่นบทพระเอกกับตลาด
๓) อย่าเทรดเกินตัว
๔) อย่าเทรดในสถานการณ์ที่คุณควบคุมไม่ได้
๕) อย่าเทรดด้วยเงินก้อนใหญ่ก่อนที่ตัวเลขทางการเงินสำคัญจะออก เพราะมันเป็นการพนัน
๖) อย่าไปคิดเยอะเรื่องจุดเข้า(ที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว) แต่ให้ตั้งคำถามว่า คุณรู้สึกยังไงกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากนั้น (เสี่ยงมั้ย หรือยังโอเค)
๗) อย่าใช้อารมณ์ตัดสินตลาด
๘) อย่าใช้แค่ระดับตัดขาดทุนด้วยราคาอย่างเดียว แต่ให้ดูเวลาประกอบด้วย ถ้าคิดว่ามันน่าจะวิ่ง แต่ยังไม่วิ่ง ก็ควรออกได้เช่นกัน
๙) อย่าถัวเฉลี่ยขาดทุน
๑๐) อย่าบุกเพลิน ให้เทรดแบบตั้งรับ เสี่ยงให้น้อย คิดถึงความเสี่ยงไว้ก่อน ถ้าป้องกันดี เดี๋ยวก็ได้เงิน




ต่อไปนี้ สำหรับคนที่ชอบอ่านยาวๆ

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก อีไล ทูลิส
๑) หนึ่งในสิ่งที่ทูลลิสได้สอนผมก็คือความสำคัญของเวลา เมื่อผมเทรดผมไม่ได้ใช้แค่เพียงราคาเพื่อเป็นจุดตัดขาดทุนเท่านั้น แต่ผมยังใช้จุดตัดขาดทุนทางเวลาอีกด้วย ถ้าผมคิดว่าตลาดมันควรจะมีการทะลุของราคา แต่มันไม่ทะลุ
ผมก็มักที่จะออกมา ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ได้ขาดทุนเลยก็ตาม

๒) การเทรดมันมีการแข่งขันที่สูงมาก คุณต้องสามารถที่จะจัดการมันได้เวลาที่มีใครมาเตะก้นคุณเข้าให้ ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใดในการตัดมัน แต่มันก็จะต้องมีอารมณ์ทั้งด้านดีและด้านไม่ดีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างมหาศาล

๓) คุณต้องออกมาในเวลาที่ตลาดให้คุณออกมาได้
ไม่ใช่เวลาที่คุณอยากจะออกมา

๔) ถ้าคุณต้องการจะเคลื่อนสถานะขนาดใหญ่ คุณจะต้องไม่รอจนกระทั่งตลาดไปที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุด เพราะมันจะมีปริมาณซื้อขายน้อยมากที่จะเทรดกันตรงนั้น ถ้ามันเป็นจุดกลับตัวของตลาด

๕) ผมจะปิดสถานะของผมไปก่อนครึ่งนึงเสมอก่อนจะถึงจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดใหม่ และส่วนที่เหลือหลังจากจุดนั้น



ตกผลึกด้วยตัวเอง
๖) แม้ตลาดจะดูดีที่สุดเมื่อมันทำจุดสูงสุดใหม่
แต่บ่อยครั้งมันก็มักจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดเช่นกันที่จะขายมัน

๗) อย่าไปเล่นบทลูกผู้ชายกับตลาดเป็นอันขาด


๘) จุดแตกหักสำหรับผมมันเป็นตอนที่ผมเจ็บปวดจากการขาดทุนหนักจนพูดว่า
"ไอ้โง่เอ๊ยทำไมถึงต้องเสี่ยงทุกอย่างลงไปในการเทรดเพียงครั้งเดียวนะ ทำไมไม่ทำชีวิตของนายให้เป็นการตามหาความสุข แทนที่จะเป็นการตามหาความเจ็บปวดล่ะ นั่นเป็นตอนที่ผมตัดสินใจเป็นครั้งแรกว่าจะต้องเรียนรู้เรื่องวินัยและการบริหารเงิน มันคือประสบการณ์แห่งการชำระล้างสำหรับผม"


๙) ผมมีจุดตัดขาดทุนทางจิตใจอยู่ ถ้ามันไปถึงจำนวนนั้นผมก็จะออกมา ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม


๑๐) เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเทรดได้แย่ ผมจะลดขนาดการเทรดลง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงจะเทรดด้วยปริมาณสถานะที่น้อยที่สุดเมื่อการเทรดของผมย่ำแย่ที่สุด


๑๑) อย่าซื้อเฉลี่ยขาลง ให้ลดปริมาณการเทรดของคุณลงมาเมื่อคุณกำลังเทรดได้แย่
และเพิ่มมันถ้าคุณกำลังเทรดได้ดี


๑๒) อย่าเทรดในสถานการณ์ที่คุณควบคุมไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ผมจะไม่ยอมเสี่ยงด้วยเงินจำนวนมากก่อนหน้าการประกาศตัวเลขสำคัญ เพราะนั่นมันคือการพนัน ไม่ใช่การเทรด


๑๓) ถ้าคุณมีสถานะที่กำลังขาดทุนที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ ทางแก้ปัญหามันง่ายมากคือออกมาซะ เพราะคุณจะกลับเข้าไปใหม่ได้เสมอ มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการเริ่มต้นใหม่อย่างสดชื่น



๑๔) กฎที่สำคัญที่สุดของการเทรดก็คือ เล่นแบบป้องกันไว้ให้มาก ไม่ใช่บุกให้มาก


๑๕) ทุกๆวันผมจะสมมุติว่าสถานะทุกสถานะที่ผมมีอยู่นั้นมันผิดทั้งหมด
ผมรู้ว่าจุดขาดทุนของผมอยู่ตรงไหน
ผมทำอย่างนั้นเพื่อที่ผมจะได้สามารถระบุความสูญเสียที่มากที่สุดที่จะเป็นไปได้ ด้วยความหวังว่าผมจะสามารถใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นมีความสุขไปกับสถานะที่ไปในทิศทางของผม
แต่ถ้ามันเกิดในทิศทางตรงกันข้าม ผมก็มีแผนการที่วางไว้สำหรับการออกมาอยู่แล้ว


๑๖) อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ อย่ามีอีโก้
ตั้งคำถามตัวเองและความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ 
อย่าได้คิดว่าคุณเก่งมากแล้ว
วินาทีที่คุณคิดอย่างนั้น คุณตายแน่


๑๗) ไอเดียที่ว่าคุณไม่สามารถเอาชนะตลาดได้นั้นเป็นภาพที่ดูน่ากลัว
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมปรัชญาที่สำคัญที่สุดของผมคือการเล่นแบบป้องกันให้มากที่สุด


๑๘) ถ้าคุณเทรดได้ดีครั้งหนึ่ง อย่าคิดว่ามันเป็นเพราะคุณมีความสามารถในการคาดการณ์ได้เหนือธรรมดา
รักษาความมั่นใจของคุณเอาไว้เสมอ แต่ระวังอย่าให้มันมีมากจนเกินไป


๑๙) ผมรู้ว่าการที่จะประสบความสำเร็จนั้นผมจำเป็นที่จะต้องกลัว ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของผมมักจะตามมาหลังจากที่ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม และเริ่มจะคิดว่าผมรู้อะไรบางอย่างแล้วเสมอ


๒๐) ผมมองว่าตัวเองเป็นนักฉวยโอกาสจากตลาดคนสำคัญ นั่นหมายความว่าผมพัฒนาความคิดในตลาดขึ้นมาจากความคิดหนึ่ง และทำมันจากจุดที่มีความเสี่ยงต่ำมาก จนกว่าผมจะถูกพิสูจน์ซ้ำๆว่าผิด หรือจนกว่าผมจะเปลี่ยนมุมมองของผมไป



๒๑) ผมเป็น Swing Trader มาโดยตลอด หมายความว่าผมเชื่อว่าวิธีทำเงินที่ดีที่สุด ก็คือการทำที่จุดกลับตัวของตลาด


๒๒) ทฤษฎีคลื่นอีเลียตทำให้สามารถที่จะสร้างโอกาสของอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นมาได้ นั่นคือเหตุผลที่ผมอุทิศความสำเร็จส่วนใหญ่ของผมให้กับวิธีประเมินตลาดด้วยคลื่นอีเลียต


๒๓) ผมไม่สนใจจริงๆกับความผิดพลาดในตลาดที่ผมพึ่งจะทำไปเมื่อ 3 วินาทีที่แล้ว สิ่งที่ผมสนใจคือผมกำลังจะทำอะไรต่อไป ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเอาอารมณ์ไปยึดติดกับตลาด


๒๔) ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เมื่อไรก็ตามทีช่วงกรอบราคาการเทรดกว้างขึ้นมากอย่างรวดเร็วในตลาดที่เคยมีการเคลื่อนไหวอย่างแคบๆมาก่อน ธรรมชาติของมนุษย์จะพยายามที่จะทำตรงกันข้ามกับการเคลื่อนไหวของราคานั้น


๒๕) อย่าเพ่งความสนใจไปที่การทำเงิน
จงเพ่งความสนใจไปที่การปกป้องสิ่งที่คุณมีอยู่


๒๖) มันง่ายกว่าที่จะกลับเข้าไป มากกว่าที่จะออกมาเสมอ


๒๗) ความลับในการประสบความสำเร็จในการเทรดก็คือ
1) อึด ไม่ย่อท้อ
2) มีความกระหายต่อข้อมูลและความรู้



๒๘) “Losers average losers.”
ขี้แพ้ ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุน


๒๙) ถ้าคุณไม่ปรับตัว, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่เข้าแข่งขัน คุณก็ตาย


๓๐) เมื่อตลาดปิด สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณควรรู้สึกดีต่อการควบคุมความเสี่ยงของตัวเอง


๓๑) ตลาดจะมีแนวโน้มแค่ 15% ของช่วงเวลาทั้งหมด ที่เหลือมันจะ sideway


๓๒) ผมมีความเชื่อว่า ราคาวิ่งก่อน พื้นฐาน(ข่าว)ตามมาทีหลัง


๓๓) พื้นฐาน(ข่าว) อาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการวิ่งในช่วง 1 ใน 3 หรือระดับ 50-60% ของการเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่ถ้ามันออกมาในช่วงท้าย คือ 3 ใน 3 มันจะเป็นการซิ่งแหลก ราคาจะวิ่งแบบ parabolic (เขียวยาวต่อเนื่องทุกวัน) เพราะจะมีคนเข้ามาซื้ออย่างบ้าคลั่ง
คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งที่สาม เพราะมันเป็นช่วงสุดท้ายของขาขึ้น หรือขาลง

ปล. ผมว่าแกกำลังพูดถึงอีเลียตเวฟ
การวิ่งแรงของตลาด มีอยู่ 3 ช่วง คือ
เวฟ 1 = 1 ใน 3
เวฟ 3 = 2 ใน 3
เวฟ 5 = 3 ใน 3
ดังนั้น เวฟ 5 จึงวิ่งแรง แล้วจบรอบ


๓๔) บางครั้ง ความล้มเหลวก็ช่วยให้เราออกไปจากเส้นทางที่ผิด ให้ไปเดินบนเส้นทางที่ถูกได้


๓๕) คุณสามารถรียนรู้ได้มากมายจากความผิดพลาด มากกว่าตอนที่กำไรเสียอีก


๓๖) ความผิดพลาด คือส่วนประกอบสำคัญของความสำเร็จของผม



-------------------------
-------(ขอประชาสัมพันธ์สักนิดนะครับ)-------
 -----(เผื่อมีคนยังไม่ทราบ) -----
หนังสือผลงานของผู้เขียนเองครับ
มีสองเล่ม พี่น้อง ดำ - เขียว
ถ้าท่านชอบบทความที่ผมเขียน อยากมีหนังสืออ้างอิงเก็บไว้
อยากอ่านเนื้อหา+เคส เพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้น


"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" (เล่มดำ) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ที่นี่
รีวิวหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" (เล่มเขียว) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness ครบวงจรเช่นกัน
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่งสวิงเทรด ที่นี่

ถ้าให้เทียบความต่างของทั้งสองเล่มนะ
เล่มดำเป็นการเขียนถึงภาพรวม ภาคทฤษฎี
ส่วนเล่มเขียว เป็นการเจาะลึก เน้นเคส เป็นภาคปฏิบัติ

อ่านจบสองเล่ม ท่านสามารถเดาใจผมได้หมด ว่าเทรดยังไง
เพราะมันเป็นการกลั่นออกมาจากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง

ผมใช้ไอเดียพวกนี้แหละครับในการทำเงินได้หุ้นเด้ง อย่างที่เคยอวดไว้
คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ครับ

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks




ส่วน eBook มีขายที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้นครับ
รายละเอียด คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

------(ขอบคุณครับ)-----

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

หุ้นจ่อเบรค 14/12/2018

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง