เทคนิค ขายหุ้น แบบเข้าใจง่ายๆ

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit
และหนังสือรวมเทคนิคการขายหุ้นแบบง่ายๆ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด"

ไปเห็นกระทู้จาก pantip เห็นคนสอบถามเรื่องการขายหุ้นอยู่มากพอสมควรเลย อาทิ
- เราขายหุ้นให้ใครครับ?
- วิธีขายหุ้นยังไง ไม่ขายหมู
- ขอถามเรื่องการขายหุ้นค่ะ(ช่วงกำลังศึกษา)
- ทำไมเวลาราคาหุ้นตก ให้รีบขาย เราเก็บไว้เผื่อมันขึ้นไม่ได้หรอครับ?
ฯลฯ

ก่อนอื่นต้องเริ่มตีความก่อนว่า "ทำไมต้องขาย?" มีอยู่ ๒ เหตุผล
๑) ขายเพื่อเก็บกำไร
๒) ขายเพื่อป้องกันการขาดทุนหนัก
คุณต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อน

ส่วนคำถามปลีกย่อย เช่น
- ถ้าขายแล้ว มันจะเด้งมั้ย?
- ถ้าขายแล้ว เงินฉันจะหายไปเยอะมั้ย?
- ขายแล้ว ใครซื้อ?
เดี๋ยวค่อยว่ากัน
เพราะมันอยู่ในเหตุผลทั้งสองข้อนั้น



๑) ขายเพื่อเก็บกำไร 
เป็นสิ่งที่นักลงทุนปรารถนามากครับ เพราะ ทุกคนล้วนเข้ามาเพื่อกำไรกัน
ทุกคนอยากทำเงิน อยากรวย จึงมักจะมุ่งหน้ามาทางนี้หมด

วิธีการขายเพื่อเก็บกำไร มี ๒ แบบ หลักๆ ครับ
- ขายเมื่อราคาวิ่งขึ้นแรงๆ (Selling into strength)
เพราะการที่ราคาวิ่งแรงๆ วันหนุ่งบวกเป็น 20-30% ถือเป็นท่าจบ ก่อนกลับตัวแรง
เพราะคนส่วนใหญ่กำไรกันแล้ว ต้องการขายมากกว่าซื้อ
การขายที่ราคาวิ่งแรงๆ โดยที่ที่นกำไรมาแล้วระดับ 20% ขึ้นไป ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำครับ
เพราะจากนั้นราคามักจะร่วงสวนทางกลับไปพักฐาน
ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันจะลงไปกินทุนของตัวเองหรือเปล่า ดังนั้นขายได้ครับ

- ขายเมื่อราคาอ่อนแอ
อ่อนแอในที่นี้คือ ราคาร่วงลงไปหลุดแนวรับล่าสุด
หรือหลุดเส้นค่าเฉลี่ย สื่อว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังเสียหาย ราคาอาจกลับตัวแรงได้
เมื่อจบแนวโน้มขาขึ้น ต่อไปจะร่วงแรงเป็นขาลง ถ้าท่านไม่ขายก็มีโอกาสขาดทุนหนัก



๒) ขายเพื่อป้องกันการขาดทุนหนัก
เป็นคนละเรื่องกับข้อแรกเลยครับ เพราะนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้คิดกัน
เพราะไม่คาดหวังว่าต้องขาดทุน
แต่ความจริงแล้ว การขาดทุนถือเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ครับ
ดังนั้น ถ้าราคาร่วงแรง จนทำให้ท่านขาดทุน จนถึงระดับ 7-10% ท่านควรขายหุ้นออกมาครับ

การขายหุ้นออกที่ 7-10% นี้ มันเป็นระดับที่ท่านสามารถทำกำไรคืนกลับมาได้อย่างไม่ยากนัก
เพราะความเสียหายไม่มาก แต่ถ้าท่านขาดทุนเป็นระดับ 30-50% แล้ว คุณต้องทำเงินให้ได้ 60-100% เลยทีเดียวกว่าจะกลับมาเท่าทุนเดิม

อย่ากลัวขายหมูครับ
อย่ากลัวขายแล้ว ราคาเด้ง
เพราะเราไม่รู้อนาคต รู้อย่างเดียวว่าตอนนี้ราคาร่วงจนทำให้ฉันขาดทุนจนถึงลิมิตแล้ว
ฉันต้องลดความเสี่ยงอย่างไว


-------------------------
-------(ขอประชาสัมพันธ์สักนิดนะครับ)-------
 -----(เผื่อมีคนสนใจ หรือยังไม่ทราบ) -----
หนังสือผลงานของผู้เขียนเองครับ
มีสองเล่ม พี่น้อง ดำ - เขียว
ถ้าท่านชอบบทความที่ผมเขียน อยากมีหนังสืออ้างอิงเก็บไว้
อยากอ่านเนื้อหา+เคส เพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้น


"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" (เล่มดำ) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ที่นี่
รีวิวหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" (เล่มเขียว) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness ครบวงจรเช่นกัน
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่งสวิงเทรด ที่นี่

ถ้าให้เทียบความต่างของทั้งสองเล่มนะ
เล่มดำเป็นการเขียนถึงภาพรวม ภาคทฤษฎี
ส่วนเล่มเขียว เป็นการเจาะลึก เน้นเคส เป็นภาคปฏิบัติ

อ่านจบสองเล่ม ท่านสามารถเดาใจผมได้หมด ว่าเทรดยังไง
เพราะมันเป็นการกลั่นออกมาจากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks


ส่วน eBook มีขายที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้นครับ
รายละเอียด คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

------(ขอบคุณครับ)-----

คำค้นเพิ่มเติม
เทคนิค ขายหุ้น, วิธีขายหุ้น, ขายหุ้นตอนไหนดี pantip, ขายหุ้นยังไง pantip, ขาย หมู หุ้น pantip,

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO