Bottom Fishing : การซื้อหุ้นกลับตัวจากขาลง


คำว่า Bottom Fishing ในการเล่นหุ้นมันก็คือการซื้อหุ้นที่โซนจุดต่ำสุดนั่นแหละครับ ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของนักเทรดส่วนใหญ่ของตลาด ที่ต้องการซื้อของให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อรอไปขายในราคาสูงๆ หรือที่เรียกว่า buy low & sell high นั่นเอง

ปกติแล้วกลุ่มนักลงทุนที่ชอบซื้อตามแนวทางนี้ก็เป็นนักลงทุนสายพื้นฐาน แต่พวกเขาไม่ได้ดูกราฟกันสักเท่าไหร่นัก นอกจากจะดูส่วนต่างของความปลอดภัย(margin of safety) ที่มีสูงเพียงพอต่อความเสี่ยง หลังจากที่คำนวนมูลค่าที่เหมาะสมในอนาคตอันไกล้ อันสืบเนื่องจากมีตัวเร่งที่รุนแรง ฯลฯ

และอีกกลุ่มคือ นักเทรดมือใหม่ซิง ที่พยายามซื้อหุ้นให้ได้จุดต่ำสุดจริงๆ แต่พวกเขาไม่ได้ดูสิ่งแวดล้อมใดๆทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ซื้อเพราะความรู้สึกล้วนๆ ถ้าคิดว่าราคานี้ต่ำมากแล้ว ก็จะเข้าซื้อ ตรรกะของเขาง่ายมาก เช่นราคาร่วงมาได้ 50% จากยอดนี่ถูกมาก ก็เข้าซื้อ และส่วนใหญ่มักจะพลาด เพราะมันยังสามารถลงต่อได้อีก

ยกตัวอย่าง MALEE

พอเม่าเห็นราคาร่วงจาก 60 มาหยุดที่ 30 บาท โอ้โห ลด 50% ถูกมาก! เข้าซื้อทันที กะเก็นไว้ขายที่ 60 บาท แต่เป็นไงล่ะถือไปถือมา มองไปแต่ข้างบน วันนี้ลดราคาลงเหลือ 13 บาท ดูไม่จืดเลย สิริรวมลด 78% กันเลยทีเดียว ก็ไม่ทราบว่าราคานี้บอกผ่านหรือยังนะครับ หรือจะมีลดอีกกระลอก? แหม..ทำยังกับบริษัทจะเจ๊งกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม, ในโพสต์นี้ผมไม่ได้แนะแนวทางของวีไอหรอกนะครับ เพราะผมรู้น้อยมากเกี่ยวกับแนวทางนั้น เอาเป็นว่าเดี๋ยวบทความนี้ผมจะรวบรวมแนวทางการซื้อหุ้นที่มีโอกาสกลับตัวจากขาลงตามแนวทางเทคนิคอลมาให้ท่านอ่านก็แล้วกัน เผื่อใครที่มีความรู้ทางพื้นฐานมาแล้วจะเอามันไปประยุกต์ใช้ได้ด้วย


เบื้องหลังของ SET ไต่ระดับขึ้นไปทำ all time high อย่างต่อเนื่อง ในช่วงนี้ เกิดจากการทำราคาหุ้น market cap ขนาดใหญ่ในระดับ top ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน และธนาคาร นั่นหมายถึงกระแสเงินก้อนมหึมากำลังเข้าไปหมุนเวียนอยู่ในนั้น ถ้าท่านอยากได้เงินง่าย การเข้าไปเล่นหุ้นชุด A กับ B ตามหลักการของพี่เปี๊ยกแมงเม่าสำราญ จะดีที่สุด

และเมื่อดัชนีเป็นขาขึ้นสุดคึก หุ้น 3 ใน 4 ของตลาด ก็เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นตาม ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่เป็นขาขึ้นอยู่แล้ว หรือ ขาลงที่เริ่มมีท่าทีหยุดลง
ซึ่งมือใหม่ส่วนใหญ่มักจะมีหุ้นอย่างหลังกันเป็นส่วนใหญ่

พวกเขามักจะพยายามซื้อหุ้นให้ได้ในราคาต่ำที่สุด ซึ่งจากประสบการณ์ของผมพบว่าวิธีนี้ค่อนข้างอันตราย และมีโอกาสเสียหายสูงกว่าได้ประโยชน์ เพราะ...
๑) เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เจ้ามือ หรือคนทำราคาจะเข้ามาเล่น แม้บางทีเราจะฟลุคได้เป็นเจ้าของที่ราคาต่ำที่สุด แต่หากราคาแช่ออกข้าง ไม่ยอมวิ่งขึ้นไปเลยเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ท่านจะทนได้มั้ย เพราะในขณะที่ตลาดเขียวได้ทุกวัน หุ้นลิ่งก็มีให้เห็นตลอด แต่หุ้นท่านซึมไม่ไปไหนเลย
๒) เมื่อหุ้นตัวนั้นไม่ยอมไปไหน ในขณะที่ SET all time high ได้ทุกวัน
แน่นอน มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทนไม่ไหว ขายหุ้นตัวนั้นออกเพราะมันซึม ไม่เด้งตามตลาด ทำให้มันลงสวนตลาดได้อีก ใช่...ท่านจะขาดทุนกับมัน

แต่ก็ห้ามไม่ให้เล่นไม่ได้ เพราะความเชื่อของคนเปลี่ยนยาก
ดังนั้นถ้าท่านไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อันดับแรกเลย ไม่ควรดักรอซื้อที่ราคาต่ำสุด แต่จงรอให้ราคามีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนแบบยืนยันการกลับตัว คือให้ราคามีการยกไฮยกโลว์ขึ้นมาได้ดังรูป
การที่ราคามีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน อย่างมีนัยยะ และน่าเชื่อถือ ตามหลักการยืนยันขาขึ้นนั้น มันสื่อว่ามีเงินจากคนทำราคาเข้ามาสู่หุ้นตัวนั้นแล้ว และถ้าพื้นฐานของมันไม่ได้เลวร้ายนัก ก็จะมีผู้คนเข้ามาสนับสนุนช่วยซื้ออีกมากมาย อันจะทำให้ราคาหุ้นสามารถฟื้นตัวกลับไปเป็นขาขึ้นได้ยั่งยืน

ถ้าเป็นไปได้ ให้พยายามเลือกเฝ้าหุ้นเข้าใหม่ๆ ที่ถูกเทขายจากคนที่ได้ราคาจอง แล้วช่วงนี้มันนิ่ง ไม่ลงต่อ เหตุผลง่ายๆก็เพราะคนติดหุ้นยังน้อยอยู่ หากพื้นฐานไม่ขี้เหร่ การไล่ราคาจะทำง่าย
ลองเข้าไปเช็ครายชื่อหุ้นได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ แล้วเอาไปทำการบ้านต่อกันดู https://www.set.or.th/set/ipo.do
นอกจากนี้ ผมได้แนบรูปกราฟบางส่วนให้ดูเป็นไกด์ด้วย ว่าถ้ามันจะน่าสนใจ ทรงต้องเป็นยังไง ก็ไม่ได้เชียร์นะ(เพราะมันเป็นกราฟในอดีต) กราฟเอาจาก siamchart.com ครับ










Bottom Fishing ตามแบบ Thomas Bulkowski
มาดูของฝรั่งกันหน่อยครับ Thomas Bulkowski คนนี้เขาเป็นเหมือน wikipedia ของเทรดเดอร์สายกราฟเลย ผมเอามาจากลิ้งค์นี้นะ http://thepatternsite.com/BottomFishing.html
เขาได้ลองกับรูปแบบที่เรียกว่า Ugly Double Bottom โดยมีเงื่อนไขที่ว่า
๐) ราคาเพิ่งทำจุดต่ำสุดในรอบปี (52 week low - จุด 1) ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นเท่านั้น
๑) Low 1 ลงลึกต่ำกว่า Low 2
๒) ตะดับ Low 1 ห่างจาก Low 2 คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ระหว่าง 5-20%
๓) จุดซื้อคือตอนที่ราคาข้ามระดับ X ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการเด้งล่าสุดขึ้นไปได้
๔) stop loss คือระดับราคาที่ต่ำกว่า Low 1
ผลจากการทดสอบก็็ได้ผลดังนี้

ก็ถือว่าไม่เลวนัก แต่ปัญหาที่ต้องระวังคือ ถ้าราคาไม่ไปต่อ มันวิ่งสวนทาง คือลงไปทำนิวโลว์ การร่วงมักจะแรงมาก ทำให้ตัดขาดทุนไม่ทันสำหรับคนที่ลังเลครับ

วิพากษ์จากเคส MALEE
MALEE เป็นเคสที่เข้าสูตรนี้เลย แต่ผลที่ได้ถือว่าเสมอตัวนะครับ เหตุผลเพราะมันเป็นการเด้งจากขาลงนั่นเองครับ จึงดีดเพื่อลงต่อ ดังนั้นเราจึงไม่ควรทุ่มเทกับมันมากนัก ถ้าเห็นหลุด EMA10 ต้องระวังแล้ว หากใครระแวงหน่อยก็ต้องเริ่มขาย ยิ่งเห็นหลุด EMA50 ต้องยอมรับสภาพได้แล้วครับ เพราะขาลงยังไม่สะเด็ดเลย มีโอกาสร่วงต่อได้อีก

 NETBAY เป็นตัวแทนของ double bottom ในขาขึ้นครับ
ตัวนี้มีข้อสังเกตคือหลังจากที่ราค breakout ยอดของฐานราคาไปแล้ว มันไปต่อนิดนึง แล้วก็ร่วงแรงไปหลุดระดับไฮที่เพิ่งข้ามไปได้ ซึ่งก็สร้างความหวาดเสียวให้คนถือพอสมควรเลย ถือเป็นช่วง shakeout ก็ว่าได้ แล้วจากนั้นมันก็ดีดกลับขึ้นไปแรงเลย มีทำ all time high ได้ แต่ก็ยืนไม่อยู่เจอขายออกมา
สัญญาณน่ากลัวแรกคือการที่ราคาหลุด EMA10 ลงไปได้ ท่านต้องเริ่มตะหงิดๆแล้ว เพราะว่าราคาทำ false breakout แถมเจอขายให้หลุดเส้นค่าเฉลี่ยโมนเมนตัมลงไปได้แล้ว ถือว่าส่งสัญญาณอ่อนแอแล้ว
จากนั้นราคาร่วงต่อจนหลุด EMA50 ก็ชัดแล้วครับว่าไปต่อไม่ไหว ควรขาย

ปล. เรื่องไปเดียการรันเทรนด์ และ take profit โดยใช้ EMA ผมได้ลงรายละเอียดในหนังสือ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" หลายเคสมากครับ ท่านสามารถกลับไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่ผมยกประเด็นนี้ออกมานำเสนอเพราะว่าหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้วิ่งแรงเป็นเด้งหรอก มันดีดไม่กี่เปอร์เซ็นต์ระดับไม่เกิน 20% ก็ร่วงแรง ถ้าเราไม่ไหวทัน กำไรที่เคยได้ดีๆ ก็มีโอกาสสูญได้ง่ายๆเลยครับ


Contrary Opinion ตามสูตรลุงโฉลก
เป็นจุดกลับตัวในช่วง oversold จัดๆ แล้วเกิด gap มี big black แสดงให้เห็นว่าเม่าขายหุ้นทิ้งในตอนจบ
มันจะเกิดตอนตลาดเกิดสภาพ Oversold คือมีคนพากันขายหุ้นทิ้งอย่างต่อเนื่อง เปิด gap ลงมาตลอด ซึ่งก็ไม่น่าจะมีคนสติดีคิดขายหุ้นออกอีกแล้ว
แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเพิ่งคิดได้มาขายหุ้นทิ้งจำนวนมากในตอนสุดท้าย (ซึ่งค้านกับอารมณ์ตลาด = Contrary Opinions) จนเกิดแท่งแดงใหญ่พร้อมวอลุ่มมากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า คือพวกเขามาคิดล้างพอร์ตทิ้งในตอนนี้ แล้วตลาดก็เฉลยด้วยการกลับตัวขึ้นทันที
ช่วงนี้แหละ ลุงบอกว่ามันคือจุดสิ้นสุดของการลง
ถ้าเห็นอะไรทรงคล้ายๆนี้ ให้รอดูสัญญาณการกลับตัว แล้วเข้าซื้อ

จึงได้สูตรสไตล์ลุงว่า
ราคา Oversold(RSI<30) + เปิด GAP ลง ต่อมาเกิด Big black(panic sell ของเม่า)
สัญญาณกลับตัวคือ long lower shadow + inverted hammer + GAP + big white = ทยอยซื้อได้


Buy-Cry-Die ตามสูตรของพี่ Jesse Stine
หลัก Buy-Cry-Die ที่เขียนใน Insider Buy Superstocks โดยพี่ Stine
เขาบอกว่า "จุดซื้อที่น่าสนใจอีกจุดคือช่วงที่หุ้นพักตัวระยะกลางและทำ lower low ภายในระยะเวลาสั้นๆ(โดยปกติคือ 4-5 สัปดาห์) ให้มองหาหุ้นที่ทำ lower low 3 ครั้ง โดยโลว์สามลงมาต่ำกว่าที่สองไม่มาก ผมเรียกมันว่า BCD (Buy,Cry,Die) โดยการดูอารมณ์ของนักซื้อหุ้นที่จุดต่ำสุด(bottom picking)
เขาจะเข้าซื้อที่ราคาดีดขึ้นโลว์แรกทันที แต่อีกไม่นานราคาก็ลงต่ำกว่าเดิมอีก เขาก็เข้าไปถัวที่จุดเด้งโลว์ที่สอง(Cry) แต่พอมีจุดที่ราคาต่ำกว่าเป็นโลว์ที่สามสุดท้ายแทนที่จะซื้อเขากลับใจขายทิ้งซะงั้น(เลยกลายเป็น Die)
ซึ่งโลว์ที่สามนี้เองที่คุณควรเข้าซื้อ เพราะผมเห็นหุ้นเป็นร้อยที่หลังจากมันทำสามโลว์เสร็จก็พุ่งเป็นจรวด"

Pocket Pivot Bottom Fishing
เป็นแนวทางของ Dr. Chris Kacher, Gil Morales เจ้าของหนังสือ Trade Like an O'Neil Disciple: How We Made 18,000% in the Stock Market
โดยหลักการของเขาคือ
๑) ยึดที่เส้นค่าเฉลี่ย 50 วันเป็นหลัก
๒) ดูแท่งราคาและวอลุ่มที่สูงกว่าช่วง 10 วันที่ผ่านมา
๓) ราคาในช่วงที่ผ่านมาต้องไม่วิ่งลงต่อเนื่องนะครับ มันต้องย่ำสร้างฐานในลักษณะ sideway ไม่มีนิวโลว์
ดูตัวอย่าง
ที่มา https://www.safaribooksonline.com/library/view/trade-like-an/9780470616536/9780470616536_bottom-fishing_with_pocket_pivots.html

ที่มา https://www.virtueofselfishinvesting.com/reports/view/ppr-gld-flashes-a-bottom-fishing-pocket-pivot-tibx-barely-clears-pocket-pivot-volume-signature


Bottom Fishing แบบ Wyckoff
ให้ท่านลองศึกษา รูปที่ผมเคยโพสต์ที่ชื่อว่า ELEVEN WYCKOFF TRADING RANGE EVENTS (Accumulation)
เป็นการชี้รายละเอียดจุดสำคัญของขั้นตอนการสะสมหุ้นตามทฤษฎี Wyckoff ทั้งชาร์ทจะบอก วงจรการย่อยและดูดหุ้นที่กำลังล้นตลาดและพร้อมจะปล่อยออกจากมือรายย่อยมากมาย -ไปให้นักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่มองว่าราคาลงมาต่ำกว่ามูลค่าแล้ว - คนที่เราเรียกว่า เจ้ามือ หรือ นักลงทุนวีไอระดับอาจารย์ นั่นแหละครับ
ในช่วง accumulation นี้ถือเป็นจังหวะชุลมุนมากๆ เพราะเป็นจังหวะที่รายย่อยซึ่งมีจำนวนมากร่วมใจขายหุ้นกันอย่างมากมาย ราคาก็ขยับขึ้นลง สวิงแบบไร้ทิศทางและรูปแบบ
แต่สิ่งที่เราควรจับตาดูเป็นพิเศษคือ จุดต่ำสุดที่ราคาเคยทำได้ก่อนที่มันจะเด้งขึ้น
จุดซื้อตามแนวทาง Wyckoff ก็เข้าตามสูตร Bottom fishing เลยครับ คือ
๑) ตั้งแต่ราคาทำ Spring คือโดนกดลงไปทะลุทำนิวโลว์ แล้วจากนั้นก็ดีดกลับขึ้นไปยืนในกรอบ เหนือโลว์ครั้งก่อนได้ ถือเป็นจุดซื้อแรก
๒) ต่อมาคือการดีดตัวแรง ขึ้นไปปิดไกล้ๆกรอบบนของการแกว่ง (หรือ SOS) แบบนี้แสดงออกถึงพละกำลังของ smart money ที่ขนเงินมาซื้อครับ บ่งบอกว่าไกล้ถึงเวลาวิ่งแล้ว
๓) ราคาวิ่ง breakout แนวต้านของกรอบสะสมขึ้นไปได้  (หรือ SOS) ด้วยวอลุ่มสูง แบบนี้ก็ยืนยันว่าเป็นการเริ่มต้นขาขึ้นครับ
๔) ต่อมาคือตอนที่ราคาย่อลงมาเทสต์แนวต้านเดิม ถ้ารับอยู่แล้วเด้ง ก็ถือเป็นจุดซื้อที่ดีสุดท้าย

ปล. ผมได้ลงรายละเอียดระบุการเคลื่อนไหวแต่ละจุดของ Wyckoff Accumulation ไว้ในหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ใครมีอยู่แล้วก็สามารถกลับไปพลิกอ่านเพิ่มเติมได้ครับ


The Art of Bottom Fishing
https://realmoney.thestreet.com/articles/03/31/2018/art-bottom-fishing
ขอแปะตัวนี้ส่งท้ายก็แล้วกันครับ
ผมชอบไอเดียที่เขาให้มา ซึ่งเป็น darkside สำหรับแนวทางนี้ คือทุกแนวทางที่ผมยกมานั้น มันไม่ได้มีทุกเคสที่เป๊ะ กลับตัวแล้วเด้งขึ้นแรงทำกำไรให้เราเลยหรอกครับ มีน้อยมากที่จะเป็น winning trade ส่วนใหญ่ถ้าไม่ซึม ก็พักเหนื่อยแล้วร่วงต่อ ดังนั้นผมจึงคิดว่าคำแนะนำต่อไปนี้น่าจะมีประโยชน์อันจะเป็นคำเตือนให้ท่านระมัดระวังในการเทรดสไตล์นี้ให้มาก

1. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณไม่มีทางซื้อหุ้นได้ที่ราคาต่ำสุดแน่นอน คุณต้องซื้อในตอนที่ราคาแสดงออกว่ามีศักยภาพที่จะวิ่งขึ้นมากกว่าลง เพราะนักเทรดส่วนใหญ่ต่างแข่งขันที่จะรีบเข้าซื้อเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ เพราะกลัวไม่ได้หุ้นหรือคิดไปเองว่ามันเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ผลก็คือพวกเขามากจะพลาด เพราะราคาลงต่อ
ดังนั้นคุณต้องมีกลยุทธ์ในการซื้อด้วย คือต้องซื้อเมื่อเห็นพัฒนาการของราคาเป็นไปในแบบ higher high คือยกไฮยกโลว์ขึ้นไปได้แล้ว (ตามหลักการยืนยันขาขึ้น) ซึ่งต้องอาศัยการดูตามแบบเทคนิคอล(เดี๋ยวจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้านล่าง)
บางครั้งหลังจากการเกิด all time low อาจะมีการเด้งแรง แต่มันก็มักจะดีดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น ไม่ยั่งยืนอะไร ถ้าหากเล่นกินกำไรคำใหญ่ๆ ต้องรอให้มีการยืนยันดังที่ว่าก่อน
อ่าน วอลุ่มและการยืนยันขาขึ้น (Volume &  Up Trend Confirmation) : http://zyo71.blogspot.com/2017/02/volume-up-trend-confirmation.html
รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ในหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" อ่านสรุปสรุปเนื้อหา :  http://zyo71.blogspot.com/2017/09/blog-post_7.html

๒) พึงระลึกถึงทฤษฎีแมลงสาปเอาไว้ด้วย การที่ราคาหุ้นร่วงแรง มันไม่ได้เกิดเพราะความบังเอิญ มันมีเหตุผลเบื้องหลังของมัน ดังนั้นการที่ราคา oversold ไม่ได้หมายว่ามันจะไม่สามารถลงต่อได้อีก จึงต้องพึงระวังความสูญเสียจาก panic sell ต่อจากนั้นด้วย

๓) ความท้าทายอีกอย่างของการซื้อแบบ bottom fishing ก็คือ มันต้องอาศัยความอดทนสูงมากกว่าการซื้อแบบ momentum หรือ position ที่รอให้ราคาเกิดแนวโน้มขาขึ้นก่อน(แบบที่เขียนไว้ในหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ กับ หุ้นซิ่งสวิงเทรด) หุ้นที่ราคาทำนิงโลว์อย่างต่อเนื่อง มักจะมีแรงเฉื่อยที่จะผลักดันให้มันทำตัวซึมๆอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็มีโอกาสอ่อนตัวลงไปทำนิวโลว์ได้อีก กว่าที่จะดีดขึ้นไปยกไฮยกโลว์ก็ต้องใช้เวลานานมาก

๔) การเทรดแบบ bottom fishing มีแนวโน้มที่จะทำให้นักเทรดละเลยวินัยของตัวเองไป ถ้าคุณไม่ได้ยึดวินัยได้อย่างเคร่งครัดก็อย่าเล่นแนวทางนี้เลยครับ เพราะเมื่อคุณถือหุ้นตัวหนึ่งที่คุณได้มันที่ราคาต่ำสุด มันอาจจะแช่นิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายเดือน มันจะทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในท่สุดก็ต้องขายขาดทุนออกมาจนได้ ในทางตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวลงทีละนิดก็อาจจะทำให้ท่านละเลยที่จะตัดขาดทุน เพราะมองว่ามันลงไม่เยอะ แต่น้ำหยดลงหิน ราคาลงไปเรื่อยๆ ท่านก็ต่อราคา ต่อไปจนเกิด panic sell โน่นแหละจึงรู้สึกตัว ซึ่งมันก็สร้างความเสียหายต่อพอร์ตของคุณไปมากมายเกินคาดคิดไว้แต่แรกไปแล้ว

๕) มันมีสองแนวทางหลักในการซื้อหุ้นแบบ bottom fishing คือ
- ซื้อในสถานการณ์ที่คนตกใจเกินเหตุ
- ซื้อเมื่อราคาลงต่ำกว่ามูลค่า
แน่นอนว่าคุณต้องรู้จักมูลค่าของหุ้นตัวนั้นอย่างแม่นยำ มิใช่นั่งเทียน คิดไปเอง

๖) การ bottom fishing สืบเนื่องจากผลประกอบการ, ข่าวร้าย อาจเป็นโอกาสที่ดีในการทำกำไรจากการแกว่งที่รุนแรงของราคา แต่มันก็อาศัยความใจถึงของนักเทรดมากทั้งการจับจังหวะซื้อและขายที่เด็ดขาดด้วย
ถ้าคุณเป็นคนใจโลเล ตัดสินใจช้า ก็ไม่ควรเล่น ที่สำคัญคือคุณต้องมีแผนเข้าออกที่ชัดเจนก่อนเข้าเทรดเสมอ ไม่มีแผนอย่าไปเทรดให้เสียเงินเล่นเลย

ตลาดนำเสนอโอกาสในการเล่นแบบ bottom fishing เสมอ แต่มันก็มีทั้งโอกาสจริงและหลอก ดังนั้นคุณจึงต้องมีกลยุทธ มีแผนการเข้าออกก่อนเสมอ ที่สำคัญคือการเล่นหุ้นขาลงนั้นคนยังมีความกลัวอยู่มาก ราคามีโอกาสลงต่อมากกว่าเด้งขึ้น ท่านต้องมีความเคารพต่อวินัยของตัวเองสูงกว่าเล่นตามแนวโน้ม ถ้ารู้ตัวว่าไร้วินัยก็อย่าไปริอ่านเล่นเลยครับ

-------------------------------------------
----------------------
----------------------
สนับสนุนโดยหนังสือหุ้น 2018 ที่ปล่อยของไม่มีกั๊กของผมเอง
ซึ่งเป็นเสมือนบันทึกการเรียนรู้เทคนิคอล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง
"หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" และ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ครับ

ทำไมใครๆต่างบอกว่าหนังสือทั้งสองเล่มเป็นการปล่อยของแบบไม่กั๊ก?

"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ที่ http://zyo71.blogspot.com/2017/09/blog-post_7.html

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด ที่ http://zyo71.blogspot.com/2018/04/ema-swing-trade.html 


สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks


ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผลงานของเซียว จับอิดนึ้ง ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO